ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 731

#731ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 480-2 ตัวร้าย!

ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ “โจรชั่ว”

ชุ่ยเยว่ยิ้มเอ่ย “องค์หญิงล้อเล่นแล้ว องค์หญิงจะเป็นโจรชั่วได้อย่างไร เห็นชัดว่าองค์หญิงเป็นคนดีที่สุด...”

“...” แม้รู้ว่าเอ่ยประจบ แต่ฟังแล้วก็สบายใจมาก

ณ สถานีพักม้าเป่ยจิ้น พออาฮูหลู่ได้ยินว่าว่าตระกูลตระกูลชุยมาเยือน แม้ว่าแปลกใจ แต่ก็ยังคงมาต้อนรับที่เรือนบุปผาด้วยตนเอง

“ประมุขตระกูลชุย บอกว่าจะไม่พบปะกันในเมืองผิงจิงมิใช่หรือ” พอเข้ามาถึง อาฮูหลู่ก็ถามขึ้นอย่างไม่พอใจสักเท่าไร หากสายสัมพันธ์ตระกูลชุยกับเป่ยจิ้นถูกเปิดโปงในเวลานี้ หลายเรื่องก็ย่อมกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก

ประมุขตระกูลชุยนั่งดื่มน้ำชาอยู่ในเรือนบุปผา ได้ยินคำถามเขาก็ไม่ตอบ เพียงแค่นั่งทื่อดังท่อนไม้

อาฮูหลู่นิ่งอึ้งเล็กน้อย ขมวดคิ้วมองประมุขตระกูลชุยที่ดูผิดปกติตรงหน้า “เหตุใดท่าน...ไม่ได้การแล้ว เจ้าคือผู้ใด!”

สีหน้าอาฮูหลู่แปรเปลี่ยน แต่สายตายังส่องประกายวาบจ้องมองร่างอรชรที่ยืนอยู่หลังประมุขตระกูลชุย เดิมคิดว่าเป็นสาวใช้ของประมุขตระกูลชุยจึงไม่ได้ใส่ใจ แต่พริบตาอาฮูหลู่ก็พลันนึกได้ว่าแต่ไรมาประมุขตระกูลชุยเป็นคนรอบคอบ มาเยือนสถานีพักม้าเป่ยจิ้นในเวลานี้ก็แล้วไป เหตุใดยังพาสาวใช้มาด้วย

เพียงแต่น่าเสียดาย คนตรงหน้าไม่ให้เวลาเขาคิดนานนัก เห็นเพียงเงาแวบหนึ่งก็มาปรากฏกายตรงหน้าเขาแล้ว

“ทหาร!” อาฮูหลู่ส่งเสียงเรียกพลางยื่นมือคิดชักดาบแทงใส่คนที่พุ่งเข้าหาตนเอง แม้ว่าเขาเป็นเสนาบดี แต่เผ่ามั่วชำนาญการต่อสู้ ฝีมือย่อมไม่อ่อนด้อย เพียงแต่ฝีมือเขากลับไม่ส่งผลคุกคามต่ออีกฝ่ายแม้แต่น้อย มือที่กุมดาบไม่ทันได้ชักออกมา ตัวดาบก็ถูกคนกดไว้เบาๆ อาฮูหลู่รู้สึกว่ามือชา รีบปล่อยมือออกทันที

ลำคอของเขาพลันถูกเรียวนิ้วมืองามบีบไว้ คนที่คุมตัวเขาจับหน้าเขาหันไปทางหน้าประตู ร่างใหญ่ของเขาบดบังร่างด้านหลังไว้มิดชิด

“ยิงธนูสิ” มีเสียงดังเจือเสียงหัวเราะดังขึ้นด้านหลังเขา

คนนอกประตูตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ชั่วพริบตา มือธนูและยอดฝีมือชุดดำคุกหมิงอวี้ที่ยังอออยู่หน้าประตูก็ยกลูกธนูขนนกหลายสิบดอกเล็งใส่เป้าพร้อมกัน

อาฮูหลู่ตกใจจนหลั่งเหงื่อเย็น “หยุดนะ!”

มือธนูนอกประตูย่อมมิกล้าเคลื่อนไหวพลการ อย่างไรหากไม่ทันระวังยิงเสนาบดีตายไป เรื่องเช่นนี้ไม่อาจรายงานฮ่องเต้ได้จริงๆ

อาฮูหลู่คิดจะหันไปมอง แต่ลำคอเขาถูกคนบีบเอาไว้ ได้แต่ขยับลำคออย่างยากลำบาก กัดฟันเอ่ยลอดไรฟันว่า “องค์หญิงเสินโย่ว ในเวลานี้องค์หญิงไม่ควรอยู่ในจวนองค์หญิงหรือ”

ก่อนหน้านี้พวกเขาวางสายสืบล้อมจวนองค์หญิงไว้เต็มพื้นที่แล้ว ตั้งแต่องค์หญิงกลับถึงจวนองค์หญิงก็ไม่ได้ออกไปที่ใด ตอนนี้จวิ้นอ๋องหนานคังกำลังส่งคนไปหาเรื่องจวนองค์หญิงเสินโย่ว แต่องค์หญิงเสินโย่วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

ฉู่หลิงยิ้มบางพลางเอ่ย “ใต้เท้าอาฮูหลู่ พบกันอีกแล้ว ยินดีที่ได้รู้จัก!”

อาฮูหลู่กล่าวเยียบเย็นว่า “มิกล้า ไม่ทราบว่าองค์หญิงต้องการทำอะไร”

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ข้าควรจะเป็นคนถามว่าเป่ยจิ้นต้องการทำอะไรถึงจะถูกกระมัง เป็นถึงเสนาบดีมาก่อกวนยุ่งเรื่องราชสำนักเทียนฉี่ด้วยตนเอง ใต้เท้าเสนาบดีไม่กลัว...กลับเมืองเหนือไม่ได้หรือ”

อาฮูหลู่แค่นหัวเราะทีหนึ่ง “องค์หญิงกล่าวเกินไปแล้ว กระหม่อมไหนเลยจะกล้ายุ่งเรื่องเทียนฉี่”

ฉู่หลิงมองประมุขตระกูลชุยข้างๆ ด้วยสีหน้านิ่งเฉยทีหนึ่ง อาฮูหลู่ย่อมเข้าใจฉู่หลิง ในเมื่อปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้ เรื่องของพวกเขากับตระกูลชุยย่อมไม่อาจปิดบังอีกต่อไป

องค์หญิงเสินโย่วมีความสามารถจริงๆ เพิ่งกลับถึงเมืองหลวงไม่ถึงหนึ่งวันก็ตามรอยไปถึงตระกูลชุย ถึงกับง้างปากประมุขตระกูลชุยได้

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น...ใต้เท้า!” เถียนอี้เซวียนได้ยินข่าวก็รีบมา พอเห็นภาพนี้ก็พลันนิ่งอึ้งไปทันที ยังตั้งสติไม่ได้

เถียนอี้เซวียนเห็นฉู่หลิงหลบอยู่หลังอาฮูหลู่ก็ตั้งสติก่อนจะยิ้มถามขึ้น “องค์หญิงหมายความเช่นไร”

ฉู่หลิงสบถ “วันนี้เหตุใดมีแต่คนถามว่าข้าหมายความเช่นไร ใต้เท้าเถียน ตระกูลเถียนท่านสวามิภักดิ์เป่ยจิ้นนานแล้ว ข้าก็ไม่ถือสา ถือเสียว่านกดีย่อมเลือกไม้ทำรัง ไม่ตำหนิพวกท่าน แต่ท่านมาก่อความวุ่นวายถึงเมืองผิงจิง ข้ารู้สึกเสียดายแทนพี่เถียนจริง”

เถียนอี้เซวียนสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ฝืนยิ้มเอ่ยว่า “องค์หญิงเสียดายอะไรนะ”

ฉู่หลิงตอบทันที “ย่อมเสียดายแทนพี่เถียนที่อายุปูนี้ยังต้องให้คนผมขาวส่งศพคนผมดำ”

เถียนอี้เซวียนแววตาเคร่งเครียด “องค์หญิงอย่าได้มั่นใจเกินไปนัก ขอองค์หญิงรีบปล่อยใต้เท้าอาฮูหลู่”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ท่านรู้สึกว่าข้ามาเล่นเป็นเพื่อนพวกท่านหรือ ท่านบอกว่าปล่อยข้าก็ปล่อยหรือ”

“องค์หญิงต้องการอะไร” เถียนอี้เซวียนถามขึ้น

ฉู่หลิงเม้มปากเล็กน้อย ยิ้มเอ่ย “ย่อมมาขอให้ใต้เท้าทุกท่านอย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเทียนฉี่”

แววตาเถียนอี้เซวียนส่องประกายเล็กน้อย “องค์หญิงเข้าใจผิดแล้ว พวกกระหม่อมไม่ได้คิด...”

เถียนอี้เซวียนยังกล่าวไม่จบก็ต้องชะงัก เพราะว่ามือฉู่หลิงบีบลำคออาฮูหลู่แน่นขึ้นทันที

อาฮูหลู่เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ฉู่หลิงแทบจะสูงแค่คางเขาเท่านั้น แต่แม้เป็นเช่นนี้ มือขแงฉู่หลิงที่บีบลำคอเขาไว้ก็ยังคงทำให้เขาไม่อาจดิ้นรนได้แม้แต่น้อย ประหนึ่งกำลังบีบลำคอไก่อ่อนแอถูกมัด

ฉู่หลิงเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบขึ้นกว่าเดิม “อย่าได้พูดจาเหลวไหลมากความกับข้า”

เถียนอี้เซวียนน้ำเสียงแปรเปลี่ยน “องค์หญิงต้องการอย่างไรกันแน่”

ฉู่หลิงกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ให้คนของคุกหมิงอวี้ในลานนี้ออกไปให้หมด”

เถียนอี้เซวียนนิ่งอึ้ง ไม่เข้าใจว่าฉู่หลิงต้องการทำอันใด

“องค์หญิงทำเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะออกไปจากลานนี้ไม่ได้หรือ” เถียนอี้เซวียนกล่าว

ฉู่หลิงยิ้มบางพลางเอ่ย “หากข้าออกไปไม่ได้ สถานีพักม้าเป่ยจิ้นแห่งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไปแล้ว”

เถียนอี้เซวียนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “องค์หญิงโปรดระวังวาจา”

ฉู่หลิงยิ้มเยียบเย็น “กองกำลังเสินโย่วสามพันล้อมสถานีพักม้าเป่ยจิ้นไว้หมดแล้ว ใต้เท้าเถียนคิดว่าเป็นไปไม่ได้จริงหรือ”

เถียนอี้เซวียนคิดเอ่ย ตอนนี้ท่านว่านำกองกำลังเสินโย่วสามพันเข้าเมืองผิงจิงมาแล้ว วาจานี้ผู้ใดก็ย่อมไม่เชื่อ

ฉู่หลิงไม่สนใจว่าเขาเชื่อหรือไม่ “ให้คนของคุกหมิงอวี้ออกไป”

เถียนอี้เซวียนมองอาฮูหลู่ที่หน้ายิ่งแดงขึ้นเรื่อยๆ เห็นชัดว่าหายใจไม่ทัน สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ออกไปให้หมด”

ท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด เงาร่างเคลื่อนไหว ไม่นานทั้งลานก็มีคนยืนเต็มดำทะมึน คนเหล่านี้ล้วนอยู่ในชุดดำ เห็นชัดว่าเป็นคนคุกหมิงอวี้

ฉู่หลิงกวาดสายตามองไปยังหัวหน้ากลุ่ม ยิ้มอย่างนึกสนใจ “คนของคุกหมิงอวี้ช่างน่าเบื่อจริง แต่ละคนเป็นดังเต่าหดหัวไม่กล้าพบหน้าผู้คน คงไม่ใช่คนคุ้นเคยกันกระมัง”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 731