ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 733

#733ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 481-2 องค์หญิงตัวปลอม!

จวิ้นอ๋องหนานคังหันขวับมาทันที เห็นหญิงสาวชุดแดงยืนอยู่หน้าประตูก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย แม้ว่ามองใบหน้าไม่กระจ่าง แต่ภายนอกของหญิงสาวที่เผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตากลับงดงามเหนือสามัญ แววตาดึงดูดให้ผู้คนที่ได้เห็นไม่อาจละสายตาจากไปได้

“องค์หญิงเสินโย่ว” จวิ้นอ๋องหนานคังขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจำได้ว่าในข่าวไม่เขียนว่าองค์หญิงเสินโย่วชอบสวมผ้าคลุมหน้า จึงมองอย่างสงสัย “องค์หญิงไยไม่เปิดผ้าคลุมหน้าออกมาพบหน้ากันสักครั้ง”

“บังอาจ!”องค์หญิงเสินโย่วยังไม่ทันได้เอ่ย หญิงสาวข้างกายองค์หญิงเสินโย่วก็ก้าวออกมาตวาดขึ้นก่อน “เป็นแค่จวิ้นอ๋อง ไยกล้าเอ่ยปากเหิมเกริมเช่นนี้ ถึงกับกล้าขอให้องค์หญิงเปิดผ้าคลุมหน้า”

จวิ้นอ๋องหนานคังหรี่ตาเล็กน้อย “องค์หญิงเข้าใจผิดแล้ว แต่...กระหม่อมก็ควรแน่ใจก่อนว่า ผู้ที่ยืนตรงหน้ากระหม่อมตอนนี้ก็คือองค์หญิงเสินโย่วแท้จริงหรือไม่กระมัง”

องค์หญิงเสินโย่วเดินไปนั่งลงเก้าอี้ตำแหน่งประธานของห้องโถง มองจวิ้นอ๋องหนานคังด้วยสีหน้านิ่งเฉย “ข้าใช่องค์หญิงตัวจริงหรือไม่ ต้องให้จวิ้นอ๋องหนานคังมาสงสัยเมื่อใดกัน แต่ปกติข้าไม่ได้สวมผ้าคลุมหน้าจริง นี่ไม่ใช่เพราะว่า...ต้องพบกับคนน่าสะอิดสะเอียนหรือ หากไม่ทันระวังอาจเปรอะเปื้อนรูปโฉมงามราวหยกสลักของข้าได้ ไม่น่าเสียดายหรอกหรือ”

คนน่าสะอิดสะเอียนหมายถึงเขาหรือ จวิ้นอ๋องหนานคังแววตาดำทะมึนกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “วาจาเหลวไหลก็ไม่ต้องเอ่ยอีกแล้ว องค์หญิงไม่น้อมรับราชโองการ ยังกักตัวผู้นำราชโองการไว้ ไม่ทราบว่ามีเจตนาอย่างไร”

องค์หญิงเสินโย่วแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง หันไปทางคนข้างกาย ยื่นมือออกไป บ่าวหญิงข้างกายดึงม้วนผ้าแพรสีเหลืองออกมาจากแขนเสื้อ องค์หญิงเสินโย่วค่อย ๆ เปิดออก “ข้าก็อยากถกกับจวิ้นอ๋องหนานคังสักครั้ง ไม่รู้หรือ...ถ่ายทอดราชโองการปลอม ควรมีโทษเยี่ยงไร”

จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “องค์หญิงหมายความเช่นไร”

องค์หญิงเสินโย่วตอบ “ได้ยินว่าเสด็จพ่อประชวรหนัก ราชโองการนี้ขุนนางข้างพระวรกายเป็นคนร่าง ข้าเองก็ไม่ได้คิดวิจารณ์ แต่...แม้แต่ตราประทับก็ใช้ผิด จวิ้นอ๋องหนานคังต้องอธิบายสักหน่อยว่านี่เกิดเรื่องอันใดขึ้น”

จวิ้นอ๋องหนานคังปฏิเสธทันที “กระหม่อมไม่รู้องค์หญิงหมายถึงเรื่องใด”

องค์หญิงเสินโย่วเอ่ยต่อว่า “เสด็จพ่อมีราชโองการมายังจวนองค์หญิง แม้ว่าส่วนใหญ่ใช้ตราประทับส่วนพระองค์ แต่ไม่ใช้ตรานี้ จวิ้นอ๋องหนานคังควรกลับไปตรวจสอบราชโองการแต่งตั้งที่ยังเก็บอยู่ในวังสักหน่อยหรือไม่ ดูว่าแท้จริงใช้ตราประทับใด”

บ่าวหญิงข้างกายสำทับอีกว่า “ตั้งแต่องค์หญิงได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ ตราประทับในราชโองการที่มายังจวนองค์หญิงเสินโย่วล้วนมีสลักคำว่า เทพยดาคุ้มครอง ตราประทับฝ่าบาทตั้งแต่องค์หญิงกลับมาตอนนั้นก็เป็นตราประทับมังกรผานหลงแกะสลักด้วยหยกนิล ไม่ใช่ตรานี้...ปกติในราชสำนักใช้ตราสลักคำว่า รับบัญชาสวรรค์ ทุ่มเทเพื่อราษฎร

จวิ้นอ๋องหนานคังสีหน้าดำคล้ำ องค์หญิงเสินโย่วเอ่ยต่ออย่างไม่คิดสนใจว่า “จวิ้นอ๋องหนานคัง หรือว่าการประชุมตอนเช้าวันพรุ่งนี้พวกเราไปหารือกับใต้เท้าในราชสำนักกันสักหน่อย ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ได้ยินว่าไม่มีคนได้เห็นเสด็จพ่อมานานแล้ว แม้เสด็จพ่อประชวรหนัก...แต่ขุนนางใหญ่ในราชสำนักก็ควรไปเข้าเฝ้าเยี่ยมพระอาการไม่ใช่หรือ ท่านทำเช่นนี้...จะไม่ให้ข้าสงสัยว่าท่านทำเรื่องอันใดที่ไม่สมควรทำหรือไม่ได้หรือ...”

“องค์หญิงโปรดระวังวาจา!” จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ฝ่าบาททรงประชวรหนัก พระอารมณ์ไม่ดี ไม่อยากพบผู้ใด หรือว่ายังต้องให้ฝ่าบาททรงพบให้ได้ ตอนนี้องค์หญิงกลับเมืองหลวง ฝ่าบาทเรียกเข้าเฝ้า แต่องค์หญิงกลับไม่ยอมเข้าวัง นี่คือเหตุผลอันใดกัน”

องค์หญิงเสินโย่วยิ้มเอ่ย “เหตุผลก็เพราะสงสัยว่าจวิ้นอ๋องหนานคังกักบริเวณเสด็จพ่อข้าอย่างไรเล่า”

จวิ้นอ๋องหนานคังยิ้มเยียบเย็น “ไม่รู้ว่าองค์หญิงต้องการให้กระหม่อมพิสูจน์อย่างไร หรือว่ากระหม่อมต้องทูลเชิญฝ่าบาทที่ยังทรงประชวรออกมาให้ได้ เพื่อให้องค์หญิงเชื่อกระหม่อม”

ฉู่หลิงยักไหล่ “ข้าขี้ขลาด ข้าต้องการให้ขุนนางทุกท่านและผู้อาวุโสเป็นเพื่อนเข้าวัง จึงจะกล้าเข้าไป ถึงตอนนั้นหากข้าเข้าใจท่านอ๋องผิดไป ข้าย่อมขอขมาต่อท่านอ๋อง นับประสาอันใดกับการที่...ท่านอ๋องเป็นขุนนาง เพื่อเสด็จพ่อและข้า ทนเจ็บช้ำน้ำใจเล็กน้อย คิดว่าในใจก็คงไม่คับแค้นใจกระมัง”

หน้าไม่อายจริง!

จวิ้นอ๋องหนานคังอดไร้วาจากับเหตุผลเช่นนี้ไม่ได้ หากเขาคับแค้นใจ ก็จะกลายเป็นขุนนางไม่ภักดีหรือ

ขณะจวิ้นอ๋องหนานคำลังครุ่นคิด ว่าแท้จริงจะใช้กำลังดีหรือไม่ นอกประตูพลันมาคนวิ่งเข้ามากระซิบข้างหูจวิ้นอ๋องหนานคัง จวิ้นอ๋องหนานคังสีหน้าพลันแปรเปลี่ยน ผุดลุกยืนขึ้นอย่างงุนงง สายตาเย็นเยียบจ้องมองหญิงสาวชุดแดงตรงหน้า องค์หญิงเสินโย่วคล้ายว่าไม่รับรู้ ยังคงส่งเสียงหัวเราะสบตาเขา ชายหนุ่มด้านหลังจวิ้นอ๋องหนานคังพลันเบิกตากว้างขึ้น ส่งเสียงดังขึ้นอย่างไม่สนใจธรรมเนียมมารยาท “ไม่ได้การแล้ว! นาง...นางไม่ใช่องค์หญิงเสินโย่ว!”

“อะไรนะ” จวิ้นอ๋องหนานคังเองก็ตกตะลึง แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาเองก็สงสัยพฤติกรรมองค์หญิงเสินโย่วคลุมหน้าไม่ยอมพบผู้ใด แต่เห็นชัดว่าหญิงสาวผู้นี้งดงามและมีความกล้าไม่ธรรมดา บนโลกใบนี้หญิงสาวงดงามบางทีไม่น้อย แต่มีความกล้าเช่นนี้ และยังกล้าปลอมตัวเป็นองค์หญิง มีไม่มากนักอย่างแน่นอน ตอนนางเอ่ยถึงตราประทับในราชโองการ ก็ยิ่งทำให้จวิ้นอ๋องหนานคังลืมความสงสัยก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น

“เจ้าไม่ใช่องค์หญิงเสินโย่ว!” หากหญิงผู้นี้ไม่ใช่องค์หญิงเสินโย่ว เช่นนั้นองค์หญิงเสินโย่วไปที่ใดกัน

หญิงสาวในชุดแดงดึงผ้าแพรคลุมหน้าลง เผยให้เห็นใบหน้างดงามดึงดูดใจ ยามนี้จวิ้นอ๋องหนานคังจึงได้เห็นกระจ่าง ใบหน้านี้แม้ว่างดงาม แต่โครงหน้าลึกกว่าหญิงสาวเทียนฉี่ทั่วไปเล็กน้อย แม้ว่าสีผมและแววตาล้วนเหมือนหญิงสาวเทียนฉี่ แต่รูปโฉมนี้แค่มองก็รู้ว่าเป็นหญิงต่างกลุ่มชาติพันธุ์ องค์หญิงเสินโย่วเป็นหญิงสาวเทียนฉี่แท้จริง หญิงผู้นี้ย่อมไม่ใช่องค์หญิงเสินโย่ว

สาวชุดแดงย่อมไม่ใช่ฉู่หลิง แต่คือหว่านเฟิง

หว่านเฟิงหันไปมองทางสาวน้อยอีกคนอย่างนึกเสียใจอยู่บ้าง “ไหนบอกว่ามองไม่ออกไม่ใช่หรือ”

สาวน้อยรูปโฉมงดงามดึงดูดสายตากลอกตามองบน “ข้าบอกว่าตากับผมมองไม่ออก ไม่อาจเปลี่ยนใบหน้าเสียหน่อย”

“พวกเจ้าบังอาจมาก! องค์หญิงเสินโย่ว...องค์หญิงเสินโย่วอยู่สถานีพักม้าเป่ยจิ้น!” จวิ้นอ๋องหนานคังตวาดดุดัน ทหารเฝ้าประตูนอกประตูรีบเข้ามาล้อมไว้ หว่านเฟิงไม่ร้อนใจ หัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง “องค์หญิงพวกเราไปสนทนากับราชทูตเป่ยจิ้น ท่านอ๋องร้อนใจทำไมกัน อีกอย่าง อย่าได้ใช้กำลังในจวนองค์หญิงจะดีกว่า อย่างไร...ตอนนี้ท่านอ๋องเกรงว่าคงไม่ได้มีคนมากเท่าพวกเรากระมัง”

จวิ้นอ๋องหนานคังย่อมไม่อาจพาคนนับร้อยนับพันบุกมาจวนองค์หญิงเสินโย่ว แต่จวนองค์หญิงเสินโย่วมีทหารองครักษ์หลายร้อยจริง

“เจ้าคือผู้ใด” จวิ้นอ๋องหนานคังตวาดดุดัน

หว่านเฟิงหัวเราะเบา เอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่ง “เรียนท่านอ๋อง ข้าน้อยหว่านเฟิง หลายปีมานี้ทุกคนเรียกข้าว่าราชันมังกรวารี”

หากยามนี้จวิ้นอ๋องหนานคังกำลังดื่มน้ำชา ไม่แน่ว่าน้ำชาในปากอาจพรวดออกมาหมด เดิมพวกเขาคิดว่าหว่านเฟิงผู้นี้เป็นเพียงแค่คนรู้ใจของหวนอวี้หรือบ่าวรับใช้ ดังนั้นนางหลบเข้าไปในจวนเซี่ยงกั๋วกง พวกเขาจึงไม่ได้สร้างความลำบากใจให้นาง คิดไม่ถึงว่าหญิงผู้นี้ถึงกับ...พวกเขาไม่เคยคิดว่าราชันมังกรวารีถึงกับเป็นสตรี และไม่รู้ว่าเข้ามาในเมืองผิงจิงเมื่อใด

หว่านเฟิงเอ่ยว่า “ครั้งนี้ท่านอ๋องทำลายภารกิจของข้ากับคุณชายหกตระกูลอวี้ยับเยิน องค์หญิงไม่พอพระทัยอย่างมาก เพื่อหน้าตาของข้าน้อยเอง อย่างไรก็คงได้แต่มาตามท่านอ๋องกลับไป”

สาวงามย่อมมีรูปโฉมเป็นที่ดึงดูดสายตา แต่ยามนี้จวิ้นอ๋องหนานคังกลับไม่มีอารมณ์จะมาชื่นชม เพียงแค่แค่นเสียงฮึเสียงหนึ่ง “จับตัวนังโจรปลอมตัวเป็นองค์หญิงผู้นี้เอาไว้!”

หว่านเฟิงไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้สักนิด ส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ ขว้างแก้วน้ำชาข้างๆ ลงพื้น “พระบัญชาองค์หญิง จับตัวโจรกบฏชิงบัลลังก์!”

เสียงชักอาวุธดังขึ้น เดิมจวนองค์หญิงที่สงบสุขก็พลันตกอยู่ท่ามกลางเสียงสังหารฟาดฟัน

คนข้างกายจวิ้นอ๋องหนานคังรีบเอ่ยเตือนเบาๆ “ท่านอ๋อง พวกเราไม่อาจอยู่ที่นี่นานนัก อย่าลืมว่าในวัง และสถานีพักม้าเป่ยจิ้น...”

จวิ้นอ๋องหนานคังได้สติคืนมา แค่นเสียงฮึเสียงหนึ่ง “ไป!”

หว่านเฟิงยิ้มเล็กน้อย แต่ปากกลับเอ่ยออกมาว่า “จับตัวไว้!”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 733