ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 749

#749ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 489-2 สู่แดนสงบสุขเร็ววัน

นอกประตูมีคนเดินเข้ามา สองมือถือสารเข้ามาฉบับหนึ่ง พอจวินอู๋ฮวนเปิดออกอ่าน คิ้วก็กระตุกเล็กน้อย “ฉินซูจะมาเมืองชางอวิ๋น รู้แล้ว ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ให้คนเตรียมการต้อนรับอ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดินซีฉิน”

“ขอรับท่านเจ้าเมือง”

เมืองผิงจิง จวนองค์หญิงเสินโย่ว

ฉู่หลิงตื่นมาก็รู้สึกสดชื่นมาก ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอน นอกประตูก็มีบ่าวหญิงคำนับพร้อมเพรียง “องค์หญิง”

ฉู่หลิงพยักหน้าเล็กน้อย ถามขึ้นว่า “ยามใดแล้ว”

บ่าวหญิงทูลว่า “ทูลองค์หญิง องค์หญิงนอนไปเพียงชั่วยามกว่าเท่านั้น อีกครู่หนึ่งก็ควรได้เวลาอาหารเย็น”

ฉู่หลิงขยี้หว่างคิ้ว เดินออกไปพลางถามขึ้นว่า “ไป๋ลู่กลับมาแล้วหรือยัง”

บ่าวหญิงทูลตอบ “แม่นางไป๋ลู่กับฮูหยินจั๋วพาคุณชายน้อยกลับมาแล้วเพคะ คุณชายน้อยได้ยินว่าองค์หญิงเพิ่งเข้านอน จึงไปห้องหนังสือก่อน”

ฉู่หลิงพยักหน้า “รู้แล้ว ไปได้แล้ว”

ในห้องหนังสือ ฉางเซิงนั่งประคองหนังสือตั้งใจพลิกอ่านอยู่ที่หน้าโต๊ะ เด็กอายุสิบสองตอนนี้มีท่าทางเหมือนหนุ่มน้อยขึ้นมาบ้างแล้ว ไม่ได้เห็นไม่กี่เดือนดูเหมือนโตขึ้นไม่น้อย หลายปีมานี้ได้รับการปรับธาตุในกายจากเซียวเยียนเอ๋อร์และอวิ๋นสิงเยว่ สุขภาพฉางเซิงก็ดีขึ้นมาก เพียงแต่เด็กน้อยกำลังยืดตัวจึงแลดูผอมอยู่บ้าง ใบหน้ายังคงซีดขาว แต่เทียบกับสามสี่ปีก่อน ตอนที่จวิ้นอ๋องป๋อหนิงสองสามีภรรยาเกรงว่าไม่ทันระวังอาจทำหลานชายสิ้นลม ตอนนี้นับได้ว่าแตกต่างลิบลับ

ฉางเซิงได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง เห็นฉู่หลิงที่เดินเข้ามา พลันเผยแววตายินดีและรอยยิ้มอย่างไม่อาจระงับ “พี่อาหลิง!”

ฉู่หลิงเห็นหนุ่มน้อยเข้ามาหาตนเอง ก็ยื่นมือขึ้นตบไหล่เขาเบาๆ ยิ้มเอ่ย “ไม่พบกันหลายเดือน ฉางเซิงสูงขึ้นอีกแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง สองสามวันนี้ตกใจหรือไม่”

ฉางเซิงส่ายหน้าไปมา “ไม่ พี่ไป๋ลู่กับฮูหยินจั๋วพาข้าไปหลบ พี่อาหลิง ท่านปู่ท่านย่าข้ากับฝ่าบาทไม่เป็นอันใดจริงหรือ”

เอ่ยถึงเรื่องนี้ แววตาฉางเซิงก็รู้สึกละอายใจ เห็นชัดว่ารู้สึกว่าตนเองไปแอบซ่อน ปล่อยให้ท่านปู่ท่านย่าและฝ่าบาทอยู่ข้างนอก เป็นเรื่องอกตัญญูยิ่ง

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ย่อมเป็นเรื่องจริง อย่างไรท่านปู่เจ้าก็เป็นถึงจวิ้นอ๋อง หากไม่ถึงเวลาจำเป็นจริงๆ ย่อมไม่มีคนแตะต้องเขา”

ฉางเซิงได้ยินดังนี้ก็ถอนใจโล่งอก “ไม่เป็นไรก็ดี ฉางเซิงตอนนี้กลับไปเยี่ยมท่านปู่ท่านย่าไหม”

ฉู่หลิงพยักหน้ายิ้มเอ่ย “ก็ได้ ให้ไป๋ลู่กลับไปกับเจ้าด้วย”

“ขอบคุณพี่อาหลิง!” เสียงขอบคุณเบิกบานใจดังขึ้น ใบหน้าผอมเซียวของฉางเซิงเต็มไปด้วยความดีใจ ฉู่หลิงอดนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของฮ่องเต้หย่งเจียไม่ได้ หากแต่งตั้งฉางเซิงสืบทอดเป็นโอรส ดำรงตำแหน่งรัชทายาท เกรงว่าวันหน้าฉางเซิงเองก็คงไม่มีความสุขเรียบง่ายเหมือนเช่นตอนนี้ได้อีกแล้ว แต่...คนเราอยู่บนโลกนี้ คิดจะได้รับสิ่งใดก็ต้องมอบออกไปบ้าง หลายปีมานี้อย่างไรฉางเซิงก็คงพอเข้าใจเส้นทางที่ตนเองต้องเดินต่อไปในอนาคตได้บ้างแล้ว และเขาได้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่คิดหลบหลีกหรือลังเล เกิดในราชวงศ์ นอกจากคนที่ไม่ใส่ใจชื่อเสียงผลประโยชน์แท้จริง ไม่เช่นนั้นหากมีโอกาสผู้ใดไม่คิดขึ้นสู่บัลลังก์กัน

ฉู่หลิงยิ้มหวานเอ่ยว่า “ไปได้แล้ว”

มองฉางเซิงวิ่งออกไปหาไป๋ลู่ บนใบหน้าฉู่หลิงยังคงมีรอยยิ้มบางฉาบอยู่ จนกระทั่งหวนอวี้กับหว่านเฟิงเดินเข้ามาจึงได้เก็บรอยยิ้ม มองทั้งสองคนเดินเคียงกันเข้ามา

คิ้วฉู่หลิงกระตุกเล็กน้อยยิ้มเอ่ยว่า “คุณชายหวนอวี้อยู่ในคุกเป็นอย่างไรบ้าง”

คุณชายหวนอวี้ยิ้มตาหยี “ก็ไม่เลว สนุกไปอีกแบบ หากองค์หญิงสนใจก็ไปลองดูได้”

ฉู่หลิงเบ้ปาก “แล้วไปดีกว่า ข้าไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์เหมือนคุณชายหวนอวี้”

หว่านเฟิงยิ้มเอ่ย “องค์หญิง อย่าหยอกล้อคุณชายหวนอวี้เล่นอีกเลย เรื่องสองสามวันนี้ คุณชายหวนอวี้ยุ่งตั้งแต่เช้าวันนี้มาถึงตอนนี้”

เดิมฉู่หลิงไม่ได้คิดฟื้นฝอยหาเรื่อง ก็แค่คิดหยอกหวนอวี้เล่นคำสองคำเท่านั้น เห็นหว่านเฟิงกล่าวเช่นนี้ ก็ใจดีเปลี่ยนบทสนทนาทันที มองไปทางคุณชายหวนอวี้ “เป็นอย่างไรบ้าง คนพวกนั้นคายอันใดออกมาบ้าง”

หวนอวี้ดึงคำให้การปึกหนาออกมาจากแขนเสื้อ “เรื่องราวไม่น้อย องค์หญิงเชิญอ่านดู คนผู้นั้นที่องค์หญิงให้คนส่งมา ข้าดูแลเป็นพิเศษ องค์หญิงต้องการคาดเดาสถานะเขาหรือไม่”

ฉู่หลิงเลิกคิ้ว หวนอวี้ถอนหายใจอย่างจนใจ “ชายผู้นั้นปีนี้อายุยี่สิบห้า เปลี่ยนชื่อเป็นฉีจิ่ง เดิมชื่อจริงคือทั่วป๋าจิ่ง”

ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “ราชนิกุลเป่ยจิ้น”

หวนอวี้ยักไหล่ “น่าจะนับได้กระมัง...เขาเป็นลูกนอกสมรสของทั่วป๋าเหลียงวัยหนุ่มกับหญิงสาวเทียนฉี่ อายุสิบห้าก็ถูกทั่วป๋าเหลียงส่งมาเทียนฉี่ แม้ว่าเขาเป็นคนคุกหมิงอวี้และเป็นบุตรชายทั่วป๋าเหลียง แต่ทั่วป๋า เหลียงน่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขามากนัก ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ส่งมาอยู่ข้างกายจวิ้นอ๋องหนานคัง อย่างไรสิบปีก่อนทั่วป๋าเหลียงเองก็คงมิกล้ารับรองว่าตนเองจะได้ขึ้นครองราชย์ และคงคาดไม่ถึงว่าจวิ้นอ๋องหนานคังจะคิดก่อกบฏ ครั้งนี้ทั่วป๋าเหลียงต้องการรับมือกับราชสำนักเทียนฉี่ จึงได้คิดถึงว่ายังมีบุตรชายคนนี้อยู่ข้างกายจวิ้นอ๋องหนานคัง”

“กล่าวเช่นนี้...หากข้าคิดใช้เขามาข่มขู่ทั่วป๋าเหลียงก็คงไม่สำเร็จสินะ” ฉู่หลิงถามขึ้น

หวนอวี้ยักไหล่ “เกรงว่าไร้ประโยชน์ อาฮูหลู่น่าจะมีประโยชน์กว่า อย่างไรอาฮูหลู่ก็เป็นชนชั้นสูงเผ่ามั่วและยังเป็นเสนาบดีเป่ยจิ้น มีค่าเพียงใดลองชั่งน้ำหนักดูได้” ฉู่หลิงส่ายหน้า “ไม่ได้สิ อาฮูหลู่ไม่อาจกลับเมืองเหนือได้ และของขวัญที่ข้าจะเตรียมมอบให้ทั่วป๋าเหลียงยังไม่ได้เตรียมเลย”

“เจ้าเตรียมมอบอันใดให้ทั่วป๋าเหลียง” หวนอวี้ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

ฉู่หลิงคิดแล้วก็เอ่ยว่า “สู่แดนสงบสุขเร็ววัน”

“...” หวนอวี้พลันไร้วาจา

ฉู่หลิงถามขึ้นว่า “พิษในพระวรกายเสด็จพ่อ คนผู้นั้นว่าอย่างไรบ้าง”

หวนอวี้ยักไหล่ “เจ้าหมอนั่นปากแข็งมาก เรื่องพวกนี้ได้มาจากปากผู้อื่น เขาไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว” คุ

ณชายหวนอวี้มองดูสีหน้านิ่งเฉยของฉู่หลิงก็รู้สึกอับอายจนกลายเป็นความโมโห เอ่ยว่า “ไม่ใช่เพราะข้ามือไม้อ่อนนะ แต่เจ้าหมอนั่นยอมตายก็ไม่ยอมปริปากจริงๆ หากทรมานต่อไป ก็คงตายได้จริงๆ”

ฉู่หลิงเลิกคิ้ว “ยอมตายก็ไม่ยอมปริปาก เช่นนั้นเหตุใดเขาไม่ไปตาย”

หวนอวี้กะพริบตาปริบๆ เหมือนครุ่นคิดอันใดได้ “ใช่แล้ว คนปกติมาถึงขั้นนี้แล้ว หากเป็นคนไม่ยอมอ่อนข้อจริง ก็คงคิดหาทางปลิดชีพตนเองแล้ว เจ้าหมอนี้น่าแปลกมาก เขาอดทนได้จริง ทรมานอย่างไรก็ไม่ยอมปริปาก คล้ายว่าไม่รู้สึกเจ็บปวด”

หว่านเฟิงยิ้มเอ่ย “เยียนเอ๋อร์ตรวจดูแล้ว ความรู้สึกรับรู้เขาปกติ ไม่ใช่คนที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดพวกนั้น” ดังนั้นคนผู้นี้อดทนได้จริงๆ

หวนอวี้กลอกตามองบน “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนี้ มองอย่างไรก็มีแต่ตายสถานเดียว ในเมื่อไม่คิดสารภาพ แล้วจะยังทนต่อไปทำไมกัน”

“การตายไม่สู้มีชีวิตที่ทนอยู่” หว่านเฟิงเอ่ยขึ้น “ก็มิใช่ทุกคนจะมีความกล้าพอจะเผชิญกับความตายได้”

“นั่นเพียงเพราะว่า มีชีวิตไม่ทุกข์ทรมานเพียงพอ” หวนอวี้กล่าว

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย “ไว้ข้าลองไปพบเขาดู ข้าเองก็อยากรู้มากว่าแท้จริงจะอดทนได้ถึงขั้นใด”

หวนอวี้ยิ้มเอ่ย “ได้ยินว่าองค์หญิงเก่งกาจในเรื่องพวกนี้ ไม่แน่ว่าองค์หญิงไปพบเขาอาจจะยอมสารภาพก็ได้”

ฉู่หลิงยิ้มเพียงใบหน้า หรี่ตามองเขา “ขอให้เป็นจริงดังวาจาเจ้า”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 749