ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 735
ตอนที่ 482-2 เข้าวังลำพัง
“ทุกท่าน กำลังทำอันใดหรือ” ฉู่หลิงเดินเข้ามาถึงก็มองไปทางทุกคนที่ยืนอยู่หน้าประตูวัง เลิกคิ้วยิ้มเอ่ยถามขึ้น
“ถวายพระพรองค์หญิง” ทุกคนต่างคำนับพร้อมเพรียง
ฉู่หลิงโบกมือ “ลุกขึ้นได้ ใต้เท้าทุกท่านเตรียมเข้าประชุมตอนเช้าวันนี้หรือ ในเมื่อมีการประชุมตอนเช้า เหตุใดประตูวังไม่เปิด”
ขุนนางหนุ่มผู้หนึ่งอดก้าวเข้ามาทูลไม่ได้ “ทูลองค์หญิง พวกกระหม่อมไม่ทราบว่าเหตุใดวันนี้ประตูวังไม่ยอมเปิด”
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ไม่รู้หรือ ใต้เท้าทุกท่านไม่รู้หรือ”
หน้าประตูวังพลันเงียบกริบ ฉู่หลิงยกมือขึ้นตบมือปัดฝุ่นเบาๆ ยิ้มเอ่ย “ในเมื่อไม่รู้ แต่ไม่รู้ใต้เท้าทุกท่านรู้จักคนเหล่านี้หรือไม่”
มีคนหลายคนถูกคุมตัวมาโยนลงตรงหน้าทุกคน ทุกคนต่างรีบก้มหน้าลงมอง ก็พลันต้องตกใจ ถึงกับเป็นราชทูตเป่ยจิ้นสองคนนั้น พร้อมกับแม่ทัพประจำเมืองหลวงสองนาย และขุนนางบุ๋นอีกสองสามคน ในจำนวนนี้มีสองคนเป็นถึงประมุขตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง เมื่อคืนวานนี้มีเรื่องกันมาทั้งคืน พวกเขาเหล่านี้ย่อมได้สืบข่าวมาบ้างพอสมควร แต่คิดไม่ถึงว่า หลังองค์หญิงเสินโย่วกลับเมืองหลวง ถึงกับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่เช่นนี้ แค่เพียงหนึ่งวันหนึ่งคืน ก็จับตัวคนได้มากมายเพียงนี้
มีคนอดเริ่มตกใจและร้อนตัวไม่ได้
แต่มีคนกลับเอ่ยเอาเรื่องขึ้นทันที “องค์หญิง ท่านหมายความเช่นไร!”
ฉู่หลิงมองประเมินชายวัยกลางคนที่เอ่ยถาม เป็นนานก่อนจะยิ้มเอ่ย “เหตุใดมักมีแต่มีคนถามข้าว่าหมายความเยี่ยงไร”
ชายวัยกลางคนผู้นั้นมองคนที่ถูกจับมาโดนกองที่พื้นทีหนึ่ง เอ่ยเสียงดังว่า “องค์หญิงจับตัวราชทูตเป่ยจิ้นก็แล้วไป ถึงกับยังกล้าจับตัวแม่ทัพและขุนนาง หรือว่าพวกกระหม่อมไม่ควรถาม”
ฉู่หลิงหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “กล่าวเช่นนี้...ประมุขตระกูลเหยียนแน่ใจแล้วว่าจะเป็นปรปักษ์กับข้า”
ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น “กระหม่อมไม่เข้าใจองค์หญิงกล่าวอันใด องค์หญิงกระทำการไม่เหมาะไม่ควร ไยข้าน้อยไม่อาจสอบถามองค์หญิงได้”
“กระทำการไม่เหมาะไม่ควรหรือ” ฉู่หลิงกวาดตามองทุกคนด้วยสีหน้านิ่งเฉย “เช่นนั้น ใต้เท้าทุกท่านลองบอกข้า ตอนนี้จวิ้นอ๋องหนานคังกระทำการไม่เหมาะไม่ควรหรือไม่”
ทุกคนต่างเงียบงัน ชายวัยกลางคนผู้นั้นเอ่ยต่อว่า “ขออภัยที่กระหม่อมไม่ทราบว่าจวิ้นอ๋องหนานคังกระทำเรื่องอันใดทำให้องค์หญิงโมโหเดือดดาลเช่นนี้ หากองค์หญิงรู้สึกว่าจวิ้นอ๋องหนานคังมีอันใดไม่เหมาะไม่ควร ก็ไปทูลฝ่าบาทหรือเอ่ยในราชสำนักก็ได้ ตอนนี้องค์หญิงนำกองทัพมาล้อมวังหลวง อย่างไรก็ไม่เหมาะไม่ควร”
ฉู่หลิงพยักหน้า “กล่าวได้...มีเหตุผลมาก”
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนี้ สีหน้าก็ผ่อนลงเล็กน้อย “ในเมื่อองค์หญิงรู้การไม่เหมาะไม่ควร ไยจึงไม่...”
“น่าเสียดาย...” ฉู่หลิงตัดบทคำพูดเขา เอ่ยว่า “วันนี้ข้าไม่ได้มาพูดจาด้วยเหตุผลกับพวกท่าน”
“หรือว่า องค์หญิงคิดชิงบัลลังก์!” มีคนตวาดดุดัน มีหลายคนก้าวออกมาทางด้านหลังชายวัยกลางคนผู้นั้น มีเขาออกหน้าก่อน ก็ย่อมมีคนเอ่ยรับตามน้ำมาทันที แววตามีแต่ความไม่พอใจฉู่หลิง
ฉู่หลิงยิ้มมุมปากยิ่งเผยให้เห็นความงาม โคมไฟแขวนอยู่หน้าประตูวังส่องรอยยิ้มนางทำให้เห็นถึงความเยียบเย็น ฉู่หลิงยิ้มเอ่ยอย่างไม่สนใจอันใดว่า “ล้วนกล่าวว่าพู่กันบัณฑิตอานุภาพสังหารรุนแรงยิ่งกว่าดาบมีคม เหตุใดข้ารู้สึกว่า ปากของเหล่าบัณฑิตร้ายกาจยิ่งกว่า พูดจาไม่กี่คำ ข้าก็กลายเป็นคนชิงบัลลังก์แล้ว”
“หากองค์หญิงไม่คิดชิงบัลลังก์ เหตุใดจึงไม่สั่งให้กองทัพถอยกลับไป” มีคนถามขึ้น
ฉู่หลิงหรี่ตาเล็กน้อย “เมื่อคืนวานนี้ผู้ใดอยู่เบื้องหลังกองกำลังรักษาพระองค์เหล่านั้น กล้าออกมาให้ข้าทำความรู้จักหน่อยได้หรือไม่ อย่าบอกข้าว่าล้วนเป็นคำสั่งจวิ้นอ๋องหนานคัง หากเขามีความสามารถเช่นนี้จริง ยังต้องไปขอร้องชาวเผ่ามั่วกับพวกท่านหรือ”
ฉู่หลิงเห็นคนไม่ตอบคำถามนาง ก็แค่นหัวเราะเย็นเยียบอย่างไม่พอใจ “ล้วนเป็นพวกกล้าทำไม่กล้ารับ สวะโดยแท้ มิน่าถูกชาวเผ่ามั่วสังหารจนสิ้นล่มสลาย ได้แต่หนีมาเมืองผิงจิงก่อเรื่องลับหลังผู้อื่น”
เห็นคนตรงหน้าหน้าเขียวหน้าดำ แม้ว่าท่ามกลางความมืดสลัว มองไม่เห็นสายตาคนส่วนใหญ่กระจ่างชัด แต่ฉู่หลิงกลับรู้สึกได้ชัดเจนถึงสายตาแผดเผาที่พุ่งมาทางตนเอง ฉู่หลิงค่อย ๆ กวาดตามองทุกคนต่าง พลันแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง กล่าวอย่างดุดันว่า “เฝิงซือเป่ย ล้อมที่นี่ไว้ให้หมด!”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง!” เฝิงซือเป่ยในชุดเกราะออกมารับคำสั่งพร้อมกับโบกมือ กองกำลังด้านหลังก็แยกออกเป็นสองสายโอบล้อมบรรดาขุนนางหน้าประตูวังไว้ด้วยกัน
“องค์หญิงเสินโย่ว ท่านกล้าหรือ!” มีคนคำรามเดือดดาลขึ้น
ฉู่หลิงเม้มปากยิ้มเอ่ย “ข้ากล้า”
เผชิญหน้ากับกองกำลังเสื้อเกราะติดอาวุธครบมือเช่นนี้ สุดท้ายหลายคนอดแตกตื่นตกใจไม่ได้
ขอบฟ้าเริ่มมีแสงรำไร มีคนอดมองไปยังสุดถนนไม่ได้ ฟ้าสางแล้วคนก็จะยิ่งมากขึ้น องค์หญิงเสินโย่ว คงไม่อาจสังหารพวกเขาต่อหน้าราษฎรทั้งเมืองหลวงกระมัง แต่ที่ทำให้พวกเขาผิดหวังก็คือมองไกลออกไปก็เห็นแต่กองกำลังอาวุธครบมือเท่านั้น ไม่มีเงาร่างราษฎรแม้แต่ผู้เดียว เหตุการณ์นอกประตูวังย่อมไม่อาจปิดบังคนบนกำแพงวัง บนกำแพงเริ่มมีเงาคนมากขึ้นพร้อมกับแสงเงาอาวุธครบมือสะท้อนแสงวิบวับ
ฉู่หลิงยื่นมือไปรับธนูจากคนด้านหลัง ยิงธนูขึ้นไปบนกำแพงอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ธนูดอกนี้ยิงออกไปไม่ได้ทำร้ายผู้ใด ลูกธนูขนนกยิงไปปักบนเสาอาคารบนกำแพงเมือง จากนั้นฉู่หลิงก็ประกาศหน้าประตูวังเสียงดังกังวาน “จวิ้นอ๋องหนานคัง ท่านไม่ได้อยากให้ข้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อหรือ ข้ามาแล้ว เปิดประตูวังสิ”
จวิ้นอ๋องหนานคังย่อมไม่ขึ้นไปบนกำแพงวังในตอนนี้ มีเพียงทหารบนกำแพงวังจ้องมองฉู่หลิงอย่างระแวดระวังมากยิ่งขึ้น
ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “จวิ้นอ๋องหนานคัง ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ เต่าหดหัวเช่นท่านก็กล้าแย่งชิงบัลลังก์หรือ”
ครู่หนึ่งต่อมาสุดท้ายจวิ้นอ๋องหนานคังก็ปรากฏตัวขึ้นบนกำแพงวัง ฉู่หลิงที่อยู่ไกลออกไปรับรู้ได้ถึงสายตาดำทะมึนที่จ้องมองมาของจวิ้นอ๋องหนานคัง จวิ้นอ๋องหนานคังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “องค์หญิงน่าจะเข้าใจกระหม่อมผิดไปแล้ว”
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “เข้าใจผิดหรือไม่ ท่านอ๋องไม่สู้เปิดประตูให้ข้าเข้าไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อก็รู้ได้ เสด็จพ่อรู้สึกว่าเข้าใจผิด เช่นนั้นก็เข้าใจผิด ท่านอ๋องคิดว่าอย่างไร”
จวิ้นอ๋องหนานคังหัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง “หากตอนนี้ปล่อยองค์หญิงเข้าวัง กระหม่อมจะยังมีชีวิตรอดอีกหรือ”
ฉู่หลิงเอียงคอมองประเมินเขา “ท่านต้องการอย่างไร”
จวิ้นอ๋องหนานคัง “ขอให้องค์หญิงเข้าวังเพียงลำพัง”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “กล่าวเช่นนี้ จวิ้นอ๋องหนานคังยอมรับว่าก่อกบฏชิงอำนาจแล้วหรือ”
จวิ้นอ๋องหนานคังไม่ตอบ สีหน้าแลสงบนิ่งอย่างมาก คล้ายว่าฉู่หลิงเป็นเพียงเด็กน้อยไม่รู้ความ ฉู่
หลิงเอ่ยขึ้น “หากข้าไม่ยอมเข้าวัง จวิ้นอ๋องจะทำเช่นไร หรือว่า...จวิ้นอ๋องหนานคังคิดสังหารเสด็จพ่อกัน”
“...” จวิ้นอ๋องหนานคังกัดฟัน ยังคงเงียบไม่ตอบ เขาย่อมไม่อาจยอมรับ ตรงหน้านี้ล้วนเป็นขุนนางและตระกูลใหญ่ทั่วทั้งเมืองผิงจิง หากยอมรับ ใช่ว่าเขายอมรับว่าตนเองเป็นกบฏหรือ แม้ว่าองค์หญิงเสินโย่วกับฮ่องเต้หย่งเจียตายไป เขาคิดนั่งบัลลังก์ก็คงยากยิ่งกว่ายาก ครู่หนึ่งจึงได้ยินจวิ้นอ๋องหนานคังเอ่ยว่า “องค์หญิงล้อเล่นแล้ว พระพลานามัยฝ่าบาทไม่ดีเพราะคิดถึงองค์หญิง องค์หญิงกลับมาเมืองผิงจิง หรือว่าไม่ควรเข้าวังมาเข้าเฝ้าฝ่าบาทก่อน หรือว่าแม้แต่ฝ่าบาทองค์หญิงก็ไม่ไว้ใจ ต้องพากองกำลังมากมายพวกนี้เข้าวังมาด้วย ฝ่าบาททรงโปรดปรานองค์หญิง แต่ก็มิใช่อนุญาตให้องค์หญิงนำกำลังมากมายเช่นนี้เข้าวังกระมัง”
เดิมจวิ้นอ๋องหนานคังคิดว่าองค์หญิงเสินโย่วย่อมกล่าวว่า ข้าไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจฝ่าบาท แต่ไม่ไว้ใจเจ้าอะไรพวกนี้ แต่กลับไม่คิดว่าหญิงสาวชุดแดงนอกประตูเพียงแค่รับรู้เบาๆ ในลำคอ อมยิ้มเอ่ยว่า “ได้สิ”