ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 696
ตอนที่ 460-1 ตกใจร้องไห้
มองทวนเงินชี้ใส่ตนเอง ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อยเงยหน้ามองจวินอู๋ฮวนที่ปรากฏตรงหน้าตนตอนนี้ บนใบหน้าจวินอู๋ฮวนไม่ได้สวมหน้ากากเจ้าเมืองชางอวิ๋น แต่อาวุธในมือกลับแสดงสถานะเขาชัดเจนอย่างที่สุด เห็นชัดว่าเขาไม่สนใจว่าจะเผยสถานะคุณชายฉางหลีกับเจ้าเมืองชางอวิ๋นแล้ว มาถึงขั้นนี้ จวินอู๋ฮวนเองก็ไม่คิดว่าทั่วป๋าอิ้นจะคาดเดาสถานะเขาไม่ออก
“คุณชายฉางหลี เจ้าเมืองชางอวิ๋น” ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยยืนยัน
จวินอู๋ฮวนหันหน้าไปมองฉู่หลิงกับอวิ๋นสิงเยว่ไม่ไกลนักทีหนึ่ง อวิ๋นสิงเยว่พยักหน้าให้เขาบอกว่าฉู่หลิงไม่เป็นอันใด จึงได้หันไปพยักหน้าให้ทั่วป๋าอิ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางไม่คิดสนใจ ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง “ลงมือได้”
ทั่วป๋าอิ้นย่อมเข้าใจความหมายของเขา ก็เหมือนกับที่หากเขามีโอกาสก็จะไม่ลังเลที่จะกำจัดองค์หญิงเสินโย่วหรือจวินอู๋ฮวนทิ้ง จวินอู๋ฮวนไม่มีทางปล่อยเขาไปอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะตอนนี้ที่องค์หญิงเสินโย่วเกือบจบชีวิตลงด้วยน้ำมือเขา
ทั่วป๋าอิ้นเองก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกกระบี่ยาวแทงใส่จวินอู๋ฮวน ทวนเงินในมือจวินอู๋ฮวนแทงไปตรงหน้า ได้ยินเพียงเสียงโลหะกระทบกัน กระบี่ยาวทั่วป๋าอิ้นปะทะกับทวนเงิน ก่อนทั้งสองฝ่ายต่างสะอึกถอยหลังอย่างรวดเร็ว และเข้าปะทะกันอีกครั้ง วิทยายุทธ์จวินอู๋ฮวนต่างจากวิทยายุทธ์เยี่ยนเฟิ่งเซียว นี่เป็นเรื่องอัศจรรย์มากเรื่องหนึ่ง ดังนั้นหลายปีมานี้ล้วนไม่มีคนเคยสงสัยว่าจวินอู๋ฮวนจะเป็นคนเดียวกันกับเยี่ยนเฟิ่งเซียว คนปกติปลอมตัวก็ปลอมเพียงแค่กระบวนท่า แต่หากสู้ด้วยชีวิตกันจริงๆ แล้ว ก็ย่อมเผยให้เห็น จวินอู๋ฮวนกลับแตกต่าง เสมือนเขาควบคุมวิทยายุทธ์สองสายที่แตกต่างกันได้ ไม่เพียงแต่กระบวนท่า รวมถึงการเคลื่อนกำลังภายใน แม้แต่ยามลงมือก็ต่างกันสิ้นเชิง
ทั่วป๋าอิ้นต่อสู้กับเยี่ยนเฟิ่งเซียวและจวินอู๋ฮวนมาก่อน แต่ไม่เคยรู้ว่าสองคนนี้สัมพันธ์กัน
ทว่าเทียบกับลงมือกับจวินอู๋ฮวนแล้ว ทั่วป๋าอิ้นชอบสู้กับเยี่ยนเฟิ่งเซียวมากกว่า ทั้งสองคนล้วนเป็นขุนพลมีชื่อและยอดฝีมือสุดยอดบนสนามรบ สู้กันขึ้นมาก็ย่อมดุเดือดกว่าชาวยุทธภพทั่วไป ทว่าครู่หนึ่งผ่านไป มุมหนึ่งของกำแพงเมืองก็ถูกคนทั้งสองทำลายราบไปครึ่งหนึ่ง
อวิ๋นสิงเยว่ป้อนยาเม็ดหนึ่งเข้าปากฉู่หลิง ก่อนจะดึงเข็มเงินออกจากแขนเสื้อฝังให้นางสองสามเข็ม ครู่หนึ่งต่อมาฉู่หลิงที่เดิมหลับตาอยู่ก็เริ่มขยับตัวเล็กน้อย ค่อยๆ ลืมตาขึ้น อวิ๋นสิงเยว่เห็นนางฟื้นก็ไม่สนใจการต่อสู้ของคนทั้งสองอีก ตะโกนอย่างดีใจว่า “เจ้าฟื้นแล้ว รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง”
ฉู่หลิงฝืนยิ้มอย่างจนปัญญา เอ่ยว่า “ไม่ค่อยดี” ทั้งตัวเหมือนถูกล้อรถบดทับมา ชีพจรขาดเป็นห้วงๆ ฉู่หลิงไม่เคยรู้ว่าที่แท้คนเราจะเจ็บปวดได้เพียงนี้ เทียบกับอาการบาดเจ็บภายนอกที่ดูน่าตกใจ ก็ยังไม่เจ็บปวดเท่า
อวิ๋นสิงเยว่ถอนหายใจ “เจ้าได้รับบาดเจ็บภายในสองสามครั้ง ก่อนหน้านี้ก็ยังทนฝืนใช้แรงแทบหมด โชคดีที่จวินอู๋ฮวนกลับมา ไม่เช่นนั้น...ก็คงเป็นตะเกียงน้ำมันมอดจริงๆ แล้ว เกรงว่าเจ้าคงต้องนอนอยู่บนเตียงสามปีห้าปี”
อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ตกใจจนเหงื่อตก หากไม่ใช่ว่าจวินอู๋ฮวนกลับมาทัน แม้ฉู่หลิงไม่ตายในน้ำมือทั่วป๋าอิ้น เกรงว่าก็คงเหลือแค่ครึ่งชีวิตแล้ว ตอนนี้สาหัสยิ่งกว่าตอนถูกเจียนคุนไล่ล่าเมื่อหลายปีก่อนเสียอีก
ฉู่หลิงหัวเราะ “รบกวนประคองข้าขึ้นหน่อย”
อวิ๋นสิงเยว่ไม่เอ่ยอันใดมากอีก เข้าประคองฉู่หลิงลุกขึ้นยืน ทั้งสองคนเงยหน้ามองไปไม่ไกลนัก ชายสองคนกำลังต่อสู้โรมรันกันอยู่บนหลังคา เศษกระเบื้องบนหลังคาอาคารและกำแพงเมืองปลิดปลิ้วไร้ทิศ จวินอู๋ฮวนคงคิดสังหารจริงๆ แล้ว
ทวนเงินในมือสะบัดร่ายรำดั่งคลุ้มคลั่ง ทุกกระบวนท่าล้วนมุ่งหมายเอาชีวิต แม้แต่ทั่วป๋าอิ้นเดิมที่คล้ายว่าเป็นยอดฝีมือใกล้เคียงกับเขา แม้สู้กับฉู่หลิงมาไม่ได้เสียแรงมากนัก แต่ไหล่ขวายังบาดเจ็บสาหัส ผ่านไปครู่หนึ่งก็เริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
จวินอู๋ฮวนไม่รู้สึกสักนิดว่ากำลังรังแกคนบาดเจ็บ หรือมีสิ่งใดไม่ถูกต้อง ทวนเงินในมือแทงใส่ทั่วป๋าอิ้นบาดเจ็บ พอดีเป็นตำแหน่งเดียวกับที่เมื่อคืนฉู่หลิงแทงไว้พอดี ครั้งนี้จึงแทงทะลุแล้วจริงๆ
ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย แทงกระบี่ยาวใส่มือจวินอู๋ฮวนที่กุมทวนเงินไว้ ทว่าทวนเป็นอาวุธยาว กระบี่ทวป๋าอิ้นยังยาวไม่พอ พอกระบี่แทงใส่จวินอู๋ฮวน เขาเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยพร้อมกับหมุนทวนเงินในมือ ทั่วป๋าอิ้นสีหน้าซีดเผือดส่งเสียงคำรามเบาๆ ทั่
ทัวป๋าอิ้นกัดฟันแทงกระบี่ยาวในมือใส่จวินอู๋ฮวน พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าทวนเงินของอีกฝ่าย ใช้แรงกระชากทวนเงินออกจากหัวไหล่ตนเองมือเปล่า ครั้งคมทวนโผล่พ้น หัวไหล่ทั่วป๋าอิ้นก็มีเลือดไหลทะลักออกมาทันที
จวินอู๋ฮวนสะบัดมือเบาๆ ตัวทวนกระตุก ทั่วป๋าอิ้นรีบปล่อยมือผงะถอยหลังไปเจ็ดแปดก้าว ก่อนจะค่อยๆ ยืนนิ่งบนกำแพงเมืองได้
จวินอู๋ฮวนมองรอยโลหิตที่ปลายทวนทีหนึ่งด้วยสีหน้าเย็นชา พุ่งเข้าใส่ทั่วป๋าอิ้นอีกครั้ง ทั่วป๋าอิ้นรู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้จวินอู๋ฮวน ยิ่งไปกว่านั้นอาวุธเขาก็หลุดจากมือแล้ว ยามนี้จึงไม่คิดลังเลอีก หันหลังทะยานกลับไปกลางสนามรบที่กำลังรบกันอยู่
มองทั้งสองคนจากไปไกล อวิ๋นสิงเยว่ก้มหน้าลงมองฉู่หลิงถามขึ้นว่า “องค์หญิง พวกเราไปดูหรือว่า...”
ฉู่หลิงส่ายหน้า “ในเมื่อจวินอู๋ฮวนกลับมาแล้ว พวกเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว ส่งข้ากลับ ข้า...ใกล้ทนไม่ไหวแล้ว”
อวิ๋นสิงเยว่พยักหน้าหงึกๆ “เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง พวกเรารีบไป!”
ดังคาด ฉู่หลิงเพิ่งกลับถึงจวนเจ้าเมือง ยังไม่ทันได้เข้าไปในเรือนพักตนเองก็หน้ามืดหมดสติล้มลง
อวิ๋นสิงเยว่รีบเรียกคนมาพานางไปส่งห้อง และยังตรวจชีพจรจ่ายยารวดเร็ว ลืมเรื่องบนกำแพงเมืองไปหมดสิ้น
เพราะว่าจวินอู๋ฮวนกลับมาทัน สุดท้ายทัพใหญ่เป่ยจิ้นได้แต่ถอยทัพอย่างจนปัญญา สาเหตุเพราะทั่วป๋าอิ้นบาดเจ็บสาหัสปางตาย หรือเพราะฝีมือฉู่หลิงก่อนหน้านี้ ตอนสองทัพปะทะกัน ทัพเมืองชางอวิ๋นไม่ได้ตกเป็นรองสักเท่าไร ดังนั้นพอจวินอู๋ฮวนนำกำลังมาถึง กว่าจะสละขุนพลยอดฝีมือกองทัพสิบกว่าคนเพื่อช่วยทั่วป๋าอิ้นออกจากคมทวนจวินอู๋ฮวนมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย รองแม่ทัพได้แต่ออกคำสั่งถอยทัพอย่างจนปัญญา หากสู้กันต่อไป พวกเขาเองก็ไม่ได้เปรียบอันใด
บนกำแพงเมือง นอกกำแพงเมือง หรือในเมืองชางอวิ๋น ไม่ว่าทหารหรือราษฎรต่างยินดีกับชัยชนะครั้งนี้อย่างมาก จวินอู๋ฮวนไม่อยู่บนกำแพงต่อ แต่รีบกลับจวนเจ้าเมืองทันที
“ท่านเจ้าเมือง ในที่สุดท่านก็กลับมา” เจินเหนียงเห็นจวินอู๋ฮวนก้าวเข้ามารวดเร็ว ก็ตื่นเต้นดีใจรีบเข้าไปรอรับ “ท่านเจ้าเมือง ท่านรีบไปดูฮูหยิน...”
จวินอู๋ฮวนขมวดคิ้ว ฝีเท้ากลับเร็วยิ่งกว่าเดิม “ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้าง”
เจินเหนียงถอนหายใจ “ฮูหยินกลับมาก็สลบไป ตอนนี้ยังไม่ฟื้น หลายวันนี้ฮูหยินลำบากมากจริงๆ คุณชายอวิ๋นบอกว่าฮูหยินได้รับบาดเจ็บภายในติดต่อกัน เอาแต่ไม่ได้...”
ไม่รอให้เจินเหนียงกล่าวจบ จวินอู๋ฮวนก้าวเข้าไปยังเรือนตนเองแล้ว