ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 710

#710ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 468-2 เหนื่อยใจ!

ตอนฉู่หลิงตื่นขึ้นมาก็เป็นยามเย็นแล้ว นางเพิ่งลุกขึ้นก็ได้ยินเสียงจวินอู๋ฮวน “อาหลิงตื่นแล้วหรือ”

ฉู่หลิงลุกขึ้นนั่งสะบัดศีรษะ จึงเห็นว่าจวินอู๋ฮวนกำลังลุกจากโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลนัก โต๊ะตรงหน้าเขายังมีกองจดหมายกองโตแยกเป็นสองกองใหญ่ เห็นชัดว่าเขาเองก็มีงานยุ่ง

ฉู่หลิงยกมือขึ้นขยี้หว่างคิ้ว ถามขึ้นว่า “ข้าหลับไปได้อย่างไรกัน”

จวินอู๋ฮวนเดินมานั่งลงข้างเตียง “ข้าให้อวิ๋นสิงเยว่มาตรวจแล้ว ไม่เป็นอันใด ก่อนหน้านี้เจ้าเหนื่อยเกินไป สองสามวันนี้ถือโอกาสพักผ่อนให้ดี อีกไม่นานก็จะฟื้นฟูกำลังดังเดิม”

ฉู่หลิงพยักหน้า “ข้าเองก็รู้สึกว่าน่าจะไม่มีอันใด เพียงแต่ง่วงนอนง่ายอยู่สักหน่อย ข้าหลับไปนานไหม”

จวินอู๋ฮวนมองออกไปด้านนอก “สามชั่วยาม ตอนนี้เย็นแล้ว ได้เวลาอาหารเย็นพอดี”

ฉู่หลิงถอนหายใจอย่างจนใจ ไร้วาจาจะกล่าว “หลับไปนานมาก เจ้ากำลังอ่านอันใดอยู่หรือ ข้าเห็นสีหน้าเจ้าไม่ค่อยดี”

จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยว่า “ข่าวจากเมืองผิงจิง สถานการณ์ในราชสำนักไม่ค่อยดีนัก”

คิ้วฉู่หลิงกระตุกเล็กน้อย “ใต้เท้าซั่งกวนกับใต้เท้าจูยืนข้างพวกเรา ยังคงรับมือขุนนางราชสำนักพวกนั้นไม่ได้หรือ”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “ยาก อย่างไรคนที่คิดได้ดังใต้เท้าซั่งกวนกับใต้เท้าจูก็มีน้อยมาก”

ในสายตาตาแก่คร่ำครึพวกนั้น เกรงว่าการกระทำขององค์หญิงเสินโย่วเลวร้ายยิ่งกว่าเปลี่ยนราชวงศ์เสียอีก อย่างไรแต่โบราณกาลมา ก็มีเรื่องการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์อยู่ไม่น้อย แต่เรื่องหญิงสาวนำทัพออกศึก กลับไม่เคยปรากฏ ในสายตาบัณฑิตที่มองหญิงสาวว่าต่ำต้อยอย่างที่สุด การกระทำของอาหลิงไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาเสียเหลี่ยม แต่ยังทำลายความศรัทธาและระเบียบสังคมของพวกเขาหมดสิ้น

ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “ตอนนี้เป่ยจิ้นมีเวลาเปิดศึกกับเทียนฉี่จริงหรือ”

จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “เจ้ารู้ ข้ารู้ แต่ชาวเทียนฉี่พวกนั้นไม่รู้ พวกเขาเองก็จะไม่เชื่อด้วย”

ฉู่หลิงรู้สึกปวดขมับตุบๆ กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เช่นนั้นจะทำอย่างไร ข้ากลับไปสักครั้งดีไหม”

จวินอู๋ฮวนกอดนางไว้พลางส่ายหน้า “ไม่ได้ การที่ชาวเป่ยจิ้นไปเมืองผิงจิงก็เพราะมีจุดมุ่งหมายที่เจ้า หากเจ้ากลับไป...เกรงว่าจะยากกลับมา และตอนนี้คนของพวกเราส่วนใหญ่อยู่ทางเหนือ หากเกิดเรื่องอันใด...เดิมพวกเราก็ไม่คาดหวังความช่วยเหลือจากเทียนฉี่มากนัก ไม่ว่าอย่างไรชาวเป่ยจิ้นตอนนี้ไม่มีทางทำอันใดได้จริง ได้แต่ยั่วยุเทียนฉี่เท่านั้น”

“ดังนั้น?” ฉู่หลิงเลิกคิ้ว

จวินอู๋ฮวนยิ้มบาง ตอบว่า “ไม่ต้องสนใจพวกเขา ในเมื่อคนพวกนั้นกลัว...เช่นนั้นก็รอให้พวกเขาไม่กลัวค่อยว่ากัน”

ฉู่หลิงอดถอนหายใจไม่ได้ นางรังเกียจตาแก่จอมดื้อรั้นในราชสำนักพวกนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่านางเป็นคนหนุ่มสาวแล้วจะไม่เข้าใจคนแก่ ตอนนั้นถูกเผ่ามั่วกำราบจนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวฝังใจ มันช่าง...ตาแก่ที่เล่นเล่ห์เหลี่ยมอุบายกันในราชสำนักได้พวกนี้ กลับไม่อาจกำจัดความหวาดกลัวในใจลงได้หรือ

กล่าวกันตามตรง ก็คงเพียงเพราะไม่ยินยอมเท่านั้น อยู่แดนใต้ก็มีชีวิตที่สุขสบายท่ามกลางความสนุกสนานและบันเทิงได้ เหตุใดต้องเหนื่อยกายใจไปต่อสู้เป็นตายกับชาวเป่ยจิ้น

“จวินอู๋ฮวน เจ้าจะรู้สึกไหมว่า...” ฉู่หลิงมองจวินอู๋ฮวนพลางเอ่ยถามอย่างลังเล

จวินอู๋ฮวนมองนางอย่างไม่เข้าใจ “มีอันใดหรือ”

ฉู่หลิงถอนหายใจเบาๆ “ไม่คุ้มค่า”

จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้วก้มหน้าลงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “อาหลิงต้องการถามว่า พวกเราสู้เป็นสู้ตายกับชาวเผ่ามั่ว สุดท้ายอาจเป็นไปได้ว่าทำให้พวกที่เอาแต่คอยถ่วงพวกนั้นได้สมหวังหรือ”

ฉู่หลิงพยักหน้า “หรือว่าไม่จริง เจ้ามีใจคิดครองเป็นใหญ่หรือไม่ ลำบากตรากตรำเช่นนี้ หรือว่าเพื่อตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่นได้สมหวังกัน”

จวินอู๋ฮวนเลิกคิ้ว อมยิ้มมองนาง “อาหลิงรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่มีความคิดครองความเป็นใหญ่”

ฉู่หลิงเพียงยิ้มเงียบไม่ตอบ

จวินอู๋ฮวนจนใจไร้วาจาจะกล่าว ได้แต่ยกมือขึ้นแสดงท่าทางยอมแพ้ “เอาละ ข้าไม่ได้รู้สึกสนใจแผ่นดินจริงๆ คนเราแบกคนทั้งแผ่นดินไว้บนบ่าเหนื่อยเพียงใด ไม่เหมาะกับคนเช่นข้าจริงๆ แน่นอนว่าหากเลือกได้ ข้าก็จะเลือกอิสระ แต่หากต้องทำผิดต่อราษฎรใต้หล้า ข้ากลัวว่าวันหน้าไปถึงแดนปรภพจะไม่กล้าพบหน้าญาติมิตร ดังนั้น...ไม่ว่าเป็นผู้ปกครองที่ดีหรือเลว ล้วนยากมากทั้งนั้น”

ฉู่หลิงเอ่ยต่อว่า “เช่นนั้น ตอนแรกที่เจ้าสร้างเมืองชางอวิ๋น...”

จวินอู๋ฮวนกอดนาง ยิ้มเอ่ย “ตอนสร้างเมืองชางอวิ๋นไหนเลยจะคิดไปไกลเพียงนั้น ตอนแรกสุดความจริงเพียงแค่ต้องการให้ที่พักพิงแก่คนที่สูญเสียพวกนั้นเท่านั้น ก็เหมือนดังอาหลิงว่า ตอนแรกที่เข้าค่ายมังกรดำหรือตอนตั้งกองกำลังจิ้งเป่ยก็กำหนดไว้แล้วว่าต้องปฏิบัติการขับไล่ชาวเผ่ามั่วออกไปจากจงหยวน แต่ละก้าวก็ก้าวเดินมาทีละก้าวเช่นนี้”

ฉู่หลิงพยักหน้า ประสบการณ์หลายปีมานี้เป็นดังที่จวินอู๋ฮวนว่ามา แต่ละก้าวก็ก้าวเดินมาทีละก้าวเช่นนี้ อย่างไรชีวิตคนเราไม่มีทางวางแผนทุกอย่างไว้ได้ตั้งแต่ต้นทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น เกรงว่าบนหมากกระดานหนึ่งก็ยังอาจมีเหตุเหนือความคาดหมายได้เช่นกัน

จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ข้าหวังเพียงว่า สักวันใต้หล้าจะสงบสุข ได้เป็นขุนนางสร้างความชอบแล้วขอลาไปใช้ชีวิตบั้นปลายกับอาหลิง ใช้ชีวิตที่ตนเองต้องการต่อไปให้ดีเท่านั้น”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “เช่นนั้นตอนนี้ทำเพื่อสิ่งใด ด้วยความสามารถของคุณชายฉางหลี ไม่ว่าคิดจะไปใช้ชีวิตที่ใดก็ล้วนง่ายดังพลิกฝ่ามือกระมัง”

จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “อาหลิงเพื่อสิ่งใด ข้าก็เพื่อสิ่งนั้น”

ฉู่หลิงอึ้งไปทันที อดยกมือขึ้นกุมขมับแล้วยิ้มเฝื่อนไม่ได้ “ข้าน่าจะถูกพวกตาแก่นั่นทำเลอะเลือนไปหมดแล้ว”

แล้วไม่ใช่หรอกหรือ พวกเขามิใช่ว่ามีความคิดเช่นเดียวกันหรือ ดังนั้นจึงได้ค่อยๆ เดินมาอยู่ร่วมกัน นางกับจวินอู๋ฮวนไม่ได้ทำเพื่อราชวงศ์เทียนฉี่ ถึงกับไม่ได้ทำเพื่อเสด็จพ่อที่ดีต่อนาง ย่อมยิ่งไม่มีทางทำเพื่อตาแก่คร่ำครึดื้อดึงพวกนั้น นางและเขาทำเพื่อราษฎรที่ตกเป็นทาสเผ่ามั่ว เพื่อให้ตนเองได้ก้าวเดินไปบนแผ่นดินอย่างอิสระเสรีและสง่าผ่าเผย

ดังนั้นไม่ว่ามีตาแก่พวกนั้นหรือไม่ เรื่องที่ควรกระทำ นางก็ยังคงกระทำ

“จวินอู๋ฮวน ขอบคุณเจ้ามาก” ฉู่หลิงอิงแอบแนบชิดจวินอู๋ฮวนพลางเอ่ยขึ้นเบาๆ

จวินอู๋ฮวนส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะประคองหัวไหล่นางมากระซิบว่า “อย่าได้คิดมาก อาหลิง อย่าได้แบกทุกเรื่องไว้บนบ่าตนเอง เจ้าอย่าลืมว่าข้าอยู่ข้างกายเจ้าเสมอ และ...ข้าก็คือสามีเจ้า เจ้าเหนื่อย ก็พิงพักกายข้าได้ เจ้าไม่อยากแบกรับ ก็ให้ข้าแบกรับได้”

“ตกลง” ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ข้าจดจำไว้แล้ว เจ้า...”

จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “ข้าย่อมต้องจดจำไว้แล้วเช่นกัน ข้าจะอยู่กับเจ้าจนห้วงเวลาสุดท้าย ดังนั้นข้าจะพยายามมีชีวิตอยู่กับเจ้าให้นานเท่าเจ้า”

ฉู่หลิงพอใจแล้ว นางถูไถเสื้อผ้าเขาเบาๆ กลิ่นยาหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นหอมหมึกพู่กัน ให้ความรู้สึกขมเล็กน้อย ทำเอานางรู้สึกมีสติตื่นรับรู้ขึ้นมาก

มีเพื่อนนี่ดีจริง

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 710