ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 729

#729ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 479-2 ขัดขวางข้า ตาย!

ชายหนุ่มในตำแหน่งประธานของห้องส่ายหน้า “ยังไม่ต้องรีบร้อน แต่ทว่า...ข้ารู้สึกว่าอาจไปเจรจากับจวิ้นอ๋องหนานคังได้ ทุกท่านคิดเช่นไร”

“พี่เหยียนกล่าวได้ถูกต้อง” ทุกคนต่างสบตากันไปมาก่อนจะพยักหน้ารับคำ

หลังหารือกันเสร็จ ทุกคนก็ทยอยลุกขึ้นขอตัวกลับ

“ไปหอจุ้ยเซียน”

ชายตัวค่อนข้างท้วมก้มหน้าเดินออกจากประตู เตรียมจะก้าวขึ้นเกี้ยวที่รออยู่นอกประตู ก็พลันชะงักกึกอยู่ตรงนั้น

เดิมเกี้ยวที่ควรว่างเปล่า ไม่รู้ว่ามีอีกคนมาอยู่ตั้งแต่เมื่อใด หญิงสาวชุดแดงรูปร่างงามอรชรนั่งอยู่ในเกี้ยวด้วยท่าทางเกียจคร้าน รูปโฉมทำให้ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลทั่วทั้งเมืองผิงจิงต่างต้องตกตะลึง ยามนี้นางแย้มยิ้มละไม แววตากระจ่างส่องประกายราวกับคลื่นน้ำมรกตในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้จิตใจหวั่นไหวผ่อนคลาย

เพียงแต่ชายร่างท้วมยามนี้กลับไม่มีอารมณ์ชื่นชมสาวงามสุดยอดผู้นี้ ถึงกับไม่กล้าขยับตัว เพราะว่ามีเข็มยาวเล่มหนึ่งส่องประกายวาวจ่ออยู่ที่หน้าอกเขา ทั้งยังทะลุลงไปในผ้าแพรหนาหลายชั้น ทำให้หัวใจเขารับรู้ได้ถึงความเจ็บปลาบเบาบาง

หญิงสาวยิ้มให้เขา โบกมือให้อย่างอารมณ์ดีมาก สีหน้าชายร่างท้วมยังคงไม่แปรเปลี่ยน แต่ในใจกลับอดเคร่งเครียดไม่ได้

“นายท่าน” องครักษ์ติดตามถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

ชายร่างท้วมส่งเสียงไอเบาๆ ทีหนึ่ง “ไม่มีอะไร” กล่าวจบก็เข้าไปในเกี้ยวเงียบๆ

ม่านนอกเกี้ยวถูกดึงปิดลง ภายในเกี้ยวกว้างขวาง แสงสว่างพลันสลัวลง แต่เขายังเห็นแววตากระจ่างคู่ตรงหน้าได้ชัดเจน ทั้งที่เห็นชัดว่าแววตาคู่นี้มีรอยยิ้ม แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงทำให้เขาอดเย็นสันหลังไม่ได้

“องค์หญิงเสินโย่ว!” ชายร่างท้วมลดเสียงเรียกเบาๆ

ฉู่หลิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามยิ้มให้เขาอย่างมีไมตรี ยกมือขึ้นแสดงท่าทางบอกให้เขาเงียบ เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “ประมุขตระกูลชุย หอจุ้ยเซียนมีอันใดน่าสนุก ไม่สู้ข้าเชิญท่านไปเที่ยวที่หอชุ่ยอวี้เซวียนดีกว่า”

ครู่หนึ่งต่อมา ชายในเกี้ยวก็ส่งเสียงออกมาว่า “เปลี่ยนเส้นทาง ไปหอชุ่ยอวี้เซวียน”

คนนอกเกี้ยวอึ้งไปทันที เห็นชัดว่าไม่ค่อยเข้าใจ เหตุใดนายท่านจะไปที่เช่นนั้น แต่ทว่าก็รับคำอย่างรวดเร็ว เกี้ยวเปลี่ยนเส้นทางมุ่งไปยังหอชุ่ยอวี้เซวียน

ตอนเกี้ยวหยุดลง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ถนนด้านนอกหอชุ่ยอวี้เซวียนเริ่มคึกคักขึ้นมาทีละน้อย เกี้ยวหยุดลงที่ประตูหลังหอชุ่ยอวี้เซวียน มีคนเปิดประตูออกมาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรูปโฉมโดดเด่นสองคนเข้ามาต้อนรับ “ประมุขตระกูลชุยหรือ ข้าน้อยชุ่ยเยว่ ซู่อวี้มารอต้อนรับท่านเป็นพิเศษ”

ประมุขตระกูลชุยก้าวออกจากเกี้ยวด้วยสีหน้าบึ้งตึง มองสองสาวน้อยตรงหน้าที่ส่งยิ้มละไมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “รบกวนแม่นางทั้งสองแล้ว”

ซู่อวี้ยิ้มไม่เห็นฟัน “ประมุขตระกูลชุยเป็นแขกสูงศักดิ์ ข้าน้อยมิกล้า เชิญด้านใน”

ประมุขตระกูลชุยไม่เคยพบชุ่ยเยว่กับซู่อวี้ แต่กลับเคยได้ยินสองชื่อนี้ ชุ่ยเยว่สองพี่น้องมีชื่อเสียงในเมืองหลวง แต่ทว่าว่ากันว่าพวกนางไม่ได้ออกรับแขกนานแล้ว คิดไม่ถึงว่าสองคนนี้ถึงกับเป็นคนขององค์หญิงเสินโย่ว ชุ่ยเยว่สองพี่น้องมีชื่อเสียงมาก่อนองค์หญิงเสินโย่วกลับเมืองหลวง เช่นนั้นสองคนนี้...

ประมุขตระกูลชุยถูกทั้งสองคนเชิญเข้าไปทางประตูหลัง ทหารองครักษ์สองนายรีบเดินเข้าประตูมาพร้อมกับเขา ชุ่ยเยว่กับซู่อวี้ยิ้มละไมมองพวกเขา ไม่ได้เอ่ยค้าน ประตูเรือนด้านหลังเพิ่งปิดลง หญิงสาวงดงามสองนานที่มีรอยยิ้มหวานละไมก่อนหน้านี้ก็สะอึกกายไปตรงหน้าองครักษ์ทั้งสอง พริบตาองครักษ์ทั้งสองก็ล้มพับลง

ประมุขตระกูลชุยมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าสับสน เอ่ยเสียดสีขึ้นว่า “ในเมื่อข้าเข้ามาแล้ว ย่อมไม่คิดต่อต้านอย่างไม่รู้ความ ไยองค์หญิงต้องระแวงเช่นนี้ด้วย”

“กับคนเช่นประมุขตระกูลชุย ระวังรอบคอบสักหน่อยเป็นเรื่องจำเป็น”

เสียงสตรีเจือเสียงหัวเราะดังขึ้น แววตาประมุขตระกูลชุยอดหดเกร็งไม่ได้ กวาดตามองไปทางเสียงที่มาอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้เห็นอยู่ว่ายังนั่งอยู่ในเกี้ยว ยามนี้ถึงกับปรากฏตัวด้านหลังเขา ยังคงอยู่ในชุดแดง ผมยาวประบ่า

เรือนด้านหลัง ชุ่ยเยว่เซวียนจุดโคมไฟสว่างขึ้นแล้ว แสงไฟส่องให้เห็นรูปโฉมงดงามของนางยิ่งชัดขึ้น

“องค์หญิงเสินโย่วเอาตัวข้าน้อยมาที่นี่ ไม่ทราบว่าด้วยเรื่องอันใด” ประมุขตระกูลชุยตั้งสติก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

ฉู่หลิงยิ้มให้เขา หันเดินไปยังศาลารับลมที่อยู่ไม่ไกลนัก

ชุ่ยเยว่อมยิ้มเอ่ย “ประมุขตระกูลชุย เชิญ”

ประมุขตระกูลชุยมององครักษ์สองคนของตนเองที่ล้มพับอยู่กับพื้นอย่างไม่รู้ว่าเป็นหรือตายทีหนึ่งก่อนจะหันหลังเดินตามไป

ในศาลารับลม ฉู่หลิงค่อยๆ บรรจงรินน้ำชาถ้วยหนึ่ง เห็นประมุขตระกูลชุยเดินเข้ามาก็ยิ้ม เอ่ยว่า “เชิญประมุขตระกูลชุยมาที่นี่ก็ไม่ได้มีเรื่องสำคัญอันใด ข้าแค่อยากถามว่า...แท้จริงชาวเผ่ามั่วให้ผลประโยชน์อะไรแก่ท่าน จึงได้ทำให้ประมุขตระกูลชุยไม่ลังเลที่จะยุแยงตระกูลขุนนางเก่าแก่ให้แตกหักกับราชวงศ์”

ประมุขตระกูลชุยสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวเสียงเรียบว่า “กระหม่อมไม่เข้าใจ วาจาองค์หญิงหมายความว่าอย่างไร”

ฉู่หลิงกล่าวกลั้วหัวเราะแผ่วเบา “ไม่ใช่ชาวเผ่ามั่ว หรือว่าเป็นจวิ้นอ๋องหนานคัง ไม่ถูกต้อง ข้าดูแล้วจวิ้นอ๋องหนานคังเหมือนไม่มีความสามารถนี้ ใช่แล้ว ข้าจำได้แล้ว พระชายาน้อยของซื่อจื่อจวนจวิ้นอ๋องหนานคังคล้ายว่าแซ่ชุย ตำแหน่งพระชายาน้อยซื่อจื่อไม่ไพเราะเท่าพระชายารัชทายาทกระมัง”

“แท้จริงองค์หญิงต้องการทำอะไรกันแน่!” ประมุขตระกูลชุยตวาดดุดัน

ฉู่หลิงเท้าคางยิ้ม “ข้าแค่อยากรู้...แท้จริงผลประโยชน์ตระกูลขุนนางเก่าแก่พวกท่านร่วมมือกันแข็งแกร่ง หรือว่าดาบจันทราข้าแข็งคมกริบกว่า”

ประมุขตระกูลชุยไม่หวาดกลัวคำข่มขู่นาง เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น “องค์หญิงคิดสังหารข้าหรือ ท่านมีความสามารถสังหารข้า มีความสามารถสังหารตระกูลขุนนางเก่าแก่ทั้งหมดหรือ หรือ...องค์หญิงคิดว่าสิบปี ยี่สิบปีข้างหน้า จะไม่มีกลุ่มอิทธิพลใหม่ขึ้นมาแทนที่”

ฉู่หลิงยิ้ม “ประมุขตระกูลชุยไม่ต้องพูดจามากความกับข้า ข้ามีความสามารถสังหารท่าน ย่อมมีความสามารถสังหารคนที่คิดอยากสังหารทุกคน ส่วนสิบปีหรือยี่สิบปีจะเป็นเช่นไร ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า”

“ท่าน!” ประมุขตระกูลชุยโมโหหน้าแดงก่ำ เห็นชัดว่าคิดไม่ถึงว่าฉู่หลิงถึงกับมีท่าทีไม่ยี่หระเช่นนี้ ผ่านไปครู่หนึ่งก็ชี้หน้าฉู่หลิง “มิน่ามีคนกล่าวว่า องค์หญิงไม่เหมือนฝ่าบาท แต่เหมือนฉู่เลี่ย จิตใจโหดเหี้ยม บ้าคลั่งกระหายโลหิต!”

ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “แม้ว่าข้าเป็นบุตรีเสด็จพ่อ แต่กลับไม่อาจไม่ทวงถามความยุติธรรมสักคำ ตอนนั้นหากไม่ใช่พวกท่านแทงข้างหลังฉู่เลี่ย เทียนฉี่ก็คงไม่ถึงกับล่มสลายเร็วเช่นนี้กระมัง ประมุขตระกูลชุย พวกท่านไม่รู้สึกละอายใจต่อราษฎรใต้หล้าบ้างหรือ ไม่สิ เรื่องตอนนั้นน่าจะไม่เกี่ยวกับท่าน ข้ารู้สึกว่า พวกท่านไม่มีความกล้าเช่นรุ่นสมัยบิดาพวกท่าน

หากอ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดินยังอยู่ เกรงว่าครั้งนี้ประมุขตระกูลชุยก็คงได้แต่คุกเข่ายอมเป็นขุนนางจำนนต่ออำนาจกระมัง ไม่ว่าอย่างไร...ตอนนั้นก็ยังลงมือลับหลัง แต่ตอนนี้กลับกล้าเป็นดังต้นหญ้าริมกำแพงเปลี่ยนใจไปมา เอ่อ ไม่สิ ในบรรดาพวกเขาเหล่านี้ไม่อาจรวมประมุขตระกูลชุย เพราะท่าน...คือโจรขายชาติ!”

“เจ้า!”

ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะ กล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าพวกท่านน่าสงสารจริง ผ่านเหตุการณ์ฉู่เลี่ยมา พวกท่านคิดว่าความจำราชวงศ์เทียนฉี่จะไม่ดีอย่างนั้นหรือ จะปล่อยให้พวกท่านได้ตะกายขึ้นมาเรืองอำนาจอีกครั้งหรือ เสด็จพ่อข้านับว่าพระทัยอ่อน หากจวิ้นอ๋องหนานคังขึ้นครองราชย์จริง พวกท่านคิดว่าพวกท่านจะมีบทสรุปที่ดีได้หรือ”

ประมุขตระกูลชุยได้ยินดังนี้พลันส่งเสียงหัวเราะ “ที่แท้องค์หญิงมาเพื่อเกลี้ยกล่อม”

ฉู่หลิงส่ายหน้า “ผิด ข้ามาเพื่อบอกประมุขตระกูลชุยคำหนึ่ง”

“อะไร” ประมุขตระกูลชุยนิ่งอึ้ง

ฉู่หลิงมองเขาพลางเผยรอยยิ้มงาม “ขัดขวางข้า ตาย!”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 729