ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 745

#745ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 487-2 คลื่นลูกหลังช่างน่ากลัว!

ใต้เท้าจูถอนหายใจ เห็นชัดว่าคิ้วขมวดแน่นอย่างลำบากใจมาก ในฐานะขุนนาง เขาย่อมรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะดีต่อราชสำนัก ดีต่อใต้หล้า แต่ในฐานะคนชาติกำเนิดเดียวกัน ให้เขามองดูตระกูลขุนนางเก่าแก่หลายร้อยปี ต้องสูญสลายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เช่นนี้ เขาเองก็ทำใจยอมรับได้ยากยิ่ง

ตระกูลจูไม่ได้เข้าร่วมวงกับเหตุกาณ์ครั้งนี้ ตั้งแต่เรื่องจวิ้นอ๋องอันซิ่น ใต้เท้าจูก็กุมอำนาจสั่งการตระกูลจูด้วยตนเอง หลายปีมานี้ควบคุมลูกหลานตระกูลจูเข้มงวดมาก เขารู้ว่าด้วยนิสัยองค์หญิง เกรงว่าไม่มีทางยอมลงให้ตระกูลใหญ่เหล่านี้เป็นแน่ หากองค์หญิงท่านนี้เป็นบุรุษ เกรงว่าก็คือฉู่เลี่ยคนที่สอง

หากตอนนี้สถานการณ์สงบสุขรุ่งเรือง ใต้เท้าจูรู้สึกว่าตนเองน่าจะยืนอยู่คนละฝั่งกับองค์หญิงเสินโย่ว อย่างแน่นอน แต่เพราะตอนนี้แผ่นดินเทียนฉี่กำลังตกอยู่ในสภาวะเลื่อนลอยไร้ความมั่นคง ตอนแรกใต้เท้าจูจึงได้เลือกยืนข้างเดียวกับซั่งกวนเฉิงอี้และองค์หญิงเสินโย่ว แม้ว่าเขามีชาติกำเนิดตระกูลใหญ่ แต่อย่างไรก็เป็นบัณฑิตศึกษาหลักการเหตุผลปรัชญาเมธีมา

ทุ่มเทเพื่อใต้หล้า มุ่งมั่นเพื่อประชา สืบสานสืบทอดความรู้ที่ขาดหาย เปิดประตูสู่สันติภาพ! วาจาเหล่านี้ บางทีคนพวกนี้ผ่านมรสุมราชสำนักมาหลายปี อาจทำให้หลงลืมไปได้ แต่ก็ยังมีคนจดจำขึ้นใจ

ตอนนี้หากต้องให้เขาเอ่ยด้วยตนเองว่าจะจัดการตระกูลขุนนางเก่าแก่เหล่านี้ เขายังคงพูดไม่ออก

ฉู่หลิงย่อมเข้าใจสถานะอึดอัดของใต้เท้าจู จึงมิได้ฝืนใจอันใด มองไปทางหลีตั้นข้างๆ ยิ้มเอ่ย “หลีตั้น เจ้ามีความเห็นเช่นไร”

หลีตั้นกวาดตามองทุกคนในพระที่นั่งด้วยสีหน้าเย็นชา กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ทูลองค์หญิง กระหม่อมคิดว่าควรถือโอกาสนี้จัดการกำจัดตระกูลเหล่านั้น”

หลายคนได้ยินดังนี้ก็อดตกใจสูดลมหายใจเฮือกไม่ได้ มองไปทางหลีตั้นอย่างตื่นตะลึง ชายหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนเพิ่งจะอยู่ในวัยสวมหมวกเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ถึงกับเหี้ยมโหดเช่นนี้ หลีตั้นในวัยหนุ่มน้อยเป็นคนเช่นไร ทุกคนในที่นั้นล้วนรู้ เขาเป็นคนมีความสามารถมากจริงๆ แต่สายตามักให้ค่าแต่สิ่งสูงส่ง สำหรับพวกใต้เท้าจูแล้ว ถือว่าหยิ่งยโสและละอ่อนเกินไป ตอนนี้เอ่ยเพียงวาจาเดียว กลับทำให้ในใจหลายคนหนาวยะเยือก หลายคนไม่อาจไม่ทอดถอนใจ คลื่นลูกหลังช่างน่ากลัวจริง

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย “ตระกูลขุนนางเก่าแก่สายสัมพันธ์ซับซ้อนหลายชั้น ทันทีที่แตะต้องพวกเขาก็จะส่งผลกระทบในวงกว้าง ตอนนี้ศึกทางเหนือเริ่มต้นแล้ว ดังนั้นหากทางใต้เกิดเหตุวุ่นวายอีกจะจัดการได้อย่างไร”

หลีตั้นขมวดคิ้ว “ตระกูลขุนนางเก่าแก่เป็นขุนนาง คิดล้มล้างเจ้านาย เดิมก็สมควรตาย หากประกาศการกระทำของพวกเขาต่อประชาใต้หล้า ผู้ร่ำเรียนตำรารู้เหตุผล ไยจึงได้เหิมเกริมลำพองเช่นนี้”

ฉู่หลิงพิงพนักเท้าแขนเก้าอี้ มือหนึ่งเท้าคางมองหลีตั้นตรงหน้าตนเองอย่างนึกสนใจ ถามขึ้นว่า “ตอนนั้น...ตัวอย่างจากอ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดินฉู่เลี่ย นับว่าเกิดขึ้นมาไม่นานนัก”

แต่โบราณมาจนปัจจุบัน ตระกูลใหญ่กับราชวงศ์ก็ต่อสู้กันมาไม่เคยหยุดหย่อน ยามใดที่คิดแตะต้องขุมพลังอำนาจที่กุมอำนาจอิทธิพลใหญ่พวกนั้น ตระกูลขุนนางเก่าแก่พวกนั้นก็จะถึงกับกล้าข่มขู่ฮ่องเต้ สุดท้ายตนเองพลิกสถานการณ์ล้มล้างนายก็มีมาไม่น้อย ไม่นานมานี้...ก็คือฉู่เลี่ยที่ถูกแทงข้างหลังดาบหนึ่งแดดิ้น

หลีตั้นเหลือบตาขึ้นมองฉู่หลิงทีหนึ่ง “องค์หญิง ตอนนี้คือโอกาสที่ดีที่สุด”

ฉู่หลิงเงียบไป หลีตั้นกล่าวได้ถูกต้อง ตอนนี้คือโอกาสที่ดีที่สุด ตอนนี้เป็นช่วงระยะหลายร้อยปีที่นับได้ว่าตระกูลขุนนางเก่าแก่กำลังอ่อนแออย่างที่สุด เหตุสืบเนื่องมาตั้งแต่ตอนนั้นที่เผ่ามั่วรุกรานลงใต้ ทันทีที่ปล่อยให้พวกเขาฟื้นตัว คิดจะจัดการพวกเขาก็มิใช่เรื่องง่ายแล้ว

จวิ้นอ๋องป๋อหนิงนั่งอยู่ข้างๆ เริ่มไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด เขาย่อมมีความคิดเป็นใหญ่แต่ก็มิได้มีมากมายสักเท่าใด องค์หญิงเสินโย่วเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้ อย่าว่าแต่พูด แม้แต่คิดก็มิกล้าคิดมาก่อน จวิ้นอ๋องป๋อ หนิงถึงกับไม่เข้าใจเหตุใดองค์หญิงเสินโย่วต้องเอ่ยเรื่องพวกนี้ต่อหน้าเขา

“ใต้เท้าจู ท่านมีความเห็นอย่างไร” ฉู่หลิงถามขึ้น

ใต้เท้าจูครั้งนี้เงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจยาวเงยหน้าขึ้นมององค์หญิงเสินโย่ว “คุณชายหลีกล่าวได้ถูกต้อง เพียงแต่...องค์หญิงตัดสินพระทัยว่าต้องทำเช่นนี้หรือ ควรรู้ว่าท่านอย่างไรก็เป็นเพียง...”

ฉู่หลิงเข้าใจ อย่างไรนางก็มิใช่ฮ่องเต้ นางถึงกับไม่อาจเป็นฮ่องเต้องค์ถัดไป กระทำเรื่องเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อชื่อเสียง แม้แต่เหตุผลก็ไม่มี

ฉู่หลิงยืดตัวขึ้นนั่งพิงเก้าอี้ กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“เดิมข้าเองก็ไม่คิดสนใจเรื่องพวกนี้ แต่...ก็คงไม่อาจปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป แล้วข้าต้องรอนแรมกลับมาจากทางเหนือเพื่อมาจัดการเรื่องราวยุ่งยากที่คนเหล่านี้ก่อขึ้นหรือ พวกเขาน่าจะโชคดี ครั้งนี้...ยังนับว่าจวิ้นอ๋องหนานคังไม่ใช่ผู้มีอุปนิสัยใจร้อน”

วาจานี้กล่าวขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไป แต่กลับทำให้ใต้เท้าจูฟังแล้วถึงกับต้องหลั่งเหงื่อเย็น ความหมายขององค์หญิงเสินโย่วก็คือ หากตอนองค์หญิงกลับมา จวิ้นอ๋องหนานคังแย่งชิงบัลลังก์สำเร็จ ฝ่าบาทและพวกเซี่ยงกั๋วกงเกิดเรื่อง เกรงว่าตอนนี้ก็คงได้หลั่งโลหิตราวสายน้ำแท้จริงแล้ว

เซี่ยงกั๋วกงที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่กล่าวอันใดมาตลอด พลันเอ่ยว่า “ข้าเห็นด้วยกับองค์หญิงและคุณชายหลี”

ใต้เท้าจูตกใจเล็กน้อย “เซี่ยงกั๋วกง ท่าน...”

ท่านอย่าลืม ตระกูลต้วนก็เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่เช่นกัน แม้ว่าไม่ได้เทียบเท่ากับตระกูลขุนนางเก่าแก่บางตระกูลในเทียนฉี่ แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงชาติกำเนิดเดียวกันของตระกูลต้วนได้

เซี่ยงกั๋วกงส่ายหน้า “ใต้เท้าจู องค์หญิงไม่ได้คิดกำจัดตระกูลขุนนางเก่าแก่ทั้งหมดให้สิ้นซาก หลายตระกูลสืบทอดมาถึงปัจจุบันก็ไม่ใช่ตระกูลที่ช่วงชิงอำนาจปกครอง แต่ก็มีบางพวกที่อยู่สูงส่งกันนานเกินไป อย่าว่าแต่ให้ความเคารพยำเกรงต่อพระราชอำนาจ เกรงว่าแม้แต่คำสอนปรัชญาเมธีที่พวกเขาร่ำเรียนมาในฐานะบัณฑิตก็คงไม่เก็บมาใส่ใจ คนเช่นนี้กลับได้ครองอำนาจยิ่งใหญ่ใต้หล้า อาศัยเพียงแค่อยู่ตำแหน่งสูงส่งก็คิดว่าตนเองควบคุมพระราชอำนาจได้ ถึงกับไม่สนใจแผ่นดินและราษฎร คนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องดำรงอยู่ต่อไปจริงๆ ไม่ใช่หรือ”

ใต้เท้าจูมองไปทางฉู่หลิง ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “สรรพสิ่งบนโลกนี้ ในเมื่อดำรงอยู่ก็ย่อมมีเหตุผลแห่งการดำรงอยู่ หรือว่าใต้เท้าจูรู้สึกว่าข้าจะกำจัดตระกูลขุนนางเก่าแก่ทั้งหมดไม่มีเหลือ”

ใต้เท้าจูขมวดคิ้ว “หากเช่นนี้ก็คงมีชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลกลุ่มใหม่ขึ้นมาแทนกลุ่มเดิม สิบปีร้อยปีต่อมาก็เป็นอิทธิพลใหญ่ทดแทน สิ่งที่องค์หญิงได้กระทำในวันนี้ก็ไร้ความหมาย”

ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ มองใต้เท้าจูอย่างแปลกใจ ยิ้มเอ่ย “ความหมายอยู่ที่ใด? ย่อมอยู่ที่ตอนนี้พวกเขาไม่หาเรื่องยุ่งยากเพิ่มเติมให้ข้าก็นับว่ามีความหมายมากที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น...ราชวงศ์ผลัดเปลี่ยน ตระกูลขุนนางเก่าแก่ผลัดเวียน ร้อยปีพันปีวัฏจักรหมุนเวียนเช่นนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง หรือว่าใต้เท้าจูยังไม่ชิน บางทีสักวันหนึ่งอาจมีคนพบว่า กำจัดวัฏจักรเหล่านี้แล้ว สร้างกฎระเบียบใหม่ขึ้นก็ได้ แต่...ย่อมมิใช่ข้า และมิใช่ยามนี้ เพราะว่าในยามนี้...พวกเรายังมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่า”

ทุกคนต่างเงียบไป พวกเขาย่อมรู้ว่าเรื่องสำคัญที่องค์หญิงเสินโย่วกล่าวหมายถึงเรื่องใด

เป่ยจิ้น เผ่ามั่ว

หากแม้แต่แผ่นดินและราษฎรที่สูญเสียไป ไม่อาจแย่งชิงกลับคืนมา หากแม้แต่ทั้งใต้หล้าก็อยู่ท่ามกลางความล่องลอยไร้อนาคต เช่นนั้นสิ่งที่เรียกว่าสร้างระเบียบใหม่ ก็เรียกได้ว่าเป็นวาจาว่างเปล่าและน่าขันสิ้นดี

ใต้เท้าจูสูดลมหายใจ ใบหน้าอ้วนเล็กน้อยแต่กลับซีดเซียว ยามนี้เต็มไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาลุกขึ้นยืนประสานมือคำนับฉู่หลิงนอบน้อม “กระหม่อม น้อมรับพระบัญชาองค์หญิง”

ในพระที่นั่งเงียบกริบ จวิ้นอ๋องป๋อหนิงมองใต้เท้าจูอย่างตกใจ ใต้เท้าจูคุมอำนาจกรมกิจการทหาร ได้รับการสนับสนุนจากเขา...เกรงว่าเมืองผิงจิงคงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว

ฉู่หลิงยิ้มหวาน “ขอบคุณใต้เท้าจูมาก”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 745