ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 740

#740ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 485-1 ปลิดชีวิตตนเอง

ในยามที่จวิ้นอ๋องหนานคังได้ยินทหารรายงานว่าคนเฝ้าหน้าประตูวังต้านทานไม่อยู่แล้ว สุดท้ายก็ยอมเชื่ออย่างสิ้นหวังแล้วว่าศึกแย่งชิงบัลลังก์นี้สุดท้ายเหลือเพียงเขาดิ้นรนต่อสู้อยู่เพียงผู้เดียวจริงๆ

เพราะว่าอาฮูหลู่ถูกจับตัวไว้ ชาวเป่ยจิ้นจึงถอยออกจากการต่อสู้ไปนานแล้ว ในยามไร้ผลประโยชน์พวกเขาย่อมไม่ยินดีเสียสละตนเองเพื่อชาวเทียนฉี่คนหนึ่ง ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการต้องเสียสละเสนาบดีเป่ยจิ้น ตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เคยดิ้นรนไปทั่วยามนี้ก็ไร้การเคลื่อนไหว เห็นชัดว่าพวกเขาเองก็ไม่ยินยอมให้การสนับสนุนใดๆ แก่เขาอีก

จวิ้นอ๋องหนานคังรู้สึกว่าในใจเต็มไปด้วยความคับแค้นและสิ้นหวัง เขาถึงกับนึกภาพท่าทางหัวเราะเยาะขององค์หญิงเสินโย่วออก แม้ว่าความจริงเขาเคยพบองค์หญิงเสินโย่วแค่ครั้งเดียว ผู้ใดจะไม่รู้สึกน่าขันกัน พระญาติห่างไกลหลายคนสงบนิ่งไร้การเคลื่อนไหว มีเพียงเขานำกองทัพสองสามหมื่นบุกมาถึงเมืองหลวงเพราะทนรอไม่ไหว

จวิ้นอ๋องหนานคังมองฮ่องเต้หย่งเจียด้วยสายตาแทบจะกลืนกิน ถือสิทธิ์อันใด! ถือสิทธิ์อันใดฮ่องเต้หย่งเจียทำการล้มเหลวทุกเรื่อง อ่อนแอไร้สามารถ ถึงได้มีบุตรีร้ายกาจเพียงนี้ องค์หญิงเสินโย่วทุ่มเทแรงกายแรงใจทุกอย่างเพื่อกลับปกป้องฮ่องเต้ไร้สามารถ!

ฮ่องเต้หย่งเจียย่อมรู้สึกได้ถึงสายตาของจวิ้นอ๋องหนานคัง เป็นสายตาดังสัตว์ป่าไร้ความเป็นญาติมิตร ในเวลานี้ฮ่องเต้หย่งเจียไม่รู้สึกเกรงกลัวความตายอีกแล้ว แต่เขากลับรู้สึกว่าในใจจวิ้นอ๋องหนานคังยามนี้ เกรงว่าไม่เพียงแค่ต้องการให้เขาตายง่ายๆ เช่นนี้

ฮ่องเต้หย่งเจียถอนพระปัสสาสะเบาๆ “หนานคัง กลับตัวกลับใจเสียเถิด ราชนิกุลเราก็มีกันไม่มากแล้ว เห็นแก่ที่เจ้าก็แซ่ฉู่ เราจะไม่สังหารเจ้า”

จวิ้นอ๋องหนานคังแค่นหัวเราะไม่พอใจ “ไม่จำเป็นต้องให้ฝ่าบาทมาเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี ท่านก็แค่มีชะตาชีวิตที่ดีกว่าผู้อื่นเท่านั้น ครึ่งชีวิตแรกก็อาศัยขุนนางราชสำนักกระทำการเหลวไหลจนทำให้ฉู่เลี่ยตายไปได้ ครึ่งชีวิตหลังก็อาศัยบุตรี แต่...ท่านคิดว่าท่านจะโชคดีเช่นนี้ตลอดไปหรือ”

ฮ่องเต้หย่งเจียส่ายพระพักตร์ “ช่างดื้อรั้นจริง แม้เจ้าไม่คิดเพื่อตนเอง หรือว่าไม่คิดถึงภรรยาและบุตรของเจ้าบ้าง”

สีหน้าจวิ้นอ๋องหนานคังหวั่นไหวเล็กน้อย แต่ก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว ยังคงมีสีหน้ายิ้มเยาะและคับแค้น ฮ่องเต้หย่งเจียอดถอนพระปัสสาสะในพระทัยไม่ได้ รู้ว่าคงกล่อมจวิ้นอ๋องหนานคังไม่ได้แล้ว ในใจก็พลันรู้สึกเฝื่อนขมขึ้นมา เทียนฉี่ก่อตั้งมาหลายปี ไม่ค่อยมีเรื่องราชนิกุลแย่งชิงบัลลังก์ แต่พอมาเป็นเขา ครึ่งชีวิตแรกก็ต้องพบกับฉู่เลี่ยที่มีความคิดเป็นใหญ่รุนแรง ครึ่งชีวิตหลังก็มีทั้งจวิ้นอ๋องอันซิ่นและจวิ้นอ๋องหนานคัง คนแล้วคนเล่าคิดก่อกบฏ ชะตาเขาดีหรือ เขากลับไม่รู้สึกดีแม้แต่น้อย

“เอาเถอะ” ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสสุรเสียงนิ่งเรียบว่า “เจ้าต้องการข่มขู่ชิงเอ๋อร์ จับเราไว้คนเดียวก็พอ ปล่อยเซี่ยงกั๋วกงกับใต้เท้าจูไปเถอะ”

จวิ้นอ๋องหนานคังหัวเราะเยาะเอ่ยว่า “ฝ่าบาทเอาพระองค์เองยังไม่รอด ยังไม่รู้จักทรงคิดถึงตนเองให้มาก” ในเวลานี้วาจาผู้ใดจวิ้นอ๋องหนานคังล้วนฟังไม่เข้าโสตประสาท ในใจเขาเข้าใจดีว่าตนเองต้องกุมหมากทั้งหมดไว้ในกำมือให้แน่นหนา หมากในมือยิ่งมาก องค์หญิงเสินโย่วก็ยิ่งมิกล้าลงมือ ดังนั้นเขาจะปล่อยคนพวกนั้นไปได้อย่างไร ความไร้เดียงสาของฮ่องเต้หย่งเจียทำให้จวิ้นอ๋องหนานคังทั้งคับแค้นใจและอยากจะหัวเราะ

“ท่านอ๋อง ประตูวังถูกพังเข้ามาแล้ว!” องครักษ์นายหนึ่งเข้ามาอย่างเร่งร้อนด้วยสีหน้าตกใจ

แม้ว่าเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว แต่ในใจจวิ้นอ๋องหนานคังก็ยังอดเคร่งเครียดไม่ได้ “เหตุใดจึงเร็วเพียงนี้ ทหารประตูเมืองพวกนั้นเล่า!”

องครักษ์ตอบว่า “ทหารประตูเมืองครึ่งหนึ่งหักหลังพวกเราแล้ว!”

“เฝิงเจิง!” จวิ้นอ๋องหนานคังสบถรอดไรฟันอย่างคับแค้นใจ

องครักษ์เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง ตอนนี้พวกเราทำอย่างไรดี”

จวิ้นอ๋องหนานคังหรี่ตาเล็กน้อย “พาตัวเซี่ยงกั๋วกงออกมา บอกองค์หญิงเสินโย่วว่าหากนางกล้าก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ข้าก็จะสังหารเซี่ยงกั๋วกง!”

ฮ่องเต้หย่งเจียข้างๆ อดตรัสไม่ได้ว่า “แม้เป็นเช่นนี้ เจ้าก็คงยื้อเวลาได้อีกไม่นาน ตำหนักบรรทมเราแม้ว่าไม่เล็ก แต่ก็มีเสบียงอาหารและน้ำไม่มากนัก จำเป็นต้องนำมาจากด้านนอก หากชิงเอ๋อร์ปิดล้อมตำหนักบรรทมนี้ไว้ เจ้าก็คงได้แต่ถูกปิดตายอยู่ในนี้”

จวิ้นอ๋องหนานคังยิ้มเยียบเย็น “เช่นนั้นก็ต้องดูว่าองค์หญิงเสินโย่วทนเห็นเสด็จพ่อตนหิวตายอยู่ในนี้ไปด้วยได้หรือไม่”

ฮ่องเต้หย่งเจียขมวดพระขนง “แม้ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิน หรือว่าเจ้าจะอยู่อย่างนี้ตลอดไป”

จวิ้นอ๋องหนานคังจ้องมองฮ่องเต้หย่งเจียเหมือนครุ่นคิด พลันเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “ไม่อยาก ทรงคิดว่าหากข้าเอาชีวิตพระองค์มาข่มขู่องค์หญิงเสินโย่ว ให้นางปลิดชีวิตตนเอง พระองค์ว่านางจะทำหรือไม่”

สีพระพักตร์ฮ่องเต้หย่งเจียแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “เจ้ากล้าหรือ!”

จวิ้นอ๋องหนานคังอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ คล้ายว่าจับจุดอ่อนฮ่องเต้หย่งเจียพบแล้ว “หากนางไม่ยอม ใต้หล้าก็จะว่านางอกตัญญู ทุกคนใต้หล้าก็จะถ่มน้ำลายใส่นาง! หากนางปลิดชีวิตตนเองจริง...ฮา ฮา ข้าแม้ตาย ก็มีองค์หญิงเสินโย่วเป็นเพื่อน คุ้มค่าแล้ว”

ฮ่องเต้หย่งเจียสีพระพักตร์ดำคล้ำ ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันตรัสว่า “หากเจ้ากล้าทำเช่นนี้...เราก็จะปลิดชีวิตตนเองก่อน เจ้าลองดูได้!”

จวิ้นอ๋องหนานคังหัวเราะค้าง สายตามองประเมินฮ่องเต้หย่งเจียอย่างแปลกใจ “ฝ่าบาท ทรงไม่เหมือนฮ่องเต้จริงๆ ถึงกับกล้าตรัสเช่นนี้ น่าขันยิ่งนัก!”

แม้ว่าเขาไม่เคยพบฮ่องเต้พระองค์อื่น แต่จวิ้นอ๋องหนานคังรู้สึกว่าไม่ว่าหนังสือประวัติศาสตร์ที่ตนเองเคยอ่านมาหรือว่าในความคิดตนเอง ฮ่องเต้หย่งเจียเหมือนไม่ใช่ฮ่องเต้ที่ดีตามมาตรฐาน

ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสสุรเสียงนิ่งเรียบว่า “เมื่อก่อนเราคิดเป็นฮ่องเต้ที่ดี แต่ตอนนี้...เราคิดเป็นเพียงบิดาที่ดีคนหนึ่งเท่านั้น”

จวิ้นอ๋องหนานคังจ้องมองฮ่องเต้หย่งเจียครู่หนึ่ง สุดท้ายส่ายหน้ายิ้มเยียบเย็น “กระหม่อมจะรอดู”

นอกตำหนักบรรทม เฝิงเจิงกับเฝิงซือเป่ยสองพ่อลูกนำกองกำลังรักษาพระองค์ค่อยๆ ไล่เข้ามาถึงตำหนักบรรทม คนของจวิ้นอ๋องหนานคังได้แต่ยอมถอยหลังอย่างทำอันใดไม่ได้ อย่างไรคนที่ถูกจวิ้นอ๋องหนานคังซื้อตัวไว้ก็เป็นส่วนน้อย และคนเหล่านี้ก็ไม่อาจสู้เฝิงเจิงได้ ก่อนหน้านี้เฝิงเจิงหายตัวไป ทหารผู้น้อยไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาก็แล้วไป ได้แต่ฟังคำสั่งเบื้องบน แต่ตอนนี้เฝิงเจิงปรากฏตัว พวกที่ถูกจวิ้นอ๋องหนานคังซื้อตัวไปก็ได้ลดลงทันที เดิมไม่ได้เปรียบ ยามนี้ก็ยิ่งไร้หนทาง แม้ทุกคนยังคงเฝ้าประตูตำหนักบรรทมไว้แน่นหนา แต่สีหน้ากลับมีแต่ความร้อนใจอย่างไม่อาจระงับ

“หยุดนะ!” ประตูตำหนักมีเสียงตวาดเยียบเย็นดังขึ้น ได้ยินดังนี้ทุกคนต่างหันไปมองทิศทางของเสียงที่มา เห็นกลุ่มคนกำลังคุมตัวคนผู้หนึ่งเดินออกมา เฝิงเจิงจ้องมองนิ่ง ผู้ที่ถูกดาบพาดลำคอเดินออกมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเซี่ยงกั๋วกงและพระสนมเสียนเฟย ทั้งสองคนถูกคนลากตัวถูลู่ถูกังออกมาในสภาพน่าอนาถยิ่ง เฝิงเจิงไม่รู้จักชายหนุ่มพวกนั้น แต่รู้ว่าน่าจะเป็นคนสนิทของจวิ้นอ๋องหนานคัง

ชายหนุ่มพวกนั้นกวาดตามองหน้าประตูวัง พบว่าไม่มีเงาของฉู่หลิง ก็รีบถามขึ้นว่า “องค์หญิงเสินโย่ว อยู่ที่ใด” เฝิงซือเป่ยกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ร่องรอยองค์หญิง โจรกบฏเช่นพวกเจ้าคู่ควรถามหรือ”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 740