ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 723
ตอนที่ 476-1 สังหารองค์หญิงเสินโย่ว!
เมืองผิงจิงไม่ได้วุ่นวายชิงบัลลังก์ดังที่คนทั่วไปจินตนาการกัน อย่างน้อยสำหรับราษฎรทั่วไปแล้ว ทุกวันก็ไม่ได้แตกต่างจากก่อนหน้านี้ อย่างมากก็รู้สึกเพียงแค่ว่าทหารเฝ้าประตูเมืองเข้มงวดกว่าปกติเล็กน้อย และมีจวนขุนนางไม่น้อยถูกทหารล้อมไว้เท่านั้น
แต่ทว่าเรื่องเช่นนี้ไม่ส่งผลต่อราษฎรทั่วไป ขุนนางสูงศักดิ์ในเมืองวันนี้เรืองอำนาจ พรุ่งนี้ถูกเนรเทศพันลี้ก็พบเห็นกันไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ที่พวกชนชั้นสูงอาศัยอยู่ อย่างไรก็ห่างไกลจากราษฎรทั่วไป คนที่ได้เห็นก็มีไม่มาก
อวิ๋นซวี่เลือกหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งละแวกเมืองผิงจิงรอพวกนาง ตอนฉู่หลิงหาเขาพบ อวิ๋นซวี่กำลังนั่งดื่มน้ำชาเงียบๆ อยู่ในร้านน้ำชาแห่งหนึ่งริมถนน คุณชายรองตระกูลอวิ๋นในชุดผ้าพื้นๆ ยังคงดำรงท่าทางสุภาพอ่อนโยนดังบัณฑิต ไม่ได้มีสภาพอนาถหลังเมืองหลวงเกิดเหตุพลิกผัน เห็นคนผู้หนึ่งไม่พูดไม่จาก็นั่งลงตรงหน้าตนเอง เขาก็เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม เผยรอยยิ้มงามเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “องค์หญิงใจกล้ามาก”
ฉู่หลิงยื่นมือไปรินน้ำชาให้ตนเองแก้วหนึ่ง ดื่มไปคำหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าว่าคุณชายอวิ๋นใจกล้ากว่ากระมัง นัดข้ามาพบที่นี่ ไม่กลัวมีคนพบเห็นหรือ”
อวิ๋นซวี่หัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “หากแม้แต่สถานที่เล็กๆ เช่นนี้ พวกเขาก็คิดควบคุม องค์หญิงก็คงกลับมาไม่ได้แล้วกระมัง และ...แม้ถูกพบเห็น พวกเขาก็มิกล้าทำอันใดองค์หญิงไม่ใช่หรือ”
ตอนนี้ฮ่องเต้เทียนฉี่ยังคงเป็นฮ่องเต้หย่งเจีย ด้วยความโปรดปรานของฮ่องเต้หย่งเจียที่มีต่อองค์หญิงเสินโย่ว หากจวิ้นอ๋องหนานคังกล้าลงมือจัดการองค์หญิงเสินโย่วอย่างเปิดเผยย่อมเป็นเรื่องแปลกประหลาดยิ่ง
ฉู่หลิงเท้าคางเอ่ย “ก็พูดยาก”
อวิ๋นซวี่เอ่ยต่อทันที “องค์หญิงไม่ต้องเป็นห่วง คนโดยรอบนี้เป็นคนกันเอง”
ฉู่หลิงพยักหน้า เรื่องนี้นางย่อมรู้ ก่อนมานางได้ยืนสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งแล้ว เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยจึงได้เข้ามา
ฉู่หลิงถามขึ้นว่า “เสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”
อวิ๋นซวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “จวิ้นอ๋องหนานคังปรากฏตัวขึ้นในเมืองผิงจิงก็ตรงเข้าควบคุมวังหลวงทันที ตอนนั้นเซี่ยงกั๋วกงอยู่ในวัง ดังนั้นจึงออกมาไม่ได้”
ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “หว่านเฟิงอยู่จวนเซี่ยงกั๋วกง?”
อวิ๋นซวี่พยักหน้า “อย่างไรจวิ้นอ๋องหนานคังก็ไม่คิดทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เพียงแค่ให้คนล้อมจวนขุนนางใหญ่สองสามคนที่คัดค้านเขาไว้เท่านั้น ไม่ได้ให้คนบุกเข้าไป ตอนแม่นางหว่านเฟิงถูกตามจับ ก็หนีเข้าไปหลบในจวนเซี่ยงกั๋วกง ฮูหยินเซี่ยงกั๋วกงพานางไปซ่อนไว้”
ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีคนรู้ว่าเสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้าง?”
อวิ๋นซวี่ถอนหายใจ “คนของพวกเรา ไม่มีใครได้เห็นฝ่าบาทด้วยตาตนเอง ดังนั้นผู้ใดก็มิกล้าให้ความมั่นใจว่าแท้จริงฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“เหลวไหลสิ้นดี! จวิ้นอ๋องที่ไม่เคยเข้าเมืองหลวงตรงเข้าควบคุมตัวฝ่าบาท ทหารองครักษ์ในวังถึงกับไม่ต่อต้านหรือ จวิ้นอ๋องหนานคังเองก็ควบคุมทหารองครักษ์และกองกำลังรักษาพระองค์ในวังไว้ด้วยหรือ”
อวิ๋นซวี่มองฉู่หลิง “องค์หญิงไม่เข้าใจหรือ จวิ้นอ๋องหนานคังย่อมไม่อาจควบคุมทหารองครักษ์ในวัง แต่...ตระกูลขุนนางเก่าแก่เมืองผิงจิงพวกนั้นทำได้ ทหารองครักษ์ในวังล้วนมีชาติกำเนิดไม่ต่ำต้อย คนเหล่านี้จะมีสักกี่คนที่จงรักภักดีต่อฝ่าบาทแท้จริง และมีสักกี่คนที่เบื้องหลังมิได้มีสายสัมพันธ์ซับซ้อนหลายตระกูล ทหารองครักษ์ในวังไม่มีทางทรยศ แต่ขอเพียงมีทหารองครักษ์ในหน่วยสักคนช่วยพวกเขาควบคุมฝ่าบาท เฝิงเจิงไม่ออกหน้ามาเอ่ย ผู้ใดกล้าสงสัยว่าจวิ้นอ๋องหนานคังควบคุมฝ่าบาทไว้”
“ดังนั้นกระบวนการชิงบังลังก์นี้สำเร็จ ก็แค่สองก้าวเท่านั้น จัดการเฝิงเจิง ควบคุมฝ่าบาท” ฉู่หลิงกล่าวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
อวิ๋นซวี่เลิกคิ้ว “แม้ว่าฟังแล้วไม่น่าเชื่อ แต่คล้ายว่าเป็นเช่นนี้จริง แต่ทว่า...ข้าเองก็อยากรู้ องค์หญิงถึงกับไม่สงสัยว่าเฝิงเจิงทรยศฝ่าบาทหรือ”
ตามหลักแล้ว หากเกิดเรื่องเช่นนี้ คนที่ควรถูกสงสัยคนแรกควรเป็นเฝิงเจิงกระมัง
ฉู่หลิงกวาดตามองเขาปราดหนึ่ง “เฝิงเจิงเป็นขุนพลทหารเทียบเท่าขุนนางใหญ่แล้ว เขาทรยศเสด็จพ่อ ช่วยจวิ้นอ๋องหนานคังก่อกบฏ จวิ้นอ๋องหนานคังแบ่งตำแหน่งฮ่องเต้ให้เขาครึ่งหนึ่งได้หรือ ยิ่งไปกว่านั้น บุตรชายเขาอยู่ในมือข้า”
อวิ๋นซวี่ส่ายหน้ากล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ในเมื่อองค์หญิงเชื่อใจเขา เช่นนั้น...เฝิงเจิงคล้ายว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส อาจต้องการให้พวกเราไปช่วย”
“ลองว่ามา”
อวิ๋นซวี่เอ่ยว่า “ในวังมีข่าวออกมาบ้าง คล้ายว่าเฝิงเจิงถูกขังอยู่ในวัง แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัสขยับตัวไม่ได้”
ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “คนที่ทำร้ายเฝิงเจิงบาดเจ็บสาหัสได้ หากไม่ใช่ลอบกัด เช่นนั้น...ครั้งนี้เป่ยจิ้นคงส่งยอดฝีมือมาไม่น้อย”
อวิ๋นซวี่พยักหน้า “ชาวเป่ยจิ้นทุ่มเทกำลังเพื่อสนับสนุนจวิ้นอ๋องหนานคังไปไม่น้อย ยอดฝีมือคุกหมิงอวี้ในรายชื่อคุกหมิงอวี้น่าจะสิบกว่าคนได้ ตอนนี้ล้วนอยู่ในเมืองผิงจิง ส่วนพวกไร้ชื่อเสียง...ทั่วป๋าเหลียงน่าจะส่งคนคุกหมิงอวี้มาอย่างน้อยสามส่วน”
ฉู่หลิงไม่รู้คิดถึงเรื่องใดขึ้นมา นางกะพริบตาปริบๆ “ยอดฝีมือคุกหมิงอวี้สามส่วนอยู่ในเทียนฉี่”
อวิ๋นซวี่ขมวดคิ้ว สีหน้าไม่ค่อยดีนัก “จวิ้นอ๋องหนานคังกล้าชิงบัลลังก์ ย่อมไม่เพียงแต่อาศัยชาวเป่ยจิ้น เกรงว่าในมือเขาก็คงมีคนไม่น้อย”
ฉู่หลิงคิดไปคนละทางกับเขา จึงเลิกคิ้วเอ่ยด้วยท่าทางไม่ยี่หระ “ทั่วป๋าเหลียงเหมือนไม่กลัวตายแล้ว ในเวลานี้ปล่อยยอดฝีมือมากมายออกจากเมืองเหนือ...”
หรือทั่วป๋าเหลียงยังไม่รู้ว่าตอนนี้มีหลายคนกำลังเตรียมสังหารเขา ฉู่หลิงตบมือ “รีบหน่อย จัดการปัญหาเมืองผิงจิงเสร็จ ไม่แน่ยังต้องไปร่วมสนุกอีก”
“...” อวิ๋นซวี่งุนงง องค์หญิงกำลังพูดอันใด
ห้องทรงอักษรในวังหลวงเมืองผิงจิง จวิ้นอ๋องหนานคังนั่งอยู่ตำแหน่งกลางห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ มองไปทางคนที่นั่งถัดจากเขา
ตามลำดับอาวุโสของจวิ้นอ๋องหนานคัง นับได้ว่าเป็นเสด็จอาของฮ่องเต้หย่งเจีย แต่ทว่าสายสัมพันธ์พี่น้องเขากับอดีตฮ่องเต้นับได้ว่าห่างไกล แต่ว่ากันตามอายุ เขากลับอายุน้อยกว่าฮ่องเต้หย่งเจียหลายปี ว่ากันว่าหลายปีมานี้สุขภาพไม่ค่อยดี ตอนนี้มองดูแล้วก็ผอมเซียวจริง แต่กลับมีท่าทางกระตือรือร้นอย่างที่สุด เก็บซ่อนตัวอยู่มาสิบกว่าปี ตอนนี้อำนาจราชสำนักอยู่ในกำมือ จวิ้นอ๋องที่ปกติดำรงท่าทีสงบเสงี่ยมก็เริ่มทนสะกดกลั้นโทสะตนไม่ได้อีก
“ใต้เท้าอาฮูหลู่ ท่านบอกว่าท่านมีทางจัดการองค์หญิงเสินโย่ว แท้จริงวางแผนไว้เช่นไร โปรดเอ่ยให้กระจ่างด้วย!” จวิ้นอ๋องหนานคังกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ
อาฮูหลู่คิ้วกระตุกเล็กน้อย ยิ้มเอ่ย “จวิ้นอ๋องอย่าได้ร้อนใจไป ตอนนี้ทั้งเมืองผิงจิงอยู่ในการควบคุมของท่านแล้ว ยังมีอันใดต้องกังวล”
จวิ้นอ๋องหนานคังแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ใต้เท้าอย่าหลอกข้า ตอนนี้จะบอกว่าทั้งเมืองผิงจิงอยู่ในมือข้า เกรงว่ายังเร็วเกินไป”
อาฮูหลู่ไม่คิดเช่นนั้น เขายิ้ม กล่าวว่า “ชาวจงหยวนอย่างพวกท่านกล่าวว่า จับโจรจับหัวหน้า ตอนนี้ฮ่องเต้หย่งเจียตกอยู่ในมือจวิ้นอ๋องแล้ว เมืองผิงจิงย่อมอยู่ในมือท่านอ๋องไม่ใช่หรือ”
จวิ้นอ๋องหนานคังเริ่มหงุดหงิด “เรื่องนี้ไว้ก่อน ท่านยังไม่ได้กล่าวออกมาตามตรงว่าจะจัดการองค์หญิงเสินโย่วเช่นไร”
อาฮูหลู่ตอบว่า “ท่านอ๋องให้ความสำคัญกับองค์หญิงเสินโย่วมากเกินไปแล้วกระมัง”
จวิ้นอ๋องหนานคังแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “หากไม่ให้ความสำคัญกับองค์หญิงเสินโย่ว ฮ่องเต้เป่ยจิ้นไยต้องส่งใต้เท้าเสนาบดีลงใต้มาด้วยตนเอง หรือว่าเพียงเพื่อมาช่วยข้าเท่านั้น”
จวิ้นอ๋องหนานคังหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ตนเองมาได้สิบกว่าปี ย่อมไม่ใช่คนโง่ที่จะหลงลืมตนยามเถลิงอำนาจ ไหนเลยจะไม่รู้แผนการพวกเป่ยจิ้น
จวิ้นอ๋องหนานคังมองอาฮูหลู่ “ตอนนี้ข่าวทางเหนือแพร่ไปทั่วแล้ว องค์หญิงเสินโย่วเป็นคนเดียวกับแม่ทัพกองกำลังจิ้งเป่ย แม้แต่...เจ้าเมืองชางอวิ๋นเยี่ยนเฟิ่งเซียวเองก็เป็นราชบุตรเขยในองค์หญิงเสินโย่ว...พอเป็นเช่นนี้ เกรงว่าสภาพการณ์เมืองรุ่นโจวไม่เป็นผลดีต่อเป่ยจิ้นกระมัง”
สีหน้าอาฮูหลู่แปรเปลี่ยนเล็กน้อย ตอนนี้ข่าวเยี่ยนเฟิ่งเซียวเป็นคนคนเดียวกับจวินอู๋ฮวนยังไม่ถูกแพร่ไปทั่วเป่ยจิ้น มีคนส่วนน้อยที่รู้ คนทางใต้ที่รู้ข่าวนี้ก็ยิ่งน้อย แต่จวิ้นอ๋องหนานคังถึงกับรู้ ดูท่าจวิ้นอ๋องที่ทำตัวสงบเสงี่ยมผู้นี้จะไม่ใช่ตะเกียงไร้น้ำมันเสียแล้ว