ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 737
ตอนที่ 483-2 สู้ไม่ได้!
“อารักขาท่านอ๋อง! อารักขาท่านอ๋อง!” ก่อนหน้านี้อาฮูหลู่บอกว่าการตายของอดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้นเกี่ยวข้องกับองค์หญิงเสินโย่ว จวิ้นอ๋องหนานคังเองเคยได้วิเคราะห์ข่าวลอบสังหารอดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้น ย่อมไม่เปิดโอกาสให้ฉู่หลิงลอบสังหารเขาได้ ดังนั้นพอควันโขมงขึ้น จวิ้นอ๋องหนานคังก็ถูกโอบล้อมไว้มิดชิด อย่าว่าแต่เข้าประชิดเขา แม้แต่เข้าใกล้คนรอบกายเขาก็ยังไม่อาจเป็นไปได้
กลุ่มองครักษ์อารักขาจวิ้นอ๋องหนานคังถอยหลังไปเรื่อยๆ ป้องกันกลุ่มควันหนามีพิษ พอพวกเขาถอยไปได้ระยะหนึ่ง กลุ่มควันหนาก็ค่อยๆ จางลง เพียงแต่หน้าประตูวังไร้เงาองค์หญิงเสินโย่วแล้ว ไม่ไกลนักมีเสียงหัวเราะดังของฉู่หลิง “จวิ้นอ๋องหนานคัง ข้ามีธุระ ขอตัวก่อน” จวิ้นอ๋องหนานคังสีหน้าดำคล้ำ กัดฟันสบถขึ้นคำหนึ่ง “ตามไป!”
จวิ้นอ๋องหนานคังพาคนกลับไปยังตำหนักบรรทมฮ่องเต้หย่งเจียด้วยอาการโมโหเดือดดาล ฮ่องเต้หย่งเจียกำลังนั่งคุยกับเซี่ยงกั๋วกง น่าจะเพราะว่าได้ยินว่าบุตรีกลับมาแล้ว ฮ่องเต้หย่งเจียจึงได้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง หาได้ยากที่จะลุกจากแท่นบรรทมมาได้ นอกประตูตำหนักมีเสียงเคลื่อนไหวดังไม่น้อย แม้พวกเขาถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนัก แต่ก็ไม่ได้ตัดขาดการข่าวภายนอก ย่อมต้องรู้ พอเช้าตรู่มาฟ้าเริ่มสางเล็กน้อย ฮ่องเต้หย่งเจียกับเซี่ยงกั๋วกงก็มานั่งอยู่ในโถงพระที่นั่ง ฮ่องเต้หย่งเจียมองจวิ้นอ๋องหนานคังที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าดำทะมึนก็ไม่คิดสนพระทัย เพียงแค่เหลือบมองเขาทีหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงดื่มน้ำชาต่อ แต่เซี่ยงกั๋วกงกลับมีท่าทางสนใจ ยิ้มเอ่ยขึ้น “ดูท่าจวิ้นอ๋องหนานคังอารมณ์ไม่ค่อยดี”
จวิ้นอ๋องหนานคังกวาดตามองเขาอย่างประสงค์ร้ายทีหนึ่ง กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เซี่ยงกั๋วกงดูเหมือนอารมณ์ดีไม่เลว”
เซี่ยงกั๋วกงเอ่ยว่า “ในใจไม่คิดปองร้ายผู้ใด อารมณ์ย่อมดี จวิ้นอ๋องหนานคังรู้สึกไหมว่า ตอนนี้เทียบกับตอนอยู่ในพื้นที่บรรดาศักดิ์ท่าน เรื่องราวน่าปวดหัวมากกว่ามาก”
จวิ้นอ๋องหนานคังสีหน้ายิ่งย่ำแย่ ความในใจเหมือนถูกคนอ่านขาดก็ทั้งอับอายและโมโห แย่งชิงบัลลังก์เป็นเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นจนโลหิตร้อนระอุ แต่เห็นชัดว่าแผนการของเขาครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่นเหมือนดังที่คาดการณ์ไว้ ความจริงหลายปีมานี้ ตอนอยู่ในพื้นที่บรรดาศักดิ์ นอกจากความคิดอยากครองความเป็นใหญ่คอยออกมาก่อกวนจิตใจเขายากระงับแล้ว ก็ไม่ได้มีเรื่องอันใดให้เขาต้องเป็นกังวล เรื่องที่เขาต้องกังวลที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องแผนการชิงบัลลังก์ในจินตนาการของตนเอง
แต่เรื่องเช่นนี้ แม้ในใจเขานึกภาพไว้พันรอบ ขอเพียงไม่ลงมือก็ไม่มีอันตรายใดและไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลเช่นกัน ระบบแบ่งสรรพื้นที่บรรดาศักดิ์ให้ปกครองของเทียนฉี่เช่นนี้ ทำให้บรรดาอ๋องที่คิดมีกองทัพส่วนตัวนั้นไม่มาก หลายปีมานี้จวิ้นอ๋องหนานคังกระทำการระมัดระวังอย่างมาก กองทัพเขาก็แค่ไม่กี่หมื่นนายเท่านั้น ดังนั้นความจริงขอเพียงเขาไม่ได้มีความคิดเป็นใหญ่ ฮ่องเต้พระองค์นี้อุปนิสัยอ่อนโยน ไม่คิดหาเรื่องบรรดาอ๋องให้ต้องลำบากใจ จวิ้นอ๋องผู้นี้ไม่แน่ว่าอาจมีชีวิตที่อิสระยิ่งกว่าฮ่องเต้หย่งเจีย
น่าเสียดาย...เรื่องความต้องการครองความเป็นใหญ่พวกนี้ทันทีที่เกิดขึ้นแล้วก็ยากจะระงับลง โดยเฉพาะหลายปีมานี้ มักจะตกในสถานการณ์วาดหวังแต่ไม่อาจรีบร้อนลงมือ
“เซี่ยงกั๋วกง ท่านคิดว่าข้าไม่กล้าแตะต้องท่านหรือ” จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น
เซี่ยงกั๋วกงหัวเราะอย่างรู้ความ ไม่เอ่ยยั่วยุเขาอีก
ฮ่องเต้หย่งเจียวางแก้วน้ำชาลง เงยหน้ามองจวิ้นอ๋องหนานคัง “ชิงเอ๋อร์ทำอันใด”
จวิ้นอ๋องหนานคังยิ้มเยียบเย็น “ดังคาด ฝ่าบาททรงเข้าใจองค์หญิง องค์หญิงนำทหารมาล้อมขุนนางที่มาประชุมตอนเช้าที่หน้าประตูวัง กล่าวว่า...จะสังหารพวกเขา”
ฮ่องเต้หย่งเจียนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนที่กระหายโลหิตบ้าอำนาจ กับขุนนางในราชสำนักเกรงว่าแม้กริ้วหนักก็ไม่เคยคิดสังหารกวาดล้างผู้ใด ดังนั้นได้ยินจวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวเช่นนี้ ก็พลันอึ้งไปทันที
จวิ้นอ๋องหนานคังเอ่ยว่า “ฝ่าบาทไม่ทรงคิดว่าพฤติกรรมองค์หญิงเช่นนี้ดูคุ้นตาบ้างหรือ”
ฮ่องเต้หย่งเจียส่ายหน้าถอนหายใจ “เจ้ากำลังคิดจะบอกว่า...อ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหรือ หลายปีมาแล้ว หรือว่าเรายังจะต้องแคลงใจในเจตนาของบุตรีเราเองด้วยเรื่องนี้ ตอนนั้น...ตอนนั้น หากรู้ว่าจะมีผลเช่นวันนี้ ไม่แน่ว่าเราให้เสด็จอาขึ้นครองราชย์น่าจะดีกว่ากระมัง”
หลายปีมานี้ต้องต่อสู้กับบรรดาขุนนางพวกนี้ ฮ่องเต้หย่งเจียรู้สึกเหนื่อยล้ามากจริงๆ ในฐานะฮ่องเต้ ผู้ใดไม่มีความคิดปกครองสร้างความสำเร็จให้เป็นที่ประจักษ์ แม้แต่อุปนิสัยเช่นฮ่องเต้หย่งเจียเองก็ยังเคยคิดเช่นนี้ แต่แรกสุดที่เขาขึ้นครองราชย์ก็ถูกอ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดินกดทับเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก ตอนนั้นฮ่องเต้หย่งเจียไม่เคยคิดว่าเลยว่าการแย่งชิงอำนาจที่ควรเป็นของตนเองคืนมาจะมีอันใดไม่ถูกต้อง
แต่ตอนเขาแย่งชิงอำนาจคืนกลับมาได้จริง ในใจมีแต่ความยินดี เตรียมจะแสดงอำนาจแสดงฝีมือปกครองก็กลับพบว่า ภายในมีความวุ่นวาย ภายนอกมีภัยร้าย ถูกสกัดไปทุกแห่งหน ฉู่เลี่ยประหารคนที่ขัดขวางเขาทิ้งได้ แม้ต้องฝากชื่อเสียงโหดเหี้ยมไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ แม้เผชิญหน้ากับแม่ทัพตระกูลจวินผู้ภักดี เขาก็กล้าที่จะลงมือย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ถึงกับไม่เลือกวิธีการในการกำจัดอีกฝ่ายทิ้ง เพียงเพราะว่าอีกฝ่ายขัดขวางทางก้าวเดินของเขา แต่ฮ่องเต้หย่งเจียกลับทำไม่ได้ ครั้งแรกที่ต้องรอมชอมกับการแสดงความเห็นขัดแย้งของบรรดาขุนนาง ฮ่องเต้หย่งเจียก็รู้แล้วว่าแม้ตนเองกุมอำนาจฮ่องเต้ ก็ใช่ว่าจะอาจทำทุกอย่างตามที่ต้องการได้
จวิ้นอ๋องหนานคังเอ่ยต่อว่า “ดังนั้น ฝ่าบาทเองก็รู้สึกว่าองค์หญิงควรสังหารคนพวกนั้น”
ฮ่องเต้หย่งเจียส่ายพระพักตร์ “เราไม่รู้ ตอนนี้เราเป็นดังนักโทษ ควรหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอ่ยอันใดได้”
จวิ้นอ๋องหนานคังยิ้มเยียบเย็น “ฝ่าบาทคิดล้อกระหม่อมเล่นหรือ ขอฝ่าบาทมอบตราคำสั่งเคลื่อนกองกำลังรักษาพระองค์เมืองหลวงด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้หย่งเจียส่ายพระพักตร์ “ไม่มี หลายวันนี้เจ้าส่งคนไปตรวจค้นทั่วตำหนักแล้วไม่ใช่หรือ หากหาพบ ยังต้องรอถึงวันนี้อีกหรือ”
จวิ้นอ๋องหนานคังกัดฟัน “คนข้างนอกพวกนั้นเป็นขุนนางเฒ่าติดตามฝ่าบาทมาครึ่งค่อนชีวิต หากปล่อยให้องค์หญิงสังหารพวกเขาทิ้งจริง ในพระทัยฝ่าบาทไม่รู้สึกอันใดสักนิดจริงหรือ”
ฮ่องเต้หย่งเจียแย้มสรวลเล็กน้อย “หนานคัง เจ้าไม่รู้สึกว่า...ตอนนี้มีอันใดไม่ถูกต้องหรือ”
จวิ้นอ๋องหนานคังนิ่งอึ้ง “อันใดไม่ถูกต้อง”
ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสขึ้นว่า “เจ้าต้องการแย่งชิงบัลลังก์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าชิงเอ๋อร์ต้องการสังหารขุนนาง เจ้าต้องการออกไปยับยั้ง เจ้าไม่รู้สึกว่า...ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งหรือ”
เซี่ยงกั๋วกงอดยิ้มไม่ได้ เอ่ยว่า “กระหม่อมเองก็รู้สึกว่า ตอนนี้ดูแล้วคล้ายว่าจวิ้นอ๋องหนานคังขุนนางภักดี แต่องค์หญิง...กลับกลายเป็นคนชั่วไปเสียแล้ว”
“...”
องค์หญิงเสินโย่วไม่ใช่คนชั่วหรือ
ฮ่องเต้หย่งเจียถอนพระปัสสาสะ “คนเช่นเจ้า สู้ชิงเอ๋อร์ไม่ได้หรอก”
จวิ้นอ๋องหนานคังโมโห “กระหม่อมต้องเป็นเช่นนี้ในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะว่าฝ่าบาทให้ท้ายองค์หญิงมากเกินไปหรือ ตราคำสั่งกรมกิจการทหาร ป้ายคำสั่งกองกำลังรักษาพระองค์เมืองหลวง ของเหล่านี้ ฝ่าบาทกล้ามอบให้องค์หญิง ทำให้กระหม่อมได้เปิดโลกทัศน์จริงๆ!”
หากเขารู้มาก่อนว่าองค์หญิงเสินโย่วมีของสิ่งนี้ในมือ ไม่สังหารองค์หญิงเสินโย่วทิ้งก่อน เขาจะแย่งชิงอำนาจได้อย่างไร ไม่ทันระวังรอบคอบทำให้พ่ายแพ้ทั้งกระดานได้จริงๆ!
ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสขึ้นว่า“เจ้าสู้ชิงเอ๋อร์ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเราให้ท้ายนาง แต่เพราะเจ้าถึงกับคิดฝันไปเองผู้เดียว คิดว่าอาศัยอำนาจผู้อื่นแย่งชิงอำนาจมาให้ตนเอง เทียนฉี่ก่อตั้งมาหลายปี แต่ไรมาไม่เคยมีการแย่งชิงบัลลังก์ที่ประสบความสำเร็จ เจ้าถือสิทธิ์อันใดคิดว่าตนเองจะกระทำการสำเร็จ”
จวิ้นอ๋องหนานคังจ้องมองฮ่องเต้หย่งเจียด้วยสีหน้าดำทะมึนครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะดังขึ้น “ตอนนี้องค์หญิงเสินโย่วอยู่ในวัง ฝ่าบาททรงรู้สึกว่า...อาศัยนางเพียงคนเดียว จะถูกข้าสังหารทิ้งก่อน หรือนางช่วยฝ่าบาทออกไปได้ก่อน”
เซี่ยงกั๋วกงขมวดคิ้วเล็กน้อย “องค์หญิงเพิ่งกลับมา จวิ้นอ๋องหนานคังก็เดินมาถึงก้าวนี้แล้วหรือ ผู้ใดเกิดเรื่องหรือ อาฮูหลู่หรือ หรือว่าบรรดาพวกตระกูลขุนนางเก่าแก่หักหลังอีกแล้ว”
จวิ้นอ๋องหนานคังแค่นเสียงฮึเสียงหนึ่ง ไม่กล่าวอันใด เซี่ยงกั๋วกงเอ่ยว่า “ดูท่าเพราะอาฮูหลู่...องค์หญิงจับอาฮูหลู่ไว้ ชาวเป่ยจิ้นมิกล้าทำการโดยพลการ ไม่อาจมาช่วยท่านอ๋องได้แล้ว”
นอกประตูมีเสียงฝีเท้าดังมา องครักษ์รีบร้อนเดินเข้ามารายงานน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เรียนท่านอ๋อง พบร่องรอยองค์หญิงเสินโย่วที่ซีย่วน”
จวิ้นอ๋องหนานคังลุกขึ้นยืน แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ซีย่วนดังคาด นางคิดช่วยเฝิงเจิงก่อน! จับตัวนางมาให้ข้าให้ได้!”
“ขอรับท่านอ๋อง!” องครักษ์ประสานมือหันหลังออกไป จวิ้นอ๋องหนานคังมองฮ่องเต้หย่งเจียกับเซี่ยงกั๋วกง ยิ้มเอ่ยว่า “องค์หญิงนำกำลังล้อมวังหลวงไว้ ทำให้กระหม่อมแปลกใจอยู่จริง แต่กระหม่อมอยากรู้ว่า...หากองค์หญิงถูกจับเป็น เจ้าหนุ่มนอกวังพวกนั้นยังกล้าลงมืออีกหรือไม่” กล่าวจบก็หันหลังเดินออกไป
ในพระที่นั่ง เซี่ยงกั๋วกงสบตากับฮ่องเต้หย่งเจีย
เซี่ยงกั๋วกงยิ้มเอ่ย “องค์หญิงเคลื่อนไหวได้รวดเร็วจริง เพิ่งกลับมาเมื่อวาน วันนี้ก็กดดันจวิ้นอ๋องหนานคังจนเป็นเช่นนี้”
ฮ่องเต้หย่งเจียถอนหายใจอย่างจนปัญญา “เรื่องอื่นใดล้วนคุยกันได้ เพียงแต่เด็กคนนี้...กลิ่นอายสังหารรุนแรงอยู่สักหน่อย”
เซี่ยงกั๋วกงไม่คิดเช่นนั้น “องค์หญิงเพิ่งกลับจากสนามรบ กลิ่นอายสังหารรุนแรงอยู่สักหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ ยิ่งไปกว่านั้น...เผชิญหน้ากับคนพวกนั้น ฝ่าบาทอย่าได้พระทัยอ่อนดีกว่า”
ฮ่องเต้หย่งเจียส่ายพระพักตร์ “เราไม่ได้ทำเพื่อเรื่องนี้ เพียงแต่กลัวนางกลิ่นอายสังหารรุนแรงเกินไปจะทำลายสุขภาพก็เท่านั้น เราเป็นเช่นนี้แล้วยังต้องห่วงชื่อเสียงจอมปลอมไปทำไมกัน”
เซี่ยงกั๋วกงพยักหน้า “องค์หญิงน่าจะพอรู้ตัวเองอยู่”
“หวังว่าเป็นเช่นนั้น” ฮ่องเต้หย่งเจียตรัส