ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 732

#732ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 481-1 องค์หญิงตัวปลอม!

“องค์หญิงเสินโย่ว ความกล้าเหนือผู้ใดดังคาด” หัวหน้าชายชุดดำไม่ได้ถูกวาจานางยั่วยุ เพียงแค่กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น คุกหมิงอวี้ในฐานะองค์กรลับของทั่วป๋าเหลียง คนเหล่านี้ชินชากับชีวิตที่ไม่อาจเปิดเผยตัวตนใต้แสงตะวันนานแล้ว ย่อมไม่รู้สึกเจ็บแสบกับวาจาฉู่หลิง แต่ทว่าฉู่หลิงไม่ได้คิดยั่วยุคนผู้นั้นซึ่งหน้า นางหลุดปากทักทายออกไปเท่านั้น คุกหมิงอวี้เป็นคนประเภทใด หลายปีมานี้นางรับรู้กระจ่างนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดจาไร้สาระกับคนของคุกหมิงอวี้ เพียงแค่กำจัดทิ้งก็พอ

ฉู่หลิงยิ้มตาหยี พยักหน้าอย่างอารมณ์ดีให้คนตรงข้ามเล็กน้อย “วาจานี้ข้าได้ยินมาหลายครั้งแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอ่ยชมอีก”

ชายชุดดำมองอาฮูหลู่ทีหนึ่ง ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “องค์หญิงจับตัวเสนาบดีเราไว้ ต้องการทำอันใด”

ฉู่หลิงตอบทันที “ง่ายมาก เพื่อให้ทุกคนฟังคำสั่งข้า”

“เป็นไปไม่ได้” ชายชุดดำปฏิเสธเด็ดขาด คล้ายว่าไม่มีทางจะเจรจากันได้

ฉู่หลิงนึกแปลกใจ “เด็ดขาดเช่นนี้เชียวหรือ ใต้เท้าเสนาบดีพวกเจ้ายังอยู่ในมือข้านะ”

ชายชุดดำแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “พวกเราไม่ใช่คนราชสำนัก ฝ่าบาทไม่ได้รับสั่งให้เราต้องฟังคำสั่งเสนาบดี ขอเพียงบรรลุภารกิจก็เพียงพอ ส่วนเสนาบดี...ไม่มีคนผู้นี้ ก็ย่อมมีคนต่อไป หรือว่าองค์หญิงเสินโย่วคิดว่าฝ่าบาทจะถูกเทียนฉี่ข่มขู่เพราะขุนนางเพียงคนเดียวหรือ”

ฉู่หลิงเอียงคอคิดแล้วก็เอ่ยว่า “คล้ายว่าเหตุผลเป็นเช่นนี้จริง ดูท่าข้าประเมินค่าใต้เท้าอาฮูหลู่สูงไปเสียแล้ว”

อาฮูหลู่กล่าวอย่างจนปัญญาว่า “องค์หญิง กระหม่อมเป็นเพียงแค่ขุนนางคนหนึ่งเท่านั้น บนโลกใบนี้ไหนเลยจะมีฮ่องเต้ที่จะยอมเจรจาเพื่อขุนนางเพียงคนเดียว องค์หญิงปรีชาเกินผู้ใด หรือว่าแม้แต่หลักการนี้ก็ไม่เข้าใจ กระหม่อมเองมิใช่คู่ต่อสู้ขององค์หญิง แต่จงหยวนพวกท่านมีวาจาหนึ่งกล่าวว่า ได้รับตำแหน่งจากเจ้านาย ย่อมภักดีต่อเจ้านาย หลักการเป็นเช่นนี้กระมัง”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “กล่าวเช่นนี้คล้ายว่าถูกต้อง”

อาฮูหลู่เอ่ยต่อว่า “ดังนั้น ตอนนี้องค์หญิงจับกระหม่อมไว้ก็ไร้ประโยชน์ ไม่สู้...องค์หญิงปล่อยกระหม่อม กระหม่อมรับรองว่าองค์หญิงจะออกจากสถานีพักม้าเราไปอย่างปลอดภัย”

ฉู่หลิงเงียบไปครู่หนึ่ง พลันหัวเราะขึ้นเบาๆ “ใต้เท้าอาฮูหลู่ แม้ว่าความกล้าและนิ่งสงบของท่านจะทำให้ข้าเลื่อมใสมาก แต่...ข้าเองก็มิใช่เด็กน้อย ท่านหลอกข้าเช่นนี้ ไม่รู้สึกเสียดแทงใจตนเองบ้างหรือ”

อาฮูหลู่สีหน้าแข็งทื่อเล็กน้อย “องค์หญิงหมายความเช่นไร”

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ทั่วป๋าเหลียงย่อมไม่มีทางยอมเจรจากับเทียนฉี่เพราะใต้เท้า แต่ตอนนี้ใต้เท้าอาฮูหลู่รับหน้าที่ดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับเป่ยจิ้นในเมืองผิงจิงกระมัง ปล่อยท่านไปเช่นนี้ ใช่ว่าปล่อยเสือเข้าป่า หาเรื่องใส่ตัวภายหลังหรือ”

“องค์หญิงเข้าใจกระหม่อมผิดแล้ว” อาฮูหลู่แย้ง

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “เช่นนั้นก็ถือเสียว่าเข้าใจผิดก็แล้วกัน”

“หากพวกเราสังหารองค์หญิงเสินโย่วที่นี่ น่าจะนับว่าบรรลุภารกิจกระมัง” ชายชุดดำพลันกล่าวเยียบเย็น ฝ่าบาททรงต้องการให้พวกเขาพาองค์หญิงเสินโย่วกลับเป่ยจิ้น แต่หากทำไม่ได้ก็สังหารทิ้งก็ได้ อย่างไรองค์หญิงเสินโย่วก็เจ้าเล่ห์เพทุบายมาก หากปล่อยไป ไม่รู้วันหน้าจะยังมีโอกาสอีกหรือไม่

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “วาจานี้กล่าวได้ถูกต้อง เสนาบดีแลกองค์หญิง ทุกคนไม่เสียเปรียบ แต่ทว่า...เจ้ารู้สึกว่าพวกเจ้ามีโอกาสลงมืออีกหรือ”

“หมายความเยี่ยงไร” ชายชุดดำนิ่งอึ้ง สายตาเย็นเยียบมองไปทางฉู่หลิงทันที แววตามีความระวังภัยและหวาดระแวงอย่างมาก

“กองกำลังเสินโย่วหรือ” เถียนอี้เซวียนข้างๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบขึ้น

ฉู่หลิงส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “ใต้เท้าเถียน ท่านดูแคลนเมืองผิงจิงเกินไปแล้ว ท่านคิดว่า...ผู้ที่จะรับมือพวกท่านมีแค่กองกำลังเสินโย่วหรือ”

เถียนอี้เซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “หรือว่าตอนนี้องค์หญิงยังเคลื่อนกำลังทหารในเมืองผิงจิงได้อีก”

อย่าว่าแต่ตอนนี้ แม้แต่ยามปกติ องค์หญิงเสินโย่วก็ไม่มีโอกาสนี้

ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะเอ่ยว่า “เรื่องนี้หรือ...ในมือข้าพอดีมีตราคำสั่งของกรมกิจการทหาร และป้ายคำสั่งเคลื่อนกำลังทหารรักษาประตูเมืองของเสด็จพ่อ ข้าเดาว่าเรื่องนี้...ไม่ว่าเสด็จพ่อหรือใต้เท้าจู น่าจะไม่ได้บอกจวิ้นอ๋องหนานคังถึงจะถูก”

อาฮูหลู่กับเถียนอี้เซวียนได้ยินดังนี้ ในใจพลันเคร่งเครียดทันที ผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่าฮ่องเต้หย่งเจียถึงกับมอบป้ายคำสั่งเคลื่อนกำลังพลให้แก่องค์หญิงเสินโย่วที่ไปจากเมืองหลวงได้หลายเดือนแล้ว ถึงกับแม้แต่ตราคำสั่งกรมกิจการทหาร นางก็มี! ตอนนี้แม้ว่าจวิ้นอ๋องหนานคังจัดวางคนของตนเองไว้ในตำแหน่งสำคัญ แต่จวิ้นอ๋องหนานคังเองก็มีคนสนิทจำกัด ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงที่เขายังไม่อาจชิงบัลลังก์ได้สำเร็จ ตอนนี้ใช้ข้ออ้างว่าฮ่องเต้หย่งเจียประชวรหนัก จวิ้นอ๋องหนานคังช่วยราชกิจ ย่อมไม่อาจแตะต้องเรื่องสำคัญบางเรื่องตามอำเภอใจอย่างออกนอกหน้าได้...เช่นเปลี่ยนตราคำสั่งกรมกิจการทหาร หรือป้ายคำสั่งเคลื่อนกำลังพลทหารเฝ้าประตูเมืองหลวง เรื่องเหล่านี้ล้วนต้องรอให้ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ จึงจะมีอำนาจจัดการได้ ตอนนี้เกรงว่าจวิ้นอ๋องหนานคังเองก็คงทำไม่ได้

ในห้วงเวลาถัดมา นอกประตูก็มีเสียงฝีเท้าดังพร้อมเพรียงกันแว่วเข้ามา เห็นชัดว่าเป็นเสียงเคลื่อนไหวของกองกำลัง

ฉู่หลิงยิ้มสบายอารมณ์ เอ่ยขึ้นว่า “หากเป็นข้า ไม่รีบชิงบัลลังก์ให้สะใจ ก็รีบเก็บอาการให้เรียบร้อย เวลาเพียงชั่วครู่ไม่ลงมือให้เด็ดขาด อาจทำให้ถูกคนคว่ำโต๊ะล้มกระดานได้ง่ายที่สุด”

นอกประตูมีเสียงพังประตูดังเข้ามา เห็นชัดว่ากองกำลังด้านนอกไม่คิดเกรงใจพวกเขา

ชายชุดดำกวาดตามองฉู่หลิงเย็นเยียบ สบถเสียงดุดัน “ถอย!”

ชายชุดดำเต็มลานพลันสลายตัวออกไปสี่ทิศ ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ คล้ายว่างุนงงอยู่บ้าง

“เอ๋ นี่หมายความเช่นไร พวกเขาไม่ต้องการพวกท่านแล้วหรือ ประมุขตระกูลชุย ท่านว่านี่เกิดเรื่องอันใดขึ้น”

ประมุขตระกูลชุยสีหน้าเฝื่อน มองฉู่หลิงเอ่ยว่า “องค์หญิงคงไม่สังหารใต้เท้าอาฮูหลู่กระมัง หากคิดชิงตัว เกรงว่าด้วยฝีมือองค์หญิง พวกเขาคงไม่อาจชิงตัวได้ในทันที จึงได้แต่ไปก่อน”

ฉู่หลิงถอนหายใจ ยกมือขึ้นตบไหล่อาฮูหลู่ อาฮูหลู่สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อยก่อนจะคุกเข่าลงทันที

ฉู่หลิงเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ “หัวหน้าคุกหมิงอวี้ท่านนั้นเข้าใจข้าผิดแล้ว ว่ามา ข้าจะตัดศีรษะส่งกลับไปให้ทั่วป๋าเหลียงไหม แน่นอนว่าน่าสนใจมาก ก็ไม่รู้ว่าทั่วป๋าเหลียงแท้จริงจะมีอายุยืนยาวได้เห็นศีรษะอาฮูหลู่ไปถึงเมืองเหนือหรือไม่”

อาฮูหลู่สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “องค์หญิงหมายความเช่นไร”

ฉู่หลิงยิ้มอย่างเบิกบานใจ สีหน้าเหมือนคนชั่วได้ใจ “ใต้เท้าอาฮูหลู่ ทั่วป๋าเหลียงเอาแต่จะจัดการข้า เหตุใดไม่มองดูรอบกายตนเองว่ามีคนมากมายเท่าไรต้องการให้เขาตาย ส่งคนคุกหมิงอวี้มาเทียนฉี่หมด อาจารย์ข้าก็ไปแล้ว พี่ชายฮองเฮาก็พอนับว่าฝีมือดีอยู่บ้าง ยังแล่นไปเมืองชางอวิ๋น เฮ้อ...ข้าล่ะเป็นห่วงความปลอดภัยของฮ่องเต้เป่ยจิ้นจริงๆ ห้าปีเปลี่ยนฮ่องเต้...”

อาฮูหลู่สีหน้าพลันย่ำแย่ขึ้นมาทันที ด้านนอกมีเสียงสังหารต่อสู้ดังเข้ามา

เถียนอี้เซวียนสีหน้าซีดเผือด “องค์หญิงไฉนต้องเอ่ยวาจาน่ากลัวเช่นนี้ด้วย”

ฉู่หลิงมองเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉยก่อนหันหน้าไปมองประมุขตระกูลชุย “ตระกูลขุนนางเก่าแก่ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเช่นพวกเจ้าก่อเรื่องวกไปวนมา ข้ามองเข้าใจว่าแท้จริงเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่ข้ากลับรู้หลักการหนึ่ง ไม่ว่าต้นหญ้า ต้นไม้ เถาวัลย์มากมายเพียงใด แค่เพลิงเผาทีเดียวก็วอดวายไม่มีเหลือ”

ประมุขตระกูลชุยสีหน้าหวาดกลัว “เพลิงเผา...องค์หญิงไม่กลัวทั้งเทียนฉี่จบสิ้นไปด้วยหรือ องค์หญิงกับฝ่าบาทรังเกียจที่พวกเราข้องเกี่ยวมากเกินไป แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ฝีมือพวกเราทั้งหมดเสียหน่อย”

ฉู่หลิงยกมือขึ้นส่ายนิ้วตรงหน้าเขา “ท่านเข้าใจผิดไปเรื่องหนึ่ง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ท่านทำ พวกท่านเพียงแค่ควบคุมคนทำเรื่องเหล่านั้นเท่านั้น ต้นไม้ล้มลิงค่างหนีหาย แต่...ลิงค่างยังอยู่ คนก่อเรื่องย่อมยังอยู่”

“องค์หญิงมีฝีมือเช่นนี้ มีความเป็นหญิงเผ่ามั่วเราอยู่มาก” อาฮูหลู่มองฉู่หลิงอย่างนึกเสียดายอยู่บ้าง

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ได้ยินว่าอาจารย์ข้าตอนนั้นชำนาญเรื่องการต่อสู้เผชิญหน้าที่สุด ฝีมือเขาเหนือสามัญ ทหารใต้บังคับบัญชาก็เก่งกาจ ขุนพลทหารฝ่ายศัตรูเพียงแค่เห็นท่าทางองอาจของเขา ก็อดคิดหนีหายกันไม่ได้ แม้ว่าข้าไม่ได้มีความสามารถนั้น แต่บังเอิญ...ความจริงข้าชอบจัดการปัญหารวดเร็วเฉียบขาด เพียงแต่น่าเสียดาย...ฝีมือไม่พอ เลยจำต้องเสียเวลาวางแผนสักหน่อย”

ตอนจวิ้นอ๋องหนานคังได้ยินว่ามีกองกำลังล้อมสถานีพักม้าเป่ยจิ้นเอาไว้ เขากำลังอยู่ในห้องโถงใหญ่จวนองค์หญิงเสินโย่ว เพราะว่าองค์หญิงเสินโย่วกักตัวผู้นำราชโองการที่เขาส่งมาอย่างไม่เกรงกลัวคำครหา และคนที่เขาส่งตามมาอีกสองครั้งเพื่อขอตัวผู้นำราชโองการคืน จวนองค์หญิงก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย จวิ้นอ๋องหนานคังโมโหจนอดมาด้วยตนเองมิได้ อีกทางหนึ่ง ก็เป็นเพราะจวิ้นอ๋องหนานคังคิดพบองค์หญิงเสินโย่วชื่อเสียงก้องหล้าด้วยตนเองสักครั้ง

เพียงแต่องค์หญิงเสินโย่วไม่ให้เกียรติเขาอย่างยิ่ง แม้จวิ้นอ๋องหนานคังมาด้วยตนเอง นางก็ไม่รีบออกมาต้อนรับ จวิ้นอ๋องหนานคังโมโหขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ทำอันใดไม่ได้ ระดับชั้นขององค์หญิงเสินโย่วสูงกว่าเขา จะไม่ออกมาพบเขาก็ย่อมได้ เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงว่าองค์หญิงเสินโย่วรู้อยู่ว่าตอนนี้เมืองผิงจิงอยู่ในการควบคุมของเขา แต่ยังคงกล้าเหิมเกริมเช่นนี้ ตอนที่จวิ้นอ๋องหนานคังโมโหเดือดดาลอย่างไม่อาจระงับคิดให้คนบุกเข้าไป สุดท้ายก็ได้ยินเสียงหยกประดับกระทบกันมาจากด้านนอก องค์หญิงเสินโย่วในชุดแดงค่อยๆ นำคนเดินเข้ามา

“จวิ้นอ๋องหนานคังโมโหเช่นนี้ ต้องการทำอันใด”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 732