ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 703
ตอนที่ 464-1 พนัน
ฉู่หลิงนั่งอาบแดดอยู่ในสวนดอกไม้จวนเจ้าเมือง แสงแดดอบอุ่นต้นฤดูหนาวสาดส่องร่างขจัดความรู้สึกหนาวเย็นเล็กน้อยไปหมดสิ้น เมืองชางอวิ๋นอยู่บนพื้นที่สูง แม้แค่ฤดูนี้ก็เริ่มหนาวแล้ว เพราะว่าได้รับบาดเจ็บภายใน ฉู่หลิงถูกอวิ๋นสิงเยว่ห้ามใช้กำลังภายใน ได้แต่ถูกบังคับให้คลุมเสื้อคลุมป้องกันความหนาว
กระรอกน้อยกระโดดไปมาอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ท่าทางร่าเริงมาก เห็นฉู่หลิงไม่สนใจมัน ก็ส่งเสียงทักทายไม่หยุดเพื่อให้รู้ว่ามีมันอยู่ตรงนี้ ฉู่หลิงได้ยินเสียงร้อง ก็ยื่นมือไปลูบหัวน้อยๆ ของมัน กระรอกน้อยพลันดีใจถูไถฝ่ามือนาง แม้ว่าเจ้าตัวน้อยนิสัยเจ้าอารมณ์ แต่กับเจ้านายเช่นฉู่หลิงที่ไม่คอยดูแลมันก็ยังคงรู้สึกสนิทสนม
“องค์หญิง...ฮูหยิน” หมิงเซวียนเดินตามบ่าวหญิงจวนเจ้าเมืองเข้ามา เห็นฉู่หลิงนั่งอยู่ในสวนดอกไม้ ก็ทักทายอย่างดีใจทันที
ฉู่หลิงหันไปมองนาง พยักหน้ายิ้มเล็กน้อย “ได้ยินว่าเจ้าสองสามวันนี้ยุ่งมาก เป็นอย่างไรบ้าง”
หมิงเซวียนตอบยิ้มๆ “น่าขายหน้าต่อฮูหยินแล้ว พวกเราเพียงแค่ช่วยงานเล็กน้อยเท่านั้น”
สองสามวันนี้หมิงเซวียนยุ่งมากจริงๆ ก่อนหน้านี้ตอนรักษาเมือง แม่นางเหล่านี้หลายคนได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ทำให้ครอบครัวพวกนางได้รู้การกระทำก่อนหน้านี้ของพวกนาง บางครอบครัวก็ออกคำสั่งเข้มงวดไม่ให้ทำอะไรตามอำเภอใจอีก บางครอบครัวก็ให้การสนับสนุนไม่น้อย
หมิงเซวียนกลับไม่มีปัญหาเรื่องนี้ แต่ตอนนี้หมิงนั่วยุ่งมาก นางคอยตามช่วยเหลืองานพี่ชาย ดังนั้นหลายวันมานี้จึงยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหายใจ สุดท้ายวันนี้ก็ได้พักบ้างแล้ว จึงรีบมาจวนเจ้าเมืองขอพบฉู่หลิง
ฉู่หลิงเอ่ยอย่างชื่นชม “สองปีมานี้เจ้าพัฒนาขึ้นมาก ใช่แล้ว แม่นางพวกนั้น...ไม่เป็นไรใช่ไหม”
หมิงเซวียนส่ายหน้า “มีพี่น้องเราสองคนได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนัก แต่คุณชายอวิ๋นไปตรวจดูแล้ว จะไม่ส่งผลในภายหลัง องค์หญิงทรงวางใจได้ คนอื่นๆ บาดเจ็บเล็กน้อย ตอนนี้ร่าเริงกันแล้ว วันนี้หม่อมฉันมา...”
หมิงเซวียนมองฉู่หลิง สีหน้าลังเลเล็กน้อย ฉู่หลิงยิ้มถาม “มีวาจาอันใด ก็กล่าวมาได้เลย”
หมิงเซวียนยิ้มเขินเอ่ยว่า “ขายหน้าต่อองค์หญิงแล้ว พวกเรา...พวกเราคิดจะติดตามองค์หญิง ออกสนามรบสังหารข้าศึก”
มือฉู่หลิงที่เกากระรอกน้อยพลันชะงัก เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเจ้าคิดดีแล้วหรือ กล่าวตามตรง...ผู้หญิงหากไม่ใช่ว่าฝีมือแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่ง หากออกสนามรบปะทะกับทหารชายย่อมเสียเปรียบ ข้าเคยเห็นแม่นางพวกนั้น นอกจากเจ้าที่พอมีฝีมือ อย่างมากก็มีแค่สองคน”
หมิงเซวียนผิดหวังเล็กน้อย แต่มาคิดให้ดีก็พอเข้าใจ ผู้ใดจะยินยอมพากลุ่มหญิงสาวออกสนามรบกัน เพียงแต่...อย่างไรในใจก็รู้สึกเสียใจไม่น้อย พวกนางเลื่อมใสศรัทธาฮูหยินจริงๆ และอยากติดตามนางออกสนามรบด้วย
ฉู่หลิงเห็นสีหน้าหมองลงของหมิงเซวียนก็อดหัวเราะไม่ได้ “แต่...ไม่ใช่ว่าจะไร้หนทางเป็นไปได้ ขอเพียงตนเองตั้งใจไปทำ ย่อมมีวันสำเร็จ เพียงแต่พวกเจ้าคิดเข้าใจแล้วจริงหรือ สนามรบไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถึงกับไม่ใช่สถานที่ที่จอมยุทธหญิงยุทธภพผดุงคุณธรรม แต่เป็นสถานที่ที่ไม่ทันระวังก็อาจตายได้ ครั้งนี้พวกเจ้าอย่างมากก็เพียงแต่บาดเจ็บสาหัส เพราะว่าอันใด เจ้าควรเข้าใจ แต่ไรมาพวกเจ้าไม่เคยออกศึกแนวหน้า หากวันใดพวกเจ้าได้ออกศึกจริง อาจเป็นไปได้มากว่า...ที่รอพวกเจ้าไม่ใช่ความดีความชอบที่จะจารึกชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ แต่อาจเป็นไปได้ว่าไม่ทันทำอันใดก็จบชีวิตแล้ว เห็นเรื่องเช่นนี้ในกองทัพมีอยู่ไม่น้อย”
หมิงเซวียนพยักหน้ายืนยัน “ฮูหยินโปรดเชื่อว่าพวกเราจะยืนหยัดจนสุดท้าย พวกเราเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว”
พวกนางดำรงปณิธานแน่วแน่ ไม่ละทิ้งกลางคัน ความจริงตอนแรกสุดพวกนางมีกันสี่ห้าสิบคน แต่ตอนนี้ที่ยังคงยืนหยัดมีเหลือไม่ถึงยี่สิบกว่าเท่านั้น
ฉู่หลิงคิดแล้วก็เอ่ยว่า “เจ้านำวาจาข้ากลับไปบอกพวกนางให้กระจ่าง หากพวกนางโน้มน้าวคนที่บ้านได้ อีกสามวันเจ้าค่อยพาพวกนางมาพบข้า”
หมิงเซวียนได้ยินดังนี้ก็ดีใจมาก นางรู้ว่าความหมายของฮูหยินก็คือตอบรับพวกนางแล้ว หญิงสาวเช่นพวกนาง แม้ขยันฝึกยุทธ์ได้ดีกว่าทหารชายทั่วไป แต่ผู้ชายทัพเมืองชางอวิ๋นพวกนั้นคงเห็นพวกนางเป็นแค่แม่นางน้อย ไม่คิดให้ความสำคัญกับพวกนาง
แม้แต่หมิงเซวียนเอง นอกจากพี่ชายนาง ในครอบครัวนางก็ไม่รู้สึกว่านางจะทำอันใดได้ เพียงแต่บิดามารดารักนาง เพราะว่าฝีมือนางพอคุ้มกันตนเองได้ ดังนั้นจึงได้ปล่อยให้นางเหลวไหลตามใจตนเองเท่านั้น มีเพียงได้ติดตามฮูหยิน พวกนางจึงจะได้ทำในสิ่งที่ตนเองต้องการแท้จริง เพราะว่าฮูหยินเป็นหญิงสาวเช่นกัน นางคงพอเข้าใจพวกนาง
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน!” หมิงเซวียนรับคำเสียงดัง
ฉู่หลิงยิ้มให้นาง “ไปได้”
“หมิงเซวียนขอตัว”
พอหมิงเซวียนออกไป เจินเหนียงยกน้ำชาและขนมเดินเข้ามา ฉู่หลิงหันไปยิ้มให้นาง “เหตุใดเจินเหนียงไม่เข้ามาก่อนหน้านี้”
เจินเหนียงส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “ตอนนี้สาวน้อยพวกนั้นไม่เลวจริงๆ หากบ่าวอยู่ด้วย เกรงว่าแม่นางหมิงจะไม่สะดวกเอ่ย ฮูหยินคิดพาพวกนางออกสนามรบจริงหรือ”
ฉู่หลิงถอนหายใจเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจินเหนียงเป็นห่วงอันใด ข้าเองก็เป็นห่วง แต่ละคนล้วนเป็นแม่นางน้อยบอบบาง ออกสนามรบหากไม่ทันระวังก็คงสิ้นชีพ แต่...มาคิดให้ดี ทหารกล้านับพันบนสนามรบ ผู้ใดไม่ใช่ว่ามีเพียงหนึ่งชีวิตเช่นกัน”
“แท้จริงก็ยังเป็นผู้หญิง ทำงานสบายๆ ยังพอได้ แต่ออกสนามรบสังหารข้าศึกอย่างไรก็ไม่เหมือนผู้ชาย” เจินเหนียงกล่าว
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ความจริงก็ไม่อาจคิดเช่นนี้ เพราะว่าพวกนางเป็นผู้หญิง ดังนั้นหญิงสาวที่สามารถยืนหยัดก้าวออกมาได้ ย่อมเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถ พรสวรรค์และความกล้า นับเป็นหญิงสาวแนวหน้า ดังนั้นหากกล่าวตามตรง ความสามารถพวกนางหรือถึงกับจิตใต้สำนึกพวกนาง ความจริงอาจมากกว่าชายหนุ่มส่วนใหญ่ในกองทัพเสียอีก”
“ดูท่าฮูหยินคิดการไว้แล้ว” เจินเหนียงกล่าวอย่างนึกอยากรู้
ฉู่หลิงก้มหน้าลงจิบชา พลางครุ่นคิด “คิดขับไล่เผ่ามั่วออกจากจงหยวนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้ทางเหนือยังไม่สงบ ชีวิตราษฎรยังไม่ดี รอสงครามปะทุ เกรงว่าราษฎรก็คงไม่มีทางเป็นสุข เช่นว่าหากหลายวันก่อนจวินอู๋ฮวนกลับมาไม่ทัน เมืองชางอวิ๋นก็คงจบสิ้นลงแล้ว เจินเหนียงเคยคิดไหมว่าราษฎรเมืองชางอวิ๋นจะเป็นเช่นไร”
เจินเหนียงอึ้งไปทันที อดถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้ “หลายปีมานี้ข้าอยู่เมืองชางอวิ๋นมานานจนลืมชีวิตยากลำบากด้านนอกไปแล้ว บนโลกใบนี้หากหญิงสาวเป็นเหมือนฮูหยิน เกรงว่าชาวเผ่ามั่วพวกนั้นคิดรังแกพวกนางก็คงต้องคิดให้รอบคอบก่อน ข้ามักคิดว่าแม่นางพวกนั้นบอบบางควรอยู่แต่ในเมือง ใช้ชีวิตสงบสุขของตนเองไปดีกว่าอันใดทั้งสิ้น แต่หากพวกนางได้ติดตามฮูหยินออกไป สามารถทำงานสักสองสามอย่าง ก็นับว่าได้เป็นแบบอย่างให้หญิงสาวใต้หล้าแล้ว”
องค์หญิงเสินโย่วย่อมนับว่าเป็นวีรสตรีที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสอง แต่เพราะว่าเป็นแบบอย่างที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสอง ทำให้เห็นชัดว่าเหมือนไม่อาจเป็นแบบอย่าง ตำนานประสบการณ์องค์หญิงเสินโย่วและสถานะสูงศักดิ์ทำให้คนรู้สึกว่ามองได้แต่ไม่อาจเอื้อมถึง ประสบการณ์และสถานะเช่นนี้ย่อมไม่เหมือนผู้อื่น และไม่เกี่ยวกับที่นางเป็นหญิงมากนัก คงมีหญิงสาวไม่กี่คนที่รู้สึกว่าพวกนางสามารถเป็นองค์หญิงเสินโย่วคนที่สองได้ สิ่งที่เรียกว่าแบบอย่าง มักทำให้รู้สึกว่าหากพยายามก็จะไปถึงกระมัง ไม่มีผู้ใดจะมองเทพธิดาเป็นเป้าหมายของตนเอง ไม่ใช่เรื่องการบรรลุเซียน
“องค์หญิงคิดทำอย่างไรหรือ” เจินเหนียงถามขึ้น
ฉู่หลิงเอียงคอคิดแล้วก็ยิ้มเอ่ย “ข้าคิดให้พวกนางเข้าร่วมกองกำลังเสินโย่ว”
กองกำลังเสินโย่ว เจินเหนียงเคยได้ยินว่าเป็นทหารส่วนตัวขององค์หญิงเสินโย่ว การจัดการเช่นนี้ย่อมไม่เลว
“อาหลิงคิดรับผู้ใดเข้ากองกำลังเสินโย่ว” จวินอู๋ฮวนเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ยิ้มถามขึ้น