ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 722

#722ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 475 กลับเมืองหลวง

ฉู่หลิงกล่าวว่าจะกลับเมืองหลวง แต่ก็มิใช่เรื่องง่าย เพราะว่าตอนนี้ฉู่หลิงเองก็งานยุ่งมาก เรื่องเมืองหลิงเจียงกับศึกถ่าเค่อฉิน ยังมีเรื่องเมืองซิ่นโจว แต่ละเรื่องล้วนไม่อาจละทิ้งไปตอนนี้ได้

ฉู่หลิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าเมืองรุ่นโจวมีอวี๋ฟั่นโจวกับเก่อตันเฟิงอยู่ ยังไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้ เมืองหลิงเจียงได้แต่ฝากเจ้าป๋ออานกับแม่ทัพหลี่ว์ ซิ่นโจวมีเจิ้งลั่วประจำการณ์น่าจะไม่เกิดเรื่องอันใด

ฉู่หลิงไม่คิดพากำลังไปมาก นำกองกำลังเสินโย่วไปเพียงสามพันนาย ยังมีเซียวเหมิง หวงจิ้งเซวียน หลีตั้น ซั่งกวนอวิ่นหรูและเฝิงซือเป่ยกลับเมืองผิงจิง ให้เจ้าจี้หลินอยู่ช่วยเจ้าป๋ออานจัดการเรื่องในเมืองหลิงเจียง

แม้จัดการเช่นนี้แล้ว ฉู่หลิงยังคงไม่ได้นอนทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนเดินออกจากห้องหนังสือก็มอบจดหมายฉบับหนึ่งให้อวิ๋นสิงเยว่

อวิ๋นสิงเยว่รับมาเอ่ยอย่างไม่ค่อยเข้าใจว่า “นี่คืออันใด ให้ข้าทำไม”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “รบกวนคุณชายอวิ๋นไปเมืองชางอวิ๋นสักครั้ง มอบให้จวินอู๋ฮวน”

อวิ๋นสิงเยว่ตอบทันที “ได้อย่างไรกัน ข้าจะตามเจ้ากลับเมืองผิงจิง”

ฉู่หลิงกลอกตามองบน “ข้าจะพาเยียนเอ๋อร์ไปด้วย”

อวิ๋นสิงเยว่โมโหฮึดฮัด “เจ้ารังเกียจข้า”

ฉู่หลิงปวดหัวตุบ “อย่าวุ่นวาย เมืองผิงจิงมีหมอมากมาย หากเกิดเรื่องอันใด แม้พวกเขาสู้คุณชายอวิ๋นไม่ได้ แต่ก็คงพอช่วยได้บ้าง จดหมายนี้สำคัญมาก เจ้าต้องนำไปมอบด้วยตนเอง ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี”

อวิ๋นสิงเยว่ไม่เข้าใจ “จดหมายนี้แท้จริงเขียนอันใดไว้ สำคัญถึงขั้นที่ข้าต้องนำไปส่งด้วยตนเอง”

ฉู่หลิงแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ทั่วป๋าเหลียงสร้างเรื่องเดือดร้อนใหญ่โตให้ข้า หากไม่โต้กลับไปบ้าง เขาจะคิดว่าองค์หญิงเช่นข้าไม่รู้สึกรู้สา!”

อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยว่า “พูดให้เข้าใจหน่อยได้หรือไม่”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “เจ้าไม่ต้องเข้าใจมาก เจ้ารู้เพียงแค่...หน้าหนาวแล้ว อากาศหนาว ทั่วป๋าเหลียงก็ควรหนาวได้แล้ว”

“...”

นางตบไหล่อวิ๋นสิงเยว่ เอ่ยย้ำอย่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก “รบกวนแล้ว จดหมายอยู่คนอยู่ จดหมายลับคนลับ”

อวิ๋นสิงเยว่ไร้วาจา มองฉู่หลิงที่รีบก้าวจากไป สุดท้ายก็มิได้เอ่ยรั้งนางไว้ เขาอดกลอกตามองฟ้าไม่ได้ “นี่มันเรื่องอันใดกันแน่”

ตอนหมิงเซวียนที่ตามหลังฉู่หลิงมาเดินผ่านอวิ๋นสิงเยว่ ก็เงยหน้าฉีกยิ้มเพียงแค่ใบหน้า เอ่ยว่า “จดหมายอยู่คนอยู่ จดหมายลับคนลับนะ คุณชายอวิ๋น”

“...”

ฉู่หลิงไม่ได้นำขบวนใหญ่กลับเมืองผิงจิง กองกำลังเสินโย่วสามพันนายรอให้ฟ้ามืดค่อยข้ามแม่น้ำ ฉู่หลิงกับเซียวเหมิงพาชายหนุ่มสองสามคนข้ามแม่น้ำในมุมลับตาแต่เช้าตรู่ พอขึ้นฝั่งได้ก็มีคนของหว่านเฟิงเตรียมม้าเร็วควบเข้าเมืองเมืองผิงจิงทันที

หลีตั้นกับฉู่หลิงคาดเดาได้ถูกต้อง จวิ้นอ๋องหนานคังไม่ได้มีความสามารถนำกำลังก่อกบฏ และตามธรรมเนียมเทียนฉี่ การยกกำลังก่อกบฏไร้อนาคต ไม่ค่อยมีคนยอมติดตามให้การสนับสนุน บัณฑิตต่างรักหน้าตา ติดตามฮ่องเต้ที่ยกกำลังก่อกบฏ อย่างไรก็เป็นฮ่องเต้ที่ผู้คนสงสัยในสถานะ อย่างไรก็รู้สึกแตกต่าง และการยกกำลังก่อกบฏเสี่ยงอันตรายมากเกินไป ควรรู้ว่าครั้งก่อนคนที่คิดทำเรื่องเช่นนี้เพิ่งตายไปได้ไม่ถึงสามสี่ปี

ดังนั้นเส้นทางขากลับ พวกนางจึงไม่ได้ประสบกับสถานการณ์ทหารสกัดกั้นจนไม่อาจผ่านไปได้ แต่หลายแห่งมีคนจับจ้องมอง โดยเฉพาะจุดเฝ้าระวังริมแม่น้ำที่มีการป้องกันแน่นหนา เห็นได้ชัดว่ามีไว้เพื่อป้องกันผู้ใด ย่อมเป็นที่รู้กัน

ทั้งขบวนควบม้าเลี่ยงเส้นทางหลวง ไม่ถึงสองสามวันก็มาถึงพื้นที่ปกครองตามบรรดาศักดิ์ขององค์หญิงเสินโย่วที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่ไกล

“ถวายพระพรองค์หญิง!”

จวนพักตากอากาศซ่อนตัวอยู่กลางภูเขา ชายหญิงแต่งกายแตกต่างกันคุกเข่าคำนับพร้อมเพรียง

ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ว่ามา แท้จริงเกิดเรื่องอันใดขึ้น เมืองผิงจิงเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ เหตุใดข้าไม่ได้รับข่าว”

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าสีหน้าละอายใจยิ่ง “ขอองค์หญิงโปรดลงอาญาด้วย กระหม่อมไร้ความสามารถ ปล่อยให้ขบวนค้าขายมีสายลับชาวเผ่ามั่วแทรกตัวเข้ามาได้”

ฉู่หลิงไม่ได้รีบร้อนแสดงอาการไม่พอใจ แต่กลับเอ่ยว่า “เสียหายไปเท่าไร”

ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงแผ่วเบา “ตอนที่พบก็ยังนับว่าไม่สายเกินไป สูญเสียพี่น้องเราไปหลายสิบคน แต่ทว่า...สายลับแต่ละพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกค้นพบ ได้แต่รีบร้อนถอยหนีกันไป ทำให้...”

ทำให้เมืองผิงจิงเกิดเรื่องใหญ่เช่นนั้น พวกเขาถึงกับยังตั้งสติไม่ทัน

“อีกอย่าง พวกโจรกบฏมียอดฝีมือเผ่ามั่วร่วมอยู่ด้วย ทำให้คนของพวกเราสูญเสียไปไม่น้อย คุณชายหวนอวี้กับแม่นางหว่านเฟิงก็ตกอยู่ในอันตราย หลายวันนี้พวกกระหม่อมพยายามหาทางช่วยเหลือ น่าเสียดายที่ไม่สำเร็จ”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “กล่าวเช่นนี้ ความสามารถของจวิ้นอ๋องหนานคังกับชาวเป่ยจิ้นไม่ธรรมดา ในวังมีข่าวอันใดบ้าง”

หญิงวัยกลางคนเงยหน้า “ทูลองค์หญิง ประตูวังปิดแน่นหนา แต่ทว่าก็พอมีข่าวเล็ดรอดออกมาบ้าง ได้ยินว่าฝ่าบาททรงประชวรหนัก แม่ทัพเฝิงเจิง...หายตัวไป”

เฝิงซือเป่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินดังนี้ก็พลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ซั่งกวนอวิ่นหรูที่ด้านข้างตบไหล่เขาปลอบใจ เฝิงซือเป่ยสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง พยักหน้าบอกว่าตนเองไม่เป็นไร

เซียวเหมิงถามขึ้น “ตอนนี้สถานการณ์เมืองหลวงแท้จริงเป็นอย่างไรบ้าง”

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ารายงานว่า “สิบกว่าวันก่อน ฝ่าบาทพลันประชวรหนัก พร้อมกับจวิ้นอ๋องหนานคังปรากฏตัวขึ้นในเมืองหลวง จากนั้น...ในวังก็มีข่าวว่าฝ่าบาทมอบราชกิจให้จวิ้นอ๋องหนานคังดูแล จากนั้นจวิ้นอ๋องหนานคังก็ไปเยือนจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิง ใต้เท้าซั่งกวนและใต้เท้าจู

วันรุ่งขึ้นในการประชุมตอนเช้า จวิ้นอ๋องป๋อหนิงต้องการขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท แต่ถูกจวิ้นอ๋องหนานคังปฏิเสธว่าฝ่าบาทประชวร คืนวันนั้นจวิ้นอ๋องหนานคังก็ส่งคนนำราชโองการฝ่าบาทล้อมจวนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงและจวนใต้เท้าทั้งสองท่านเอาไว้”

หลีตั้นขมวดคิ้ว “ในราชสำนักไม่มีคนกล่าวอันใดหรือ”

“ย่อมมี” ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ “แต่ไม่ส่งผลมากนัก เพราะมีคนไม่น้อยแสดงจุดยืนไม่เลือกข้าง มีอีกส่วนสนับสนุนจวิ้นอ๋องหนานคัง จวิ้นอ๋องหนานคังอ้างว่าที่ฝ่าบาททรงประชวรเพราะว่าทรงคิดถึงองค์หญิง ดังนั้นหวังว่าองค์หญิงจะรีบถอยทัพกลับเมืองหลวง และยังเปิดการเจรจากับชาวเป่ยจิ้นด้วยตนเอง เงื่อนไขที่ชาวเป่ยจิ้นเสนอมาก็คล้ายว่าพิเศษอย่างมาก ทำให้คนไม่น้อยหวั่นไหว อีกอย่าง...ก็มีขุนนางใหญ่บางท่านที่มีปฏิกิริยารุนแรง แต่คืนนั้นก็ถูกคนลอบสังหารตายในจวน”

ไม่ใช่ว่าทุกคนมีจิตคิดชั่วร้าย แต่ทว่าแม้แต่ฮ่องเต้หย่งเจียยังทรงทำอันใดไม่ได้ ฮ่องเต้ไหนเลยจะมีใจมาสนใจขุนนางที่ภักดีต่อตนเอง

ฉู่หลิงเองก็พอเข้าใจ จวิ้นอ๋องหนานคังลงมือครั้งนี้เพราะอาศัยขุนนางที่คัดค้านฉู่หลิงนำทัพรบเป่ยจิ้น อีกด้านหนึ่งส่งคนสังหารขุนนางที่ต่อต้านรุนแรงเป็นการข่มขวัญ พร้อมกับเปิดเจรจากับพวกเป่ยจิ้น ให้พวกเขามอบผลประโยชน์ให้ ทำให้ขุนนางพวกที่เดิมลังเลอยู่ก็เอนเอียงมาทางเขา อย่างไรจวิ้นอ๋องหนานคังก็มิได้ชิงบัลลังก์ ฝ่าบาทประชวรและไร้รัชทายาท อย่างไรก็ต้องมีคนมาคุมสถานการณ์ราชสำนักตอนนี้

ส่วนจวิ้นอ๋องป๋อหนิงและหลานชายจวิ้นอ๋องป๋อหนิงที่ฮ่องเต้หย่งเจียให้ความสำคัญก็ถูกทุกคนแสร้งทำเป็นหลงลืมไป ฝ่าบาทไม่เคยมีหนังสือแต่งตั้งหลานชายจวิ้นอ๋องป๋อหนิงเป็นรัชทายาทอย่างเป็นทางการ หากฝ่าบาทสิ้นพระชนม์จริง หลานชายจวิ้นอ๋องป๋อหนิงผู้นั้นก็ยังไม่ถึงวัยที่เหมาะสม

กล่าวกันตามตรง สถานการณ์เมืองผิงจิงตอนนี้ไม่ใช่เพราะชาวเป่ยจิ้นหรือจวิ้นอ๋องหนานคังร้ายกาจ แต่เพราะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีความเห็นขัดแย้งกับฮ่องเต้หย่งเจีย หรืออาจกล่าวได้ว่าขัดแย้งกับฉู่หลิง ไม่อยากร่วมมือกับพวกนาง แต่พวกเขาใช่ว่าจะยอมให้ความช่วยเหลือจวิ้นอ๋องหนานคังชิงบัลลังก์กันทุกคน พวกเขาแค่คิดอยากขัดความคิดฮ่องเต้หย่งเจีย คนกลุ่มนี้เกรงว่ามีไม่น้อย

หรือว่าในสายตาพวกเขา แม้พวกเขาสนับสนุนจวิ้นอ๋องหนานคัง ก็ไม่นับว่าเป็นการผิดต่อหลักการ เพราะฮ่องเต้หย่งเจียโปรดปรานองค์หญิง ปล่อยให้องค์หญิงกระทำการเหิมเกริมนำภัยมาสู่แผ่นดิน พวกเขาเป็นขุนนางภักดีทูลทัดทานฝ่าบาทให้ทำเพื่อแผ่นดิน พวกเขาทำผิดอันใด แม้จะผิดก็เพราะฝ่าบาททรงทำผิดก่อน

สรุปว่าคิดจะหาเหตุผลก็จำต้องหาเหตุผลกองโตทำให้ตนเองสบายใจ ปล่อยสถานการณ์เช่นนี้ให้ดำเนินต่อไป เพียงแต่คนเหล่านี้กลับไม่เคยคิดว่า พวกเขาควบคุมตอนเริ่มต้นได้ แต่ไม่อาจควบคุมจนสุดท้ายได้

ตอนนจวิ้นอ๋องหนานคังคุมสถานการณ์ทั่วทั้งเมืองผิงจิงไว้ได้ ยังได้รับการสนับสนุนจากชาวเป่ยจิ้น พวกเขายังคุมสถานการณ์อยู่อีกหรือไม่

ฉู่หลิงถามขึ้นว่า “ฉางเซิงเป็นอย่างไรบ้าง”

หญิงสาวผู้นั้นรีบตอบ “ทูลองค์หญิง คุณชายน้อยตอนนั้นอยู่ในจวนองค์หญิง เห็นสถานการณ์ไม่ดี แม่นางไป๋ลู่กับฮูหยินจั๋วก็พาคุณชายน้อยหนีไปก่อน ตอนนี้อยู่สถานที่ลับของร้านค้าหลิงเซียวในเมืองผิงจิง ปลอดภัยดีทุกอย่าง”

ฉู่หลิงถอนใจโล่งอก “เช่นนั้นก็ดี หวนอวี้กับหว่านเฟิงอยู่ที่ใด”

ชายหนุ่มผู้หนึ่งรายงาน “ทูลองค์หญิง คุณชายหวนอวี้ถูกขังอยู่ในคุกหลวง แม่นางหว่านเฟิงอยู่จวนเซี่ยงกั๋วกง เพียงแต่จวนเซี่ยงกั๋วกงตอนนี้ถูกปิดล้อม นางออกมาไม่ได้ อีกอย่าง...หลายวันก่อนคุณชายรองอวิ๋นออกไปนอกเมือง ตอนนี้ไปรอองค์หญิงที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งละแวกเมืองผิงจิงพะยะค่ะ”

สุดท้ายพอฉู่หลิงถามจบ หวงจิ้งเซวียนอดเอ่ยไม่ได้ “องค์หญิง ตอนนี้พวกเราทำอย่างไรกันดี”

ฉู่หลิงมองเขาพลางยิ้มบาง “จะทำอย่างไรได้ กลับเมืองหลวง!”

หลีตั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง “องค์หญิง พวกเราจะกลับไปเช่นนี้หรือ”

ฉู่หลิงเลิกคิ้ว “เจ้าคิดจะกลับไปเช่นไร”

หลีตั้นตอบว่า “ความหมายของกระหม่อมก็คือ...ตอนนี้อย่างไรเมืองผิงจิงก็เป็นพื้นที่ของจวิ้นอ๋องหนานคัง พวกเรากลับไป องค์หญิงทรงคิดการไว้เช่นไรบ้าง”

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “คิดการหรือ...ย่อมมี แต่ทว่าต้องพบอวิ๋นซวี่ก่อนค่อยว่ากัน บางที...เขาอาจมีข่าวอันใดที่พวกเราไม่รู้”

ไม่ใช่ว่าทุกคนล้วนรู้เบื้องลึกของอวิ๋นซวี่ แต่ทว่าหลีตั้นรู้ เขาได้ยินดังนี้ แววตาก็ส่องประกายเล็กน้อย “ใช่แล้ว สองปีมานี้คุณชายอวิ๋นอยู่เมืองผิงจิงมาตลอด ด้วยสถานะของเขา ไม่แน่ว่าการข่าวอาจไวกว่าพวกเรา”

แม้ว่าอวิ๋นซวี่ดำรงตำแหน่งในกองกำลังเสินโย่ว แต่ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองหลวง ครั้งนี้กองกำลังเสินโย่วขึ้นเหนือ เขาก็ไม่ได้ไปด้วย คิดว่าน่าจะเข้าใจสถานการณ์เมืองหลวงมากกว่าพวกเขา

ฉู่หลิงยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อเขากำลังรอพวกเราอยู่ คิดว่าเขาคงพอรู้อะไรอยู่บ้าง เจ้าคิดจริงหรือว่าอาศัยแค่หนีฉางคนเดียวก็จะผ่านการสกัดกั้นของพวกเป่ยจิ้นกับจวิ้นอ๋องหนานคังไปถึงเมืองหลิงเจียง อย่าได้ดูแคลนความสามารถอวิ๋นซวี่ อย่างไรเขา...”

หลีตั้นมองฉู่หลิงทีหนึ่ง คิดถึงสถานะอวิ๋นซวี่แล้วก็พยักหน้า

แม้ว่าอวิ๋นซวี่อายุมากกว่าพวกเขา ตระกูลไป๋หลี่ก็ล่มสลายลงนานแล้ว หลีตั้นไม่ค่อยคุ้นเคยกับพวกเขา แต่เขากลับเคยได้ยินผู้ใหญ่ในตระกูลพูดถึงบ้าง หากไม่ใช่ว่าตอนนั้นไป๋หลี่ชิงหงกำลังเก่งกล้าโด่งดัง อวิ๋นซวี่เองก็คงไม่มีชีวิตเงียบเหงาไร้คนสนใจ แต่ทว่าสำหรับพวกเขาตอนนี้แล้ว บางทีอวิ๋นซวี่เงียบเหงาไร้คนสนใจก็เป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง

ฉู่หลิงมองทุกคน “ท่านแม่ทัพ หลีตั้น จิ้งเซวียน อยู่ที่นี่เตรียมรับกำลังพลกองกำลังเสินโย่วกลับมา ที่เหลือตามข้ารีบกลับเมืองหลวง!”

“พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง!”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 722