ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 725

#725ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 477-1 ถ่ายทอดราชโองการปลอม!

ฉู่หลิงแยกจากเซียวเยียนเอ๋อร์แล้วก็มิได้ตรงไปจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงหรือที่ใด แต่ตรงไปจวนท่านหญิง ฮุ่ยเหอ

ท่านหญิงฮุ่ยเหออายุเกือบหกสิบแล้ว เป็นหญิงสูงวัยผู้น่าเกรงขามอย่างมากผู้หนึ่ง นางเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว เลี้ยงดูบุตรชายมาเพียงลำพัง แต่เพราะนิสัยนางทำให้นางไม่ค่อยสนิทกับบุตรชาย แต่รักหลานชายอย่างมาก สำหรับหลานชายแล้ว ทุกอย่างต้องคัดสรรอย่างดีที่สุด

เพียงแต่สามปีก่อนคุณหนูตระกูลหยางหนีไป กระทบกระเทือนจิตใจท่านหญิงฮุ่ยเหอไม่น้อย ทำให้นางยิ่งยากเข้าหา สุดท้ายก็เลือกแม่นางจากตระกูลที่เหมาะสมให้หลานชายใหม่ เพียงแต่หลังจากนั้นมา ท่านหญิงฮุ่ยเหอก็ไม่พอใจตระกูลหยางอย่างที่สุด

หลายปีมานี้ฉู่หลิงไม่ได้ไปมาหาสู่กับท่านหญิงผู้นี้ แต่ทว่าฮ่องเต้หย่งเจียให้การดูแลท่านหญิงผู้นี้ไม่เลว ฉู่หลิงรู้สึกว่านางน่าจะพอเข้าใจความคิดเสด็จพ่อ แม้ว่านิสัยท่านหญิงฮุ่ยเหอไม่เป็นที่ต้อนรับของผู้คน แต่เทียบกับพวกขุนนางและราชนิกูลที่เป็นดังคลื่นใต้น้ำพวกนั้นแล้วก็ดีกว่ามาก อย่างน้อยอารมณ์ท่านหญิงฮุ่ย เหอร้อนเพียงใดก็ไม่ถึงกับระเบิดต่อเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้ อย่างไรก็ไม่ทำให้ฮ่องเต้หย่งเจียต้องร้อนพระทัย

ตอนฉู่หลิงเข้าไป ท่านหญิงฮุ่ยเหอกำลังสวดมนต์อยู่ในหอพระ พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็หันไปมอง เมื่อเห็นฉู่ หลิงก็ไม่ได้แปลกใจ เพียงแค่เอ่ยว่า “ล้วนกล่าวกันว่าองค์หญิงใจกล้าเหนือผู้ใด ดูท่าเป็นจริงดังคาด”

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ท่านหญิงเอ่ยชมเกินไปแล้ว มารบกวนความสงบสุขของท่านหญิงโดยพลการ ขอท่านหญิงโปรดอภัย”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอลุกขึ้นยืน มองประเมินฉู่หลิงครู่หนึ่งอย่างแปลกใจก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านไม่กลัวว่านี่คือกับดักล่อท่านมาติดกลับหรือ”

ฉู่หลิงยักไหล่ “มีสิ่งใดที่เสด็จพ่อให้ท่านหญิงไม่ได้ แต่จวิ้นอ๋องหนานคังให้ได้หรือ”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอเงียบไปเป็นนานก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านกล่าวได้ถูกต้อง”

นางยังแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “จวิ้นอ๋องหนานคังมันตัวอะไร ก็แค่ญาติห่างๆ ที่ไม่รู้ห่างไกลกี่พันลี้ อาศัยแค่บรรพชนสืบทอดบรรดาศักดิ์จวิ้นอ๋องต่อกันมาก็กล้าคิดชิงบัลลังก์ ยังทำท่าเหมือนให้ความเคารพท่านหญิงเช่นข้า เสแสร้งแกล้งเอ่ยว่าจะให้การดูแลเชื้อพระวงศ์อย่างดี

ถุย! เขาเสแสร้งมาสิบกว่าปี ตอนนี้ถึงกับร่วมมือกับชาวเผ่ามั่ว เขาลืมตาอ้าปากได้จะดีต่อเชื้อพระวงศ์เช่นพวกเราหรือ คิดว่าข้าโง่หรือ”

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย มองท่านหญิงฮุ่ยเหออย่างแปลกใจ “ท่านหญิงเคยมีเรื่องกับจวิ้นอ๋องหนานคัง หรือ”

ล้วนว่ากันว่าท่านหญิงนิสัยยโสเย็นชา ตอนนี้ดูเหมือนนางยังอารมณ์ร้อนอีกด้วย

ท่านหญิงฮุ่ยเหอกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “พวกที่สนิทสนมกับชาวเผ่ามั่ว ล้วนเป็นปรปักษ์กับข้า”

ฉู่หลิงพยักหน้า นางจำได้ว่าเดิมท่านหญิงฮุ่ยเหอมีน้องชายคนหนึ่ง ตอนนั้นเขาตายด้วยน้ำมือชาวเผ่ามั่ว ท่านหญิงฮุ่ยเหอนำฉู่หลิงเดินเข้าไปนั่งในเรือนบุปผาอีกด้านหนึ่ง ก่อนจะมองฉู่หลิงแล้วเอ่ยว่า “ข้าคิดไม่ถึงว่าองค์หญิงจะมาหาข้าเร็วเพียงนี้”

ฉู่หลิงยิ้ม “ก่อนหน้านี้ต้องขอบคุณท่านหญิงที่ทุ่มเทกำลังส่งหนีฉางออกนอกเมือง หากไม่ใช่เช่นนี้ เกรงว่าพวกเราคงได้รับข่าวช้ากว่านี้”

“สาวน้อยตระกูลอวี้ผู้นั้นหรือ ก็ไม่มีอันใด...ข้าพอมีความสัมพันธ์กับท่านย่านางอยู่บ้าง อย่างไรก็ไม่อาจเห็นคนกำลังจะตายแล้วไม่ช่วย”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอกล่าว “ตอนนี้ทั้งวังหลวงตกอยู่ในมือจวิ้นอ๋องหนานคัง องค์หญิงคิดทำเช่นไร”

ฉู่หลิงมองท่านหญิงฮุ่ยเหอ “วันนี้มาเยือนไม่ได้นัดหมาย ข้ามีเรื่องขอให้ท่านหญิงช่วยเหลือ หวังว่าท่านหญิงจะออกหน้าช่วยเหลือ”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอพยักหน้า “ท่านลองว่ามา”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ได้ยินว่าพระชายาและบุตรีจวิ้นอ๋องหนานคังอยู่ในเมืองผิงจิง”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอขมวดคิ้ว “องค์หญิงคิดใช้ภรรยาและบุตรีเขามาข่มขู่เขาหรือ เรื่องนี้เกรงว่าคงไม่ได้ ในเมื่อจวิ้นอ๋องหนานคังมีความคิดเป็นใหญ่ จะไม่ยอมละทิ้งเพราะภรรยาและบุตรีหรือ ด้วยนิสัยเขา เกรงว่าแม้องค์หญิงสังหารภรรยาและบุตรีของเขาต่อหน้า เขาก็ไม่กะพริบตา”

ฉู่หลิงเอ่ยยิ้มๆ “ท่านหญิงคิดมากไปแล้ว ข้าไม่ได้คิดเช่นนี้”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอไม่เข้าใจ “เช่นนั้นองค์หญิงหมายความว่าอย่างไร”

ฉู่หลิงตอบว่า “ท่านหญิงไม่รู้สึกว่าแปลกหรือ สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน เหตุใดจวิ้นอ๋องหนานคังต้องพาพระชายาและบุตรีมาเมืองหลวงด้วย เขาแน่ใจว่าตนเองน่าจะได้ครองบัลลังก์ถึงเก้าส่วนจากสิบส่วน จึงได้คิดพาภรรยาและบุตรีมาร่วมฉลอง หรือมาเพื่อการใดกันแน่”

“นี่...” ท่านหญิงฮุ่ยเหอขมวดคิ้ว นางย่อมไม่รู้สึกว่าเป็นประการแรก “บางทีเพื่อโน้มน้าวบรรดาสตรีเรือนหลังไปเป็นพวก”

พาภรรยาและบุตรีมาเมืองหลวงในเวลาเช่นนี้ก็นับว่าแปลกจริง แต่ไม่แน่ว่าจวิ้นอ๋องหนานคังชอบให้ภรรยาและบุตรีอยู่ข้างกายก็เป็นได้

“พระชายาหนานคังได้ออกหน้ามาเกลี้ยกล่อมสตรีเรือนหลังในเมืองผิงจิงหรือไม่” ฉู่หลิงถามขึ้น

ท่านหญิงฮุ่ยเหอเงียบงัน ตอนนี้ชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลเมืองผิงจิงต่างกำลังแตกตื่นตกใจ ไหนเลยจะยังมีอารมณ์ออกมากินเลี้ยงสังสรรค์กัน

ฉู่หลิงยิ้มบาง เอ่ยว่า “ข้าหวังว่าท่านหญิงจะช่วยข้าส่งข่าวให้พระชายาหนานคัง บอกว่า...จวิ้นอ๋องหนานคังตั้งใจเชื่อมไมตรีกับเป่ยจิ้น คิดส่งบุตรีไปแต่งกับองค์ชายใหญ่เป่ยจิ้น แน่นอนว่าหากทำให้พระชายารู้ข่าวนี้อย่างแนบเนียนได้ยิ่งดี”

“องค์ชายใหญ่เผ่ามั่วหรือ องค์หญิงเอาข่าวมาจากที่ใด”

หลายปีก่อนบุตรชายทั่วป๋าเหลียงสองคน ตายไปหนึ่ง บาดเจ็บไปหนึ่ง นางอยู่ไกลถึงเมืองผิงจิงก็ยังรู้ข่าวนี้

ฉู่หลิงหัวเราะเบาๆ เอ่ยว่า “เรื่องนี้...ก็พูดไปอย่างนั้น แต่ทว่าจวิ้นอ๋องหนานคังในเวลานี้พาภรรยาและบุตรชายมาก็แล้วไป ยังพาแม่นางที่เพิ่งได้วัยปักปิ่นมาด้วย คงไม่คิดให้แม่นางน้อยพวกนี้ได้เปิดหูเปิดตาอันใดกระมัง ข้าว่าเขาคิดจะใช้เชื่อมสัมพันธ์กับองค์ชายใหญ่เผ่ามั่ว อภิเษกเชื่อมไมตรีถือว่าเป็นวาจาที่ค่อนข้างสุภาพแล้วกระมัง ท่านหญิงคิดเช่นไร”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้นว่า “องค์หญิงทำเช่นนี้เพราะคิดทำลายสัมพันธ์จวิ้นอ๋องหนานคังกับพระชายาหรือ พระชายาหนานคังไม่ได้มีความสามารถเช่นองค์หญิง แม้จวิ้นอ๋องหนานคังคิดส่งบุตรีไป นางเองก็ทำอันใดไม่ได้”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ล้วนกล่าวว่าพลังแห่งมารดาแข็งแกร่ง ไม่แน่ว่าอาจมีเรื่องน่ายินดีคาดไม่ถึง แม้ไม่มี...พวกเราก็ไม่เสียหาย แต่ทว่าต้องขอให้ท่านหญิงกระทำการอย่างระวัง อย่าได้ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตราย”

ท่านหญิงฮุ่ยเหอแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “ความต้องการขององค์หญิง ข้ารู้แล้ว เมืองผิงจิงนี้...อย่างไรข้าก็อยู่มาเกือบยี่สิบปี เรื่องใหญ่ทำให้องค์หญิงไม่ได้ หรือว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ทำไม่ได้กัน”

ฉู่หลิงยิ้มหวานทันที “เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านหญิงมาก”

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จวิ้นอ๋องหนานคังยังนอนหลับสนิทอยู่ก็พลันได้รับข่าวอันน่าตกใจยิ่ง “เรียนท่านอ๋อง องค์หญิงเสินโย่วกลับมาเมืองหลวงแล้ว!”

จวิ้นอ๋องหนานคังผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง ตวาดอย่างโมโห “ไม่ได้บอกหรือว่าหากพบเห็นองค์หญิงเสินโย่วให้สังหารทันที”

ชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าลังเลเล็กน้อย เอ่ยด้วยท่าทีลำบากใจ “แต่ท่านอ๋อง...องค์หญิง องค์หญิงมีกองหนุนมาพร้อม นำกำลังคนเดินเข้ามาในเมืองอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด”

นั่นเป็นถึงองค์หญิงเสินโย่วเลยเชียวนะ หรือว่าจะให้พวกเขาสังหารองค์หญิงที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่สุดต่อหน้าทุกคนบนท้องถนน ยิ่งมิต้องกล่าวถึงว่าองค์หญิงเองยังมีกองกำลังเสินโย่วคุ้มกันมา จะสังหารได้หรือไม่ยังไม่อาจกล่าวได้

สีหน้าจวิ้นอ๋องหนานคังหนักใจเล็กน้อย “องค์หญิงเสินโย่วนำกองทัพเข้าเมืองมาเท่าไร”

ชายหนุ่มตอบว่า “ไม่ถึงหนึ่งพัน”

ไม่ถึงหนึ่งพัน...ฟังดูแล้วไม่มาก แต่ก็มิใช่น้อย อย่างน้อยในเมืองก็ไม่มีหน่วยอารักขาจวนใดที่มีคนมากมายเพียงนี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเขาไม่อาจปะทะกับองค์หญิงเสินโย่วซึ่งหน้าได้

“ถ่ายทอดคำสั่งลงไป...จับตัวองค์หญิงเสินโย่วให้ได้! คุมตัวเข้าวังมาพบข้า” จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวเสียงเรียบ

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทันที “ท่านอ๋อง องค์หญิงเสินโย่วเข้าเมืองมาก็กลับจวนองค์หญิง อีกอย่าง...ยังส่งคนนำฎีกาเข้าวังมาขอเข้าเฝ้าถวายพระพรฝ่าบาท”

จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวอย่างไม่พอใจนักว่า “แล้วอย่างไร รีบส่งคนไปถ่ายทอดราชโองการ ปลดตำแหน่งองค์หญิง ยึดอำนาจกองทัพ คุมตัวเข้าวังทันที ในเมื่อนางไม่รู้จักที่ตาย รนมาติดกับเอง ก็อย่าได้โทษข้าที่ลงมือแล้งน้ำใจ”

“ขอรับท่านอ๋อง!”

เห็นจวิ้นอ๋องหนานคังตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ชายหนุ่มก็มิกล้าเอ่ยอันใด รีบคำนับขอตัวออกไป

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 725