ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 698

#698ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 461-1 เรือล่มเมื่อจอด

ทัพเป่ยจิ้นนอกเมืองชางอวิ๋นห้าสิบลี้ รองแม่ทัพมองทั่วป๋าอิ้นที่นอนสลบอยู่บนเตียงอย่างร้อนใจ อดเดินไปมาในกระโจมไม่ได้ เห็นอยู่ว่าอีกเพียงนิดเดียวแล้ว แต่เพราะเจ้าเมืองชางอวิ๋นกลับมาทัน เรือล่มเมื่อจอดโดยแท้ ทำให้รองแม่ทัพรู้สึกพ่ายแพ้เจ็บปวดและแทบระเบิดทนไม่ไหว หันไปมองท่านอ๋องเสิ่นที่เขาทุ่มเทสรรพกำลังช่วยออกมา กลับเอาแต่นอนสลบไม่ได้สติ รองแม่ทัพอดเป็นห่วงไม่ได้ ตอนนี้เยี่ยนเฟิ่งเซียวกลับมาแล้ว ท่านอ๋องเสิ่นกลับบาดเจ็บสาหัสสลบไป เขารู้ว่าพวกเขาเสียโอกาสที่ดีที่สุดในการตีเมืองชางอวิ๋นไปแล้ว แต่สถานการณ์เช่นนี้ควรหยุดนิ่งหรือว่าถอนทัพกลับ มิใช่รองแม่ทัพเช่นเขาจะตัดสินใจได้

นึกถึงเมื่อเช้าวานนี้ เขาได้ส่งม้าเร็วนำสาส์นไปแจ้งเมืองหลวงแล้ว หวังว่าองค์ชายใหญ่จะคุมสถานการณ์ราชสำนักไว้ได้ ไม่เช่นนั้นความพ่ายแพ้วันนี้..เกรงว่าท่านอ๋องเสิ่นยากหลุดพ้นความผิดไปได้

สำหรับสถานการณ์ตรงหน้าตอนนี้ มองทั่วป๋าอิ้นทีหนึ่ง ในใจรองแม่ทัพแอบคิดว่า

หากพรุ่งนี้เช้าท่านอ๋องเสิ่นยังไม่ฟื้น ก็ถอนทัพก่อนดีกว่า

คนบนเตียงส่งเสียงเบาๆ ในลำคอก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น รองแม่ทัพรีบเข้าไปเรียก “ท่านอ๋อง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

ทั่วป๋าอิ้นไม่พูดอันใดลุกขึ้นนั่งทันที ก้มหน้าลงมองบาดแผลที่หัวไหล่ตนเอง ก่อนจะถามขึ้นว่า “ข้าหลับไปนานเท่าไร”

รองแม่ทัพตอบว่า “ท่านอ๋องหลับไปหนึ่งวันกว่าแล้ว” ขณะที่เอ่ย ในใจรองแม่ทัพก็อดมองไปที่หัวไหล่ทั่วป๋าอิ้นอย่างเคร่งเครียดไม่ได้ ทั่วป๋าอิ้นมองตามสายตาเขาไปหยุดที่หัวไหล่ตนเอง “ว่ามา อาการบาดเจ็บข้าเป็นอย่างไร”

ในใจรองแม่ทัพถอนหายใจ เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “หมอว่า บาดแผลที่ไหล่ท่านอ๋องสาหัสมาก ลึกถึงเส้นเอ็น วันหน้า...เกรงว่าใช้งานไหล่ซ้ายไม่สะดวก แม้... แม้ว่าหายดีแล้ว แต่ยามฝนตกฟ้าครึ้มก็จะรู้สึกปวดได้”

ทั่วป๋าอิ้นยังคงมีสีหน้าดังเดิม คล้ายว่ารู้ผลเช่นนี้ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ “รู้แล้ว”

รองแม่ทัพเห็นสีหน้านิ่งเรียบของเขา ก็ไม่รู้ควรถอนใจโล่งอกหรือว่าเจ็บปวดสงสาร ได้แต่ถามขึ้นว่า “ท่านอ๋อง เมื่อวานข้าน้อยมีคำสั่งให้ทั้งกองทัพถอยห่างออกมาห้าสิบลี้ ตอนนี้พวกเรา...”

ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “รอก่อน ที่นี่...ไม่มีเรื่องอันใดของพวกเราแล้ว”

รองแม่ทัพนิ่งอึ้ง “รออยู่ที่นี่หรือว่าถอยไปอีก เกิดเยี่ยนเฟิ่งเซียวนำทัพมาโจมตี...”

ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยว่า “เยี่ยนเฟิ่งเซียวไม่ได้นำทัพกลับมามากมายเท่าไร เมื่อวานหากฝืนเข้าสังหารศัตรูต่อไปน่าจะพอได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อถอยแล้ว จะบุกอีกก็ไร้ความหมายแล้ว แต่ทว่าน่าจะไม่มีกองกำลังมาโจมตีพวกเราได้ พวกเราอยู่ที่นี่...รอราชโองการฝ่าบาทก็แล้วกัน”

รองแม่ทัพคิดเอ่ยต่อ “ท่านอ๋อง พวกเรา...”

ทั่วป๋าอิ้นยิ้มเฝื่อนอย่างจนปัญญา โบกมือเอ่ยว่า “คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ เจ้าไปพักผ่อนเถอะ”

รองแม่ทัพเห็นท่าทางเขาไม่อยากเอ่ยอันใดอีก ก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ประสานมือขอตัวออกไปก่อน

ยามที่ในกระโจมเหลือเพียงทั่วป๋าอิ้น ทั่วป๋าอิ้นเงียบไปนานก่อนจะเงยหน้าดึงผ้าพันแผลที่หัวไหล่ออก แม้ว่าผ่านมาหนึ่งวันกว่า แต่บาดแผลที่ใส่ยาแล้วก็ยังคงแลดูบิดเบี้ยวน่ากลัว ดาบฉู่หลิงก่อนหน้านี้ไม่นับว่าสาหัสมาก แต่บาดแผลด้านหลังทั่วป๋าอิ้นไม่อาจมองดูด้วยตนเองได้ชัดเจนนัก แต่เมื่อวานทวนของจวินอู๋ฮวนแทงใส่หัวไหล่ทั่วป๋าอิ้นจนเป็นรูกว้างนั้นเจ็บปวดมากจริงๆ ยิ่งมิต้องกล่าวถึงว่าตอนหมุนทวนเงินเต็มแรง ยิ่งทำให้บาดแผลเปิดกว้างยิ่งขึ้น ความจริงไม่ต้องให้รองแม่ทัพบอก ตอนที่ทวนแทงหัวไหล่ตอนนั้น ทั่วป๋าอิ้นก็รู้แล้วว่าผลจากทวนนี้แท้จริงหนักหนาสาหัสเพียงใด

ทั่วป๋าอิ้นมองตำแหน่งบาดแผลพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ค่อยๆ พันบาดแผลกลับคืนด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก บาดแผลบิดเบี้ยวน่ากลัวนั้นคล้ายว่าไม่ส่งผลต่อจิตใจเขาแม้สักนิด

เมืองชางอวิ๋น ตอนนี้แม้ไม่นับว่าหลายเรื่องต้องเริ่มต้นใหม่ แต่ก็ต่างกันไม่มาก เพื่อต่อต้านทัพใหญ่เป่ยจิ้นครั้งนี้ ฉู่หลิงแทบใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและยาแต่ละอย่างที่เมืองชางอวิ๋นสะสมไว้หมดสิ้น และทหารที่บาดเจ็บจากการรบครั้งนี้ก็มากมายนับไม่ถ้วน ทหารที่ตายไป ครอบครัวก็ต้องการการปลอบใจ ที่บาดเจ็บสาหัสก็ต้องการการรักษา ยังต้องป้องกันทัพใหญ่เป่ยจิ้นที่ถอยออกไปแค่ไม่กี่สิบลี้ ทั้งเมืองชางอวิ๋นตอนนี้วุ่นวายกันไปหมด ดังนั้นตั้งแต่จวินอู๋ฮวนกลับมาเมืองชางอวิ๋นก็แทบไม่มีเวลานอนดีๆ สักงีบเลย

ตอนฉู่หลิงเดินเข้ามาในห้องหนังสือ จวินอู๋ฮวนกำลังสั่งการหมิงนั่ว พอเห็นนางเข้ามาก็รีบลุกขึ้น “อาหลิง เจ้ามาได้อย่างไร”

ฉู่หลิงตอบว่า “ไม่มีอันใดทำก็เลยมาดูหน่อย ทำไมหรือ รบกวนพวกเจ้าหรือ”

จวินอู๋ฮวนดึงฉู่หลิงเดินไปนั่ง ยิ้มเอ่ย “ที่ไหนกัน เพียงแต่อวิ๋นสิงเยว่บอกว่าเจ้าต้องพักผ่อนให้ดี”

ฉู่หลิงกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ข้านอนจนใกล้จะไร้เรี่ยวแรงแล้ว”

ฉู่หลิงมองไปทางหมิงนั่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามขึ้นว่า “พวกเจ้ากำลังคุยเรื่องอันใดกัน ไม่ต้องสนใจข้า คุยกันต่อได้”

หมิงนั่วตอบนอบน้อม “เรียนฮูหยิน ท่านเจ้าเมืองกำลังจัดการเรื่องทหารบาดเจ็บและทหารที่ตายในสนามรบอยู่”

ฉู่หลิงพยักหน้า เงยหน้ามองไปทางจวินอู๋ฮวน จวินอู๋ฮวนถอนหายใจเบาๆ “อาหลิงไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องพวกนี้...ความจริงเมืองชางอวิ๋นชินเสียแล้ว”

เมืองชางอวิ๋นก่อตั้งขึ้นทางเหนือมาสิบกว่าปี ถูกชาวเป่ยจิ้นล้อมโจมตีบ่อยเสียยิ่งกว่ากินอาหารประจำวัน หลายปีมานี้ไม่รู้ทหารรบตายไปเท่าไรจึงจะปกป้องรักษาความสงบเอาไว้ได้

จวินอู๋ฮวนมองไปทางหมิงนั่ว “เรื่องตอนนี้จัดการเช่นนี้ก่อน เจ้าไปจัดการได้ อีกอย่าง...ได้ยินเจินเหนียงว่าครั้งนี้หมิงเซวียนก็ช่วยงานไม่น้อย ให้นางมาติดตามช่วยงานเจ้าก็แล้วกัน”

หมิงนั่วดีใจรีบประสานมือ “ขอรับท่านเจ้าเมือง”

หลายปีก่อนเพราะว่าหมิงเซวียนหาเรื่องฮูหยิน หมิงนั่วรู้ว่าท่านเจ้าเมืองขัดหูขัดตาน้องสาวตนเองมาตลอด ตอนนี้ท่านเจ้าเมืองยอมกล่าวเช่นนี้ เห็นชัดว่าไม่ถือสาเอาความเรื่องตอนนั้นแล้ว หมิงนั่วจะไม่ดีใจได้อย่างไร แม้ว่าท่านเจ้าเมืองไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น หรือพวกคิดแก้แค้นส่วนตัว แต่หากท่านเจ้าเมืองไม่ชอบผู้ใด ชีวิตคนผู้นั้นในเมืองชางอวิ๋นก็ไม่มีทางดีได้

ฉู่หลิงเห็นหมิงนั่วถอยออกไปแล้วก็เอ่ยอย่างนึกสนใจ “พริบตาก็ผ่านมาหลายปีแล้ว หมิงนั่วสุขุมขึ้นมาก”

จวินอู๋ฮวนแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง มองประเมินสีหน้าฉู่หลิงพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “สีหน้ายังซีดอยู่เลย”

ฉู่หลิงกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “กี่วันเอง อวิ๋นสิงเยว่จะร้ายกาจเช่นไรก็มิใช่เทพเซียนที่จะทำให้ข้าพริบตาก็ฟื้นคืนเป็นปกติได้”

จวินอู๋ฮวนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ โอบนางเข้าสู่อ้อมกอด ฉู่หลิงกล่าวไม่พอใจนักว่า “ข้าไม่เป็นอันใด เจ้าอย่าได้ค้างคาใจกับเรื่องนี้อีก”

จวินอู๋ฮวนยิ้มเฝื่อนอย่างจนปัญญา จะไม่ค้างคาใจได้อย่างไร

“ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของข้า หากไม่ใช่ว่าข้าร้อนใจ...ก็คงไม่ทำให้เมืองชางอวิ๋นต้องตกอยู่ในอันตราย” จวินอู๋ฮวนกล่าว

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย “เจ้าไม่เอ่ยถึง ข้ายังไม่คิดถามเจ้า ครั้งนี้แท้จริงเจ้าคิดอย่างไร แม้กล่าวว่า...ความสามารถแม่ทัพเซี่ยธรรมดา แต่เจ้าก็เสี่ยงเกินไปหรือไม่ หรือว่าเจ้าไม่เคยคิดว่า...ด้วยอายุแม่ทัพเซี่ย แม้ไม่เกิดเรื่อง ก็อาจจะ...”

นี่เป็นจุดที่จวินอู๋ฮวนประมาทจริง แม้ไป๋หลี่ชิงหงไม่ได้สังหารเซี่ยถิงเจ๋อ แต่ด้วยอายุเซี่ยถิงเจ๋อ ออกสู้บนสนามรบก็ย่อมยากจะรับรองว่าจะไม่เกิดเหตุ จวินอู๋ฮวนทุ่มเทกำลังปกป้องความปลอดภัยของเซี่ยถิงเจ๋อ แต่กลับไม่อาจคาดเหตุการณ์ล่วงหน้าได้หมด และครั้งนี้เห็นชัดว่าจวินอู๋ฮวนไม่ได้คิดเรื่องพวกนี้ ระดับจวินอู๋ฮวนไม่ควรเกิดความผิดพลาดนี้ขึ้น

จวินอู๋ฮวนเขยิบเข้าใกล้ฉู่หลิง เอ่ยอย่างเหนื่อยล้า “ข้าใจร้อนเกินไปเอง ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีในการยึดชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ถือโอกาสที่พวกเป่ยจิ้นสนใจชายแดนซีฉินกับเมืองรุ่นโจว เดิมข้าคิดว่าแม้เกิดเรื่องไม่คาดฝัน ข้าหรือหานเทียนหนิงกับอวี๋ฟั่นโจวที่เมืองรุ่นโจวก็คงเร่งกลับมาทัน”

ครั้งนี้แม้ว่าจวินอู๋ฮวนกลับมาทัน แต่ก็อันตรายมาก อีกนิดเดียวเขาก็คงต้องแยกจากอาหลิงแล้ว คิดถึงตรงนี้แล้ว มือจวินอู๋ฮวนก็อดสั่นเล็กน้อยไม่ได้

เห็นเขาเช่นนี้ ฉู่หลิงก็ตำหนิเขาไม่ลง เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าไม่ใช่คนใจร้อน ครั้งนี้เป็นเพราะเหตุใด”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 698