ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 717
ตอนที่ 472-1 เค้าลางร้าย
หลังจากนั้นพวกนางก็เดินทางมาได้อย่างราบรื่นตลอดเส้นทางดังคาด ทั้งขบวนมาถึงเมืองหลิงเจียงทำให้ทุกคนที่ประจำอยู่เมืองหลิงเจียงต่างดีใจไม่น้อย ตอนนี้อวี๋ฟั่นโจวนำกองกำลังเสินโย่วสู้ศึกโรมรันกับถ่าเค่อฉินอยู่ หวนอวี้กับหว่านเฟิงกลับไปเมืองผิงจิง เมืองหลิงเจียงเหลือเพียงเจ้าป๋ออานเฝ้ารักษาการ
แม้ว่าเจ้าป๋ออานเกิดในตระกูลดังและได้รับการศึกษามาไม่น้อย แต่เมื่อต้องนำกองทัพใหญ่เฝ้าประจำเมืองหลิงเจียงเช่นนี้ ในใจอย่างไรก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไรเช่นกัน
เรื่องอื่นไม่ว่า แค่โครงสร้างทัพเมืองหลิงเจียงก็ซับซ้อนยากเอ่ยไม่น้อยแล้ว มีกองกำลังเทียนฉี่ มีกองกำลังเสินโย่ว ยังมีกองกำลังจิ้งเป่ย ในจำนวนนี้ยังมีกองกำลังทหารแดนใต้ที่มาสวามิภักดิ์และทัพเรือเทียนฉี่กับคนของราชันมังกรวารี สถานการณ์ซับซ้อนเช่นนี้ ทันทีที่ชาวเผ่ามั่วบุกมาโจมตี กำลังรบแท้จริงเป็นอย่างไรบ้างยังไม่ต้องเอ่ยถึง เพราะเจ้าป๋ออานยังสงสัยว่าคนกันเองจะตีกันเองก่อนหรือไม่
แม้ว่าเขาอยากจะนำทัพออกศึกสร้างผลงาน แต่ก็ไม่อาจให้เขาเพิ่งมานำทัพก็ต้องผ่านการทดสอบความสามารถเช่นนี้กระมัง
“องค์หญิง!” พอเห็นฉู่หลิงกลับมา เจ้าป๋ออานก็ตื่นเต้นดีใจออกหน้าออกตา ทำเอาคนข้างกายฉู่หลิงต่างพากันมองเขาด้วยแววตาสงสัยและหวาดระแวงทันทีอย่างไม่ได้นัดหมาย เจ้าป๋ออานจึงได้รู้ตัวว่าตนเองเสียมารยาท รีบระงับท่าทีตื่นเต้นของตนลงทันที
“พี่อาหลิง!”
“เซิงเซิง!”
เสียงหญิงสาวสองเสียงดังขึ้นตามมา เซียวเยียนเอ๋อร์เข้าไปหาหยาตั่วอย่างดีใจ
ฉู่หลิงเลิกคิ้วนึกแปลกใจ “เหตุใดพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ด้วย”
หยาตั่วยิ้มเอ่ย “เซิงเซิงไม่อยากเห็นข้าหรือ”
ฉู่หลิงส่ายหน้ายิ้มๆ “ย่อมมิใช่ แต่สถานการณ์ภายนอกตอนนี้วุ่นวายมาก เต็มไปด้วยอันตราย”
หยาตั่วยิ้มเอ่ย “ข้ารู้ ดังนั้นข้าจึงมาสวามิภักดิ์เซิงเซิงอย่างไรเล่า”
เซียวเยียนเอ๋อร์เองก็เข้าไปคล้องแขนฉู่หลิงอย่างเบิกบานใจ “พี่อาหลิงวิ่งไปทั่วคนเดียว ทิ้งพวกเราไว้ที่นี่ ยังมาถามว่าเหตุใดพวกเราอยู่ที่นี่”
ฉู่หลิงได้แต่รับผิดอย่างจนปัญญา เซียวเยียนเอ๋อร์จึงได้พอใจ นางกวาดสายตามองกลุ่มคนรอบกายฉู่หลิง เซียวเยียนเอ๋อร์ก็นึกแปลกใจ “หมิงเซวียน แล้วก็...เหตุใดล้วนเป็นแม่นางน้อย พี่อาหลิงไปหลอกแม่นางคนงามมากมายพวกนี้มาจากที่ได้กัน”
ฉู่หลิงกล่าวอย่างไม่พอใจนัก “อะไรเรียกว่าหลอก วันหน้าพวกนางจะมาติดตามพวกเรา ขุนพลเจ้า รบกวนให้คนจัดที่พักให้ทุกคนด้วย”
เจ้าป๋ออานรีบรับคำพลางเชิญทุกคนเข้าเมืองไปพักผ่อน
แม่นางน้อยเหล่านี้เดินทางมาย่อมเหนื่อยล้า จึงตามคนของเจ้าป๋ออานไปพักผ่อนทันที เหลือเพียงหมิง เซวียนกับพวกนางเดินเข้าโถงจวนแม่ทัพ เซียวเยียนเอ๋อร์กับหยาตั่วเองก็ตามมาช่วยเหลือจัดที่พักให้แม่นางเหล่านี้
ณ ห้องโถงใหญ่ เหลือเพียงเจ้าป๋ออานกับพวกฉู่หลิง พลันเงียบลงไปมาก
ทุกคนต่างนั่งลงจิบน้ำชา แล้วฉู่หลิงก็เอ่ยว่า “หลายวันนี้ลำบากขุนพลเจ้าแล้ว มีขุนพลเจ้าอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวหรือ”
เจ้าป๋ออานพยักหน้า “แม้ทัพเรือเมืองรุ่นโจวแตกพ่ายแล้ว แต่แม่น้ำหลิงชางอย่างไรก็สัญจรไปมาได้ หลายวันนี้แม่ทัพหลี่ว์นำคนไปเฝ้าประจำริมแม่น้ำป้องกันเหตุไม่คาดคิด”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ลำบากทั้งสองท่านแล้ว”
เจ้าป๋ออานส่ายหน้า “ไหนเลยจะเทียบกับองค์หญิงได้ กระหม่อมได้ยินเรื่องเมืองชางอวิ๋นมาบ้าง โชคดีที่องค์หญิงกับท่านเจ้าเมืองเยี่ยนขัดขวางทั่วป๋าอิ้นไว้ได้ ไม่เช่นนั้น ทันทีที่เมืองชางอวิ๋นถูกตีแตก เกรงว่าพวกเราก็คงประสบเหตุยุ่งยากมาก”
หากเมืองชางอวิ๋นถูกชาวเผ่ามั่วยึดไปได้ ก้าวต่อไปย่อมมุ่งเป้ามาที่เมืองหลิงเจียงที่ตั้งทัพเผ่ามั่วที่เพิ่งถูกพวกเขายึดครองมาได้
แม้ว่าไม่คิดยอมรับ แต่ก็ต้องรับว่าจำต้องมีเมืองชางอวิ๋นจริงๆ ความจริงพวกเขานับได้ว่าเป็นภูเขาลูกใหญ่ให้พึ่งพิง เพราะสายสัมพันธ์ของฉู่หลิงกับจวินอู๋ฮวน ภูเขาให้พึ่งพิงลูกนี้จึงไม่เพียงแค่ใหญ่ แต่ยังมั่นคงอย่างมาก
ฉู่หลิงถอนหายใจเบาๆ “รักษาเมืองชางอวิ๋นไว้ได้ ไหนเลยจะเป็นเพราะความสามารถของคนแค่สองคน น่าเสียดาย...แม่ทัพเซี่ย แม่ทัพเซี่ยรบเพื่อเทียนฉี่มาทั้งชีวิต ยอมตายไม่ยอมอ่อนข้อ แต่กลับไม่มีโอกาสได้เห็นชาวเผ่ามั่วถูกขับไล่ออกจากจงหยวน”
เจ้าป๋ออานได้ยินดังนี้ก็เงียบไป รุ่นอายุเช่นพวกเขาย่อมรู้จักเซี่ยถิงเจ๋อ แต่ทว่านับดูแล้วก็ไม่ได้พบแม่ทัพเซี่ยมานานเกือบยี่สิบปีแล้ว ตอนนั้นพวกเขายังไม่รู้ความ เป็นชายหนุ่มที่มองดูและเลื่อมใสบูชาแม่ทัพเซี่ยดังวีรบุรุษ ตอนนี้พริบตาก็ผ่านมายี่สิบปี วีรบุรุษกลับจากไปแล้ว
“องค์หญิงโปรดวางใจ ต้องมีสักวันที่พวกเราจะเด็ดศีรษะไป๋หลี่ชิงหง ปลอบประโลมวิญญาณแม่ทัพเซี่ยในปรภพ!” เจ้าป๋ออานกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ
ฉู่หลิงพยักหน้าพลางยิ้มจาง “อย่าเพิ่งเอ่ยเรื่องนี้ หลายวันนี้เมืองหลิงเจียงเป็นอย่างไรบ้าง”
เจ้าป๋ออานรีบรายงานว่า “ตามที่องค์หญิงสั่งการ หลายวันนี้พวกกระหม่อมได้ตรวจสอบทหารทัพเรือเมืองรุ่นโจวกับทหารกองกำลังทหารแดนใต้ที่ยินยอมสวามิภักดิ์แล้ว พวกที่ไม่เคยทำชั่วยินยอมสวามิภักดิ์เราก็คัดเลือกเข้าร่วมกองทัพเทียนฉี่กับทัพเรือ ไม่ยินยอมก็ให้ไปใช้แรงงานทั้งหมด คนนิสัยชั่วร้าย ทำบาปทำกรรมมามากก็ตัดหัวให้ทุกคนได้เห็นถ้วนหน้า ที่เหลือก็ส่งไปใช้แรงงานหนัก เมื่อเป็นเช่นนี้ กองกำลังรักษาพระองค์กับทัพเรือทั้งหมดรวมกันก็มีเพิ่มมาห้าหกพันคน แม้ว่าไม่เพียงพอกับความเสียหายก่อนหน้านี้ แต่ก็พอเสริมกำลังได้บ้างเช่นกัน”
ฉู่หลิงพยักหน้า “คนพวกนั้นสงบเสงี่ยมดีไหม”
เจ้าป๋ออานพยักหน้า “องค์หญิงโปรดวางใจ กระหม่อมมีคำสั่งให้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ทหารระดับล่างเกินครึ่งยินดีสวามิภักดิ์ พวกเขามีชีวิตในเป่ยจิ้นไม่ดีนัก ปกติมีของดีอันใดก็ไม่ตกถึงมือพวกเขา ทหารระดับกลางจำนวนไม่น้อยลังเล แต่มือคนเหล่านี้เปื้อนโลหิตกันมามาก ที่ใช้งานได้ก็มีแค่คนสองคน”
ฉู่หลิงหลุบตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงนิ่งเรียบว่า “เช่นนี้ก็ดี แต่ละทัพสามัคคีกันหรือไม่”
ได้ยินดังนี้ สีหน้าเจ้าป๋ออานก็จนใจไร้วาจา ตอนออกรบก่อนหน้านี้ยังดี ทุกคนต่างรู้ว่าต้องร่วมแรงร่วมใจ แต่พอเสร็จศึก โดยเฉพาะตอนองค์หญิงไม่อยู่ ก็ค่อยๆ เริ่มปรากฏปัญหาชัด ปัญหาขัดแย้งเกิดขึ้นจากทั้งสามกองกำลัง ทั้งกองกำลังเทียนฉี่ กองกำลังเสินโย่วและกองกำลังจิ้งเป่ย
ตอนนี้กองกำลังรักษาพระองค์เทียนฉี่มีคนมากที่สุด กองกำลังเสินโย่วฝีมือการรบแข็งแกร่งที่สุด กองกำลังจิ้งเป่ยกลับเป็นกองกำลังชุดแรกที่ติดตามองค์หญิง แม้ว่าพวกเขารู้แล้วว่าองค์หญิงเสินโย่วก็คือแม่ทัพน้อย แต่ทหารระดับล่างไม่รู้ แรกสุดเพียงแค่ขัดแย้งกันเล็กน้อย ต่อมาก็เกิดเหตุวิวาทกัน
เดิมเจ้าป๋ออานเป็นแม่ทัพกองกำลังรักษาพระองค์ ตอนนี้ต้องมาคุมกองกำลังเสินโย่วและกองกำลังจิ้งเป่ยด้วย ดังนั้นสถานการณ์เมืองหลิงเจียงตอนนี้ก็คือกองกำลังรักษาพระองค์ขัดแย้งกับกองกำลังเสินโย่ว กองกำลังรักษาพระองค์และกองกำลังเสินโย่วต่างดูแคลนกองกำลังจิ้งเป่ย กองกำลังเสินโย่วกับกองกำลังจิ้งเป่ยดูแคลนกองกำลังรักษาพระองค์ กองกำลังจิ้งเป่ยกับกองกำลังรักษาพระองค์ร่วมกันดูแคลนกองกำลังเสินโย่วว่าล้วนเป็นคุณชายร่ำรวยมาเป็นทหาร
พอเป็นเช่นนี้ ยังมีทัพเรือแม่น้ำหลิงชางรอหัวเราะเยาะอีก โชคดีที่แม่ทัพหลี่ว์จัดการทัพเรือได้เข้มงวด ไม่ได้เข้าร่วมวงวุ่นวายนี้ด้วย แค่เพียงไม่ถึงเดือนกว่า เจ้าป๋ออานก็รู้สึกว่าตนเองแก่ลงไปสิบปีได้ หัวแทบโตเป็นสองเท่าจากเมื่อก่อน
พอเห็นสีหน้าท่าทางเจ้าป๋ออาน ฉู่หลิงก็รู้ว่าเกิดเรื่องขึ้น นางได้แต่กลั้นหัวเราะ เอ่ยว่า “ลำบากขุนพลเจ้าแล้ว”
เจ้าป๋ออานเองก็เกรงใจนาง เพียงถอนหายใจเอ่ยว่า “องค์หญิงกลับมาก็ดีแล้ว”
องค์หญิงกลับมา เขาก็ไม่ต้องมาคอยยุ่งเรื่องงี่เง่าพวกนี้แล้ว เขาแค่ดูแลกองกำลังรักษาพระองค์ตนเองให้ดีก็พอ
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง ขุนพลเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง เมืองผิงจิงมีข่าวอันใดมาหรือไม่”
สีหน้าเจ้าป๋ออานเคร่งขรึมเล็กน้อย เขามองหมิงเซวียนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ อย่างตั้งใจทีหนึ่ง ฉู่หลิงแสดงท่าทางบอกเขาว่าไม่เป็นไร เจ้าป๋ออานจึงได้เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “สองวันก่อน ทางเมืองผิงจิงส่งหนังสือทางการมาจากกรมกิจการทหาร ประทับตรากรมกิจการทหารมาด้วย”
ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย “ว่าอย่างไรบ้าง”