ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 719

#719ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 473-1 เกิดเรื่องแล้ว!

พอเช้าตรู่ ข่งเซียวก็ได้รับแจ้งว่าองค์หญิงเสินโย่วให้เข้าเฝ้า แต่เขาไม่ได้รีบร้อนไปเข้าเฝ้าในทันที กลับค่อยๆ ลิ้มรสอาหารเช้า ค่อยๆ บรรจงแต่งตัว ถึงกับยังมีอารมณ์เขียนหนังสือ ก่อนจะพาคนมาห้องโถงจวนแม่ทัพเข้าเฝ้าองค์หญิง

พอเขามาถึงก็มีคนมานำทางเข้าไป แต่ทว่าคนในห้องโถงใหญ่ไม่น้อย องค์หญิงเสินโย่วกำลังนั่งคุยกับเซียวเหมิงและเจ้าป๋ออานที่นั่งถัดจากนาง คล้ายกำลังหารือเรื่องกองทัพ ข่งเซียวส่งเสียงกระแอมไอเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง “กระหม่อมหัวหน้ากองกรมกิจการทหารข่งเซียว ถวายพระพรองค์หญิง”

ทุกคนที่กำลังสนทนาพากันชะงักงัน หันขวับมองมาทางข่งเซียว ข่งเซียวพลันรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เพราะคนเหล่านี้ราวกับกำลังส่งสายตาว่าเขาเสียมารยาท

ฉู่หลิงเหลือบตาขึ้นมองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเอกสารในมือที่นางอ่านอยู่ก่อนหน้านี้

“ใต้เท้าข่งรอสักครู่” แล้วนางก็หารือกับเซียวเหมิงและเจ้าป๋ออานต่อ

“เรื่องนี้ก็ขอมอบให้ขุนพลเซียวแล้ว มีปัญหาอันใดหรือไม่” ฉู่หลิงพับเอกสารพลางถามขึ้น

เซียวเหมิงลุกขึ้นยืนประสานมือ “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา”

ฉู่หลิงพยักหน้าพอใจ กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขุนพลเจ้า ทางแม่ทัพหลี่ว์ก็รบกวนท่านไปด้วยตนเองสักครั้ง ท่านบอกแม่ทัพหลี่ว์ว่า อีกสองวันข้ามีเวลาจะไปเยือนด้วยตนเอง”

เจ้าป๋ออานยิ้มรับ “องค์หญิงโปรดวางใจ องค์หญิงเพิ่งกลับมาก็ย่อมต้องมีภารกิจรัดตัว แม่ทัพหลี่ว์ย่อมไม่คิดมากเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ทัพเรือไม่ไกลจากเมืองหลิงเจียง หากมีเรื่องอันใดจริง เขามาเองสักครั้งก็ย่อมได้”

ฉู่หลิงยิ้ม “อย่างไรก็เป็นข้าที่เสียมารยาท ทิ้งเรื่องราวกองโตตรงหน้าแล้วก็จากไป ทำเอาแม่ทัพ หลี่ว์ต้องเหน็ดเหนื่อย”

“องค์หญิง...” เจ้าป๋ออานไม่ได้กล่าวอันใดต่อ แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงแหลมดังขึ้น “องค์หญิง!”

เจ้าป๋ออานนิ่งอึ้ง หันหน้าขมวดคิ้วมองข่งเซียวที่ยืนโมโหเดือดดาลอยู่ ฉู่หลิงเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้แต่เซียวเหมิงที่เตรียมเก็บของออกไปก็พลันชะงักงัน หันกลับมานั่งลงใหม่อีกครั้ง

ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “ใต้เท้าข่ง เป็นอันใดไปหรือ”

ข่งเซียวโมโห “กระหม่อมก็อยากขอถามองค์หญิงว่าทรงหมายความว่าอย่างไร องค์หญิงจงใจให้กระหม่อมรออยู่ตรงนี้ เป็นเพราะไม่พอใจกรมกิจการทหารหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ข่งเซียวย่อมรู้ว่าเหตุใดฉู่หลิงจงใจละเลยเขา ก็เพราะว่าเขามาเข้าเฝ้าสายไปสักหน่อยกระมัง

แม้ว่าเขาเองก็จงใจ แต่ตอนองค์หญิงเสินโย่วทำเหมือนไม่สนใจเขาจริงๆ อารมณ์เขาก็ยังคงไม่ค่อยดีนัก ตามหลักแล้ว หลายปีมานี้ข่งเซียวอยู่กรมกิจการทหารก็มิค่อยมีผู้ใดให้ความสำคัญนัก ไม่ควรโมโหง่ายเช่นนี้ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เขาคิดว่าตนเองไม่เคยมีเกียรติเช่นนี้มาก่อน กลับคิดไม่ถึงว่าตนเองกำลังได้ใจที่ได้รับความสำคัญเพียงนี้ แต่สุดท้ายกลับไม่มีคนสนใจเขา ความเจ็บปวดและเดือดดาลนี้ยากทนรับไหวเสียยิ่งกว่าอยู่กรมกิจการทหารเงียบๆ ไร้คนสนใจสิบกว่าปีมานี้เสียอีก

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย คล้ายว่าข่งเซียวพูดจาประหลาดอันใด เจ้าป๋ออานสบตากับเซียวเหมิง เผยสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน

ข่งเซียวผู้นี้คงมิได้เสียสติกระมัง แม้ว่าองค์หญิงเสินโย่วปกติดูแล้วดำรงธรรมเนียมมารยาทอ่อนโยน แต่ผู้ใดล้วนรู้หลักการหนึ่งว่า อย่าได้ประลองแรงโทสะต่อหน้าองค์หญิงเสินโย่ว เพราะว่าหากนางยินดีประลอง ไฟโทสะนางย่อมเหนือกว่าเจ้ามากนัก

ฉู่หลิงเอียงคอมองประเมินข่งเซียวครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “หัวหน้ากองกรมกิจการทหาร...คือขุนนางขั้นใด”

เซียวเหมิงหลุบตา ตอบนอบน้อม “ทูลองค์หญิง ขั้นหกชั้นต้น”

ข่งเซียวพลันเบิกตาโพลง ใบหน้าแดงก่ำ ถลึงตาจ้องฉู่หลิง

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ขั้นหกชั้นต้นหรือ ข้ายังคิดว่าเจ้าเป็นขั้นหนึ่งชั้นต้น ข้ากำลังคุยงานอยู่ ให้เจ้ารอครู่หนึ่งก็ทนรอไม่ได้แล้ว แม้แต่ใต้เท้าจูยังมิกล้าเหิมเกริมต่อหน้าข้าเช่นนี้ เจ้า...รู้สึกว่าข้าจะไม่สังหารคนหรือ”

วาจานี้เป็นความจริง แม้แต่ขุนนางใหญ่กุมอำนาจในราชสำนักแท้จริง ยังไม่กล้าแสดงความไม่พอใจ ต่อหน้าฉู่หลิง ทุกคนยังคงต้องรักษาธรรมเนียมขุนนางกับเจ้านาย แม้ว่าฉู่หลิงต้องการให้พวกเขารอ พวกเขาก็ต้องรอ อย่างมากก็ไปนินทาลับหลังนางเท่านั้น คนเช่นข่งเซียวเรียกได้ว่าโง่เง่าอย่างเห็นได้ชัด หาคนเช่นนี้ได้น้อยมาก กรมกิจการทหารวางใจให้เขาออกมาส่งสารได้อย่างไร

แม้ว่าใบหน้าฉู่หลิงมีรอยยิ้ม แต่แววตากลับมิได้ยิ้ม วาจาสุดท้ายของนางเอ่ยจบ ก็มีกระแสกดดันรุนแรงกดทับข่งเซียว ข่งเซียวรู้สึกเพียงหายใจลำบาก ตอนที่เขายังเรียกสติคืนมาได้ก็ผงะถอยหลังไปสองก้าว ถึงกับรู้สึกเข่าอ่อน ชายหนุ่มท่าทางเอาเรื่องก่อนหน้านี้ ยามนี้สีหน้าพลันซีดเผือด

ฉู่หลิงมองเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย ก่อนจะหันไปคุยกับเจ้าป๋ออานต่อ “ขุนพลเซียวกับขุนพลเจ้าไปทำงานก่อน ขุนพลเซียวไปถึงกองกำลังก็รบกวนเรียกอวิ๋นสิงเยว่กลับมาสักครั้ง...ตอนนี้”

เซียวเหมิงกับเจ้าป๋ออานไม่เอ่ยอันใดต่อ พากันพยักหน้าลุกขึ้นขอตัวออกไป

พอทั้งสองคนออกไป ในห้องโถงใหญ่ก็เหลือเพียงแค่ฉู่หลิงกับข่งเซียว ข่งเซียวมองฉู่หลิงด้วยท่าทางหวาดระแวง อดหันไปมองหน้าประตูไม่ได้ คนที่เขาพามาด้วยถูกสกัดอยู่นอกประตู

ฉู่หลิงยกแก้วน้ำชาดื่มไปคำหนึ่งก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ “ไม่ต้องดู ใต้เท้าข่งมีเรื่องใดก็กล่าวกับข้ามาตามตรงได้เลย เพราะ...ข้ายุ่งมาก”

ข่งเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หนังสือทางการจากกรมกิจการทหารมอบให้ขุนพลเจ้าแล้ว ไม่ทราบว่าองค์หญิงได้ทรงทอดพระเนตรแล้วหรือยัง”

ฉู่หลิงพยักหน้า “อ่านแล้ว”

ข่งเซียวจ้องมองฉู่หลิงถามขึ้นว่า “เช่นนั้นไม่ทราบว่าองค์หญิงคิดจะออกเดินทางกลับเมืองผิงจิงเมื่อใด”

ฉู่หลิงมองเขาอย่างนึกแปลกใจ “ข้าบอกตอนไหนว่าจะกลับเมืองผิงจิง”

ข่งเซียวนิ่งอึ้ง สีหน้าพลันย่ำแย่ขึ้นมาทันที “องค์หญิงหมายความเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่หลิงมองเขาด้วยท่าทางเกียจคร้าน “อะไรคือหมายความเช่นไร ข้าจะกลับเมืองผิงจิงตอนไหน ต้องให้กรมกิจการทหารมาข้องเกี่ยวด้วยหรือ”

ข่งเซียวแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “องค์หญิงไม่กลับเมืองผิงจิงย่อมไม่ต้องให้กรมกิจการทหารมาข้องเกี่ยว แต่องค์หญิงเคลื่อนกองกำลังรักษาพระองค์และทัพเรืออย่างไรก็ต้องให้กรมกิจการทหารมาข้องเกี่ยว”

ฉู่หลิงยิ้มหวาน จ้องมองเขาพลางกล่าวเบาๆ ว่า “ข้าไม่กลับ เจ้าจะทำอะไรได้”

“ท่าน!”

ข่งเซียวโมโหถลึงตาจ้องฉู่หลิง แต่กลับพบทันทีว่าเขาทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก่อนมาเขาก็คิดง่ายมาก คิดไปว่ามีคำสั่งกรมกิจการทหาร พอองค์หญิงเสินโย่วเห็นหนังสือทางการย่อมต้องปฏิบัติตามคำสั่ง อย่างไรแม่ทัพใหญ่บนสนามรบหลายคนก็ถูกควบคุมโดยกรมกิจการทหารไม่ใช่หรือ แต่เขากลับลืมไปว่าองค์หญิงเสินโย่วท่านนี้ตอนอยู่เมืองผิงจิงไม่เคยรักษาธรรมเนียมและไร้เหตุผล

ข่งเซียวพยายามข่มอารมณ์ตนเองลงก่อนเอ่ยว่า “องค์หญิงคิดขายชาติหรือ”

ฉู่หลิงหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “ขายชาติ โทษความผิดร้ายแรงไม่น้อย กำลังข่มขู่ข้าหรือ เจ้าว่าข้าขายชาติ ข้ายังคิดว่าใต้เท้าข่งนำคำสั่งการทหารปลอมมามากกว่า”

ข่งเซียวเบิกตากว้าง เอ่ยว่า “หนังสือทางการของกระหม่อมออกจากกรมกิจการทหาร องค์หญิงต้องการใส่ความกระหม่อมหรือ”

ฉู่หลิงโบกมือ “ผู้ใดว่าไม่จริง แต่...กรมกิจการทหารมีความสามารถกระทำการเหนือรับสั่งเสด็จพ่อแล้วหรือ ตราประทับเสด็จพ่ออยู่ที่ใด หรือหากกล่าวอย่างรอมชอมที่สุด ด้วยอำนาจหน้าที่เจ้ากรมกิจการทหาร ตราประทับกรมกิจการทหารอยู่ที่ใด!”

สีหน้าข่งเซียวมืดครึ้ม ฉู่หลิงควักเอาหนังสือทางการฉบับนั้นโบกไปมาตรงหน้าข่งเซียวพลางยิ้มเอ่ยว่า“เพียงแค่ตราประทับหัวหน้ากองกรมกิจการทหารก็กล้าออกคำสั่งให้ข้าถอยทัพ ผู้ใดต้องให้เกียรตินี้ต่อพวกเจ้ากัน”

ข่งเซียวกัดฟันเงียบไม่ตอบ

ฉู่หลิงเอนหลังลงพิงเก้าอี้พลางกล่าวเสียงเรียบว่า “ว่ามา เมืองผิงจิง...หรือว่ากรมกิจการทหารเกิดเรื่องอันใดขึ้น ใต้เท้าจูเกิดเรื่องอันใดขึ้น”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 719