ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 754

#754ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 492-1 ประชาสำคัญกว่าราชา!

“เสด็จพ่อ” ฉู่หลิงเดินเข้าไปในตำหนักบรรทม เห็นฮ่องเต้หย่งเจียนั่งดื่มโอสถอยู่ข้างเตียง กลิ่นยารุนแรงทำให้ฉู่หลิงอดขมวดคิ้วไม่ได้ มองไปทางเซียวเยียนเอ๋อร์ “เยียนเอ๋อร์ เสด็จพ่อเปลี่ยนยาหรือ”

เซียวเยียนเอ๋อร์ยักไหล่ “ไม่เปลี่ยนไม่ได้ ไม่อาจใช้โสมหยกได้แล้ว แต่ฝ่าบาทก็หยุดโอสถไม่ได้ สำนักหมอหลวงปรับตำรับโอสถใหม่แล้ว ประสิทธิภาพพอได้ แต่กลิ่นก็คงไม่ได้ดังใจบ้าง” เซียวเยียนเอ๋อร์กล่าวไปพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะเขียนขยุกขยิกรวดเร็ว “ข้าเขียนจดหมายให้ศิษย์พี่แล้ว ถามว่าเขามีวิธีการใดหรือไม่ หรือว่าอาจารย์...ก่อนหน้านี้อาจารย์มีจดหมายมาบอกว่าอยู่ที่ซีอวี้ กำลังหายาที่จะรักษาศิษย์พี่ ไม่แน่ว่าอาจกลับมาในไม่ช้านี้ ถึงตอนนั้นให้อาจารย์มาตรวจดู บางทีอาจมีวิธี”

ฉู่หลิงพยักหน้า ถอนหายใจเบาๆ “ก็คงได้แต่เป็นเช่นนี้แล้ว”

ฮ่องเต้หย่งเจียวางชามโอสถลง กวักพระหัตถ์เรียกฉู่หลิง แย้มสรวลตรัสขึ้น “ชิงเอ๋อร์มานั่งนี่ คนพวกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”

ฉู่หลิงยักไหล่ “ยังมีขุนนางใหญ่คุกเข่าอยู่หน้าประตูวังเพคะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียไม่ได้มีสีหน้าตัดพระทัยไม่ได้อันใด แต่กลับตรัสอย่างรู้สึกสนุกที่ผู้อื่นต้องประสบภัย ว่า “ชิงเอ๋อร์จัดการก็แล้วกัน”

ฉู่หลิงนึกแปลกใจ “เสด็จพ่อไม่ทรงเป็นห่วงหรือ”

แต่ไรมาฮ่องเต้หย่งเจียก็มีท่าทีโอนอ่อนต่อบรรดาขุนนางเฒ่ามาก นอกจากให้ความเคารพต่อบัณฑิตเทียนฉี่มาตลอดแล้ว ฮ่องเต้หย่งเจียเองก็เป็นคนใจอ่อนอยู่มาก

ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสขึ้นว่า “เราสุขภาพไม่ดี หากจัดการได้ก็คงไม่ต้องร้อนใจเพียงนี้ พวกเขาจะต้องชิน หากรอให้เราจัดการไม่ได้ค่อยจัดการ เกรงว่าเจ้าก็คงถูกพวกเขาทำเอาวุ่นวายไปหมดเป็นแน่”

ฉู่หลิงต้องยอมรับว่าฮ่องเต้หย่งเจียตรัสได้ถูกต้อง หากรอให้ถึงยามเสด็จพ่อจัดการไม่ได้ นางค่อยมารับมือต่อ เกรงว่าก็คงถูกคนพวกนั้นทำเอาปวดหัวจริง อย่างไรดาบนางแม้คมกริบ แต่ก็ไม่อาจสังหารคนที่คัดค้านนางได้หมดกระมัง และตอนนี้มีเสด็จพ่อสนับสนุน ความจริงก็ดีกว่าไม่มีเสด็จพ่อสนับสนุนกว่ามาก

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ” ฉู่หลิงเอ่ยขึ้นเบาๆ

ฮ่องเต้หย่งเจียรับคำอย่างรู้สึกสุขใจ “ขอบพระทัยอันใด เราต่างหากที่ทำให้เจ้าต้องมาพลอยลำบากไปด้วย หากเรา...หาก...ชิงเอ๋อร์ก็คงเป็นองค์หญิงดำรงเกียรติสูงส่ง มีความสุขเบิกบานไร้กังวล ไหนเลยต้องมาลำบากเหมือนเช่นตอนนี้”

ฮ่องเต้หย่งเจียรังเกียจฉู่เลี่ย แต่กลับต้องยอมรับว่าบางครั้งในใจเขาก็นึกเลื่อมใสฉู่เลี่ย ตัวเขาเองคิดสร้างความสำเร็จยิ่งใหญ่ให้รัชศกต้าเยี่ย แต่กลับเพราะนิสัยและความสามารถจำกัด คิดต้องการอันใดล้วนสนใจแต่ว่าในหน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกชื่อเสียงเขาว่าเป็นฮ่องเต้ไม่ดี ดังนั้นได้แต่มีชีวิตดังเต่าหดหัวในกระดองมาครึ่งค่อนชีวิต

ฉู่หลิงส่ายหน้า “เสด็จพ่อดีต่อหม่อมฉันมาก”

บางทีฮ่องเต้หย่งเจียอาจไม่ค่อยดีต่อผู้อื่น แต่ดีกับนางมากจริงๆ แม้ในความดีนี้อาจมีความรู้สึกละอายต่อฉู่ชิงอีกับฉู่ฝูอีรวมอยู่ด้วยก็ตาม ถึงกับยังรู้สึกละอายใจต่อแม้แต่กับอดีตฮองเฮาและตระกูลต้วน แต่กล่าวกันตามตรงคนที่ทรงดีด้วยก็คือนาง ฉู่หลิง ดังนั้นอย่างน้อยนางต้องทำให้ชีวิตวันหน้าของฮ่องเต้หย่งเจียมีแต่ความสุขกายสบายใจ

ฮ่องเต้หย่งเจียตบไหล่นางปลอบใจ “คิดทำอันใดก็ไปทำได้ ทุกเรื่องล้วนมีเสด็จพ่ออยู่ตรงนี้”

ฉู่หลิงอมยิ้มพยักหน้า “เพคะ เสด็จพ่อ”

พ่อลูกคุยกันได้ครู่หนึ่ง ฉู่หลิงก็เอ่ยเรื่องเฝิงเจิง หากเป็นคนอื่นเอ่ยเรื่องนี้ ฮ่องเต้หย่งเจียต้องสงสัยว่าอีกฝ่ายคิดการไม่ซื่อ แต่ฉู่หลิงเอ่ยเรื่องนี้เขากลับไม่คิดลังเลหรือสงสัยแม้แต่น้อย รับปากทันที “ชิงเอ๋อร์รู้สึกว่าเฝิงเจิงเหมาะจะทำอันใดก็ให้เขาไปได้ แต่...เฝิงเจิงความสามารถไม่ธรรมดา ชิงเอ๋อร์ถามเขาสักหน่อยก่อนดีกว่า”

ความนัยของวาจาก็คือเพียงแต่เป็นห่วงว่าบุตรีอายุน้อยกำลังฮึกเหิมทำให้ขุนนางภักดีเช่นเฝิงเจิงน้อยใจได้ ไม่ได้คิดว่าสักนิดว่าฉู่หลิงพาคนสนิทของตนเองไป

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “เสด็จพ่อวางพระทัยได้ หม่อมฉันจะถามความเห็นแม่ทัพเฝิงก่อน ตอนนี้ยังไม่ย้ายเขาไปที่ใด แต่องครักษ์วังหลวงคงต้องการยอดฝีมือสักคน”

ฉู่หลิงไม่ได้คิดแย่งชิงตำแหน่งเฝิงเจิง แต่คิดนำเฝิงเจิงไปจากตำแหน่งงานที่ไม่ควรเป็นเขา ตำแหน่งแม่ทัพสูงสุดในกองกำลังเทียนฉี่ งานที่รับหน้าที่ก็คือแม่ทัพทหารองครักษ์ฝ่ายในประจำพระองค์ เหมาะสมหรือไม่

ฮ่องเต้หย่งเจียคิดแล้วก็ตรัสว่า “ชิงเอ๋อร์มีคนที่เหมาะสมแล้วหรือยัง”

ฉู่หลิงจนใจไร้วาจาจะกล่าว “กำลังคิดทูลถามเสด็จพ่อ หม่อมฉันไม่ค่อยรู้จักแม่ทัพในเมืองหลวงแต่ละท่านมากนัก”

ฮ่องเต้หย่งเจียเงียบไปครู่หนึ่ง “ไปถามท่านลุงเจ้า”

“เสด็จพ่อ ทหารเฝ้าประตูวังสำคัญถึงความปลอดภัยของเสด็จพ่อ ทรง...” ไม่เพียงแต่ต้องเป็นฝีมือที่ไม่ธรรมดา แต่ต้องมีความภักดีสูงสุด

ฮ่องเต้หย่งเจียกลับไม่ใส่พระทัย “เสด็จพ่อตอนนี้จะมีอันตรายอันใดได้อีก”

เขาถูกพิษ สุขภาพก็ยังไม่ดี ผู้ใดจะเสียแรงมาลอบสังหารเขา เห็นฮ่องเต้หย่งเจียยืนยันหนักแน่นเช่นนี้ ฉู่หลิงก็ได้แต่เลยตามเลย ครุ่นคิดว่าจะไปถามท่านลุงกับเฝิงเจิงดูว่ามีคนที่เหมาะสมหรือไม่

นอกประตูวัง แม้ว่าตอนเที่ยงแล้ว แต่อากาศในต้นฤดูหนาวยังคงเย็นอยู่บ้าง กลุ่มชายชราที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูวังเริ่มโงนเงนและสั่นเทา แต่ทว่าพวกเขากลับไม่มีทีท่ายอมถอยแม้แต่น้อย ยังคงคุกเข่าอยู่ที่พื้น กราบทูลไม่หยุดว่า “ขอฝ่าบาทโปรดยกเลิกรับสั่งด้วย” ทำให้คนที่ผ่านไปมาเห็นแล้วพากันรู้สึกปวดใจตามไปด้วย

อาคารสูงห่างจากหน้าประตูวังไม่ไกล หลีตั้นกับท่านผู้เฒ่าตระกูลหลียืนมองหน้าประตูวังจากริมหน้าต่าง เงียบงันไม่เอ่ยอันใด ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไรจึงได้ยินท่านผู้เฒ่าตระกูลหลี “ตั้นเอ๋อร์ เจ้ารู้ไหมว่า...ขุนนางที่มาขอเข้าเฝ้าเหล่านี้มีจำนวนเท่าไร” หลีตั้นส่ายหน้ากล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หลานชายไม่ทราบ”

ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีขมวดคิ้วกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ฝ่าบาททรงเลอะเลือน หรือว่าองค์หญิงเองก็เลอะเลือนไปด้วย”

หลีตั้นขมวดคิ้วกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ไยท่านปู่กล่าวเช่นนี้”

ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีแค่นเสียงฮึเสียงหนึ่ง “หากฝ่าบาทโปรดปรานองค์หญิง ก็ไม่ควรส่งองค์หญิงมาดำรงตำแหน่งนี้ หากองค์หญิงฉลาด ก็ไม่ควรเข้ามาคลุกน้ำครำนี้ พระวรกายฝ่าบาทเช่นนี้ ทั้งเจ้าและข้าล้วนรู้ว่าทันทีที่ฝ่าบาทสิ้น องค์หญิงจะดำรงอย่างไร ตั้นเอ๋อร์ เจ้าเป็นคนของจวนองค์หญิงอย่างแน่นอนแล้ว ถึงตอนนั้น เจ้าควรดำรงอยู่อย่างไร จวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงท่านนั้นตอนนี้เพิ่งสิบสอง ยังต้องอีกหลายปีกว่าจะเป็นผู้ใหญ่ ถึงตอนนั้นองค์หญิงจะเป็นเช่นไร กล่าววาจาไร้ความเคารพสักหน่อย แม้องค์หญิงกับเจ้าเมืองชางอวิ๋นคิดการอันใด...หากมีวันใดเจ้าเมืองชางอวิ๋นปกครองใต้หล้า เจ้าคิดว่าสถานะองค์หญิงจะดีได้อย่างไร ถึงวันนั้นก็ย่อมถอยก็ไม่ได้รุกก็ไม่ได้แล้ว!”

“ท่านปู่โปรดระวังวาจา” หลีตั้นขมวดคิ้วกล่าว

ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลี “เจ้าคิดว่า ตอนนี้คนที่พูดเรื่องนี้ในเมืองหลวงมีน้อยหรือ เดิมข้าคิดว่าองค์หญิงเป็นคนฉลาด ไม่ว่าต้องการทำอันใด...มีวิธีบรรลุได้มากมาย คิดไม่ถึงนางถึงกับ...นำพาตนเองมาย่างบนกองไฟได้!”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 754