ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 697

#697ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 460-2 ตกใจจนร้องไห้

ในห้อง ฉู่หลิงนอนหลับนิ่งสงบอยู่บนเตียง แม้ว่าจากกันไปแค่ไม่กี่เดือน แต่จวินอู๋ฮวนกลับรู้สึกว่าหญิงสาวบนเตียงผ่ายผอมลงมาก ไม่เพียงแต่ผ่ายผอมลง สีหน้าที่เคยแลดูเปล่งปลั่งก็ซีดขาวอย่างที่สุด แม้แต่ปากที่เคยแดงสด ยามนี้ก็ซีดมาก ทั้งตัวนางแลซีดขาวและอ่อนแอ ถึงกับให้ความรู้สึกอ่อนแอจนไม่อาจต้องลม จวินอู๋ฮวนไม่ชินกับอาหลิงเช่นนี้ ในสายตาเขา อาหลิงมักงดงามดึงดูดสายตาและมีชีวิตชีวาเสมอ

“อาหลิง...” จวินอู๋ฮวนไม่สนใจฝุ่นที่เปื้อนตามร่างกายหลังเร่งเดินทางมาหลายวัน ยกมือขึ้นลูบแก้มตอบของนางแผ่วเบา นิ้วมือไล้ผ่านริมฝีปากซีดขาวเบาๆ หลับตาลงอย่างปวดร้าวใจ

“ขอโทษ อาหลิง” จวินอู๋ฮวนน้ำเสียงแผ่วเบา “ข้าไม่ดีเอง” หากไม่ใช่ว่าเขาใช้วิธีการเสี่ยงเคลื่อนกำลังทัพเกือบทั้งหมดออกไปจากเมือง จะเกิดเรื่องเช่นวันนี้หรือ จะทำให้อาหลิงเสี่ยงภัยเช่นนี้หรือ ครั้งนี้หากไม่ใช่ว่ามีอาหลิงอยู่...ไม่แน่ว่าอาจไม่มีเมืองชางอวิ๋นอีกแล้ว

ในชีวิตจวินอู๋ฮวนไม่ค่อยทำเรื่องผิดพลาดมากนัก เพราะว่าสถานะเขาพิเศษมาก ภาระเขาก็หนักมาก ทันทีที่เขาทำผิดพลาด ก็จะทำลายผู้คนและทุกสิ่งให้จบสิ้นลงอย่างมหาศาล ครั้งนี้ความจริงก็ไม่นับว่าผิดพลาด เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับจะมากกว่าที่เสียไป แต่จวินอู๋ฮวนไม่คิดว่าเซี่ยถิงเจ๋อจะตาย การตายของเซี่ยถิงเจ๋อเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องราว และเกือบทำให้ฉู่หลิงถึงแก่ชีวิต

หากอาหลิงเกิดเรื่องอันใดขึ้น...ไม่ว่าสุดท้ายผลเป็นเช่นไร ก็ล้วนผิดพลาด!

จวินอู๋ฮวนแนบกายลงจุมพิตหว่างคิ้วฉู่หลิงเบาๆ กล่าวเสียงแผ่วว่า “วันหน้าจะไม่เป็นเช่นนี้อีกแล้ว อาหลิง...ข้าจะไม่ยอมให้เจ้า...”

ไม่ยอมให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้อีกอย่างเด็ดขาด!

ตอนฉู่หลิงฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกเพียงแต่ทั่วร่างอ่อนปวกเปียก แม้แต่แรงจะยกมือขึ้นยังไม่มี ฉู่หลิงพลันอดตื่นตกใจไม่ได้ นางคงไม่ได้สูญสิ้นกำลังภายในกระมัง พิการแล้วหรือ

พอนางขยับ คนข้างๆ ก็ตกใจตื่น

“อาหลิง” จวินอู๋ฮวนลุกขึ้นนั่งมองฉู่หลิงที่ลืมตาขึ้น อดเผยรอยยิ้มยินดีไม่ได้ “เจ้าฟื้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง มีตรงไหนไม่สบายหรือไม่”

ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ข้า...มือข้าคล้ายว่าไม่ฟังคำสั่งข้า” พูดไปก็คิดยกมือตนเอง แต่ยกอย่างไรก็ไม่ขึ้น ความรู้สึกปวดร้าวก่อนหน้านี้ไม่มีแล้ว เหลือเพียงอาการอ่อนแรง

จวินอู๋ฮวนจึงได้ถอนใจโล่งอก ยื่นมือไปกุมข้อมือนาง กล่าวเบาๆว่า “ไม่มีอันใด เจ้าเพียงแค่ใช้กำลังภายในมากเกินไป ยังมีอาการบาดเจ็บภายในอีก อวิ๋นสิงเยว่ให้ยาเจ้าแล้ว พักผ่อนสักระยะก็จะฟื้นคืน จะไม่ทิ้งร่องรอยบาดเจ็บเอาไว้แน่”

ฉู่หลิงได้ยินวาจาเขา ก็ถอนใจโล่งอก พ้นจากภัยก่อนหน้านี้มาได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว แต่หากเป็นไปได้ ผู้ใดก็ไม่อยากกลายเป็นคนพิการไร้แรงกำลัง

“ประคองข้าขึ้นหน่อย”

จวินอู๋ฮวนยื่นมือไปประคองนางขึ้นมาเบาๆ ให้นางพิงอยู่ในอ้อมกอดตนเอง ฉู่หลิงพิงหัวไหล่เขา หลับตาลงเล็กน้อย ถามขึ้นว่า “ข้าหลับไปนานหรือ กำแพงเมือง...เป็นอย่างไรบ้าง”

มือจวินอู๋ฮวนที่โอบนางไว้ชะงักเล็กน้อย “เจ้าหลับไปสองวัน ไม่ต้องเป็นห่วง ทหารเป่ยจิ้นถอยทัพห่างออกไปห้าสิบลี้แล้ว เพียงแต่...ทั่วป๋าอิ้นหนีไปได้”

“หืม” ฉู่หลิงงุนงงสงสัย

จวินอู๋ฮวนเอ่ยว่า “ทั่วป๋าอิ้นถูกพวกเป่ยจิ้นช่วยไปได้”

เดิมเขาคิดไล่ตามไป แต่เป็นห่วงฉู่หลิงมากจริงๆ และชาวเป่ยจิ้นชิงตัวทั่วป๋าอิ้นกลับไปแล้วก็หลบเข้าหลังทัพใหญ่ทันที จวินอู๋ฮวนจึงได้เลือกที่จะกลับมาก่อน

ฉู่หลิงพยักหน้ารับคำ หลับไปถึงสองวัน ทำให้นางรู้สึกสะลึมสะลือ แม้แต่สมองก็คิดช้ากว่าปกติ

จวินอู๋ฮวนเห็นเช่นนี้ก็ไม่กล่าวอันใดอีก เพียงแค่เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างมีข้าอยู่ อาหลิงพักผ่อนให้ดีก่อน รอให้หายแล้วค่อยว่ากัน”

ฉู่หลิงลืมตาขึ้น เงยหน้าออกห่างจากเขาเล็กน้อย จึงได้เห็นขอบตาดำคล้ำของจวินอู๋ฮวน พร้อมกับรอยเส้นโลหิตในดวงตา ฉู่หลิงรู้สึกว่าหากส่องกระจก ยามนี้ไม่แน่พวกเขาสองคนล้วนมีสีหน้าย่ำแย่เหลือคณาสุดพอกัน

นางยกมือขึ้นลูบคางจวินอู๋ฮวน ฉู่หลิงเอ่ยถาม “ไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า “เปล่า ก่อนหน้านี้ได้พักผ่อนไปครู่หนึ่ง”

ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเข้ามาดูอาหลิง คิดว่าไม่มีอะไรทำก็จะพิงข้างเตียงพักสักครู่หนึ่ง

ไหนเลยฉู่หลิงจะไม่เข้าใจ จึงกล่าวไม่พอใจนักว่า “ไสหัวไปนอน!”

“อาหลิง” จวินอู๋ฮวนกุมมือนางไม่ปล่อย มองสีหน้าซีดขาวของนาง คล้ายว่ามีอันใดอยากเอ่ยแต่เอ่ยไม่ออก

ฉู่หลิงขมวดคิ้วมองเขา “มีเรื่องอันใดหรือ”

จวินอู๋ฮวนส่ายหน้า ยื่นมือขึ้นโอบนางเข้าสู่อ้อมกอด น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นว่า “เกือบไปแล้ว...เกือบไปแล้ว ข้าเกือบจะ...”

ฉู่หลิงก้มหน้าลงมองก็พบว่าสองมือที่กอดนางไว้คล้ายสั่นเทาเล็กน้อย ความจริงฉู่หลิงอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่ว่าผู้ใดเพิ่งผ่านพ้นเรื่องที่แทบเอาชีวิตไม่รอดมา ในใจก็ย่อมมีอารมณ์ไม่ดีกองสุมอยู่มากมายต้องการระบาย แต่รู้สึกได้ว่ามือคู่ที่โอบกอดตนเองสั่นเทาและเปียกชื้นเล็กน้อย ฉู่หลิงพลันรู้สึกได้ว่าความอัดอั้นเดิมในใจพลันมลายหายไปสิ้น

ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉู่หลิงยกมือขึ้นลูบไหล่จวินอู๋ฮวนเบาๆ เอ่ยเสียงแผ่วว่า “ข้าไม่เป็นอันใด พวกเราล้วนไม่เป็นอันใด”

“วันหน้า จะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว” จวินอู๋ฮวนเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่า

“อืม” ฉู่หลิงพยักหน้า ก้มหน้าลงคิดจะมองหน้าจวินอู๋ฮวน “จวินอู๋ฮวน เจ้าตกใจจนร้องไห้ใช่หรือไม่”

“...” จวินอู๋ฮวนไม่ตอบและไม่เงยหน้า ผ่านไปครู่หนึ่ง สุดท้ายฉู่หลิงอดยื่นมือไปยกศีรษะจวินอู๋ฮวนขึ้นไม่ได้ จึงได้พบว่าเขาหลับตาลงหลับไปแล้ว ฉู่หลิงถลึงตาจ้องเขาเป็นนาน สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจ ยื่นมือไปจับเขานอนลงข้างๆ ก่อนจะพยายามห่มผ้าให้เขา เพียงแต่พอขยับเบาๆ ก็เหนื่อยจนหอบ ล้มพับลงไปไม่นานก็หลับตาหลับไปด้วยอีกคน

นางกลับลืมไปว่ายังมีอีกบัญชีหนึ่งต้องสะสางกับจวินอู๋ฮวน รอให้นางนอนตื่นก่อนค่อยว่ากันก็แล้วกัน

อวิ๋นสิงเยว่ยกของเข้ามา ก็เห็นสองคนนอนเคียงกันอยู่บนเตียง ทั้งคู่สภาพอิดโรย แต่บนใบหน้ายามนี้กลับมีแต่ความนิ่งสงบเป็นสุข

อวิ๋นสิงเยว่ก้มหน้าลงมองชามยาในมือทีหนึ่ง ในใจถอนหายใจเบาๆ ก่อนหันหลังออกไป บ่าวหญิงที่เฝ้าหน้าประตูเห็นเขายกยาออกมาก็รีบเข้าไปถาม “คุณชายอวิ๋น นี่คือ...”

อวิ๋นสิงเยว่แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง “ให้คนเฝ้าสองคนนี้ไว้ ตื่นแล้วค่อยส่งยานี้ให้คนละชาม”

“เจ้าค่ะ คุณชายอวิ๋น” บ่าวหญิงก้มกายรับคำ

อวิ๋นสิงเยว่หันไปมองที่ประตูทีหนึ่ง ถอนหายใจเบาๆ อย่างรู้สึกคับแค้น เขามาทำงานเป็นวัวเป็นม้าอยู่ที่นี่ แต่สองคนนี้กลับช่างอิสรเสรี เชอะๆ เขาไปเล่นกับพ่านเอ๋อร์ก็ได้

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 697