ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 695
ตอนที่ 459-2 กลับมาแล้ว!
อวิ๋นสิงเยว่ทะยานมาข้างกายนางอย่างรวดเร็ว จ้องมองทั่วป๋าอิ้นอย่างระแวดระวัง ฉู่หลิงส่ายหน้าให้เขา “อวิ๋นสิงเยว่ เจ้าถอยไป ท่านอ๋องเสิ่นมาหาข้า”
ในใจอวิ๋นสิงเยว่แอบสบถ วาจาเจ้าเหลวไหลนัก ข้าย่อมรู้ว่าเขามาหาเจ้า เขามาเอาชีวิตเจ้า
ทั่วป๋าอิ้นไม่พูดพร่ำทำเพลง แทงกระบี่ยาวในมือใส่ฉู่หลิงทันที
ฉู่หลิงผลักอวิ๋นสิงเยว่ออก ยกดาบจันทราเข้ารับ ไม่นานอวิ๋นสิงเยว่ก็เข้าใจ เขาไร้ประโยชน์ตรงนี้สิ้นเชิง เพราะว่าไม่อาจแทรกตัวเข้าไปท่ามกลางสองคนที่กำลังต่อสู้กันได้ หากหวนอวี้อยู่ที่นี่ก็คงดี อวิ๋นสิงเยว่ไม่ค่อยได้นึกถึงคุณชายหวนอวี้ที่ยามพบหน้ากันก็ขัดหูขัดตาผู้นี้ หรือหากเป็นเฝิงซือเป่ยก็พอได้
น่าเสียดาย ตอนนี้พวกเขาไม่อยู่สักคน ดังนั้นมีเพียงฉู่หลิงรับมือทั่วป๋าอิ้นตามลำพัง ทั้งสองคนต่อสู้กันจากริมกำแพงไปยังมุมกำแพง ก่อนจะขึ้นไปยอดกำแพง ยังจากยอดกำแพงทะยานไปไกลถึงยอดหลังคาอีกด้านหนึ่งของอาคารกำแพงเมือง กลุ่มคนที่อยู่ไกลออกไป เริ่มเหลือเพียงอวิ๋นสิงเยว่ที่ตามไปทัน
กระบวนท่าทั่วป๋าอิ้นดุเดือดอย่างมาก ล้วนเป็นกระบวนท่าสังหาร ผลจากการต่อสู้เมื่อคืนวานนี้เห็นผลในยามนี้ เมื่อคืนวานนี้ดูเหมือนทั่วป๋าอิ้นหนักกว่าสักหน่อย เพราะว่าตอนนี้ไหล่ข้างหนึ่งของเขายังคงใช้แรงมากไม่ได้ บาดแผลไหล่ขวาปวดกระตุกรุนแรง แต่ไม่ได้ส่งผลต่อการที่เขาจะใช้กระบี่มือเดียว กระบวนท่ายิ่งทวีความดุดัน ส่วนฉู่หลิงที่บาดเจ็บภายในติดต่อกันมาสองครั้ง ภายนอกมองไม่ออก แต่ความจริงเจ็บปวดรวดร้าวยากบรรยาย ยิ่งมิต้องกล่าวถึงว่าหลังนางได้รับบาดเจ็บยังไม่ได้พักผ่อนให้ดี เมื่อคืนวานนี้กลับมาก็เพียงแค่มานั่งหลับตาพักอยู่บนกำแพงเมืองครู่หนึ่ง แม้ยารักษาจากอวิ๋นสิงเยว่จะได้ผลดีเพียงใด ก็ต้องการเวลารักษาเช่นกัน
ยามนี้ฉู่หลิงแค่ยกมือขึ้นยังรู้สึกหายใจลำบาก ความปวดร้าวทิ่มแทงหัวใจไม่หยุด
แม้ว่าเป็นเช่นนี้ กระบวนท่าของนางยังคงว่องไว สีหน้าไม่ได้มีความเจ็บปวดแม้สักนิด ดาบจันทรากวัดแกว่งสาดแสงสีเงินยวง ต้านคมกระบี่ทั่วป๋าอิ้นกลับไป ทั่วป๋าอิ้นรู้จุดอ่อนนางดี อย่างไรฉู่หลิงที่บาดเจ็บภายในสองครั้งล้วนเป็นฝีมือเขา ดังนั้นทั่วป๋าอิ้นไม่ร้อนใจ ทุกกระบวนท่ากระบี่ที่แทงไปล้วนทำให้คนยากต้านทานรับไหว แม้ว่าฉู่หลิงต้านกลับไปได้ทุกครั้ง แต่ก็ค่อนข้างเสียกำลังภายในไปมาก อาการบาดเจ็บภายในทำให้ตอนนี้ฉู่หลิงไม่อาจสูญเสียกำลังภายในเช่นนี้ได้
แม้ว่าในสายตนคนนอกมองมา ฉู่หลิงยังคงเคลื่อนไหวรวดเร็วรับมือทั่วป๋าอิ้นอย่างไม่เป็นรองแม้แต่น้อย แต่ในสายตาทั่วป๋าอิ้น เขารับรู้ได้ว่าความเร็วของนางลดลง ความเร็วในการหลบหลีกถึงกับช้ากว่าก่อนหน้าอยู่สักหน่อย แต่ครั้งนี้ทั่วป๋าอิ้นไม่ใจอ่อนอีกแล้ว กระบี่ในมือโจมตีเร็วขึ้น พอกระบี่ปัดดาบจันทราตรงหน้าทิ้งแล้ว ทั่วป๋าอิ้นก็ยิ้มเยียบเย็น “โจมตีแบบเดิม เจ้ารู้สึกว่ายังมีโอกาสสำเร็จอีกหรือ”
ฉู่หลิงหัวเราะ “ไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร”
โจมตีพลาด กระบี่ทั่วป๋าอิ้นกรีดแผ่นหลังนางเป็นทางยาว
“แม่นางหลิง!” อวิ๋นสิงเยว่ตะโกนเรียกอย่างร้อนใจ พุ่งเข้ามาหาอย่างไม่คิดอันใดอีก ทั่วป๋าอิ้นเองก็ไม่หันหลัง เพียงพลิกฝ่ามือฟันกระบี่ใส่เขาทีหนึ่ง เขาไหนเลยจะกล้ารับกระบี่ทั่วป๋าอิ้น รีบหลบทันทีอย่างทุลักทุเล ทั่วป๋าอิ้นทิ้งเขาไว้ หันกลับไปพุ่งเข้าหาฉู่หลิงต่อ
ฉู่หลิงรู้สึกเหนื่อยไม่น้อย นางไม่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายไปกว่าครั้งนี้อีกแล้ว หลายปีก่อนตอนถูกเจียนคุนล่าสังหารหนึ่งเดือนนั้น นางสภาพอนาถกว่าตอนนี้มาก แต่ตอนนี้นางยังคงรู้สึกว่าเหนื่อยมากเช่นกัน เจ็บปลาบที่หัวใจ ถึงกับชีพจรมือเท้าหนักอึ้ง หากไม่ใช่ว่าอาศัยกำลังใจยืนหยัดไว้ ไม่แน่ว่าในเวลาถัดจากนี้นางก็คงจะยกดาบจันทราไม่ขึ้นแล้ว พริบตาถัดมา กระบี่เล่มหนึ่งก็แทงใส่หัวไหล่นาง ความเจ็บปวดทำให้นางตื่นตัวเล็กน้อย นางกัดฟันรวบรวมแรงต้านกระบี่กลับไป ผงะถอยหลังสองก้าวแล้วก็พิงกำแพงด้านหลังกระอักโลหิตออกมา
ทั่วป๋าอิ้นยังคงไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกกระบี่แทงใส่ฉู่หลิงต่อ
กระบี่สุดท้าย!
“ทั่วป๋าอิ้น!” อวิ๋นสิงเยว่ทะยานเข้ามาช่วยพร้อมเสียงตวาดดุดัน แต่เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทั่วป๋าอิ้นและระหว่างพวกเขายังมีระยะห่างไม่น้อย
ฉู่หลิงพิงกำแพง นางไม่มีแรงลุกขึ้นยืนอีกแล้วจริงๆ มองกระบี่ยาวที่แทงเข้าหานาง สายตานางความจริงเลือนรางแล้ว แต่ถึงกับมองสีหน้าทั่วป๋าอิ้นตรงหน้าได้กระจ่างชัด เห็นกระบี่ยาวเย็นเยียบวาววับแทงมา จิตใต้สำนึกทำให้ยกดาบจันทราขึ้นกัน คมกระบี่และดาบปะทะกัน นางรู้สึกเพียงว่าข้อมือสั่นเทา ดาบจันทราเกือบร่วงหลุดจากมือ โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากนาง แต่ยังคงกุมดาบจันทราไม่ปล่อย
ทั่วป๋าอิ้นแค่นเสียงฮึเบาๆ ในลำคอ ยกกระบี่ยาวคิดวาดผ่านลำคอฉู่หลิง
ยกไม่ขึ้นแล้ว เหนื่อยมากจริงๆ
ในใจฉู่หลิงยิ้มเฝื่อนอย่างจนปัญญา
เฟี้ยว!
ลมหนาววูบหนึ่งพัดมาทางด้านหลังทั่วป๋าอิ้น ทั่วป๋าอิ้นรีบเอี้ยวตัวหลบ พร้อมกับสะบัดกระบี่ปาดลำคอฉู่หลิง แต่ไม่ได้เป็นแผลฉกรรจ์นัก ทวนเงินด้ามหนึ่งปักลงบนกำแพงเมืองข้างฉู่หลิง สีเงินยวงของทวนงามสง่าส่องประกายวาววับ คมทวนปักลึกลงไปบนกำแพงเมือง เหลือเพียงตัวทวนที่สั่นเล็กน้อยกลางอากาศ
ทั่วป๋าอิ้นรีบผงะถอยหลัง ก่อนจะหลบฝ่ามือที่โจมตีเข้าใส่ตนเอง ฉู่หลิงตกเข้าสู่อ้อมกอดเย็นเยียบเล็กน้อยแล้ว
“จวินอู๋ฮวน!” ทั่วป๋าอิ้นคำรามน้ำเสียงนิ่งเรียบ
จวินอู๋ฮวนโอบกอดฉู่หลิงเข้าสู่อ้อมกอดอย่างระมัดระวัง ก้มหน้าลงมองนาง ยกมือขึ้นปาดโลหิตมุมปากนางทิ้ง ฉู่หลิงมองเขาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกระอักโลหิตออกมา
“อาหลิง!” จวินอู๋ฮวนเรียกเสียงดังอย่างร้อนใจ
ฉู่หลิงเหลือบตาขึ้นมองเขาทีหนึ่ง ส่ายหน้าเอ่ยว่า “ข้าไม่...” คำว่า เป็นไร ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ฉู่หลิงก็รู้สึกหน้ามืดหมดสติไปแล้ว บางทีอาจเพราะเห็นว่าจวินอู๋ฮวนมาแล้ว ความตึงเครียดในใจพลันสลายลง นางไม่มีเหตุผลที่ต้องฝืนทนต่อไปอีกแล้ว จึงปล่อยให้ตนเองสลบไปทันที
“อาหลิง! อวิ๋นสิงเยว่ มานี่!” จวินอู๋ฮวนเหลือบตาขึ้นมอง สายตาเยียบเย็นกวาดตามองทั่วป๋าอิ้นตรงหน้า
อวิ๋นสิงเยว่ตกใจไม่น้อย ได้ยินเสียงเขาจึงได้สติรีบทะยานเข้ามา จวินอู๋ฮวนประคองฉู่หลิงนั่งลงบนเชิงกำแพงเมืองอย่างระมัดระวัง ยื่นมือขึ้นจับชีพจรนาง พลันคลายคิ้วที่ขมวดลง เอ่ยกับอวิ๋นสิงเยว่ “เจ้าดูอาหลิงไว้ก่อน” จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นคว้าทวนเงินที่ปักไว้บนกำแพงเมืองขึ้น ปลายทวนที่ฝังลงไปเกือบมิด พออยู่ในมือเขากลับเสมือนดึงเพียงเบาๆ ก็ขึ้นมาได้
ทวนเงินในมือจวินอู๋ฮวนชี้ตรงไปด้านหน้าใส่ทั่วป๋าอิ้น “ลงมือได้”