ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 747
ตอนที่ 488-2 ปล่อยอำนาจในมือ!
ฉางเซิงต่างรุ่นอาวุโสกับฉู่หลิง ตามหลักควรให้เป็นพระนัดดาของฮ่องเต้หย่งเจีย แต่ฮ่องเต้หย่งเจียไม่มีองค์ชายที่เจริญชันษาสู่วัยหนุ่ม ถึงกับแม้แต่องค์ชายที่อายุถึงสิบขวบก็ไม่มี ฮ่องเต้หย่งเจียก็คงไม่อาจรับเขาเป็นโอรสของคนที่ตายไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้หย่งเจียคิดว่าพี่สาวน้องชายจะมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดยิ่งกว่าป้าหลาน ปัญหาเรื่องรุ่นอาวุโสเรื่องเล็กนี้ย่อมไม่ใช่ปัญหาของการครองตำแหน่งฮ่องเต้ คนในราชสำนักต่างรู้กันดีแก่ใจ ดังนั้นคงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะถูกคัดค้านมากนัก
“เสด็จพ่อ!”
ฮ่องเต้หย่งเจียยิ้มเอ่ย “เรื่องฉางเซิงน่าจะไม่มีปัญหาอันใด แต่หากเจ้าต้องการกุมอำนาจให้มั่นคงก็ต้องให้เจ้าหาทางเอาเองแล้ว เรายังอยู่ก็พอช่วยเจ้าได้บ้าง แต่วันหน้าหากเราไม่อยู่...ก็คงต้องอาศัยตัวเจ้าเองแล้ว”
ในใจฉู่หลิงอดปวดปลาบไม่ได้ ขอบตาเริ่มรื้นแดง ไม่ว่าเป็นฮ่องเต้อย่างไร แต่ฮ่องเต้หย่งเจียในฐานะบิดาหลายปีมานี้เรียกได้ว่าทุ่มเทเพื่อนางอย่างแท้จริง ฉู่หลิงไม่ใช่พวกใจแข็งดังหินผาไร้ความรู้สึกรับรู้ จะไม่หวั่นไหวได้อย่างไร
“เด็กดี ในเมื่อเป็นเส้นทางที่เจ้าเลือกเอง เจ้าก็พยายามเดินหน้าต่อไป”
ฮ่องเต้หย่งเจียแย้มสรวลตรัส “แม้ว่าเราไม่ได้มีความสามารถอันใด แต่ก็มีบุตรีที่มีความสามารถ ในหน้าประวัติศาสตร์วันหน้า จะต้องมีชื่อดำรงเกียรติอย่างแน่นอน”
ฉู่หลิงถูกหยอกจนขำ ขอบตาแดงเล็กน้อยเอ่ยว่า “เสด็จพ่อทรงพักผ่อนให้สบายพระทัย จะต้องมีพระพลานามัยแข็งแรง คอยทอดพระเนตรพวกเรายึดพื้นที่ทางเหนือกลับคืน อย่าลืมว่าพวกเรายังต้องรับพี่ฝูอีกลับบ้าน”
ฮ่องเต้หย่งเจียสายพระเนตรกระตุกเล็กน้อย พยักพระพักตร์ตรัสว่า “ได้ เราจะรอ”
พอฉู่หลิงขอตัวออกไปจากตำหนักบรรทมฮ่องเต้หย่งเจีย ฮ่องเต้หย่งเจียก็ให้คนไปตามจวิ้นอ๋องป๋อหนิงกับเซี่ยงกั๋วกงเข้าวัง สามคนปิดห้องบรรทมคุยอันใดกันย่อมไม่มีผู้ใดรู้ ฉู่หลิงเองก็เช่นกัน พอออกจากตำหนักบรรทม นางก็เดินออกจากวัง นอกประตูวังกลับคืนสู่ความเคร่งขรึมเงียบสงบดังเดิมแล้ว แต่ตอนเดินออกจากประตูวัง ยังคงรู้สึกได้ว่ามีสายตาลอบมองจากที่ลับไม่น้อย ฉู่หลิงชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แต่ยังคงก้าวออกไปด้วยท่าทางสงบนิ่ง
ยามนี้ในตรอกชาวบ้านแห่งหนึ่งใกล้กับคุกหลวง มีกลุ่มชายชุดดำกำลังถูกทหารกองกำลังรักษาพระองค์เฝ้าหน้าประตูปิดล้อมไว้ ชายชุดดำเหล่านี้ไม่มีทางยอมแพ้เพราะอีกฝ่ายคนมาก กลับต่อต้านอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น กองกำลังรักษาพระองค์ล้อมพวกเขามากกว่าหลายเท่า แต่ยังคงทำอันใดพวกเขาไม่ได้ แต่กลับถูกพวกเขาสังหารบาดเจ็บล้มตายไม่น้อย
“พวกนี้เป็นใครกันแน่ปะปนเข้ามาเมืองผิงจิงได้อย่างไร! ขุนพลทหารหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ามองการต่อสู้อลหม่านตรงหน้าแล้วก็อดขมวดคิ้วกล่าวไม่ได้
ขุนพลทหารอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอบว่า “ได้ยินว่าเป็นชาวเป่ยจิ้น”
ขุนพลทหารหนุ่มขมวดคิ้ว กวาดตามองไปยังศพชายชุดดำบนพื้นไม่ไกลนัก เดินเข้าไปดึงผ้าดำคลุมหน้าชายชุดดำออก กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ชาวเทียนฉี่” และยังดึงของอีกหลายคนออก ส่วนใหญ่เป็นชาวเทียนฉี่ดังคาด
“เป็นชาวเทียนฉี่ที่ถูกชาวเผ่ามั่วซื้อตัวไปกระมัง”
ขุนพลทหารหนุ่มไม่พอใจ “มีความสามารถเช่นนี้ ทำอันใดไม่ทำ แต่กลับไปเป็นสุนัขรับใช้เผ่ามั่ว ตอนนี้ทำอย่างไรดี หากสู้กันต่อไป ไม่แน่ว่าพวกเขาคงฝ่าออกไปได้ เบื้องบนบอกว่าไม่ให้หนีไปได้”
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่คิดปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ฝีมือชายชุดดำพวกนี้เก่งกาจและดุเดือดมาก ทั้งยังตั้งใจคิดหนี ช้าเร็วย่อมตีฝ่าวงล้อมพวกเขาออกไปได้
“ส่งคนไปขอความช่วยเหลือแล้ว” คนข้างๆ เอ่ยบอก
เพิ่งกล่าวจบก็เห็นเงาร่างหนึ่งมาถึง พริบตาก็เห็นชายหนุ่มผึ่งผายองอาจถือทวนยาวทะยานเข้าสู่สนามต่อสู้อลหม่าน ชายหนุ่มเหมือนอายุเพียงแค่ยี่สิบต้น ร่างสูงสง่าผึ่งผาย โครงหน้าเด็ดเดี่ยวองอาจ ทวนยาวในมือราวกับมังกรเงินกระหน่ำถาโถมฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า เดิมชายชุดดำฝ่าวงล้อมออกไปถึงวงล้อมนอกได้แล้ว แต่เพราะเขาปรากฏตัวขึ้น พริบตาก็ถูกตีโต้กลับไป
พร้อมกับเสียงฝีเท้าม้าดังมา ครู่หนึ่งต่อมาฝีเท้าม้าก็กลายเป็นเสียงฝีเท้า ทหารมือถืออาวุธมากมายล้อมมาจากทั่วทุกสารทิศเข้าร่วมสนามต่อสู้นี้ทันที เห็นชัดว่าคนเหล่านี้ฝึกซ้อมมาอย่างดีและฝีมือไม่ด้อย แม้สู้กันตัวต่อตัวอาจสู้ชายชุดดำเหล่านั้นไม่ได้ แต่คล้ายว่าได้มีการจัดการมาก่อนแล้วว่าจะใช้วิธีรวมกลุ่มสามถึงห้าคนล้อมต่อสู้กับชายชุดดำหนึ่งคน เพราะมีคนเหล่านี้เข้าร่วม กองกำลังรักษาพระองค์จึงกดดันน้อยลง เริ่มล้อมกลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง เดิมถูกชายชุดดำสู้ตายเกือบฝ่าออกไปได้ ยามนี้แนวป้องกันพลันแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง
“คนเหล่านี้คือผู้ใดกัน” ขุนพลทหารทหารเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“ผู้นั้นก็คือบุตรชายคนโตของแม่ทัพเฝิงเจิง เฝิงซือเป่ย” มีคนชี้ไปยังชายหนุ่มในสนามต่อสู้ “ได้ยินว่าตอนนี้เขาติดตามองค์หญิงเสินโย่ว คนพวกนี้...น่าจะเป็นคนของกองกำลังเสินโย่ว”
“ร้ายกาจมาก” หลายปีก่อนกองกำลังเสินโย่วไม่แตกต่างจากกองกำลังรักษาพระองค์พวกเขามากนัก เพราะว่าพวกเขาเดิมก็เป็นคนจากกองกำลังรักษาพระองค์ก่อนแบ่งออกไปพระราชทานให้องค์หญิงเสินโย่ว แต่ผ่านไปไม่กี่ปี กองกำลังเสินโย่วถึงกับเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ ได้ยินว่าครั้งนี้กองกำลังเสินโย่วติดตามองค์หญิงเสินโย่วขึ้นเหนือไปรบกับชาวเผ่ามั่ว ตอนนี้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่...ไม่ใช่ว่าติดตามองค์หญิงเสินโย่ว กลับมาจากตอนเหนือหรือ
เพราะมีกองกำลังเสินโย่วเข้าร่วม เวลาไม่ถึงสองเค่อ การต่อสู้วุ่นวายก็จบลง เฝิงซือเป่ยสะบัดโลหิตติดคมทวนทิ้ง ก่อนจะถือทวนยาวเดินตรงไปหาบรรดาขุนพลทหารที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
ระยะนี้เขารบอยู่ทางเหนือไม่ได้ขาด เมื่อครู่ก็สังหารคนไปไม่น้อย อายุยังน้อยก็มีกลิ่นอายสังหารรุนแรงเช่นนี้ ขุนพลทหารเหล่านั้นเห็นเขาเดินเข้ามา ถึงกับอดผงะถอยหลังไม่ได้ พอรู้ตัวได้สติคืนมา ก็มองไปทางเฝิงซือเป่ยด้วยท่าทางเก้อเขิน เฝิงซือเป่ยคล้ายรับรู้ความคิดพวกเขา ได้แต่ประสานมือเอ่ยว่า “กองกำลังเสินโย่ว เฝิงซือเป่ย คารวะขุนพลทุกท่าน สายของเป่ยจิ้นในเมืองและพรรคพวกกบฏของจวิ้นอ๋องหนานคังถูกจับกุมหมดแล้ว แต่ก็ยังมีเล็ดลอดไปบ้างแอบซ่อนตัวอยู่แต่ละแห่งในเมือง ขอท่านขุนพลทุกท่านช่วยจับตาให้ด้วย”
ทุกคนจึงได้สติคืนมา รีบเอ่ยว่า “แม่ทัพน้อยเฝิงกล่าวหนักไปแล้ว ควรกล่าวว่าแม่ทัพน้อยเฝิงช่วยพวกเราอย่างมากถึงจะถูกต้อง หากไม่ใช่ว่าทุกท่านมาทันเวลา ไม่แน่ว่าคนพวกนี้คงหนีไปได้แล้ว”
เฝิงซือเป่ยหัวเราะ “ข้าน้อยรับคำสั่งองค์หญิง ยังต้องส่งเชลยพวกนี้เข้าคุกหลวง ขอตัวก่อน”
“ไม่ส่งแล้ว”
เฝิงซือเป่ยนำคนคุมตัวคนคุกหมิงอวี้ที่เพิ่งจับได้ไปคุมขังที่คุกหลวง ที่นี่เดิมห่างจากคุกหลวงไม่ไกล คนพวกนี้หลบซ่อนอยู่ที่นี่ เกรงว่าคงคิดปล้นคุก แต่กลับไม่คิดว่ายังไม่ทันได้ปฏิบัติการก็ถูกจับได้เสียก่อน ถูกกองกำลังรักษาพระองค์ล้อมไว้หมด เฝิงซือเป่ยนำคนเข้าไปส่งก็เห็นคุณชายหวนอวี้ออกมารอรับ คุณชายหวนอวี้ยิ้มตาหยีโบกมือให้เขา “เสี่ยวเฝิง ไม่ได้เจอกันนาน”
เฝิงซือเป่ยหลุบตาเอ่ยนอบน้อม “คุณชายอวี้ลำบากแล้ว”
หวนอวี้เลิกคิ้ว “ลำบาก?”
เฝิงซือเป่ยเอ่ยว่า “คุณชายอวี้สุภาพอ่อนโยน รูปงามเจ้าสำอาง ต้องทนอัดอั้นอยู่ในคุก จะไม่ลำบากได้อย่างไร” เห็นสีหน้าคุณชายหวนอวี้ไม่ดีนัก เฝิงซือเป่ยก็สำทับไปอีกว่า “วาจานี้เป็นวาจาองค์หญิง องค์หญิงรับสั่งให้ข้าน้อยทักทายคุณชายอวี้เช่นนี้”
หวนอวี้อดกระตุกมุมปากไม่ได้ โบกมืออย่างไร้อารมณ์จะสนใจ “คนของคุกหมิงอวี้หรือ ในคุกไม่มีที่แล้ว ขังพวกเขาไว้ลานด้านนอกนี้ก่อน”
วันนี้ตั้งแต่ตอนเช้า ในคุกก็มีคนถูกขังเต็มแน่นแล้ว องค์หญิงเสินโย่วทำงานเปิดเผย จับตัวยัดเข้าคุกทันที คุณชายหวนอวี้จัดของในแขนเสื้อเงียบๆ เช้านี้เขาไม่ได้ว่าง หวังว่าผลที่ได้จะเพียงพอให้เขาทำความดีลบล้างความผิดต่อองค์หญิง
ก็แค่ไม่ทันระวังโดนผู้อื่นจับตัวมาไม่ใช่หรือ ยุคสมัยนี้ยืนริมแม่น้ำ ไหนเลยรองเท้าจะไม่เปียก
คุณชายหวนอวี้มองเฝิงซือเป่ยที่เพิ่งเอ่ยหยอกล้อตนเอง อารมณ์ที่ไม่ดีก็มลายหายไปสิ้น