ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 715
ตอนที่ 471-1 แลกชีวิต
ฉากต่อสู้ดุเดือดไม่อาจหลีกเลี่ยง โชคดีที่มียอดฝีมือเช่นฉู่หลิงกับเซียวเหมิงอยู่ด้วย ทำให้ทุกคนไม่รู้สึกหวาดกลัว หมิงเซวียนก้าวนำกลุ่มแม่นางเข้าไปรับมือ คนที่ไล่ล่าตามพวกนางฝีมือไม่เท่าไร เพียงแต่ชาวเผ่ามั่วสองสามคนที่นำมา หรือแม้แต่กองกำลังทหารแดนใต้ คล้ายว่าไม่ธรรมดา
แม้ว่ากองกำลังทหารแดนใต้ไร้ราคา แต่ก็พอนับได้ว่าเป็นกองกำลังของราชสำนักเป่ยจิ้น ย่อมไม่มีทางวางกำลังมากมายตามเส้นทางภูเขารกร้างห่างไกลเช่นนี้ ฉู่หลิงมองสองสามทีก็พลันเข้าใจ เกรงว่าคนพวกนี้เป็นชาวเผ่ามั่วทรงอิทธิพลที่อาศัยอยู่ละแวกนี้กับบรรดาบ่าวรับใช้คนงานของพวกเขา
คนเหล่านี้ปกติวางอำนาจบาตรใหญ่ ก่อกรรมทำเข็ญในหมู่บ้าน อาจจะไม่แพ้ทหารม้าเผ่ามั่วที่โจมตีเมือง แต่พวกเขาก็เพียงแค่จัดการกับราษฎรธรรมดาทั่วไปเท่านั้น เผชิญกับคนมีฝีมือเพียงเล็กน้อยก็ได้แต่ถูกข่มแล้ว
คนเช่นนี้ แม้อยู่ท่ามกลางชาวเผ่ามั่วด้วยกันก็ยังถูกดูแคลน แต่โลกกว้างใหญ่ เรื่องประหลาดอันใดประดามี แม้แต่ชาวเผ่ามั่วที่เป็นชนเผ่าเลื่อมใสในวีรบุรุษออกศึก ก็ย่อมไม่อาจหนีสามัญพ้น บางคนก็มิได้มีจิตใจรักความก้าวหน้า ขอเพียงมีกินมีดื่มไปวันๆ รอความตาย หรือแม้มีใจคิดก้าวหน้า แต่ความสามารถกลับสู้ผู้อื่นไม่ได้ ได้แต่จนใจไร้วาจา คนพวกนี้ดีที่สุดก็ควรเลือกพื้นที่รกร้างห่างไกลอาศัยสถานะเผ่ามั่ววางอำนาจบาตรใหญ่เท่านั้น
เดิมฝีมือหมิงเซวียนก็ไม่เลว และยังมีอวิ๋นสิงเยว่คอยช่วยเหลือ ถึงกับไม่ต้องการฉู่หลิงกับเซียวเหมิงลงมือก็จัดการชาวเผ่ามั่วที่บุกมากันอย่างดุดันพวกนี้ราบคาบกองกับพื้นหมด
หมิงเซวียนพาดกระบี่ไว้ที่คอชายเผ่ามั่วที่เห็นชัดว่าเป็นผู้นำ ตวาดดุดันว่า “ว่ามา! ผู้ใดบอกร่องรอยของพวกเรากับพวกเจ้า”
ชายเผ่ามั่วผู้นั้นคิดไม่ถึงว่าเขาถึงกับเจอกับตอเช่นนี้ได้ อย่างไรคนที่มารายงานก็พวกเขาบอกว่ามีแค่แม่นางไม่กี่คนเท่านั้น แม้ฝีมือดี แต่ก็คงไม่อาจสังหารพวกเขาได้มากสักเท่าไร พวกเขามีกันสี่ห้าสิบคน หรือว่าจะต้องกลัวแม่นางไม่กี่คน
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง หญิงผู้นั้นกล่าวได้น่าสนใจยิ่ง รับรองว่าแม่นางแต่ละคนเหล่านี้งดงามราวกับเทพธิดา จะไม่ทำให้ชายในหมู่บ้านห่างไกลที่เห็นสาวชาวบ้านมานานวันจะหวั่นไหวได้อย่างไร ไหนเลยจะรู้ว่าแม่นางกลุ่มนี้แต่ละคนงดงามดุจบุปผาแรกแย้มจริง ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสาวงามสุดยอดยากพานพบสักครั้งที่ยืนชมอยู่ด้านข้างไม่ได้ลงมือ แต่...แม่นางกลุ่มนี้ก็ร้ายกาจมากจริงๆ โดยเฉพาะสตรีที่ถือกระบี่พาดลำคอตนเอง ลงมือได้โหดเหี้ยมน่าตกใจมาก
กระบี่ปาดลำคอเขาเป็นทางยาว เขารู้สึกเจ็บปลาบขึ้นมาทันที ชายเผ่ามั่วรีบเอ่ยว่า “เป็น เป็นหญิงตระกูลหวังทางตะวันตกของหมู่บ้านผู้นั้น! นางบอกว่าพวกเจ้าสังหารพี่น้องข้า และ...พวกเจ้ามีแค่แม่นางไม่กี่คน พกเงินทองมากันไม่น้อย ดังนั้นพวกเราจึงได้มา”
สีหน้าหมิงเซวียนยิ่งย่ำแย่
“เป็นสตรีตัวผอมๆ นางยังมีบุตรีอายุสิบหกสิบเจ็ดอีกคนใช่หรือไม่”
ชายเผ่ามั่วพยักหน้ารับทันที เอ่ยอย่างคับแค้นใจว่า “สู้คนเขาไม่ได้ ข้ายอมรับว่าโชคร้ายเอง แต่...พี่น้องข้าถูกพวกเจ้าสังหารไร้สาเหตุ ข้ามาเพื่อทวงความเป็นธรรมให้เขาก็ไม่เกินไปกระมัง”
กล่าวไม่ทันขาดคำ เขาก็ถูกคนถีบจากด้านหลังทีหนึ่ง “ผู้ใดว่าถูกสังหารไร้สาเหตุ พวกเจ้าชาวเผ่ามั่วรังแกหญิงสาวเทียนฉี่!”
ชายเผ่ามั่วผู้นั้นทำหน้าปั้นยาก “ผู้ใดรังแกเด็กนั่นกัน เห็นอยู่ว่าหญิงผู้นั้นส่งนางมาให้พี่น้องของเรา เพียงแต่เด็กสาวนั่นเดิมหมั้นหมายแล้ว ตระกูลว่าที่สามีนางกับบิดาและท่านปู่นางไม่ยินยอม มารดานางจึงได้คิดวิธีขึ้นมา นางต้องการให้บุตรชายได้งานดีในหมู่บ้าน เห็นชัดว่าต่างสมยอมสมประโยชน์ พวกเจ้าไม่ถามไม่ไถ่ก็ลงมือสังหาร เหตุผลใดกันนี่”
“คือ...” เมื่อหญิงสาวทุกคนได้ยินดังนี้ก็อดสบตากันไม่ได้ ฟังดูแล้วคล้ายว่าพวกนางผิดจริง อย่างไรพวกนางก็สังหารคนเหล่านั้นทันที
หมิงเซวียนแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “แม้เช่นนั้น แต่ดูแล้วแม่นางไม่ยินยอมจะให้ทำอย่างไร”
ชายเผ่ามั่วผู้นั้นกลอกตามองบน “แม้ไม่มอบให้พี่น้องข้า หญิงแก่นั่นก็ต้องมอบนางให้ชายเทียนฉี่ทรงอิทธิพลสักคน พวกเจ้าก็คงไม่อาจข้องเกี่ยวกระมัง เหตุใดพอเป็นพี่น้องข้าก็ควรถูกสังหาร”
“...” หมิงเซวียนไร้วาจาโต้ตอบ แม้ว่าในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกอยุติธรรม แต่ที่คนผู้นี้กล่าวมาก็มิผิดหากครอบครัวแม่นางผู้นั้นต้องการมอบนางให้ผู้อื่น พวกนางเป็นคนนอกก็ไม่ควรข้องเกี่ยวจริงๆ
ไม่ว่าด้วยเหตุและผลใดก็ตาม พวกนางก็ข้องเกี่ยวไม่ได้ โลกใบนี้กระทำต่อหญิงสาวเช่นนี้ บิดามารดาบงการบุตรีได้ทุกอย่าง หากจะว่าไป พวกนางเหล่านี้ได้ติดตามฮูหยินมา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็นับได้ว่าโชคดีอย่างที่สุดแล้ว
ฉู่หลิงยืนอยู่ข้างๆ มองชายเผ่ามั่วผู้นั้นพูดจาท่าทางคิดว่าตนเองสมเหตุสมผลอย่างที่สุดก็หัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง เสียงหัวเราะกระจ่างเสนาะหู แต่ชายเผ่ามั่วผู้นั้นได้ยินกลับรู้สึกหนาวยะเยือก ชายเผ่ามั่วอดเงยหน้ามองไปทางหญิงสาวงดงามตรงหน้าไม่ได้ ถึงกับไม่สนใจรูปโฉมงดงามสุดยอดของนาง เอาแต่มองนางด้วยสายตาหวาดระแวง
ฉู่หลิงยืนอยู่ตรงหน้าเขา มองลงมายังชายบนพื้น “ในสถานที่เช่นนี้ หาชาวเผ่ามั่วพูดจาคล่องแคล่วอ้างหลักการเหตุผลเช่นนี้ยากยิ่ง แม้เจ้าพูดจามีเหตุผลดีมาก แต่เกี่ยวอันใดกับสถานการณ์ตอนนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าพูดจามีเหตุผลแล้วพวกเราก็จะปล่อยเจ้าไปหรือ”
“เจ้าคิดสังหารพวกเราหรือ” ชายเผ่ามั่วกล่าว
ฉู่หลิงถามขึ้นว่า “สังหารพวกเจ้า ใส่ความข้าแล้ว”
ชายเผ่ามั่วเอ่ยอย่างระแวดระวัง “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่”
ฉู่หลิงตอบขึ้น “ผ่านมา ผดุงคุณธรรม”
เรียกว่ายุ่งเรื่องคนอื่นไหม! ชายเผ่ามั่วอดด่าทอในใจไม่ได้ เพียงแต่น่าเสียดายที่สถานการณ์บังคับ ได้แต่ยอมอดทนอดกลั้นเอาไว้ก่อน เขาถลึงตาจ้องฉู่หลิง กัดฟันถาม “เจ้าจะเอาอย่างไร”
ฉู่หลิงเอียงคอครุ่นคิดครู่หนึ่ง ส่ายหน้า “ข้าก็ไม่ได้จะเอาอย่างไร ตัดรากไม่ถอนโคน ลมวสันต์พัดโบยก็เติบโตใหม่ ข้าคิดว่าคงได้แต่สังหารพวกเจ้าทิ้งแล้ว เหมาะสมกว่า หรือว่าเจ้าให้ผลประโยชน์ใดกับข้าได้”
ชายเผ่ามั่วเอ่ยว่า “ข้า...ข้าให้เงินทองได้!”
“เงินทองหรือ” ฉู่หลิงเลิกคิ้ว
ชายหนุ่มตอบ “พวกเราเผ่ามั่วมีกฎธรรมเนียมว่าเงินทองแลกชีวิตได้ ข้าเอาเงินมาแลกชีวิตข้า พวกเราไร้ความแค้นต่อกัน พวกเจ้าก็ไม่ใช่ว่าต้องสังหารพวกเราให้ได้กระมัง”
ฉู่หลิงรู้สึกว่าน่าสนใจมาก ชาวเผ่ามั่วอยู่จงหยวนนานวันเข้า บางทีอาจติดนิสัยชาวจงหยวนไปบ้าง แน่นอนว่าเป็นไปได้ว่าเดิมเขาก็มีนิสัยเช่นนี้ “ก็มิได้มีความแค้นต่อกันจริงๆ แต่ทว่าข้าต้องการฆ่าคนปิดปาก”
ชายเผ่ามั่วกัดฟัน “ข้ารับรองว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ต่อผู้ใด และ...ข้าเองก็ไม่ได้ไม่รู้จักพวกท่าน พวกท่านเองก็แค่ผ่านทางมา ไม่นานก็จะจากไปแล้วไม่ใช่หรือ”
ฉู่หลิงทำท่าทางเหมือนครุ่นคิดว่าเงื่อนไขเช่นนี้เพียงพอหรือไม่ ชายเผ่ามั่วผู้นั้นเห็นว่าพอได้ผลก็รีบเอ่ยต่อว่า “จอมยุทธ์หญิง พวกเรา...พวกเราพี่น้องอยู่ที่นี่มาเกือบสิบปีแล้ว ไม่เคยทำเรื่องผิดบาปต่อฟ้าดินจริงๆ พวกเราเป็นพ่อค้าทำการค้าสุจริต แม้ท่านคิดผดุงคุณธรรม ก็คงไม่มายุ่งกับพวกเรากระมัง”