ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 711
ตอนที่ 469-1 อำลา!
ค่ายใหญ่ทัพเป่ยจิ้นนอกเมืองชางอวิ๋นห้าสิบลี้ ทั่วป๋าอิ้นอ่านราชโองการยาวเหยียดจบลง สุดท้ายก็ลุกขึ้นยืน แม้ว่าผ่านมาหลายวันแล้ว แต่สีหน้าทั่วป๋าอิ้นยังคงแลดูไม่ดีนัก ครั้งนี้เขาบาดเจ็บไม่น้อยจริงๆ หลังตื่นขึ้นมาถึงกับต้องรออีกหลายวันกว่าจะลงจากเตียงได้ ตอนนี้ราชโองการทั่วป๋าเหลียงมาถึงก็ไม่เหนือความคาดหมาย ความจริงหนึ่งวันก่อนเขาก็ได้รับสารลับจากคนของทั่วป๋าหลัวแล้ว ในสารเขียนไว้ชัดเจนว่าทั่วป๋าเหลียงจะจัดการเขาอย่างไร
ท่านอ๋องเสิ่นพ่ายศึก ทำให้เสียกำลังพลไปมากมาย ให้ยึดอำนาจการทหารคืน รอส่งแม่ทัพท่านอื่นมาแทน ได้รับราชโองการแล้วก็ให้รีบกลับไปเมืองเหนือรับอาญา และยังลดตำแหน่งชินอ๋องเป็นเพียงจวิ้นอ๋อง ยังไม่กำหนดชื่อบรรดาศักดิ์
ทั่วป๋าอิ้นไม่ได้โมโหกับเรื่องนี้ เขาพ่ายศึกเป็นเรื่องจริง ทำให้กองหนุนไปไม่ทันก็เป็นเรื่องจริง ดังนั้นรับโทษความผิดเช่นนี้ เขาไม่ได้รู้สึกว่าโดนรังแกแต่อย่างใด ล้วนเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เขาเข้าใจดี เกรงว่าผลเช่นนี้เป็นผลจากที่พี่ใหญ่พยายามสุดความสามารถแล้ว
เรื่องชายแดนซีฉินกับการพ่ายศึกเมืองชางอวิ๋นครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นความสูญเสียที่หนักหนาสาหัสที่สุดของเป่ยจิ้นในหลายปีมานี้ การลงโทษเช่นนี้ถือว่าไม่หนักหนามากนัก
“ท่านอ๋อง ฝ่าบาทแต่งตั้งหัวหน้าเผ่าซู่เหอแห่งเผ่าฮูหลันกับท่านอ๋องสิบเจ็ดมานำทัพ ใกล้มาถึงแล้ว ฝ่าบาทรับสั่งให้ท่านอ๋องนำทัพถอยไปชายแดนเหลียงโจวและรุ่นโจวรอสบทบก่อน” ขุนนางที่นำราชโองการมายังให้ความยำเกรงต่อทั่วป๋าอิ้น เพียงแต่ไม่ว่าจะพูดอ้อมค้อมอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
ทั่วป๋าอิ้นได้ยินดังนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามขึ้นว่า “ฝ่าบาทรับสั่งให้ซู่เหอหมิงกวงนำทัพหรือ”
ขุนนางที่นำราชโองการมายิ้มเอ่ย “แม่ทัพใหญ่ย่อมเป็นท่านอ๋องสิบเจ็ด หัวหน้าเผ่าซู่เหอย่อมเป็นรองแม่ทัพ”
ทั่วป๋าอิ้นไม่กล่าวอันใด เขามองซู่เหอหมิงกวงผู้นี้ไม่ออกมาโดยตลอด มักรู้สึกว่าพี่น้องคู่นี้ไม่ได้ดูแล้วง่ายดายดังภาพที่แสดงออก แต่ตอนนี้เห็นชัดว่าทั่วป๋าเหลียงให้ความสำคัญกับซู่เหอหมิงกวงมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ยินยอมให้เขามานำทัพร่วมกับทั่วป๋าจ้าน
ส่วนทั่วป๋าจ้าน...ก็ต้องการคนเช่นซู่เหอหมิงกวงคอยประคับประคองจริงๆ จึงจะวางใจให้เขานำทัพได้ ไม่เช่นนั้นหากต้องต่อสู้กับเยี่ยนเฟิ่งเซียว เกรงว่าก็คงเหมือนส่งอาหารโอชามาทิ้งเสียเปล่า
ขุนนางที่นำราชโองการมาคล้ายว่าเข้าใจความเป็นห่วงของทั่วป๋าอิ้น ยิ้มเอ่ย “ท่านอ๋องโปรดวางใจ หัวหน้าเผ่าซู่เหอมาคนเดียว มาช่วยท่านอ๋องสิบเจ็ด จะไม่นำทหารม้าเผ่าฮูหลันมาด้วย”
ทั่วป๋าอิ้นพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว รบกวนแล้ว”
แม้ว่าในใจยังคงรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่ตอนนี้ทั่วป๋าอิ้นยังคิดไม่เข้าใจว่าที่ใดไม่ถูกต้อง เช่นนั้นก็พักไว้ก่อนชั่วคราวก็แล้วกัน
ราชทูตประสานมือให้ทั่วป๋าอิ้น “เช่นนั้น ข้าน้อยก็ขอตัวกลับเมืองเหนือไปรอท่านอ๋องก่อน ขอตัวก่อน”
“กลับดีๆ ไม่ส่ง” ทั่วป๋าอิ้นพยักหน้ากล่าว
รองแม่ทัพที่ยืนอยู่ข้างทั่วป๋าอิ้นมองส่งขุนนางนำราชโองการมาประกาศจากไปแล้ว จึงได้เอ่ยอย่าเป็นห่วง “ท่านอ๋อง ท่าน...”
ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไร การพ่ายศึกครานี้เป็นความผิดพลาดของข้าเพียงผู้เดียว วันหน้าพวกเจ้าอยู่กองทัพ ต้องทุ่มเทช่วยอาจ้าน”
รองแม่ทัพขมวดคิ้วเอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “ท่านอ๋อง...ท่านอ๋องสิบเจ็ด...”
รองแม่ทัพไม่เพียงแต่เป็นขุนพลทหารเป่ยจิ้น ยังเป็นคนในสังกัดเดิมของทั่วป๋าอิ้น ติดตามทั่วป๋าอิ้นมาหลายปี ย่อมรู้ว่าทั่วป๋าจ้านทรยศทั่วป๋าหลัว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญต่อท่านอ๋องสิบเจ็ดหนุ่มน้อยผู้นี้มากนัก และไม่ใช่คนที่แม่ทัพทั่วป๋ารับเป็นศิษย์จะเป็นได้เหมือนองค์หญิงเสินโย่ว แม้ตอนแรกเป็นศิษย์แม่ทัพทั่วป๋าเหมือนกัน แม่ทัพทั่วป๋ากลับไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อทั่วป๋าจ้านมากนัก
ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องเล็กคิดน้อยพวกนี้ ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือสถานการณ์ตอนนี้ของเป่ยจิ้น อีกอย่าง...ระวังซู่เหอหมิงกวง”
ในใจรองแม่ทัพสะดุ้งตกใจ แต่ก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว “ขอรับ ข้าน้อยเข้าใจแล้ว ขอท่านอ๋องโปรดวางใจ”
มิใช่คนเผ่าพันธุ์เดียวกันย่อมไม่อาจร่วมใจกัน
ซู่เหอหมิงกวงผู้นี้อาศัยน้องสาวเป็นฮองเฮาก็เบียดแทรกตัวเข้ามาในทัพเป่ยจิ้น ถึงกับมาในตำแหน่งรองแม่ทัพเช่นนี้ ความสามารถหัวหน้าเผ่านอกด่านย่อมไม่เป็นที่กังขา เพียงแต่...เขามีใจภักดีต่อเป่ยจิ้นจริงหรือ
ฉู่หลิงอยู่เมืองชางอวิ๋นพักรักษาตัวได้เกือบครึ่งเดือนก็ได้ข่าวซู่เหอหมิงกวงกับทั่วป๋าจ้านนำทัพเป่ยจิ้นเจ็ดหมื่นและกองกำลังทหารแดนใต้สองแสนลงใต้ จึงต้องเดินทางออกจากเมืองชางอวิ๋นกลับเมืองรุ่นโจว แม้ว่า จวินอู๋ฮวนไม่อยากให้ฉู่หลิงห่างจากตนเอง แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ทำอันใดไม่ได้ ได้แต่สะกดกลั้นไฟโทสะในใจเอาไว้รอระบายกับทัพใหญ่เผ่ามั่วที่กำลังจะมาถึง
ตอนฉู่หลิงมาเมืองชางอวิ๋นพาอวิ๋นสิงเยว่มาคนเดียวกับเซียวเหมิงที่ตามมาสมทบภายหลัง แต่ตอนไปกลับพาคนไปด้วยไม่น้อย
นอกจากอวิ๋นสิงเยว่และเซียวเหมิง ยังมีหมิงเซวียนและแม่นางน้อยเมืองชางอวิ๋นกลุ่มหนึ่ง แม่นางน้อยที่ติดตามหมิงเซวียนกลุ่มนั้น สุดท้ายตัดสินใจโน้มน้าวคนในครอบครัวจนได้มาทั้งหมดสิบแปดคน ในจำนวนนี้มีชิวหรงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสตอนเฝ้ากำแพงเมืองผู้นั้นด้วย
“ข้าไปนะ” ฉู่หลิงจูงม้ามือหนึ่ง หันไปยิ้มกล่าวกับจวินอู๋ฮวนที่ตามมา
จวินอู๋ฮวนก้มหน้าลงมองนาง กล่าวเบาๆ ว่า “ทุกเรื่องต้องระวังให้มาก พบเจอเรื่องใดก็อย่าได้ฝืนตนเองมากเกินไป”
ฉู่หลิงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ข้ารู้ เจ้ากำชับหลายรอบแล้ว”
จวินอู๋ฮวนยื่นมือไปดึงนางมากอด กระซิบเบาๆ ว่า “หากเป็นไปได้ ข้าแทบจะตามเจ้าไปด้วย”
ฉู่หลิงหัวเราะเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงข้า วางใจได้ ข้าเองก็ไม่ใช่ว่าจะโชคร้ายได้เจอยอดฝีมือเช่นทั่วป๋าอิ้นและสถานการณ์วิกฤตทุกครั้งไป”
จวินอู๋ฮวนเอ่ยตอบว่า “หวังว่าจะเป็นเช่นดังว่า”
อวิ๋นสิงเยว่ข้างๆ ส่งเสียงกระแอมไอเบาๆ ดังขึ้นเสียงหนึ่ง “ข้าว่าท่านทั้งสอง พระอาทิตย์ขึ้นกลางกระหม่อมแล้ว พวกเราควรออกเดินทางได้แล้วกระมัง”
ตรงนี้ยังมีแม่นางกลุ่มหนึ่งมองอยู่นะ สองคนนี้สงบเสงี่ยมหน่อยได้หรือไม่
ฉู่หลิงถอยหลังออกจากอ้อมกอดจวินอู๋ฮวน ยิ้มเอ่ย “ข้าไปนะ”
จวินอู๋ฮวนไม่ตอบ เพียงพยักหน้าเล็กน้อย
ฉู่หลิงไม่กล่าวอันใดอีก กระโดดขึ้นหลังม้าทันที ความจริงวาจาที่ต้องการกล่าวก็กล่าวจบไปตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้แล้ว ตอนนี้กล่าวอีกก็คงซ้ำเดิม เพียงแต่...เพิ่งพบกันได้ไม่นานก็ต้องจากกันอีก ช่างอาลัยอาวรณ์ยิ่ง
ฉู่หลิงสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง ไม่หันไปมองจวินอู๋ฮวนอีก นางกระชากบังเหียนม้าทะยานไปข้างหน้าทันที
เซียวเหมิงประสานมืออำลาจวินอู๋ฮวน จวินอู๋ฮวนพยักหน้าเล็กน้อย “รบกวนขุนพลเซียวปกป้องอาหลิงด้วย”
“ท่านเจ้าเมืองวางใจ” เซียวเหมิงรับคำก่อนตามฉู่หลิงไป
หมิงเซวียนนั่งอยู่บนหลังม้า โบกมือให้หมิงนั่วและคนในครอบครัวที่มาส่งนาง วันนี้รอยยิ้มนางสดใสเบิกบานมาก กลุ่มแม่นางที่ไปกับนางเองก็เช่นกัน ทั้งขบวนขี่ม้าตามหลังฉู่หลิงไปอย่างฮึกเหิม สุดท้ายทิ้งอวิ๋นสิงเยว่ไว้รั้งท้าย
เขามองจวินอู๋ฮวนแล้วเอ่ยว่า “วางใจ”
จวินอู๋ฮวนพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “พอกลับไปแล้ว ให้เยียนเอ๋อร์มาติดตามอาหลิง อย่างมากสุดหนึ่งเดือน จะมีคนไปคอยอารักขาอาหลิง”
รอยยิ้มบนใบหน้าอวิ๋นสิงเยว่ชะงัก “เจ้า...คงไม่ได้ตามตาแก่มากระมัง เขาไว้ใจไม่ได้”
วิทยายุทธ์ตาแก่ร้ายกาจจริงๆ แม้เผชิญหน้ากับทั่วป๋าซิ่งเยี่ยก็ไม่เป็นรอง แต่ปัญหาก็คืออุปนิสัยเขาไว้ใจไม่ได้ หากหวังให้เขาอารักขาองค์หญิงเสินโย่ว ไม่สู้หวังว่าวิทยายุทธ์แม่นางหลิงพลันก้าวกระโดดไร้เทียมทานจะง่ายกว่า
จวินอู๋ฮวนแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “เขากล้าทำผิดพลาด ข้าจะสังหารหนานกงอวี้เยว่”
“...” ตาแก่ใส่ใจหนานกงอวี้เยว่เพียงนั้นหรือ เอ่อ...คล้ายว่าใส่ใจอยู่ ก่อนหน้านี้เพื่อชีวิตหนานกงอวี้เยว่ยังยอมเดินทางรอนแรมไปทั้งเมืองเหนือ ทั้งเมืองผิงจิง
อวิ๋นสิงเยว่โบกมือเอ่ยอำลา “เอาเถอะ เจ้าพอใจก็พอ”