ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 699

#699ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 461-2 เรือล่มเมื่อจอด

จวินอู๋ฮวนเอนกายพิงฉู่หลิง หลับตาลงเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ซีฉินทรยศ ทั่วป๋าเหลียงย่อมต้องการเป็นพันธมิตรกับแต่ละเผ่าในซีอวี้ หากไม่อาจตัดเส้นทางเข้าด่านทางชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ วันหน้าพวกเผ่าป่าเถื่อนซีอวี้เข้าด่านมาทางตะวันตกเฉียงเหนือ สำหรับพวกเราแล้วก็ยิ่งยากรับมือ”

ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทั่วป๋าเหลียงย่อมต้องปล่อยพวกเผ่าป่าเถื่อนซีอวี้เข้าด่าน”

จวินอู๋ฮวนแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “ชาวเผ่ามั่วเดิมก็มิได้เข้มงวดกับชายแดนสักเท่าไร ผู้คนแถบตะวันตกเฉียงเหนือก็ป่าเถื่อน ชาวบ้านชำนาญการต่อสู้ โจรภูเขาเหิมเกริมไปทั่ว พื้นที่ยังไม่อุดมสมบูรณ์ กำลังทหารเผ่ามั่วมีจำกัด เดิมก็ไม่อยากจะเสียกำลังไปกับพื้นที่พวกนี้มากนัก หากตัดพื้นที่ทางนั้นให้พวกป่าเถื่อนซีอวี้แลกกับการส่งกำลังมาช่วยพวกเขาได้ ถึงตอนนั้นเข้ายึดครองซีฉินและเทียนฉี่ ดีกว่าพื้นที่รกร้างทางตะวันตกเฉียงเหนือมาก”

ฉู่หลิงถามกลับ “เขาไม่กลัวเชิญมาง่าย เชิญกลับยากหรือ”

จวินอู๋ฮวนยิ้มบางพลางตอบ “พวกป่าเถื่อนซีอวี้มีหลายเผ่า หากพวกเขาต้องการรุกรานจงหยวน เกรงว่ายังต้องหาผู้นำก่อนจึงจะได้ ทั่วป๋าเหลียงต้องเป็นห่วงไปทำไมกัน”

ฉู่หลิงมองเขา “ได้ นับว่าเจ้าพูดมาได้มีเหตุผล กล่าวเช่นนี้…ตอนนี้แม่ทัพไป๋สิ่งนำคนไปตะวันตกเฉียงเหนือ”

“ยังมีเสิ่นไหว” จวินอู๋ฮวนเอ่ยต่อ “การรบชายแดนซีฉินจบลง ข้าก็ส่งเขาไปได้”

ฉู่หลิงเงียบไปเป็นนานก่อนจะเอ่ยว่า “เมืองชางอวิ๋นใจกล้าเหนือผู้ใดดังคาด”

เจียงจี้สือยังอยู่ซีฉิน ไป๋สิ่งกับเสิ่นไหวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ หานเทียนหนิงกับอวี๋ฟั่นโจวอยู่เมืองรุ่นโจว ก็หมายความว่าตอนนี้เมืองชางอวิ๋นมีเพียงจวินอู๋ฮวนเฝ้ารักษาการอยู่เพียงผู้เดียว

ฉู่หลิงถลึงตาใส่เขาอย่างอารมณ์เสีย

“หานเทียนหนิงน่าจะใกล้กลับมาแล้ว” จวินอู๋ฮวนกอดนางพลางกล่าวเบาๆ ว่า “อาหลิงบาดเจ็บภายในยังไม่หายดี อย่าไปจากเมืองชางอวิ๋นตอนนี้ ให้หานเทียนหนิงเฝ้าเมืองรุ่นโจวไปก่อน มีเขากับอวี๋ฟั่นโจว เจ้าป๋ออานกับเก่อตันเฟิงเองก็มิใช่ผู้ไร้สามารถ น่าจะเพียงพอรับมือสถานการณ์เมืองรุ่นโจวได้”

ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย การรบเพิ่งเริ่มต้น นางเป็นผู้นำทัพก็ไม่ไหวแล้วได้หรือ กำลังคิดโต้กลับก็ถูกจวินอู๋ฮวนยื่นมือขึ้นปิดปากไว้ “อาหลิง อย่าดื้อ ไม่ว่าอย่างไร หายแล้วค่อยไป เจ้าวางใจ...อวี๋ฟั่นโจวแม้ไม่เก่งกล้ามาก แต่ก็คงไม่ถึงกับถูกถ่าเค่อฉินจัดการ”

ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “ข้าไม่ได้เป็นห่วงพวกอวี๋ฟั่นโจว ข้าเป็นห่วงซิ่นโจว...”

จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง อาหลิง...จากนี้ที่พวกเราต้องระวังน่าจะเป็นเมืองเหนือ ระยะนี้ทั่วป๋าเหลียงน่าจะไม่มีอารมณ์ไปสนใจซิ่นโจว”

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อยมองจวินอู๋ฮวน สายตาบอกให้เขาพูดมาให้กระจ่าง จวินอู๋ฮวนส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ เลิกคิ้วเอ่ยว่า “อาหลิง ครั้งนี้ทั่วป๋าอิ้นพ่ายแพ้อีกแล้ว เจ้าว่าทั่วป๋าเหลียงจะเป็นอย่างไร”

ฉู่หลิงนิ่งอึ้ง สองวันนี้หลับสะลึมสะลือจนลืมคิดเรื่องนี้ไป

ทั่วป๋าเหลียงไม่ได้หวังดีต่อทั่วป๋าอิ้น ตอนนี้ทั่วป๋าอิ้นทำภารกิจผิดพลาด ไม่อาจนำทัพไปช่วยทัพใหญ่เป่ยจิ้นที่ซีฉินได้ โจมตีเมืองชางอวิ๋นก็ยังพ่ายแพ้อีก ทั่วป๋าเหลียงจะจัดการทั่วป๋าอิ้นอย่างไร แต่ไม่ว่าจัดการอย่างไร ก็ย่อมไม่ปล่อยให้ทั่วป๋าอิ้นรอดไปง่ายๆ เป็นแน่ แต่ทั่วป๋าหลัวกับบรรดาชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลในเมืองเหนือที่สนับสนุนอดีตฮ่องเต้ จะยอมให้ทั่วป๋าเหลียงจัดการกับทั่วป๋าอิ้นได้อย่างไร ย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น...เมืองเหนืออาจเกิดคลื่นลมหลั่งโลหิตฉากใหญ่

“ทั่วป๋าเหลียงจะส่งคนมารับหน้าที่ต่อจากทั่วป๋าอิ้นหรือยกทัพกลับ” ฉู่หลิงถามขึ้นเหมือนครุ่นคิด

จวินอู๋ฮวนตอบว่า “ถอนทัพเกรงว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่หากส่งคนมา..ปัญหาคือจะส่งผู้ใดมา”

เป่ยจิ้นเป็นดินแดนขุนพลมากมายก็จริง แต่ขุนพลทหารที่จะต่อสู้สูสีกับเจ้าเมืองชางอวิ๋นมีไม่มากนัก เพราะว่าหลายปีมานี้เข้าตีเมืองชางอวิ๋นพ่ายแพ้ติดต่อกันหลายครั้ง ก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงเจ้าเมืองชางอวิ๋นดังไปทั่วพื้นที่ทางเหนือ ยกระดับความน่ากลัวถึงขั้นสูงสุด ตั้งแต่ทั่วป๋าซิ่งเยี่ยจากไป นอกจากทั่วป๋าอิ้น เกรงว่าทุกคนในเป่ยจิ้นไม่มีผู้ใดสามารถต่อสู้สูสีกับเยี่ยนเฟิ่งเซียวได้ ตอนนี้ทั่วป๋าอิ้นบาดเจ็บสาหัส ข่าวแพร่ออกไป เกรงว่าคงถูกชื่อเสียงเยี่ยนเฟิ่งเซียวกลบไปอีก อาจกล่าวได้ว่า ตอนนี้ชื่อเสียงเจ้าเมืองชางอวิ๋นแพร่สะพัดเพราะหลายปีมานี้ขุนพลทหารเป่ยจิ้นเข้าโจมตีเมืองชางอวิ๋นไม่หยุด

ฉู่หลิงถามขึ้นว่า “ในใจเจ้ามีคนไหม”

จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้ว “ขุนพลทหารทั่วไปเกรงว่าทั่วป๋าอิ้นไม่อาจไว้วางใจได้ คนที่ต่อกรกับข้าได้ก็มีเพียงไป๋หลี่ชิงหง ซู่เหอหมิงกวงและหนานกงอวี้เยว่ แต่...ซู่เหอหมิงกวงอย่างไรก็เป็นคนนอกเผ่า ทั่วป๋าเหลียงอาจไม่วางใจให้เขานำทัพคนเดียว หนานกงอวี้เยว่ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ทั่วป๋าเหลียงสั่งการเขาไม่ได้ แต่หากเป็นไป๋หลี่ชิงหง...ทั่วป๋าเหลียงให้เขาสังหารเซี่ยถิงเจ๋อ น่าจะคิดใช้งานเขา แต่ให้เขาตีเมืองชางอวิ๋น...ก็อาจจะไม่”

“หืม” ฉู่หลิงไม่เข้าใจ

จวินอู๋ฮวนยิ้มเอ่ย “ร้ายกาจเช่นทั่วป๋าอิ้นก็ยังเสียทีให้เมืองชางอวิ๋น ในเมื่อทั่วป๋าเหลียงคิดใช้งานใหญ่ไป๋หลี่ชิงหง อย่างไรก็ต้องทะนุถนอมไว้สักหน่อย หากปล่อยให้ไป๋หลี่ชิงหงเสียทีที่เมืองชางอวิ๋นอีก หมากเช่นไป๋หลี่ชิงหงตัวนี้ก็ย่อมไร้ราคา”

“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าทั่วป๋าเหลียงจะส่งผู้ใดมา” ฉู่หลิงถามขึ้น

จวินอู๋ฮวนตอบทันที “ทั่วป๋าจ้าน”

“ทั่วป๋าจ้านหรือ” ฉู่หลิงแปลกใจ “หากแม้แต่ทั่วป๋าอิ้นก็เสียทีให้เมืองชางอวิ๋น ทั่วป๋าเหลียงไหนเลยยังมั่นใจว่าทั่วป๋าจ้านได้”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “เขาไม่จำเป็นต้องให้ทั่วป๋าจ้านตีเมืองชางอวิ๋น ขอเพียงทั่วป๋าจ้านล้อมเมืองชาง อวิ๋นให้พวกเราทำอันใดไม่ได้ก็เพียงพอแล้ว อย่าลืม ในมือทั่วป๋าจ้านยังมีกำลังทหารลับกลุ่มหนึ่งที่เดิมเป็นของอดีตฮ่องเต้อยู่ หากไม่ให้เขาสูญเสียกำลังกลุ่มนี้ให้หมด ทั่วป๋าเหลียงจะวางใจได้อย่างไร”

ฉู่หลิงพลันเข้าใจขึ้นมาทันที ทั่วป๋าเหลียงนำคนมาล้อมเมืองชางอวิ๋น แล้วค่อยให้ไป๋หลี่ชิงหงหรือขุนพลทหารอื่นนำทัพไปตีเมืองรุ่นโจวซิ่นโจวหรือที่อื่นๆ พอปราบรอบนอกเมืองชางอวิ๋นได้หมดแล้ว เมืองชางอวิ๋นก็ย่อมถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวเดียวดายแล้ว”

จวินอู๋ฮวนพยักหน้ารับยิ้มๆ “ก็น่าจะประมาณนี้”

ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “หากเป็นเช่นนี้ ทางเมืองรุ่นโจว...”

“ไม่ต้องร้อนใจไป” จวินอู๋ฮวนกอดฉู่หลิง เกยคางไว้บนหัวไหล่นาง กล่าวเบาๆ ว่า “แม้เป็นเช่นนี้ ก็ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ตอนนี้...ทั่วป๋าเหลียงน่าจะอยากเจรจากับเทียนฉี่ก่อนมากกว่า”

ฉู่หลิงขมวดคิ้ว “เขาคิดใช้เสด็จพ่อกับราชสำนักเทียนฉี่บีบให้ข้าถอยทัพ”

จวินอู๋ฮวนลืมตา แววตาเยียบเย็นเอ่ยว่า “เกรงว่าไม่เพียงแต่ให้เจ้าถอยทัพ น่าเสียดาย...ดีที่สุดก็คือเอาชีวิตเจ้า อาหลิง ระยะนี้อย่าไปจากเมืองชางอวิ๋น เข้าใจไหม”

ได้ยินเขากำชับย้ำแล้วย้ำอีกเช่นนี้ ฉู่หลิงก็พอเข้าใจความเป็นห่วงของเขา ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ พยักหน้ารับปาก “เจ้าวางใจ นอกเสียจากว่ามีเหตุจำเป็นจริงๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ไปที่ใด”

จวินอู๋ฮวนยืนยันอีกครั้ง “ไม่มีเหตุจำเป็นใด ไม่ว่าเทียนฉี่เกิดเรื่องใด อาหลิงก็ห้ามสนใจ แผนการพวกเราก่อนหน้านี้ ไม่ได้หวังให้เทียนฉี่ช่วยเหลือมากนักไม่ใช่หรือ”

ฉู่หลิงพยักหน้า ก่อนหน้านี้พวกนางวางแผนไว้เช่นนี้จริง เพราะว่าต่างรู้กระจ่างดีว่าขุนนางเทียนฉี่ถูกชาวเผ่ามั่วกำราบจนไร้ความกล้าไปนานแล้ว คิดจะให้พวกเขาเอาชีวิตที่สงบสุขมาเสี่ยงพนันกับการต่อสู้กับชาวเผ่ามั่วของพวกนาง ไม่สู้พวกนางลงมือเอง อย่างน้อยยังลดตัวถ่วงไปได้หนึ่ง

“รู้แล้ว”

จวินอู๋ฮวนพยักหน้าพอใจ “อีกสองวันก็มีเวลาว่างแล้ว อาหลิงเป็นเพื่อนข้าไปเยี่ยมแม่ทัพเซี่ยสักหน่อย” จวินอู๋ฮวนย่อมมีความเลื่อมใสในเซี่ยถิงเจ๋ออยู่มาก ไม่ว่าเป็นผู้ใด ย่อมต้องเลื่อมใสแม่ทัพเฒ่าที่สู้ศึกบนหลังม้ามาตลอดชีวิตผู้นี้ ยิ่งไปกว่านั้น...การตายของเซี่ยถิงเจ๋อ...

จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ ไม่กล่าวอันใด

ฉู่หลิงพยักหน้า “ได้ วันนั้นอวิ๋นสิงเยว่ฝังแม่ทัพเซี่ยอย่างรีบร้อน ข้าเองก็ควรไปเยี่ยมเยือนสักครั้ง เพียงแต่น่าเสียดาย...” น่าเสียดายศีรษะแม่ทัพเซี่ยถูกไป๋หลี่ชิงหงนำไปแล้ว

จวินอู๋ฮวนกล่าวเบาๆว่า “อย่าคิดมาก ต้องมีสักวันที่จะทำให้แม่ทัพเซี่ยได้เป็นสุข”

“อืม” ฉู่หลิงรับคำเบาๆ “ต้องมีวันนั้นอย่างแน่นอน”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 699