ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 750

#750ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 490-1 ยืมศีรษะเจ้าใช้หน่อย!

วันรุ่งขึ้น ฮ่องเต้หย่งเจียยังคงประกาศไม่เปิดประชุมเช้า ทำให้ในใจชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลในเมืองผิงจิงต่างไม่สบายใจ จิตใจเต้นไม่เป็นจังหวะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่สองสามตระกูลและพวกที่ติดร่างแหไปกับพวกเขา ในใจก็ยิ่งเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเมื่อวานองค์หญิงเสินโย่วจับประมุขตระกูลพวกเขาไปแล้วก็ไร้ข่าวคราวมาตลอด ผู้ใดก็ไม่รู้ว่าแท้จริงเป็นอย่างไรบ้าง และไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายบรรยากาศเคร่งเครียดก่อนพายุกระหน่ำ ถึงกับทำให้วงการชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเมืองผิงจิงกดดันยิ่งกว่าตอนก่อนหน้านี้ที่ฮ่องเต้หย่งเจียถูกจวิ้นอ๋องหนานคังควบคุมเอาไว้เสียอีก

ฉู่หลิงเดินเข้าไปในคุกหลวง คุกหลวงที่ยามปกติมักจะเงียบสงัดและเย็นเยียบ ยามนี้กลับครึกครื้นขึ้นมา คุกที่ปกติส่วนใหญ่มักจะว่างเปล่า ตอนนี้มีคนถูกขังเต็มคุก พรรคพวกจวิ้นอ๋องหนานคัง สายลับเป่ยจิ้น และพวกที่เข้าร่วมกับจวิ้นอ๋องหนานคังก่อการครั้งนี้ ล้วนถูกจับส่งมาที่นี่หมด

ฉู่หลิงเดินเข้ามาในห้องขัง สองข้างทางเต็มไปด้วยนักโทษ พอเห็นนางเดินมา นักโทษที่เดิมนั่งอยู่ในห้องขังก็พลันกระตือรือร้นกันขึ้นมา พากันปรี่มาออกหน้าประตูห้องขัง น่าเสียดายถูกซี่กรงกั้นไว้ ไม่อาจเข้าใกล้ฉู่หลิงได้แม้แต่น้อย

“องค์หญิงเสินโย่ว! ท่านกักขังขุนนางราชสำนัก เกินไปแล้วจริงๆ!” มีคนตะโกนดังอย่างไม่พอใจ ฉู่หลิงชะงักฝีเท้าหันไปมองประเมินคนที่ตะโกนดัง หว่านเฟิงที่ตามฉู่หลิงมาเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “หวังเซิ่นจือ ขุนนางกรมตรวจการ เป็นพวกตระกูลเหยียน”

ฉู่หลิงพยักหน้า ไม่ได้สนใจท่าทางแค้นเคืองเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมของคนผู้นั้น หันเดินต่อไปด้านหน้า คนอื่นๆ ต่างส่งเสียงตะโกนเรียก น่าเสียดายฉู่หลิงไม่สนใจพวกเขา ปล่อยพวกเขาร้องตะโกนไปอย่างไม่สนใจไยดี เท้าก้าวต่อไปเป็นจังหวะดังเดิม เดินผ่านพวกเขาเข้าไปด้านในสุด

ด้านในคุมขังบุคคลสถานะสูงศักดิ์เอาไว้ ประมุขตระกูลขุนนางเก่าแก่สองสามตระกูลและครอบครัวจวิ้นอ๋องหนานคัง ยังมีหัวหน้าคุกหมิงอวี้หลายคนก็ถูกขังอยู่ที่นี่ ฉู่หลิงไม่กลัวพวกเขาร่วมมือกัน จัดห้องขังรวมให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน เพียงแต่ทุกคนถูกลูกกรงเหล็กกั้นเป็นช่องส่วนตัว ไม่ต้องกลัวเหงา

พอเห็นฉู่หลิงเข้ามา คุกที่เดิมเงียบสงบก็พลันมีเสียงดังเอะอะขึ้นมา ประมุขหลายตระกูลพากันถลึงตาจ้องมองฉู่หลิง คนของคุกหมิงอวี้มองนางด้วยแววตาคล้ายจะปาดาบใส่ แต่จวิ้นอ๋องหนานคังกลับระงับตนเองได้ เพียงแค่มองฉู่หลิงทีหนึ่งแล้วก็หลับตาลงพักผ่อนต่อ บางทีอาจเพราะเขารู้ว่าตนเองหนีความตายไปไม่พ้น ได้แต่เลิกคิดดิ้นรน

ฉู่หลิงส่งสายตาไปหยุดยังชายหนุ่มเนื้อหนังปริแตกโลหิตเกรอะกรังที่มุมหนึ่ง หวนอวี้ไม่ได้กล่าววาจาเท็จ คนผู้นี้ทนทรมานได้ไม่เบา เช่นนี้ยังอดทนไม่ร้องสักคำ ก็นับว่ามีศักดิ์ศรีมาก

“พาตัวเขาออกมา” ฉู่หลิงสั่งการน้ำเสียงนิ่งเรียบ

ทหารเฝ้าคุกสองนายรับคำสั่งเข้าไปเปิดประตูห้องขัง ลากตัวชายหนุ่มผู้นั้นออกมา มองดูคนที่ถูกโยนกองที่พื้นเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบโลหิต หว่านเฟิงผงะถอยหลังอย่างรังเกียจ “คุณชายหกตระกูลอวี้ไม่บรรจงเลยจริงๆ”

ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “จริง ลงมือได้หยาบมาก ไม่ได้มีศิลปะสักนิด” พลางโบกมือให้ทหารทั้งสองนาย “ประคองเขาขึ้นมา เบาหน่อย อย่าได้ทำเขาบาดเจ็บ”

ชายหนุ่มผู้นั้นถูกประคองขึ้นมา ก็มองไปทางฉู่หลิงด้วยสีหน้าเย็นเยียบ เอ่ยด้วยน้ำเสียงคับแค้น “ไม่จำเป็นต้องให้องค์หญิงเสินโย่วมาแสร้งทำเมตตา!”

ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “ไม่ต้องเกรงใจเช่นนี้ ข้ากลัวทำเจ้าตาย ข้ายังมีวาจาต้องการถามเจ้าอีก”

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเย็นเยียบแล้วก็หลับตาลง เห็นชัดว่าไม่ให้ความร่วมมือ ฉู่หลิงยิ้มเอ่ยเรียกอย่างไม่ใส่ใจนัก “ทั่วป๋าจิ่ง”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง หางตาอดกระตุกเล็กน้อยไม่ได้ แต่ยังคงเงียบงัน ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “ได้ยินว่าชาวเผ่ามั่วไม่ให้ความสำคัญกับบุตรที่ถือกำเนิดจากหญิงเทียนฉี่อย่างมาก ตามหลักแล้ว สถานะเจ้าอย่างไรก็เป็นถึงองค์ชาย น่าเสียดายกลับถูกทั่วป๋าเหลียงส่งมาข้างกายจวิ้นอ๋องหนานคัง...หากไม่ใช่ว่ามีโอกาสครั้งนี้ยุยงให้จวิ้นอ๋องหนานคังกบฏ เจ้าก็คงต้องอยู่เงียบๆ ไร้สำเนียงเช่นนี้ไปตลอดชีวิต”

ทั่วป๋าจิ่งพลันลืมตาขึ้นทันที จ้องมองฉู่หลิงด้วยสายตาดุเดือด

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนน่าสนุกข้อหนึ่ง เจ้าจะลองไตร่ตรองดูสักหน่อยไหม”

ทั่วป๋าจิ่งเงียบงัน ฉู่หลิงเอ่ยต่ว่า “ก่อนหน้านี้ข้าบอกเจ้าว่าทั่วป๋าเหลียงใกล้ตายแล้ว ไม่ใช่เรื่องล้อเจ้าเล่น ตอนนี้แม้ว่าทั่วป๋าเหลียงมีองค์ชายหลายองค์ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ความ และข้าว่าพวกเขาคงมีชีวิตต่อไปไม่นานนัก หรือว่าเจ้าร่วมมือกับข้า ข้าช่วยให้เจ้าได้สถานะที่เจ้าควรได้รับ ถึงกับ...อาจมากยิ่งกว่านี้”

ทั่วป๋าจิ่งแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ท่านคิดว่าข้าจะเชื่อท่านหรือ”

ฉู่หลิงเอียงคอมองประเมินเขา “เจ้าไม่เชื่ออันใดข้า ไม่เชื่อว่าทั่วป๋าเหลียงจะตายหรือไม่เชื่อว่าข้าจะช่วยเจ้า”

ทั่วป๋าจิ่งกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ข้าล้วนไม่เชื่อ ฝ่าบาทจะไม่ตาย อย่างน้อยก็ไม่ตายก่อนท่าน!”

หว่านเฟิงเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ทั่วป๋าเหลียงอายุปูนนี้แล้ว แม้อายุยืนเช่นไรก็ย่อมต้องเป็นเขาตายก่อน”

ฉู่หลิงอมยิ้มตบไหล่นาง บอกให้นางไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ยิ้มเอ่ย “คุณชายทั่วป๋าไม่เชื่อว่าข้าจะไม่เป็นอันใดหรือ แต่...เจ้าก็คงไม่คิดตายกระมัง หากคิดตาย ก็หมดสิ้นทุกอย่างแล้วนะ เจ้าเดาว่าหากเจ้าตาย ทั่วป๋าเหลียงจะเสียใจหรือไม่ จะปวดใจสักเค่อหนึ่งบ้างหรือไม่”

ทั่วป๋าจิ่งสายตาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เห็นชัดว่าเขาเข้าใจดีว่าแม้เขาตายไป ทั่วป๋าเหลียงก็คงไม่ได้รู้สึกปวดใจ แม้ว่าเขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของทั่วป๋าเหลียง แต่สำหรับทั่วป๋าเหลียงแล้ว ก็เป็นเพียงแต่บุตรที่ถือกำเนิดจากสตรีเทียนฉี่ต่ำต้อย ยังมีค่าสู้เจ้าพวกงั่งที่ถือกำเนิดจากอนุพวกนั้นไม่ได้ หากไม่ใช่ว่าเขามีพรสวรรค์และความสามารถอยู่บ้าง เกรงว่าตอนนั้นคงถูกทิ้งไว้ที่เรือนหลังจวนหมิงเต๋ออ๋อง มีชีวิตต้อยต่ำยิ่งกว่าทาสกระมัง แต่ก็มิได้หมายความว่าเขาจะทรยศทั่วป๋าเหลียง ในใจทั่วป๋าจิ่ง ทั่วป๋าเหลียงก็คือบิดาเขา และยังเป็นเจ้านายที่เขาจำเป็นต้องภักดี เขาหวังให้อีกฝ่ายยอมรับและชื่นชมเขาบ้าง เขาไม่มีทางทรยศทั่วป๋าเหลียงอย่างเด็ดขาด

ฉู่หลิงเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึกของเขาแล้วก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ข้าเองก็ไม่อยากทำให้เจ้าลำบากใจ ลองว่ามาเจ้าวางยาอันใดเสด็จพ่อข้า”

ทั่วป๋าจิ่งยิ้มเยียบเย็น “ดูท่าองค์หญิงหายาถอนพิษไม่พบ ดังนั้น...องค์หญิงติดรับปากเงื่อนไขข้าแล้วหรือ”

ฉู่หลิงหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ เจ้าไม่มียาถอนพิษ ยังคิดจับเสือมือเปล่ากับข้า”

ทั่วป๋าจิ่งเอ่ยว่า “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่มียาถอนพิษ หรือความจริงองค์หญิงหวังว่าข้าจะไม่มียาถอนพิษ”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 750