ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 694
ตอนที่ 459-1 กลับมา!
บนสนามรบทุกคนไม่เคยเห็นเรื่องน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน เพลิงปะทุควันปกคลุมไปทั่ว รอบด้านไม่รู้มีเสียงระเบิดดังมาจากที่ใดไม่หยุด คล้ายว่าอสุนีบาตดังอยู่ข้างกายตนเอง ถึงกับมีคนใจกล้ามองเพื่อนทหารข้างกายถูกระเบิดเนื้อแหลกกระจุยเละไม่เหลือ
สำหรับฉู่หลิงที่เคยพบเห็นการรบในยุคปัจจุบันมาแล้ว...แม้ว่าไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง เพียงแค่ตอนฝึกซ้อมหรือเคยเห็นในภาพยนตร์มาบ้าง ความจริงระดับเช่นนี้เรียกได้แค่ละครเด็กเล่น แม้ฉู่หลิงเป็นเซียนจริง ก็ไม่อาจทำให้ทหารแสนกว่าล้มตายหมดสิ้น แต่สำหรับคนในยุคสมัยนี้ ภาพตรงหน้าน่ากลัวจริงๆ
เพลิงพิษบดบังสายตา ไม่รู้ควันไฟมีพิษหรือไม่ ยังมีเสียงก้องกัมปนาทและเพื่อนทหารด้วยกันเนื้อเน่าเละ หรือเหลือเพียงแค่ร่างที่ไร้แขนขา อย่าว่าแต่ราษฎรทั่วไปที่ไม่ได้แตกต่างจากกองกำลังทหารแดนใต้ที่ล้วนถูกทั่วป๋าอิ้นจับมาเป็นทหารเหล่านี้ แม้แต่ทหารกล้าเผ่ามั่วดำรงวินัยเข้มงวดก็ยังตื่นตระหนกลนลานกันขึ้นมา พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นถึงกับทำให้ฟ้าร้องกึกก้องกัปมนาท สำหรับชนเผ่านอกด่านแล้ว ให้ความเคารพและหวาดกลัวต่อฟ้าดินมากยิ่งกว่าราษฎรชาวจงหยวนมาก
“สวรรค์พิโรธแล้ว!” ท่ามกลางความชุลมุน มีคนส่งเสียงตะโกนตกใจ กองกำลังทหารแดนใต้ที่กระจัดกระจายอยู่พากันชุลมุนกันขึ้นมาทันที ฝีมือการรบของกองกำลังทหารแดนใต้เดิมก็ต่ำมาก วินัยทหารก็คล้ายว่าไม่มี กองทัพเช่นนี้ในสายตาชาวเผ่ามั่วก็เป็นได้เพียงโล่มนุษย์ แต่ยามคนเหล่านี้แตกตื่นกันขึ้นมา ผลที่เกิดขึ้นย่อมน่ากลัวมาก เพราะว่ากองกำลังทหารแดนใต้กับทหารเผ่ามั่วกำลังบุกไปพร้อมกัน แผนเดิมก็คิดใช้กองกำลังทหารแดนใต้เป็นเกราะป้องกันตนเอง แต่กองกำลังทหารแดนใต้พลันแตกตื่นตกใจเป็นดังแมลงวันไร้หัวหน้า ทัพเผ่ามั่วทั้งหมดก็ย่อมกระจัดกระจายออก
บนกำแพงเมือง อวิ๋นสิงเยว่ยืนข้างฉู่หลิงถลึงตาต้องมองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า “แม่...แม่นางหลิง นี่เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
ฉู่หลิงยิ้มบาง “ศึกหลังชนฝา เจ้าตาย ข้ารอด”
“...” อวิ๋นสิงเยว่อยากบอกมากว่า เจ้าคือมารร้ายกลับชาติมาเกิดหรือ เพียงแค่พริบตา ทั้งสนามรบก็กลายเป็นสนามนรกน่ากลัว แม้มีแต่ควันปกคลุมไปทั่ว แต่อวิ๋นสิงเยว่ก็ยังได้ยินเสียงชุลมุนกรีดร้องเจ็บปวดโหยหวนเบื้องล่าง ทำเอาอดหนาวสันหลังไม่ได้ “ก่อนหน้านี้เจ้าให้ข้าทำยาพิษพวกนั้น ...เอามาใช้ที่นี่หรือ”
ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ “ใช่สิ ตอนนี้เมืองชางอวิ๋นไม่มีแม้แต่ยาพิษ น้ำมันและฟืนแล้ว” อวิ๋นสิงเยว่ส่ายหน้า “แล้ว...เสียงดังนั่น...”
ฉู่หลิงตอบทันที “อ้อ ก่อนหน้านี้บังเอิญพบของไม่น้อยในเมืองชางอวิ๋น ก็เลยลองทำเล่นๆ สักหน่อย”
“...” เจ้าไปแอบทำตอนไหนกัน ยังทำของบ้าบออะไรพวกนี้อีก
อวิ๋นสิงเยว่มองฉู่หลิงถามขึ้นว่า “เจ้าเตรียมจะใช้วิธีนี้ไว้แล้วสินะ”
ฉู่หลิงส่ายหน้า “ป้องกันเหตุไม่คาดคิด ความจริงข้าไม่ชำนาญการรบแบบนั่งวางแผนแยบยลอยู่ในค่ายก็ทำให้การรบที่ห่างออกไปนับพันลี้ชนะได้ ข้าเชื่อเพียงว่า...เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด แม้พบเจอเรื่องอันใดก็ไม่อาจตื่นตกใจ ดังนั้นตอนแม่ทัพเซี่ยตาย ข้าก็เคยลองคิดว่าพวกเราสู้ทั่วป๋าอิ้นไม่ได้ กองหนุนเราก็กลับมาไม่ทัน คิดไปคิดมา ข้าก็ไร้หนทางจริงๆ”
ขณะทั้งสองคนคุยกัน รองแม่ทัพหลิวก็รีบเข้ามารายงาน “ฮูหยิน ตอนนี้พวกเราทำอย่างไรดี”
ฉู่หลิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ยิง! จากนั้นก็เปิดประตูเมือง บุกสังหาร!”
“ต้องป้องกันเมืองไว้...” รองแม่ทัพนึกลังเล
ฉู่หลิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ไม่ป้องกันแล้ว ถึงขั้นนี้แล้ว หากเราไม่จัดการสังหารชาวเผ่ามั่วให้ตาย..รอให้พวกเขาได้สติคืนมา ต้องหันกลับมาตีเมืองแน่”
รองแม่ทัพหลิวสูดลมหายใจลึก มองแววตาฉู่หลิงด้วยความรู้สึกเคารพชื่นชมอยู่มาก พวกเขาไม่รู้ว่าฮูหยินหาของน่าสะพรึงพวกนี้มาได้อย่างไร แต่ก็เข้าใจว่าของร้ายกาจก็ส่วนร้ายกาจ แต่อย่างไรก็ยังจัดการทัพใหญ่เป่ยจิ้นด้านล่างของกำแพงเมืองได้ไม่หมด
“ขอรับฮูหยิน!” รองแม่ทัพหลิวรับคำน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า พร้อมกับตะโกนดังขึ้น “ทหารทุกหน่อย ยิงธนู!”
ลูกธนูขนนกนับแสนราวกับห่าฝน ยิงออกไปยังสนามรบที่กำลังชุลมุน กองกำลังทหารแดนใต้ที่มีสัดส่วนในสนามรบมากที่สุดก็เริ่มสูญเสียการควบคุม แม้แต่ชาวเผ่ามั่วเองก็ไร้หนทางควบคุม เพราะว่ากองกำลังทหารแดนใต้พวกนี้ไม่ใช่กองกำลังทหารแดนใต้ปกติทั่วไป แต่ส่วนใหญ่เพิ่งจับมาเป็นทหารได้ไม่กี่วัน พวกเขาถึงขั้นฟังคำสั่งกองทัพไม่เข้าใจ ถูกบังคับให้มาร่วมรบเป็นโล่มนุษย์ ตอนนี้พลันเสียกระบวนไร้การควบคุม ความสามารถในการเอาตัวรอดทำให้พวกเขาแตกฮือดิ้นรนหนีเอาตัวรอดจากสนามรบไปให้ไกลที่สุด ไปให้ไกลจากเปลวเพลิงและเสียงระเบิด พวกเขาพากันกระจัดกระจายออกไปโดยรอบอย่างไม่ได้นัดหมาย ในระหว่างนี้ยังเหยียบข้ามทหารกล้าเผ่ามั่วไปไม่น้อย
หลังจากทัพเมืองชางอวิ๋นยิงลูกธนูขนนกหมดแล้ว ควันบนสนามรบด้านล่างของกำแพงเมืองก็เริ่มจางลง เปลวไฟในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็เริ่มมอดดับ บนสนามรบมีสภาพเละเทะ ไม่ว่ากองกำลังทหารแดนใต้ที่หนีตายหรือว่าทหารกล้าเผ่ามั่วที่ยังคงพยายามสู้ต่อ ต่างล้วนมีสภาพเอน็จอนาถมากพอกัน สุดท้ายประตูเมืองชางอวิ๋นก็ถูกเปิดออก ทว่าไม่ใช่เปิดออกเพราะถูกชาวเป่ยจิ้นทลายเข้าไป แต่ประตูเปิดจากด้านใน
ทัพเมืองชางอวิ๋นกรูกันออกมาด้วยกำลังใจฮึกเหิมดังพยัคฆ์ล่าสังหารมุ่งสู่สนามรบ เห็นทัพเมืองชาง อวิ๋นกรูกันมาอย่างฮึกเหิม กองกำลังทหารแดนใต้ก็รีบหนีเร็วยิ่งกว่าเดิม เสียงเป่าเขาสัญญาณด้านหลังกองทัพไม่มีผลต่อพวกเขา พวกเขาฟังคำสั่งชาวเผ่ามั่วไม่เข้าใจ เดิมพอเข้าใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ล้วนลืมหมดสิ้นแล้ว
สองทัพเข้าโรมรันประหัตประหาร เสียงฆ่าฟันสังหารพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน บนกำแพงเมืองเปลี่ยนเป็นคนอีกชุดเมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ คนเหล่านี้สวมชุดชาวบ้านธรรมดา มีทั้งชายและหญิง เสื้อผ้าหรูหราและธรรมดา ยังมีเสื้อผ้าแพรไหมสูงค่า...
“ท่านอ๋อง!” รองแม่ทัพข้างกายทั่วป๋าอิ้น มองภาพนี้แล้วก็อดสูดลมหายใจยะเยือกไม่ได้ องค์หญิงเสินโย่วผู้นี้...นางปีศาจโดยแท้!
ทั่วป๋าอิ้นมองคนบนกำแพงเมืองพวกนั้นด้วยสีหน้าสับสน
“เจ้าว่า หากชาวเทียนฉี่มีความกล้าและอาจหาญเช่นนั้น พวกเรา...” ทั่วป๋าอิ้นกล่าวไม่ทันจบ รองแม่ทัพก็พลันเข้าใจความหมายของเขาทันที ในใจอดหนาวยะเยือกไม่ได้ ครู่หนึ่ง รองแม่ทัพจึงได้กัดฟันเอ่ยว่า “ดังนั้น...พวกเราต้องโจมตีเมืองชางอวิ๋น! ต้องสังหารองค์หญิงเสินโย่วให้ได้!”
ทั่วป๋าอิ้นถอนหายใจเล็กน้อย เขามองสภาพการณ์สนามรบกระจ่างแล้ว “สองฝ่ายบาดเจ็บไปพร้อมกัน” หรือควรกล่าวว่า เขาแพ้แล้ว
สิบปีก่อนตีเมืองชางอวิ๋นที่เยี่ยนเฟิ่งเซียวเฝ้ารักษาไม่ได้ สิบปีต่อมา เขาก็ยังคงตีเมืองชางอวิ๋นที่ฉู่ชิงอีเฝ้ารักษาไม่ได้
ทั่วป๋าอิ้นชักกระบี่ออกมา รองแม่ทัพนิ่งอึ้ง “ท่านอ๋อง อาการบาดเจ็บท่าน...”
ทั่วป๋าอิ้นตอบ “ไม่เป็นไร เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง เมื่อคืนวานนี้ข้าไม่ควรปล่อยฉู่ชิงอีไป” กล่าวจบก็ขึ้นขี่ม้าทะยานผ่านสนามรบไปยังกำแพงเมือง รองแม่ทัพร้อนใจตะโกนไล่ตามไป “ท่านอ๋อง อันตราย! พวกเราวางแผนกันใหม่...”
ไม่! ข้าไม่มีโอกาสแล้ว ทั่วป๋าอิ้นไม่สนใจเสียงตะโกนของรองแม่ทัพ ทะยานผ่านสนามรบไปยังกำแพงเมืองชางอวิ๋นราวกับเหยี่ยวหนุ่มล่าเหยื่อ
“ถอยไป!” ฉู่หลิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ
บนกำแพงเมืองไม่มีทหาร แค่ธนูไม่กี่ดอกไม่อาจข่มขู่ทั่วป๋าอิ้นได้ พริบตาทั่วป๋าอิ้นก็มาถึงตรงหน้า คนรอบกายนางพากันถอยออกไป ทั่วป๋าอิ้นหยุดลงบนกำแพงเมืองไม่กล่าวอันใด เพียงแค่มองลงมายังฉู่หลิง ฉู่ หลิงเงยหน้าขึ้น เห็นกลิ่นอายสังหารดุเดือดในแววตาของทั่วป๋าอิ้นอย่างชัดเจน
ฉู่หลิงมองเซียวเหมิงบนสนามรบด้านล่างของกำแพงเมืองทีหนึ่ง ถอนหายใจอย่างจนปัญญา