ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 709

#709ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 468-1 เหนื่อยใจ!

พอทุกคนคิดถึงฝีมือการรบกองกำลังเทียนฉี่ ก็คล้ายว่าจะเป็นปัญหาหนักอกจริงๆ เพราะหากว่ากันเรื่องจำนวนทหาร กองกำลังเทียนฉี่มากกว่าทหารม้าเผ่ามั่วและทหารเมืองชางอวิ๋นมาก แต่หากว่ากันด้วยเรื่องการต่อสู้ตัวต่อตัว ก็ย่อมสู้เผ่ามั่วไม่ได้ ทว่าทหารฝีมือเก่งกาจแท้จริงก็ไม่ได้ด้อยกว่าสักเท่าไร

หากว่ากันตามอาวุธยุทโธปกรณ์ ตอนเริ่มต้นที่เผ่ามั่วเข้าด่านมา เกรงว่ายังสู้เทียนฉี่ไม่ได้ แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ตามหลักแล้วแม้ว่าสู้ศัตรูไม่ได้แต่ก็ควรจะแตกต่างกันไม่มากนัก ปัญหาก็คือสิบกว่าปีก่อนกองกำลังเทียนฉี่พ่ายแพ้อนาถอย่างน่าประหลาดใจ คล้ายว่าชาวเผ่ามั่วมีสวรรค์ช่วยเหลือ ทุกที่ที่ก้าวไปถึง กองกำลังเทียนฉี่ก็ไร้ความหวังและหนีทัพอลหม่าน

บัณฑิตคับแค้นมากมายถึงกับอดรู้สึกไม่ได้ว่าหากตนเองออกสนามรบนำทัพเองคงไม่พ่ายแพ้อนาถเช่นนี้ ขุนพลทหารเหล่านี้ไม่ใช่บัณฑิตอ่อนแอก็คงเป็นสวะ แต่ความจริงเรื่องนี้ไม่อาจตำหนิพวกเขาทั้งหมด แต่ความพ่ายแพ้หมดรูปเช่นนั้นก็น่าแปลกจริงๆ กองทัพเผ่ามั่วไม่กี่พันเอาชนะกองทัพเทียนฉี่หลายหมื่นได้ ไล่ล่าจนมุมไร้ที่หลบซ่อน พอพวกเขาได้สติคืนมาหันกลับไปมองสภาพวุ่นวายในตอนนั้น คนที่คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ได้แต่แอบทอดถอนใจว่าเป็นลิขิตแห่งสวรรค์แล้ว

ยามนี้ชาวเผ่ามั่วเอ่ยว่าจะยกทัพบุกเทียนฉี่อีกครั้ง ในใจคนไม่น้อยก็พากันสะดุ้งตกใจ คล้ายว่าพริบตาก็ถูกความทรงจำอดีตย้อนกลับมาห่อหุ้มเอาไว้อีกครั้ง

อาฮูหลู่มองประเมินสีหน้าขุนนางทุกคนในห้องทรงอักษร ในใจก็อดแค่นหัวเราะเย็นเยียบไม่ได้

ชาวเทียนฉี่เป็นพวกขี้ขลาดไร้สามารถจริงดังคาด องค์หญิงเสินโย่วเก่งกาจก็เพราะเติบโตในเป่ยจิ้น

ขอเพียงจัดการองค์หญิงเสินโย่วได้เรียบร้อย คิดว่าวันหน้าชาวเทียนฉี่ก็จะว่านอนสอนง่ายขึ้นมาก

เพียงแค่พริบตาเดียว อาฮูหลู่ก็คิดวิธีทำลายขวัญกำลังใจชาวเทียนฉี่ ทำลายเสาหลักสุดท้ายของชาวเทียนฉี่ แม้ว่ารู้สึกเสียดายองค์หญิงเสินโย่วอยู่บ้าง แผ่นดินเทียนฉี่กว้างใหญ่ ผู้ที่เด็ดเดี่ยวเข้มแข็งที่สุดถึงกับเป็นองค์หญิงน้อย ราชสำนักเช่นนี้สูญสลายลงก็ได้แต่สมน้ำหน้า

ในใจอาฮูหลู่รับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาตอบรับของทุกคนแล้วก็ไม่พูดจามากความอีก กลายเป็นชาวเผ่ามั่วหยิ่งยโสยามอยู่ต่อหน้าชาวเทียนฉี่ดังเดิม “วาจาพวกเราก็กล่าวจบแล้ว ควรจัดการอย่างไร ก็หวังว่าฮ่องเต้เทียนฉี่จะไตร่ตรองให้ดี อย่าได้ทำลายสัมพันธ์สองแผ่นดิน และ...ชีวิตราษฎรสองแผ่นดิน”

อาฮูหลู่กล่าวจบก็ประสานมือเอ่ยอำลา “พวกเราไม่รบกวนฝ่าบาทและใต้เท้าทุกท่านแล้ว ขอกลับไปรอข่าวดีที่สถานีพักม้า”

เขากล่าวจบก็ส่งสายตาให้เถียนอี้เซวียน เถียนอี้เซวียนก็รู้ความนัย ไม่เอ่ยอันใดต่อ เพียงแค่ประสานมืออำลาออกมาพร้อมกับอาฮูหลู่

พอทั้งสองคนออกไปแล้ว ห้องทรงอักษรก็พลันมีเสียงดังฮือฮาขึ้นทันที เถียนอี้เซวียนและอาฮูหลู่ยืนสบตากันอยู่นอกประตูห้องทรงอักษร ต่างเห็นประกายมั่นใจในแววตาของอีกฝ่าย

ข่าวเมืองผิงจิงส่งไปเมืองชางอวิ๋นไม่ขาดสาย แม้ฉู่หลิงมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขในเมืองชางอวิ๋น แต่ก็รับรู้สถานการณ์เมืองผิงจิงได้อย่างกระจ่างชัดเจน

ในจวนเจ้าเมือง ฉู่หลิงลืมตามองจวินอู๋ฮวนที่ไม่รู้มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าตนเองเมื่อใดอย่างงุนงง “เจ้ามาถึงเมื่อใด”

จวินอู๋ฮวนก้มหน้าลง แนบริมฝีปากบางจุมพิตหว่างคิ้วนางเบาๆ ทีหนึ่ง พลางเอ่ยอย่างเป็นห่วง “เพิ่งมาถึง สุขภาพเจ้ายังไม่ค่อยดีสักเท่าไร ยังคงไม่ฟื้นตัวดี มีตรงไหนไม่สบายหรือไม่”

ฉู่หลิงดึงเขามานั่งลงข้างกายตนเอง กล่าวอย่างจนปัญญาว่า “อวิ๋นสิงเยว่บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าจะฟื้นคืนเต็มที่ก็ยังต้องการเวลาอีกสักระยะหนึ่ง ข้าไม่เป็นไร น่าจะมีแค่...ง่วงนอนง่ายอยู่สักหน่อยเท่านั้น เมื่อคืนวานนี้นอนหลับไม่ค่อยสนิท คงเป็นเพราะเหตุนี้ด้วยกระมัง”

จวินอู๋ฮวนถอนหายใจอย่างจนปัญญา จับให้นางพิงบ่าตนเองเบาๆ พลางยกมือขึ้นลูบผมยาวสลวยของนาง “อย่าได้เป็นห่วงมากเกินไป พักผ่อนให้ดี”

ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “ไม่รู้เหตุใด ระยะนี้ข้ามักรู้สึกกังวลใจ เหมือนว่ากำลังจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น”

จวินอู๋ฮวนคิ้วกระตุกเล็กน้อย “เป็นเพราะเจ้าคิดมากไปหรือไม่”

ฉู่หลิงส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นไปได้กระมัง”

จวินอู๋ฮวนโอบนางเข้าสู่อ้อมกอด เกยคางหนุนไหล่นาง กล่าวเบาๆ ว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง มีข้าอยู่”

ฉู่หลิงพยักหน้าหลับตาลงพักต่อ ระยะนี้นางเหมือนไร้เรี่ยวแรง คล้ายว่าพอรออาการบาดเจ็บภายนอกหายดีหมด อาการบาดเจ็บจากพลังภายในที่ใช้มากจนหมดไปที่หลงเหลือภายในก็ปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ทำเอานางไร้เรี่ยวแรง รู้สึกเกียจคร้าน เพิ่งจะขึ้นมานั่งอ่านหนังสือได้ครู่หนึ่งก็ถึงกับหลับคาหนังสือไปเช่นนี้

ฉู่หลิงพิงงัวเงียอยู่ในอ้อมอกจวินอู๋ฮวนครู่หนึ่งก็หลับไปอีก จวินอู๋ฮวนก้มหน้าลงมองนางหลับพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะอุ้มนางกลับไปนอนในห้องนอน “ไปตามอวิ๋นสิงเยว่มาหน่อย”

ตอนอวิ๋นสิงเยว่รีบเร่งมาถึง จวินอู๋ฮวนก็กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงจับชีพจรให้ฉู่หลิง เห็นเขาเข้ามาก็รีบเอ่ยว่า “มาตรวจดูก่อน”

อวิ๋นสิงเยว่คิ้วกระตุกเล็กน้อย “มีอันใดหรือ องค์หญิงเกิดเรื่องอันใดขึ้น ความสามารถขนาดเจ้ายังตรวจไม่กระจ่าง ยังต้องให้ข้ามาตรวจด้วยตนเองด้วยหรือ”

อวิ๋นสิงเยว่ย่อมไม่ได้คิดหัวเราะเยาะจวินอู๋ฮวน เขารู้ว่าจวินอู๋ฮวนไม่ได้คิดอยากรู้ว่าฉู่หลิงป่วยเป็นโรคอันใด เพียงแต่อยากแน่ใจว่าชีพจรนางนิ่งเป็นปกติแท้จริงแล้วเท่านั้น

จวินอู๋ฮวนส่งสายตาพิฆาตให้เขาทีหนึ่ง อวิ๋นสิงเยว่ได้แต่หุบปาก เดินคอตกเข้าไปจับชีพจรให้ฉู่หลิงแต่โดยดี จับข้อมือฉู่หลิงตรวจได้ครู่หนึ่ง อวิ๋นสิงเยว่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าจวินอู๋ฮวนเคร่งเครียดตามเช่นกัน แม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด “เป็นอย่างไรบ้าง”

อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยว่า “ชีพจรเต้นช้า อาจมีอาการง่วงนอนบ้างก็ไม่แปลก”

“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าไม่มีปัญหาอันใดไม่ใช่หรือ” จวินอู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น

อวิ๋นสิงเยว่ยักไหล่ “ตอนนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอันใด ก็แค่ก่อนหน้านี้ใช้พลังภายในไปมากเกินไป ตอนนี้ร่างกายต้องการการฟื้นฟู การนอนช่วยลดการสูญเสียพลังได้ ย่อมเป็นการฟื้นฟูที่ดีที่สุด อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ข้าสั่งยาให้นาง ก็มีส่วนผสมของยาที่ทำให้หลับสบายด้วย แต่ทว่าด้วยพลังภายในองค์หญิง ยาแค่นี้นางน่าจะฝืนบังคับตนเองได้ แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้...เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บภายในและพลังที่สูญเสียไปขององค์หญิงหนักหนากว่าที่พวกเราคิด”

อวิ๋นสิงเยว่มองจวินอู๋ฮวนที่นั่งอยู่ด้านข้างทีหนึ่ง ถอนหายใจเบาๆ เอ่ยว่า “ไม่ว่านางจะร้ายกาจเพียงใด แต่แท้จริงก็เป็นแม่นางน้อยอายุยี่สิบกว่า และเดิมสุขภาพองค์หญิงก็มิได้นับว่าดีมาก”

ฉู่ชิงอีเติบโตในสำนักซักล้างเช่นนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ต้องเอ่ยถึง ความหวาดกลัวย่อมต้องมีไม่น้อย เด็กที่เติบโตในสถานการณ์เช่นนี้ สุขภาพจะดีได้สักเท่าใดกัน ยิ่งมิต้องกล่าวถึงว่าลูกหลานราชวงศ์เทียนฉี่เดิมก็สุขภาพไม่ค่อยดีมากนัก ฮ่องเต้หย่งเจียยังมิใช่คนร่างกายสูงใหญ่ พระพลานามัยยังทำให้คนต่างรู้สึกเป็นห่วง

พรสวรรค์และการเรียนรู้ของฉู่หลิงดีมาก ถึงกับทำให้คนลืมสุขภาพพื้นฐานของนางไป ครั้งนี้หลังจากบาดเจ็บภายในก็ทำให้ทุกคนต้องหันกลับมาใส่ใจเรื่องนี้

“สรุปว่านางอายุยังน้อย วันหน้าพยายามอย่าให้นางต้องเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพนาง”

อวิ๋นสิงเยว่กำชับพลางเดินไปฝนหมึกบนโต๊ะเขียนตำรับยาใหม่ จวินอู๋ฮวนก้มหน้าลงมองใบหน้านางยามหลับสนิทอยู่นานก่อนจะกล่าวเบาๆ ว่า “ข้ารู้แล้ว วันหน้าจะไม่ให้นางต้องลำบากเช่นนี้อีกแล้ว”

อวิ๋นสิงเยว่เงยหน้ามองเขาทีหนึ่ง ส่ายหน้าไม่กล่าวอันใด โลกใบนี้วันหน้าจะเกิดอันใดขึ้นก็ยังไม่อาจรู้ได้ เขาไม่ได้มีความมั่นใจดังเช่นจวินอู๋ฮวน

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 709