ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 724

#724ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 476-2 สังหารองค์หญิงเสินโย่ว!

อาฮูหลู่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เอาละ ข้าน้อยเองก็ไม่คิดปิดบังจวิ้นอ๋องหนานคัง ความคิดฮ่องเต้ของเรายังคงไม่แปรเปลี่ยน เป่ยจิ้นยินดีสนับสนุนจวิ้นอ๋องขึ้นครองบัลลังก์ แต่หลังจบเรื่องนี้...ต้องมอบองค์หญิงเสินโย่วให้เป่ยจิ้นจัดการ”

สีหน้าจวิ้นอ๋องหนานคังค่อนข้างย่ำแย่ “เหตุใดไม่สังหารนางทิ้งเสียเลย”

อาฮูหลู่ยิ้มเอ่ย “ในเมื่อท่านอ๋องรู้ว่าเยี่ยนเฟิ่งเซียวเป็นคนเดียวกับจวินอู๋ฮวน ก็ควรรู้...ความสำคัญขององค์หญิงเสินโย่ว อย่างอื่นไม่เอ่ยถึง แค่ฝีมือเยี่ยนเฟิ่งเซียวก็เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ในใต้หล้านี้ หากท่านอ๋องสังหารองค์หญิงเสินโย่ว...เยี่ยนเฟิ่งเซียวโมโห หากเขาไม่สนใจอันใดข้ามมาลอบสังหารท่านอ๋อง ขอถามว่าใต้หล้านี้ผู้ใดจะขวางเขาได้”

จวิ้นอ๋องหนานคังหรี่ตาเล็กน้อย แววตาฉายว่าไม่คิดเช่นนั้น แม้ว่าเขาไม่เข้าใจวิทยายุทธ์ แต่ลูกน้องที่มีวิทยายุทธ์สูงส่งของเขาก็ไม่น้อย จวิ้นอ๋องหนานคังไม่คิดว่าวิทยายุทธ์สูงส่งจะมีค่าควรเอ่ยว่ามีความสามารถอันใด วิทยายุทธ์สูงเพียงใดก็ยังคงเป็นแค่ชนชั้นล่าง สิ่งที่สำคัญที่สุดบนโลกใบนี้ก็คืออำนาจและสถานะ ไม่ใช่วิทยายุทธ์

อาฮูหลู่ถอนหายใจเบาๆ “จวิ้นอ๋องดูแคลนผู้มีวิทยายุทธ์สูงส่งหรือ จวิ้นอ๋องยังจำได้หรือไม่ อดีตฮ่องเต้เป่ยจิ้นสิ้นพระชนม์อย่างไร”

จวิ้นอ๋องหนานคังนิ่งอึ้ง อาฮูหลู่เอ่ยต่อว่า “หลายปีก่อนในวังมีมือสังหาร ฝ่าบาทสิ้นพระชนม์ทันทีในที่เกิดเหตุไม่ว่า ตอนนั้นท่านแม่ทัพเจียนคุน ราชองครักษ์ใหญ่เป่ยจิ้น เป็นรองเพียงทั่วป๋าซิ่งเยี่ย ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเผ่ามั่วเราไล่ล่ามือสังหารไป จากนั้นก็หายตัวไปไร้ร่องรอย เจียนคุนเป็นนักรบเผ่ามั่ว ภักดีต่ออดีตฮ่องเต้ ไม่มีทางกลัวความผิดหลบหนีไป ดังนั้นเขาน่าจะตายแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามือสังหารตอนนั้นคือผู้ใด แต่ตอนนี้...”

จวิ้นอ๋องหนานคังถาม “ตอนนี้เป็นอย่างไร”

อาฮูหลู่จ้องตาจวิ้นอ๋องหนานคัง ชะงักไปครู่หนึ่ง “ตอนนี้ข้าสงสัยว่ามือสังหารผู้นั้นก็คือองค์หญิงเสินโย่ว”

“เหลวไหล!” จวิ้นอ๋องหนานคังตบโต๊ะดังลั่น “ข้าเคยได้ยินว่าวิทยายุทธ์องค์หญิงเสินโย่วสูงส่ง แต่...ก็คงไม่เก่งกล้าไปกว่ายอดฝีมืออันดับสองของเผ่ามั่วกระมัง”

อาฮูหลู่หัวเราะ “ท่านอ๋องไม่เชื่อก็แล้วไปเถอะ ข้าน้อยเองก็แค่พูดตามตรงเท่านั้น”

จวิ้นอ๋องหนานคังเอ่ยว่า “ในเมื่อใต้เท้าระแวงองค์หญิงเสินโย่วเช่นนี้ เหตุใดยังต้องเก็บนางไว้ เพียงแค่เพราะเยี่ยนเฟิ่งเซียวจริงหรือ”

อาฮูหลู่ตอบว่า “ท่านอ๋องอย่าได้ดูแคลนวิธีนี้ ขอเพียงมีองค์หญิงเสินโย่วในมือ เยี่ยนเฟิ่งเซียวมีแต่ยอมจำนนสถานเดียว”

จวิ้นอ๋องหนานคังแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “ก็ขอให้เป็นดังที่ใต้เท้าว่ามา”

อาฮูหลู่ยิ้มเอ่ย “แน่นอน ทันทีที่องค์หญิงเสินโย่วกลับถึงเมืองหลวงย่อมต้องมาพบฮ่องเต้หย่งเจียที่วังก่อน ขอจวิ้นอ๋องหนานคังเตรียมตัวให้พร้อม ขอเพียงจับตัวองค์หญิงเสินโย่วได้ ทัพเมืองหลิงเจียงก็แค่กองทรายกระจัดกระจายไร้ค่า จวิ้นอ๋องก็ไม่จำเป็นต้องกลัวแล้ว ถึงตอนนั้นไม่ว่าเมืองผิงจิงหรือเทียนฉี่ ยังจะมีผู้ใดกล้าต่อต้านจวิ้นอ๋องอีก”

จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวเสียงเรียบว่า “ข้ารู้แล้ว”

เห็นว่าเขาเห็นด้วยแล้ว อาฮูหลู่จึงได้พยักหน้าพอใจ ลุกขึ้นยืน พาคนขอตัวออกไป

พอพวกอาฮูหลู่ไปแล้ว จวิ้นอ๋องหนานคังจึงได้แค่นเสียงฮึเบาๆ ในลำคอ “เข้ามา!”

ชายวัยกลางคนในชุดเทาเดินออกมาจากด้านหลัง ประสานมือ “ท่านอ๋อง”

จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ทันทีที่พบองค์หญิงเสินโย่ว สังหารทันที!”

“ท่านอ๋อง” ชายวัยกลางคนนิ่งอึ้ง เห็นชัดว่าคิดไม่ถึงว่าจวิ้นอ๋องหนานคังจะออกคำสั่งเช่นนี้ “ท่านอ๋องชาวเป่ยจิ้นผู้นั้นกล่าวได้ถูกต้อง ไม่อาจไม่ป้องกันเมืองชางอวิ๋น”

จวิ้นอ๋องหนานคังยิ้มเยียบเย็น “ตอนนี้ชาวเป่ยจิ้นกำลังเผชิญหน้ากับเมืองชางอวิ๋น แม้องค์หญิงเสินโย่วเกิดเรื่องอันใดขึ้น เมืองชางอวิ๋นก็อยู่อีกฟากของแม่น้ำหลิงชาง มีความสามารถอะไรมาเอาเรื่องข้าได้

ถึงตอนนั้นก็ผลักเรื่ององค์หญิงเสินโย่วว่าเป็นฝีมือชาวเผ่ามั่วก็ได้ อีกอย่าง...เยี่ยนเฟิ่งเซียวมีอาการป่วยติดตัวเป็นเรื่องจริงแท้ หากได้รู้ข่าวการตายขององค์หญิงเสินโย่ว ยังจะมีความสามารถมาแก้แค้นให้นางหรือไม่ยังไม่อาจกล่าวได้”

ชายวัยกลางคนพยักหน้า “ท่านอ๋องกล่าวได้ถูกต้อง เช่นนั้นข้าน้อย...”

จวิ้นอ๋องหนานคังเอ่ยต่อว่า “ใช้ชื่อคนคุกหมิงอวี้ไปจัดการ พบเห็นองค์หญิงเสินโย่ว ไม่ต้องพูดจามากความ สังหารทันที!”

“ขอรับท่านอ๋อง”

จวิ้นอ๋องหนานคังถามขึ้นอีกว่า “มีข่าวอันใดจากจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงหรือไม่”

ชายวัยกลางคนส่ายหน้า “จวิ้นอ๋องป๋อหนิงไม่ยอมร่วมมือกับพวกเรา”

จวิ้นอ๋องหนานคังแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “เขาเอาแต่ยอมก้มหัวให้ฮ่องเต้หย่งเจียกับองค์หญิงเสินโย่ว ไม่ใช่หวังว่าสักวันหลานชายเขาจะได้เป็นรัชทายาทหรือ หาเจ้าเด็กนั่นเจอแล้วหรือยัง”

ชายวัยกลางคนส่ายหน้า “ยังไม่เจอขอรับ”

“หาต่อไป!” จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวเสียงเยียบเย็น “รอให้ข้าได้ตัวเด็กนั่นมาก่อน ข้าไม่เชื่อว่าจวิ้นอ๋องป๋อหนิงจะยังไม่ยอมพยักหน้า”

“ขอรับท่านอ๋อง!”

ตอนจวิ้นอ๋องหนานคังมีคำสั่งให้สังหารฉู่หลิงทันที แต่คนที่เขาคิดสังหารกลับเดินไม่เกรงกลัวผู้ใดอยู่ในเมืองผิงจิง ฉู่หลิงสวมชุดผ้าสีอ่อน ท่าทางสุภาพคล้ายชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีที่ยังไม่ถึงวัยสวมกวาน

เซียวเยียนเอ๋อร์ตามมาด้วย นางอยู่ในชุดสีฟ้าทะเลสาบ เกล้าผมสองข้าง ดูแล้วเป็นสาวน้อยว่านอนสอนง่ายและรู้ความยิ่ง ความจริงสองปีมานี้ที่เซียวเยียนเอ๋อร์ได้ติดตามฉู่หลิง แม้ว่านิสัยยังคงซุกซน แต่เห็นได้ชัดว่าเติบโตขึ้นไม่น้อย

เมื่อก่อนนางมักรู้สึกว่าตนเองเป็นแม่หนูน้อยอายุสิบห้า ตอนนี้ค่อยๆ เข้าใจแล้วว่าตนเองเพียงแค่ถูกผนึกไว้ระยะเวลาหนึ่ง ไม่ยอมมองดูโลกภายนอกก็เท่านั้น นางเชื่อมั่นในเรื่องที่ตนเองเชื่อจึงได้ไม่ยอมโต และมีท่าทางเหมือนเด็กน้อยไม่รู้ความ

ตอนนี้นางคิดตกแล้ว เริ่มจดจำเรื่องในอดีตได้บ้างแล้ว ทำให้นิสัยเริ่มสุขุมขึ้นมาไม่น้อย

แต่ทว่าแม้เป็นเช่นนี้ แต่แต่งตัวเป็นเด็กสาวตัวน้อยน่าเอ็นดูก็ยังคงไม่ดูขัดเขิน

ชายหนุ่มหญิงสาวสองคนเดินบนท้องถนน เหมือนดังพี่น้องที่สนิทสนมกันคู่หนึ่ง ย่อมไม่ทำให้คนคิดไปว่าเป็นองค์หญิงเสินโย่ว สาวงามอันดับหนึ่งเมืองผิงจิง

ฉู่หลิงกับเซียวเยียนเอ๋อร์เดินผ่านจวนองค์หญิงเสินโย่วกับจวนเซี่ยงกั๋วกง เห็นสองข้างจวนเต็มไปด้วยกองกำลังดังคาด ทั้งสองคนไม่ได้เข้าไปใกล้ เพียงแค่เดินผ่านเหมือนคนทั่วไป

เซียวเยียนเอ๋อร์ดึงแขนเสื้อฉู่หลิงเดินไปพลางกระซิบว่า “ตอนนี้พวกเราทำอย่างไรดี”

ฉู่หลิงคิดแล้วก็ถามขึ้นว่า “เจ้าเข้าไปในจวนเซี่ยงกั๋วกงได้หรือไม่”

เซียวเยียนเอ๋อร์กลอกตาคิดก่อนจะพยักหน้า “ข้าทำได้”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าเข้าไปจวนเซี่ยงกั๋วกงพบหว่านเฟิง ข้าไปหาท่านหญิงฮุ่ยเหอ”

เซียวเยียนเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “พวกเราไม่สนิทกับท่านหญิงฮุ่ยเหอ ไปหานางจะปลอดภัยหรือไม่”

ฉู่หลิงส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่เป็นไร ข้าพอรู้ตัวเองอยู่ เจ้าเองก็ระวังด้วย พอได้พบหว่านเฟิงก็บอกสถานการณ์พวกเราให้นางรู้ นางรู้ว่าควรทำเช่นไร”

เซียวเยียนเอ๋อร์พยักหน้า ทั้งสองคนหันหลังเดินไปยังมุมตรอก เซียวเยียนเอ๋อร์ควักถุงหนึ่งยัดใส่มือฉู่ หลิง “เอาไว้ป้องกันตัว” ก่อนจะหายลับไปที่ท้ายตรอก

ฉู่หลิงก้มหน้าลงมองถุงในมือตนเอง เป็นถุงที่งานปักฝีมือไม่ดีนัก ในนั้นมีขวดหลายใบ พอเห็นชัดว่าเป็นยาชนิดต่างๆ ก็อดหัวเราะไม่ได้ นางเก็บถุงเสร็จก็หันหลังไปอีกทาง

แม้ว่าวิทยายุทธ์เซียวเยียนเอ๋อร์ไม่ดีนัก แต่วิชาตัวเบาไม่เลว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงนางชำนาญการใช้พิษ รับมือยอดฝีมือสุดยอดอาจลำบากอยู่บ้าง แต่รับมือทหารไร้วิทยายุทธ์ก็เพียงพอทำให้คนหวาดกลัว

ไม่ถึงยามเย็น เซียวเยียนเอ๋อร์ก็เข้าไปเดินอยู่ในเรือนหลังเซี่ยงกั๋วกงอย่างได้ใจแล้ว ทหารที่เฝ้าประตูหลังยามนี้กำลังท้องเสียวิ่งวนอยู่ที่ห้องน้ำ

ในจวนเซี่ยงกั๋วกงเงียบมาก อย่างไรจวิ้นอ๋องหนานคังก็มิกล้ากบฏเปิดเผย แม้ว่าขังเซี่ยงกั๋วกงไว้ในวัง แต่ไม่ได้ทำอันใดคนจวนเซี่ยงกั๋วกง เพียงแต่ตอนนี้เซี่ยงกั๋วกงถูกขังในวัง จวนเซี่ยงกั๋วกงถูกปิดล้อมไว้ เข้าออกไม่ได้ ไม่ว่าสำหรับเซี่ยงกั๋วกงหรือจวนเซี่ยงกั๋วกง ล้วนเป็นการสกัดกั้นที่ได้ผลอย่างมาก เพราะว่าทันทีที่เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงกะทันหันขึ้น ทั้งจวนก็เงียบกริบราวกับไร้ผู้คนอาศัย

เซียวเยียนเอ๋อร์คุ้นเคยในจวนเซี่ยงกั๋วกง คุ้นทางเป็นอย่างดี จึงคลำทางมาถึงเรือนฮูหยินเซี่ยงกั๋วกงได้ ตอนนี้เซี่ยงกั๋วกงไม่อยู่ จวนเซี่ยงกั๋วกงน่าจะมีฮูหยินสั่งการ

“พี่หว่านเฟิง”

“เยียนเอ๋อร์” ได้ยินเสียงเรียก ฮูหยินเซี่ยงกั๋วกงกับหว่านเฟิงก็รีบเดินออกมา เห็นข้างกายเซียวเยียนเอ๋อร์มีสองคนแปลกหน้านอนกองอยู่ หว่านเฟิงก็รีบเข้ามาถาม “เยียนเอ๋อร์ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นี่คือ...”

เซียวเยียนเอ๋อร์ตบมือยิ้มๆ “นี่คือคนที่คอยจับตาพวกพี่ไว้ อยู่ด้านนอกเรือนนี้ หากไม่ใช่ว่าข้ารอบคอบ คงถูกพวกเขาพบเข้าแล้ว”

ฮูหยินเซี่ยงกั๋วกงถอนหายใจ เอ่ยน้ำเสียงกรุ่นโทสะเล็กน้อยว่า “ล้อมจวนเซี่ยงกั๋วกงก็แล้วไป ถึงกับกล้าส่งคนมาจับตาในจวน จวิ้นอ๋องหนานคังผู้นี้ทำเกินไปแล้ว!”

เซียวเยียนเอ๋อร์ว่า “แม้แต่ฝ่าบาท เขายังกล้ากักบริเวณ ยังต้องกลัวผู้ใดอีกหรือ เช่นนี้นับว่าเกรงใจแล้ว”

ฮูหยินเซี่ยงกั๋วกงย่อมเดาได้ว่าฮ่องเต้หย่งเจียกับเซี่ยงกั๋วกงถูกกักบริเวณแล้ว เพียงแต่มิกล้าคิดมาก ตอนนี้มาได้ยินจากเซียวเยียนเอ๋อร์ สีหน้าก็ซีดเผือด

หว่านเฟิงดึงเซียวเยียนเอ๋อร์มาถามว่า “เยียนเอ๋อร์ เจ้ามาได้อย่างไร”

เซียวเยียนเอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ “พี่อาหลิงให้ข้ามาหาเจ้า”

หว่านเฟิงเข้าใจทันที ดึงเซียวเยียนเอ๋อร์เข้าไปด้านใน “พวกเราไปคุยด้านใน!”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 724