ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 700

#700ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 462 ทูตเป่ยจิ้น

ในวังหลวง เมืองผิงจิง

การประชุมตอนเช้าเพิ่งจบลง ฮ่องเต้หย่งเจียก็ได้รับรายงานจากขุนนางสำนักหงหลู[footnoteRef:2]ว่าราชทูตเป่ยจิ้นมาเยือนเมืองผิงจิงขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท แม้ว่าเตรียมตัวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่ฮ่องเต้หย่งเจียยังคงอดขมวดพระขนงไม่ได้ การมาของชาวเป่ยจิ้นนี้ช่างน่ารังเกียจ เพียงแต่ขุนนางสำนักหงหลูกำลังรอรับสั่งจากฮ่องเต้หย่งเจียอยู่ ฮ่องเต้หย่งเจียแม้ไม่ทรงพอพระทัยก็ไม่อาจไม่สนพระทัย เดิมคิดให้คนไปประกาศให้ราชทูตเป่ยจิ้นเข้าเฝ้าได้ แต่ฮ่องเต้หย่งเจียไม่ทันตรัส ไม่รู้ทรงคิดเรื่องใดได้ พลันรับสั่งออกไปว่า “ให้พวกเขาเข้าพักก่อน เราไม่ค่อยสบายวันหน้าค่อยให้พวกเขาเข้าเฝ้า” [2: หน่วยงานจีนในสมัยโบราณ คล้ายกระทรวงการต่างประเทศ ]

แม้ว่าขุนนางสำนักหงหลูไม่เข้าใจเหตุผลฮ่องเต้หย่งเจีย แต่ก็พอเข้าใจว่าฝ่าบาทไม่ทรงอยากพบทูตเป่ยจิ้น ได้แต่รับคำนอบน้อมถอยออกไป

เซี่ยงกั๋วกงรอขุนนางสำนักหงหลูออกไปแล้ว จึงได้ทูลว่า “ฝ่าบาทไม่คิดพบคนพวกนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “เจ้าว่าพวกเขามาทำอันใด”

เซี่ยงกั๋วกงเลิกคิ้วเล็กน้อย “น่าจะมาข่มขู่ฝ่าบาทกับเทียนฉี่กระมัง องค์หญิงและกองกำลังเสินโย่วข้ามแม่น้ำไปไม่อาจเก็บเป็นความลับได้ หากตอนนี้ชาวเป่ยจิ้นไม่คิดเผชิญศัตรูรอบด้าน ทางที่ดีที่สุดก็คือเลือกข่มขู่เทียนฉี่ไว้ ให้ฝ่าบาททรงเรียกองค์หญิงกับกองกำลังเสินโย่วกลับมาให้หมด”

ฮ่องเต้หย่งเจียตรัสขึ้นว่า “เราเองก็รู้สึกเช่นนี้ ดูท่าเมืองชางอวิ๋นทำให้ทั่วป๋าเหลียงปวดหัวมากดังคาด”

หากรับมือได้สบายๆ ด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรีของพวกเป่ยจิ้น ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้แน่ แม้ภายนอกว่ามาข่มขู่เทียนฉี่ แต่ผู้ใดจะเข้าใจว่ามีความหมายแอบแฝง ชาวเป่ยจิ้นทำอะไรเยี่ยนเฟิ่งเซียวไม่ได้ และไม่อาจรับมือเมืองชางอวิ๋นพร้อมกับเทียนฉี่ได้ ดังนั้นจึงได้จัดการสายสัมพันธ์ทางเทียนฉี่ก่อน

“อย่างไรองค์หญิงก็สายพระเนตรดีเยี่ยม คุณชายชนชั้นสูงศักดิ์ทรงอิทธิพลทั่วทั้งเมืองหลวงมารวมกันเกรงว่ายังสู้เจ้าเมืองชางอวิ๋นไม่ได้” เซี่ยงกั๋วกงยิ้มกล่าว

ฮ่องเต้หย่งเจียทรงพยักพระพักตร์ “แต่ไรมาสายตาชิงเอ๋อร์ก็ไม่เลว”

เซี่ยงกั๋วกงขมวดคิ้ว “เพียงแต่...เกรงว่าฝ่าบาทไม่ทรงพบพวกเขาไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ ขุนนางในราชสำนักพวกนั้นแต่ละคนไม่ใช่ทุกคนอยากจะต่อต้านชาวเป่ยจิ้นซึ่งหน้า”

ฮ่องเต้หย่งเจียแค่นเสียงฮึเสียงหนึ่ง “ร้อนใจอันใด ยื้อได้หนึ่งวันก็ยื้อไปก่อน”

เซี่ยงกั๋วกงคิดแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จึงได้แต่พยักหน้า “ฝ่าบาทตรัสได้ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทมีรับสั่งอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียขมวดพระขนงเล็กน้อย “เสี่ยวลิ่วตระกูลอวี้ตอนนี้กลับมาแล้วหรือยัง”

เซี่ยงกั๋วกงไม่เข้าใจเหตุใดฮ่องเต้หย่งเจียทรงนึกถึงหวนอวี้ แต่ยังคงส่ายหน้า “ยังพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียถอนพระปัสสาสะ “ก็ไม่รู้ชิงเอ๋อร์อยู่ที่เมืองรุ่นโจวแท้จริงเป็นอย่างไรบ้าง นางเป็นแม่นาง ต้องค้างอ้างแรมนอกจวนเช่นนี้ ยังต้องเผชิญกับการฆ่าฟัน...”

เซี่ยงกั๋วกงปลอบใจ “องค์หญิงวิทยายุทธ์สูงส่ง แม้แต่แม่ทัพเฝิงเองยังชมไม่ขาด ไหนเลยจะมีอันตรายอันใดได้ องค์หญิงทรงเก่งกาจเช่นนี้ ฝ่าบาทควรดีพระทัยถึงจะถูกนะพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียถอนหายใจ พระพักตร์มีแววดีพระทัยแต่ก็อดมีความกังวลพระทัยไม่ได้ แม้กล่าวว่าบุตรีมีความสามารถ ผู้เป็นบิดาก็ควรภาคภูมิใจ แต่มีบิดาสักกี่คนที่จะวางใจให้บุตรีอยู่บนสนามรบเผชิญหน้ากับความเป็นความตายได้

ทูตเป่ยจิ้นเดินทางรอนแรมมาถึงเมืองผิงจิง คิดเข้าเฝ้าฮ่องเต้หย่งเจีย แต่กลับถูกปฏิเสธกลับไป อารมณ์ย่อมไม่ดีนัก แม้ว่าขุนนางสำนักหงหลูพูดจาดีมีมารยาท อ้างว่าฮ่องเต้หย่งเจียทรงประชวร ไม่พบพวกเขาชั่วคราว แต่พวกเขาไหนเลยจะไม่รู้ว่าฮ่องเต้หย่งเจียจงใจทิ้งขว้างพวกเขา ไหนเลยจะบังเอิญเพียงนี้ พวกเขาเพิ่งมาถึงเมืองผิงจิง ฮ่องเต้หย่งเจียก็ประชวร ไม่นานก่อนหน้านี้ฮ่องเต้หย่งเจียยังเสด็จออกประชุมเช้าได้อยู่เลย

เพียงแต่มองท่าทีสุภาพเกรงใจของขุนนางสำนักหงหลูแล้ว แม้ในใจขุนนางเป่ยจิ้นโมโหเพียงใดก็จำต้องสะกดกลั้นเอาไว้ สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม แม้พวกเขามาเพื่อข่มขู่ แต่ก็ไม่อาจทำให้เทียนฉี่โมโหได้ ไม่เช่นนั้นหากไม่อาจบรรลุภารกิจที่ฝ่าบาททรงกำหนดไว้ เกรงว่าพวกเขากลับไปคงต้องโดนลงโทษ

ทูตเผ่ามั่วอัดอั้นอยู่เต็มอก แต่ทำได้เพียงกลับไปพักในสถานีพักม้าเป่ยจิ้นก่อน ไม่รู้ว่าตอนพวกเขาโมโหเดือดดาลจากไปนั้นถูกคนบนอาคารข้างทางมองดูอยู่

ใต้เท้าจูกับซั่งกวนเฉิงอี้นั่งอยู่ริมหน้าต่างร้านน้ำชากำลังมองดูขุนนางสำนักหงหลูพาชาวเผ่ามั่วออกไป ใต้เท้าจูคิ้วกระตุกเล็กน้อยมองไปยังคนผู้หนึ่งในกลุ่มชาวเผ่ามั่ว มีคนที่ดูเหมือนชายหนุ่มชาวเทียนฉี่จึงถามขึ้นว่า “ใต้เท้าซั่งกวน ชายหนุ่มผู้นั้นคือใคร”

ซั่งกวนเฉิงอี้เหลือบตาขึ้นมองไป เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “คล้ายว่าเป็น...หลายชายคนโตตระกูลเถียนในเมืองเหนือ เถียนอี้เซวียน ได้เคยพบครั้งหนึ่งตอนที่ไปเมืองเหนือ ทว่าตอนนั้นเขายังหนุ่ม ได้ยินเซี่ยงกั๋วกงบอกว่าตอนนี้ตระกูลเถียนรับใช้ทั่วป๋าเหลียง เถียนอี้เซวียนเป็นรองเจ้ากรมพิธีการเป่ยจิ้นแล้ว”

เถียนอี้เซวียนเพิ่งได้รับการแต่งตั้ง การได้เป็นรองเจ้ากรมพิธีการของเผ่ามั่วเป่ยจิ้นได้ และยังเลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าชาวเผ่ามั่วส่วนใหญ่ เห็นได้ชัดว่าทั่วป๋าเหลียงดีต่อตระกูลเถียนไม่เลว

ใต้เท้าจูแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “เจ้าแก่ตระกูลเถียนยังไม่ตายอีกหรือ”

ซั่งกวนเฉิงอี้ยิ้มเฝื่อนอย่างจนปัญญา “ไหนเลยจะตายง่ายเพียงนั้น”

ใต้เท้าจูเอ่ยว่า “ทั่วป๋าเหลียงไม่กลัวเจ้าหนุ่มตระกูลเถียนมาเทียนฉี่แล้วกลับไปไม่ได้หรือ”

ซั่งกวนเฉิงอี้ส่ายหน้า “ก็แค่รุ่นเยาว์ของตระกูลเถียน แม้กลับไปไม่ได้จริง หรือตระกูลเถียนกล้าคับแค้นใจทั่วป๋าเหลียง ก็คงได้แต่คับแค้นใจต่อเทียนฉี่เท่านั้น คนพวกนี้...ดูท่าเรื่องขององค์หญิงกับกองกำลังเสินโย่ว น่าจะไปถึงแล้วเมืองเหนือแล้ว”

คนเหล่านี้มา แปดส่วนย่อมต้องคิดเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อข่มขู่ให้องค์หญิงเสินโย่ว อย่าได้ข้องเกี่ยวกับเรื่องทางเหนือ

ใต้เท้าจูเอ่ยว่า “ทั่วป๋าเหลียงคิดได้ไม่เลวนี่ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะจ่ายค่าตอบแทนอันใดให้เรา”

ซั่งกวนเฉิงอี้ตอบว่า “เช่นนั้นก็ต้องขึ้นกับว่าสถานการณ์ทางเหนือแท้จริงเป็นอย่างไร หากทางเหนือย่ำแย่ ชาวเผ่ามั่วก็จะยิ่งใจกว้าง”

ใต้เท้าจูยิ้มเอ่ย “หากเป็นเช่นนี้ พี่ซั่งกวนก็วางใจได้ ครั้งนี้ชาวเผ่ามั่วย่อมต้องใจกว้างมาก”

“หืม พี่จูมีข่าวอันใดหรือ” ในใจซั่งกวนเฉิงอี้สะอึกกึก ใต้เท้าจูคุมกรมกิจการทหาร ข่าวการสงครามย่อมต้องฉับไวกว่าคนทั่วไป

ใต้เท้าจูลูบเคราเอ่ยว่า “หลายวันก่อนกองกำลังเสินโย่วได้ยึดกู่เหลียงและรวมตัวกับกองกำลังจิ้งเป่ยยึดพื้นที่รอบเมืองรุ่นโจว ยังได้รับความช่วยเหลือจากทัพเมืองชางอวิ๋น ตอนนี้เมืองรุ่นโจวผู้ใดออกคำสั่งเด็ดขาดยังไม่รู้ได้ อีกอย่าง...ทัพที่ชาวเป่ยจิ้นส่งไปซีฉิน ถูกสกัดไว้ในเขตซีฉินและนอกซีฉิน ทั่วป๋าเหลียงส่งทั่วป๋าอิ้นไปช่วย แต่...ทั่วป๋าอิ้นถูกเซี่ยถิงเจ๋อขวางทางอยู่ที่เมืองชางอวิ๋นจนไม่อาจเคลื่อนทัพไปได้ จากนั้นทั่วป๋าอิ้นก็โจมตีเมืองชางอวิ๋น เจ้าเมืองชางอวิ๋นกลับมาทันเวลา ทั่วป๋าอิ้นบาดเจ็บสาหัสถอยทัพ ทหารเป่ยจิ้นที่ซีฉิน...จบสิ้นแล้ว”

ซั่งกวนเฉิงอี้ได้ยินดังนี้ก็ดีใจมาก “เช่นนี้ก็เป็นเรื่องดียิ่ง! ใต้เท้าจูไม่ได้รายงานฝ่าบาทหรือ”

ใต้เท้าจูกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ข้าเองก็เพิ่งได้ข่าวมา และยังมีปัญหาเล็กน้อย...”

“อันใดหรือ”

ใต้เท้าจูถอนหายใจ “องค์หญิงเสินโย่วอยู่เมืองชางอวิ๋น”

ซั่งกวนเฉิงอี้ได้ยินดังนี้ก็นิ่งอึ้ง “องค์หญิงไม่ได้อยู่เมืองรุ่นโจวหรือ ไปอยู่เมืองชางอวิ๋นได้อย่างไร”

ใต้เท้าจูสบตาซั่งกวนเฉิงอี้พลางส่ายหน้า “เจ้าคิดดู ก่อนหน้านี้เจ้าเมืองชางอวิ๋นอยู่ซีฉิน หลังเซี่ยถิงเจ๋อถูกไป๋หลี่ชิงหงสังหาร...เมืองชางอวิ๋นยังมีผู้ใดคุมสถานการณ์”

ซั่งกวนเฉิงอี้ขมวดคิ้วเงียบไม่ตอบ เขาไม่เข้าใจเรื่องราวบนสนามรบ แต่เมืองชางอวิ๋นคงไม่ถึงกับเจ้าเมืองไม่อยู่ก็วุ่นวายกระมัง

ซั่งกวนเฉิงอี้มองใต้เท้าจูแล้วก็ถามขึ้นว่า “ข่าวนี้ท่านรู้นานแล้วหรือ”

องค์หญิงย่อมมิใช่เพิ่งไปเมืองชางอวิ๋น ใต้เท้าจูใช่ว่าเพิ่งจะได้รับข่าวนี้

ใต้เท้าจูกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ก่อนเซี่ยถิงเจ๋อตาย องค์หญิงก็ไปถึงที่นั่นแล้ว องค์หญิงส่งจดหมายมาบอกพวกเราว่าอย่าเพิ่งทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท”

“เช่นนั้นองค์หญิงตอนนี้...”

ใต้เท้าจูตอบว่า “ในเมื่อเจ้าเมืองชางอวิ๋นกลับมาแล้ว น่าจะไม่เป็นอันใดแล้ว อีกสักครู่ข้าจะเข้าวังไปทูลฝ่าบาทเรื่องนี้”

ซั่งกวนเฉิงอี้เงียบงันไปเป็นนาน ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “องค์หญิงทรงกล้าหาญเกินไปสักหน่อยแล้วจริงๆ...มิน่าทั่วป๋าเหลียงระแวงนางเช่นนี้”

ความจริงหญิงสาวเช่นนี้ผู้ใดจะไม่ระแวงกัน พวกที่ดูแคลนว่าองค์หญิงเสินโย่วเป็นอิสตรี ก็คงเพราะไม่รู้จักตัวตนแท้จริงของนางเท่านั้น

ใต้เท้าจูลุกขึ้นยืนโบกมือ “เอาเถอะ ข้าไปก่อน พี่ซั่งกวน สองสามวันนี้ก็ช่วยจับตาดูทิศทางราชสำนักสักหน่อย เกรงว่าชาวเผ่ามั่วพวกนั้นไม่ค่อยซื่อสักเท่าไร”

ซั่งกวนเฉิงอี้พยักหน้า “พี่จูวางใจ ข้าพอรู้” กล่าวจบก็ลุกขึ้นตามใต้เท้าจูเดินลงไปชั้นล่าง

ตั้งแต่องค์หญิงไปรบเป่ยจิ้น พวกเขาก็งานยุ่งกันมากขึ้น หาเวลาจิบชาแลกเปลี่ยนกันก็มิใช่เรื่องง่าย ใต้เท้าจูกล่าวได้ถูกต้อง ชาวเผ่ามั่วพวกนั้นไม่มีทางยอมเลิกรา ดังนั้นเขามีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ คิดถึงตนเองอายุปูนนี้แล้ว ซั่งกวนเฉิงอี้อดคิดไม่ได้ว่า หากไม่ใช่ว่าลูกหลานไม่เอาไหน อายุเช่นเขาความจริงควรพักผ่อนอยู่บ้านได้แล้ว

ตอนนี้ดูท่ายังต้องฝืนทนต่อไป

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 700