ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 755

#755ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 492-2 ประชาสำคัญกว่าราชา!

หลีตั้นเหลือบตาขึ้นมองจ้องท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีเขม็ง “ท่านปู่ ท่านฉลาดรู้รักษาตัวรอดมาทั้งชีวิต แต่เคยคิดไหมว่าเหตุใดองค์หญิงต้องทำเช่นนี้”

ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีนิ่งอึ้ง ถูกแววตาหลีตั้นทำเอารู้สึกตกใจ

หลีตั้นเบนสายตาออกไปมองนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็ว ชี้ไปที่คนหน้าประตูวังพวกนั้น “หลานชายรู้ว่าใต้เท้าพวกนี้ไม่ใช่ทุกคนที่มีความคิดเห็นแก่ตนเอง บางทีพวกเขาจริงใจเพื่อฝ่าบาท เพื่อแผ่นดินเทียนฉี่ แต่พวกเขาเคยทำประโยชน์อันใดให้แผ่นดินเทียนฉี่แท้จริงบ้างไหม หรืออาจขอกล่าวว่า...ท่านปู่ ชีวิตท่านเคยทำเรื่องเพื่อใต้หล้านี้บ้างหรือไม่”

ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีเงียบไปเป็นนาน หลีตั้นกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นต่อว่า “ดังนั้น บางทีใต้เท้าเหล่านั้นภักดีจริง แต่ในใจหลานชายแล้ว แม้วันนี้พวกเขาคุกเข่าอยู่หน้าประตูวังก็ไร้ความหมาย”

“เจ้ามั่นใจเพียงนี้หรือ แน่ใจว่าสิ่งที่องค์หญิงเสินโย่วทำนั้นถูกต้องหรือ” ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีถามขึ้น

หลีตั้นตอบว่า “อย่างน้อย องค์หญิงก็พยายามลงมือทำ ท่านปู่คิดจริงหรือว่าใต้เท้าซั่งกวนกับใต้เท้าจู ยังมีแม่ทัพที่ติดตามองค์หญิงขึ้นเหนือเหล่านั้นเพียงแค่เพราะถูกองค์หญิงโน้มน้าวไปเป็นพวก เพียงแค่เพราะว่าองค์หญิงให้ผลประโยชน์ที่พวกเขาต้องการหรือ ใต้เท้าซั่งกวนกับใต้เท้าจูเป็นขุนนางระดับสูงสุดแล้ว พวกเขายังต้องการอันใดอีก ขุนพลเจ้ากับแม่ทัพหลี่ว์ก็ประจำตำแหน่งมั่นคง อยู่มีชีวิตสงบสุขไปไม่ดีกว่าหรือ ไยต้องออกสู่สนามรบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกัน เพียงเพราะว่า...องค์หญิงได้ทำในสิ่งที่พวกเขาคิดจะทำ แต่ทำไม่ได้เท่านั้น”

ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีถอนหายใจ กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หนุ่มน้อยกำลังร้อนระอุ เจ้าคิดว่ามีเพียงพวกเจ้าที่เคียดแค้นชาวเผ่ามั่ว มีเพียงพวกเจ้าที่คิดขับไล่เผ่ามั่วยึดเทียนฉี่คือหรือ ตอนนั้นต่อสู้กันไม่หยุดหย่อน แต่ก็พ่ายแพ้มาตลอด...คนตายไปเท่าไร...พวกเขาเพียงแค่คิดรอ...”

หลีตั้นตัดทบทอย่างไม่เกรงใจ “รอถึงเมื่อใด รอให้ชาวเป่ยจิ้นครองพื้นที่ตอนเหนือได้มั่นคง แล้วคิดหาทางลงใต้หรือ ถึงตอนนั้นข้ามแม่น้ำลงใต้มาและคนทางเหนือตายกันไปหมดสิ้นแล้วหรือ ท่านปู่ กำลังทหารเทียนฉี่กับเป่ยจิ้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ฝีมือการต่อสู้ของทหารเก่งกล้าก็มิได้ห่างไกลกันมากมายอย่างที่พวกท่านคิด เทียนฉี่ด้อยกว่าเป่ยจิ้น เพียงแค่เพราะจิตใจและเสาหลักเท่านั้น”

หากไม่ได้ติดตามองค์หญิงขึ้นเหนือ บางทีเขาอาจจะยังกลัว แต่หลายเรื่องขอเพียงเจ้าเผชิญหน้าแล้ว ก็จะเข้าใจได้เองว่า ความจริงไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่เจ้านึกภาพไว้

ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หากองค์หญิงพ่ายแพ้เล่า หากวันใดเมืองชางอวิ๋นคิดแย่งชิงบัลลังก์เทียนฉี่เล่า ถึงตอนนั้น ตระกูลหลีจะยังมีหน้ามองประชาใต้หล้าและบรรพชนตระกูลหลีได้อีกหรือ หลีตั้น เจ้าเคยคิดหรือไม่ ครั้งนี้ตระกูลหลีไม่ได้ร่วมกับจวิ้นอ๋องหนานคัง เพราะตระกูลหลีไม่มีวันมีคนคิดก่อกบฏ!”

หลีตั้นมองท่านปู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเป็นนาน ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยท่องขึ้นเบาๆ ว่า “ปราชญ์เมธีกล่าวว่า ประชาอันดับแรก ผู้ปกครองอันดับรอง จากนั้นก็คือแผ่นดิน ท่านปู่ยังจดจำได้หรือไม่”

“...”

ครั้งนี้ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลีเงียบไปเป็นนาน สุดท้ายเพียงแค่ถอนหายใจยาว โบกมือให้หลีตั้นว่าอย่าได้เอ่ยอันใดอีกก่อนจะหันหลังเดินลงไป หลีตั้นหลุบตามองออกไปนอกหน้าต่างเงียบๆ ก่อนจะค่อยๆ เดินตามท่านปู่ลงไป

เพราะว่าฮ่องเต้หย่งเจียเกิดความคิดแปลกประหลาดเช่นนี้ขึ้นมากะทันหัน ทั่วทั้งเมืองผิงจิงจึงครึกครื้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเมืองผิงจิงไม่ว่าราษฎรทั่วไปหรือว่าพ่อค้าคนเดินทางผ่านมารวมทั้งบัณฑิตทั้งหลายต่างอดถกเถียงเรื่องนี้เพื่อระบายความในใจของตนเองกันไม่ได้

แต่ไรมาเคยได้ยินแต่ว่าฮ่องเต้สิ้นพระชนม์กะทันหัน แล้วคนในราชวงศ์แย่งชิงอำนาจกัน สุดท้ายไม่ว่าอำนาจตกในมือผู้ใด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ดังนั้นแต่ไรมาทุกยุคสมัยก็จะมีไทเฮาว่าราชกิจหลังม่านไม่น้อย ไม่แปลกอันใด อย่างไรไทเฮาส่วนใหญ่ก็เพียงแค่ว่าราชกิจหลังม่าน ส่วนใหญ่รับฟังความคิดเห็นบรรดาขุนนางราชสำนัก เพียงแค่นั่งประดับอยู่เท่านั้น ผู้กุมอำนาจหลักแท้จริงมีเพียงส่วนน้อยในจำนวนนี้ ครั้งนี้ฮ่องเต้หย่งเจียยังครองราชย์ ก็แต่งตั้งองค์หญิงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จะไม่ทำให้คนแตกตื่นตกใจได้อย่างไร

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คืออันใด ย่อมแตกต่างจากว่าราชการหลังม่าน ในเมื่อว่าราชการแทนพระองค์ย่อมสามารถกุมอำนาจสั่งการได้อย่างเปิดเผยแท้จริง

“ฝ่าบาทโปรดปรานองค์หญิงเสินโย่วมากจริงๆ” มีคนมองเห็นรอบทิศไร้ผู้คน ก็อดถอนหายใจกระซิบกันไม่ได้

คนข้างกายเขาก็ไม่ได้ว่างงาน พยักหน้าเอ่ยว่า “ไม่ใช่หรอกหรือ ฝ่าบาทมีองค์หญิงเสินโย่วเป็นสายพระโลหิตเพียงหนึ่งเดียว ไม่ทรงโปรดนางแล้วจะไปโปรดปรานผู้ใด”

บัณฑิตอายุมากหน่อยผู้หนึ่งขมวดคิ้วเอ่ยว่า “หากฝ่าบาททรงโปรดปรานองค์หญิงเสินโย่วจริง จะทำเช่นนี้หรือ ไม่ใช่ผลักองค์หญิงเสินโย่วออกมาปะทะแรงลมหรือ”

มีคนหัวเราะแหะๆ “พี่ชายท่านนี้กล่าวผิดแล้ว หรือพี่ชายท่านนี้ไม่ใช่คนเมืองผิงจิง” บัณฑิตกลางคนที่เอ่ยเมื่อครู่ ประสานมือกล่าวว่า “ใช่ ข้าเดินทางผ่านมา เพิ่งมาถึงเมืองผิงจิง ขอทุกท่านโปรดชี้แนะด้วย”

“มิน่าพี่ชายไม่รู้ว่าองค์หญิงท่านนี้เสินโย่วไม่ใช่คนธรรมดา” มีคนเล่าต่ออย่างตื่นเต้น “พี่ชายว่าฝ่าบาทผลักองค์หญิงออกมาปะทะแรงลม แต่กลับไม่รู้ว่าองค์หญิงพวกเราท่านนี้แต่ไรมาไม่กลัวปะทะแรงลมพายุ” บัณฑิตกลางคนแปลกใจไม่น้อย “แม้ข้าน้อยเคยได้ยินข่าวขององค์หญิง แต่ข่าวลือย่อมเกินจริง หรือว่าองค์หญิงเสินโย่วร้ายกาจดังข่าวลือจริง”

มีคนเอ่ยขึ้นต่อ “ข่าวลือผู้อื่นสิบส่วนก็จะปลอมสักแปดส่วน แต่ข่าวองค์หญิงเสินโย่ว สิบส่วนจะจริงถึงสิบเอ็ดส่วน เรื่องอื่นไม่ว่า แค่เรื่องการเปลี่ยนแปลงในเมืองผิงจิงสองสามวันนี้ พี่ชายมองดูก็จะเข้าใจ”

บัณฑิตวัยกลางคนได้ยินดังนี้ก็อดหนาวยะเยือกไม่ได้ เขาเพิ่งมาถึงเมืองผิงจิง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่ใต้เท้าชราที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูวัง ยังมีพวกที่ถูกคุมขังอยู่ในคุก และการเคลื่อนไหวค่ำคืนของหลายวันก่อน ก็เพียงพอจะทำให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้เมืองผิงจิงไม่ปกติอย่างมาก

“นี่...นี่ล้วนเพราะองค์หญิง...”

“แล้วไม่ใช่หรอกหรือ” บัณฑิตหนุ่มอดเอ่ยไม่ได้ว่า “ตั้งแต่องค์หญิงกลับมา เมืองผิงจิงก็ไม่เคยสงบ ตอนนี้ถึงกับไม่เห็นราชวงศ์และราชสำนักในสายตา ไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยจริงๆ!” พอเอ่ยวาจานี้ออกมา คนชั้นบนไม่น้อยพากันมองมายังชายหนุ่มอย่างตกใจ แม้ว่าพวกเขาวิจารณ์องค์หญิงเสินโย่วเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อยู่บ้าง แต่อย่างไรก็มิได้เกี่ยวข้องกับราษฎรธรรมดาเช่นพวกเขามากนัก ก็แค่เรื่องคุยกันหลังมื้ออาหารสนุกๆ เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น หลายปีมานี้องค์หญิงเสินโย่วก็ทรงทำเรื่องดีงามไม่น้อย ไม่ได้ย่ำแย่ดังที่ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยถึง

ชายหนุ่มผู้นั้นรู้สึกได้ถึงสายตาของทุกคน ก็เอ่ยอย่างยโสไม่พอใจว่า “หรือว่าข้าพูดผิด หากปล่อยให้สตรีตัวน้อยๆ มากดทับบนศีรษะพวกข้า พวกข้ายังจะมีหน้าเรียกตนเองว่าบัณฑิตศึกษาตำราปราชญ์อีกหรือ จะยืนหยัดอยู่ต่อไปได้อย่างไร”

วาจานี้เอ่ยออกมา มีคนไม่น้อยแอบชื่นชมในใจ โลกนี้ไม่มีที่ให้ผู้หญิงเชิดหน้าชูตา ตอนนี้กลับมีผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมากุมอำนาจปกครอง ในสายตาคนส่วนใหญ่ล้วนรู้สึกว่าผิดต่อหลักการคุณธรรมอย่างมหันต์ เพียงแต่เรื่องขององค์หญิงและราชสำนักห่างไกลจากชีวิตราษฎรธรรมดาเช่นพวกเขามาก จึงไม่ได้คิดสนใจมากมายสักเท่าใดนัก หากหญิงสาวชาวบ้านคนใดข้ามบิดาและพี่ชายขึ้นเป็นประมุขตระกูล เกรงว่าคงถูกพวกเขาด่าทอตายไปแล้ว

ชายหนุ่มเห็นทุกคนต่างคล้อยตามเขา ก็ยิ่งฮึกเหิม “ได้ยินว่าขุนนางใหญ่หลายท่านไปยื่นฎีกาต่อฝ่าบาทที่หน้าประตูวัง ไป! พวกเราไปให้กำลังใจขุนนางใหญ่เหล่านั้นกัน!” พูดพลางเดินลงไปชั้นล่าง หลายคนก็พากันตอบรับเขา ทุกคนเห็นว่ามีคนนำหน้า ก็พากันตามไปชมเรื่องสนุก ทั้งขบวนเดินลงไปชั้นล่าง ตรงไปหน้าประตูวังอย่างยิ่งใหญ่

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 755