ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 681

#681ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 452-2 หลอก!

นี่คืออันใดกัน หม่าหงคิดไม่เข้าใจ

ฉู่หลิงเอ่ยต่อว่า “ข้าเสนอให้ท่านไปซีฉินแล้วก็ไปหาผู้สำเร็จราชการแผ่นดินซีฉิน เขาเพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่ง ยังขาดกองกำลัง แม้ว่าพวกเจ้าไม่ใช่ชาวซีฉิน แต่สำหรับเขาแล้วมีแค่คำว่าใช้งานได้หรือไม่ พวกเจ้าช่วยเขาทำงาน เขาออกเงินก็พอดี เจ้าวางใจได้ ซีฉินไม่ขาดแคลนเงินทอง”

สำหรับสหายควบตำแหน่งศัตรูที่คบกันมาสิบกว่าปีอย่างฉินซูแล้ว คนนอกไม่แน่ว่าอาจใช้งานได้ดีกว่าคนซีฉินเอง ก็ถือเสียว่าเป็นสายสัมพันธ์ชั่วคราวก็แล้วกัน

หม่าหงเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดตนเองถึงกับยอมฟังวาจาเหลวไหลของหญิงผู้นี้ อดถามไม่ได้ว่า “ตะ... ตะวันตกเฉียงเหนือ...” ฉู่หลิงย้ำ “ตะวันตกเฉียงเหนือติดซีอวี้ แม้ว่าตอนนี้นับเป็นพื้นที่เป่ยจิ้น แต่ทางนั้นทุรกันดาร ราษฎรดุดัน ยังใกล้ซีอวี้ มักถูกชาวต่างเผ่าก่อกวน ชาวเผ่ามั่วไม่ค่อยควบคุมแถบนั้นมาก ตอนนี้เป่ยจิ้นกำลังต้องการใช้ทหาร ไม่เพียงแต่ไม่ส่งทหารไปทางนั้น หากไร้หนทางจริง ไม่แน่ว่าอาจโยกกำลังในพื้นที่นั้นกลับมา เอ๋...หากกล่าวเช่นนี้...”

ฉู่หลิงหันไปมองอวิ๋นสิงเยว่ทีหนึง “พวกเราควรส่งไปคนทางนั้นหรือไม่”

อวิ๋นสิงเยว่กลอกตามองบน “ส่งผู้ใดไป เจ้าหรือข้า” พวกเขาเองก็ไม่มีคนเช่นกัน ตอนนี้แม้แต่เมืองชางอวิ๋นก็ไม่มีคนรับมือแล้ว องค์หญิงยังมีกะจิตกะใจคิดเรื่องพวกนี้

หม่าหงกลอกตาวนคิดรวดเร็ว แม้ว่าว่าครึ่งค่อนชีวิตเขาอยู่แต่ในพื้นที่ซู่โจวเหลียงโจว แต่เรื่องบนดินแดนเหนือขึ้นไปนั้น ใช่ว่าเขาไม่เคยได้ยิน เดิมคิดไม่ถึงก็แล้วไป แต่ตอนนี้ได้ยินหญิงสาวชุดดำเอ่ย ก็รู้สึกว่าวาจานางคล้ายมีเหตุผลอยู่มาก เรื่องอื่นไม่ว่า แค่เรื่องที่พวกเขาคนมากมายเช่นนี้ไปถึง อย่างไรก็คงไม่ถูกคนรังแกกระมัง ก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าเป็นวัวเป็นม้าเป็นโล่มนุษย์ให้ชาวเผ่ามั่วกระมัง

ครู่หนึ่งผ่านไป สุดท้ายหม่าหงก็พยักหน้า “ได้ ข้ารับปากเจ้า!”

ฉู่หลิงได้ยินดังนี้ก็ยิ้มพอใจ เอ่ยว่า “ดีมาก เช่นนั้นก็รบกวนแม่ทัพหม่าแล้ว”

หม่าหงมองคนที่นอนระเกะระกะบนพื้นและรองแม่ทัพที่ไร้ลมหายใจตรงหน้าประตูทีหนึ่ง ฉู่หลิงก็เข้าใจ ยิ้มเอ่ยว่า “ท่านวางใจ ข้าช่วยท่านตรวจสอบแล้ว คนสนิทท่านและคนนิสัยพอใช้ได้พวกนั้นล้วนยังไม่ตาย ส่วนที่ตายไป ท่านไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ไว้เลือกคนขึ้นมาแทนสักสองสามคนก็ได้”

ในใจหม่าหงพอจะเข้าใจ อีกฝ่ายกำลังเตือนเขา นางไม่เพียงตรวจสอบประวัติของเขา แม้แต่ขุนพลทหารลูกน้องเขาก็ถูกตรวจสอบ คนที่ตายไปล้วนเป็นคนที่ปกติทำแต่เรื่องชั่วช้า พวกที่ยังรอดอยู่ แม้ว่าไม่นับว่าเป็นคนดีอันใด แต่คิดว่าอย่างน้อยก็พอใช้ได้อยู่บ้าง

ฉู่หลิงยื่นมือไปทางอวิ๋นสิงเยว่ อวิ๋นสิงเยว่รู้ทันที ส่งขวดกระเบื้องใบหนึ่งให้นาง ฉู่หลิงใช้มือเดียวเปิดขวด อีกมือบีบคางหม่าหง กรอกยาลงไป รสชาติยาเฝื่อนขมค่อยๆ ไหลผ่านปากหม่าหง เขากลืนยาลงไปหมดขวด

“เจ้า...เจ้าให้ข้าดื่มอันใดน่ะ” หม่าหงกล่าวด้วยสีหน้าย่ำแย่

ฉู่หลิงเท้าคางเอ่ยอย่างเกียจคร้าน “ยาพิษไง”

หม่าหงกัดฟัน “ข้ารับปากเจ้าแล้ว!”

ฉู่หลิงตอบทันที “ข้ารู้ แต่ลมปากไร้สิ่งรับรอง จะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะไม่หลอกข้า” หม่าหงเบือนสายตาหลบอย่างรู้สึกกินปูนร้อนท้อง แต่ไม่นานก็หันมาสบตากับฉู่หลิงอีกครั้ง กัดฟันเอ่ยว่า “แท้จริงท่านต้องการเช่นไรกันแน่”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “นำคนของท่านไป อีกสิบวัน...ข้าจะส่งคนนำยาถอนพิษไปให้”

“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะไม่ทิ้งข้าหลังจากท่านได้ประโยชน์ไปแล้ว” หม่าหงกล่าว

ฉู่หลิงคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ข้าจะหลอกท่านไปทำไม หากท่านไม่วางใจจริงๆ ก็นำเรื่องนี้ไปบอกคนสนิทท่าน หากท่านตายไป...ก็ให้ใต้หล้าได้รู้ว่าข้าพูดแล้วคืนคำก็ได้ ท่านวางใจ ข้าเป็นคนรักหน้าตา จะไม่ให้ผู้ใดมาด่าทอข้าได้ง่ายๆ”

หม่าหงแค่นเสียงใส่นาง “ท่านคือผู้ใด ไม่เคยได้ยินว่าเมืองชางอวิ๋นมีคนเช่นท่าน ทำงานให้คนอื่นกระมัง ชื่อแซ่ท่านมีค่าอันใดได้ หรือมีค่ามากกว่าชีวิตข้า”

อวิ๋นสิงเยว่อดส่งเสียงกระแอมไอเบาๆ ดังขึ้นเสียงหนึ่งไม่ได้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจยิ่งว่า “คือว่า...ชื่อของนาง อาจะมีค่ามากกว่าชีวิตเจ้าจริงๆ”

องค์หญิงเสินโย่ว แม่ทัพน้อยกองกำลังจิ้งเป่ย ฮูหยินเจ้าเมืองชางอวิ๋น ยังมีท่านหญิงอู่อันแห่งเมืองเหนือ จะไม่มีค่าได้หรือ

ฉู่หลิงลุกขึ้นยืน “ข้าชื่อฉู่ชิงอี องค์หญิงเสินโย่วแห่งเทียนฉี่”

“…”

พอฉู่หลิงกับอวิ๋นสิงเยว่ออกจากค่ายกองกำลังทหารแดนใต้ไป อากาศก็เริ่มเย็นเล็กน้อยแล้ว อวิ๋นสิงเยว่หันไปมองค่ายทหารด้านหลังไม่ไกลนักขมวดคิ้วเอ่ยว่า “เจ้าเชื่อคนผู้นั้นจริงหรือ”

ฉู่หลิงตอบทันที “เหตุใดจะไม่เชื่อ”

อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยว่า “คนผู้นั้นดูแล้วก็ไม่ใช่คนซื่อสัตย์อันใด”

ฉู่หลิงตอบว่า “ไม่เกี่ยวอันใดกับความซื่อสัตย์ของเขา ในฐานะชาวเทียนฉี่ ได้เป็นแม่ทัพกองกำลังทหารแดนใต้ ถือว่าสูงสุดในชีวิตของเขาแล้ว แม้ไม่อาจสร้างผลงาน แต่ก็ไม่อาจขึ้นไปสูงกว่านี้ได้อีก ยิ่งไปกว่านั้น กองกำลังทหารแดนใต้นับแสนก่อนหน้านี้ถูกทัพเมืองชางอวิ๋นบดขยี้ เจ้าคิดว่าเขาไม่กลัวตายจริงหรือ ตอนนี้ข้าเสนอทางอิสระและปลอดภัยให้เขา ชีวิตเขาอยู่ในกำมือข้า เหตุใดเขาจะไม่เดินไป แม้เขาไปบอกทั่วป๋าอิ้นเรื่องของข้า จะได้ประโยชน์อันใด ควรเป็นโล่มนุษย์บนสนามรบก็ต้องเป็นต่อไป สถานะไม่มีวันสูงไปได้กว่านี้ ครั้งหน้าได้พบกับขุนพลทหารหรือขุนนางเผ่ามั่ว ไม่ว่าสถานะสูงกว่าเขาหรือไม่ เขาก็ต้องก้มกายคำนับอยู่ดี ยังจำตอนก่อนพวกเราเข้าไปได้หรือไม่ เขากำลังทำอันใด”

อวิ๋นสิงเยว่ลูบคาง “เขากำลังด่าทั่วป๋าอิ้น”

ฉู่หลิงเอ่ยทันที “เขาไม่คิดถวายชีวิตเพื่อชาวเผ่ามั่ว เพียงแต่ต้องการมีชีวิตรอดและเป็นสุขเท่านั้น หากติดตามชาวเผ่ามั่วแล้วไม่อาจมีชีวิตรอดและไม่อาจเป็นสุข เขามีทัพห้าหมื่น มีที่ใดไม่อาจไปได้บ้าง”

อวิ๋นสิงเยว่ขมวดคิ้ว “ไม่รู้เหตุใด ข้ามักรู้สึกว่าเจ้าหลอกเขา มีบางอย่างที่ข้าพลาดไปไหม”

ฉู่หลิงส่งเสียงหัวเราะขึ้นเบาๆ “น่าจะไม่มี ข้าเพียงแต่...พลันคิดได้ว่า ไป๋สิ่งอาจไปที่ใด”

อวิ๋นสิงเยว่นิ่งอึ้ง เอ่ยท่าทางลังเล “เจ้าว่าไป๋สิ่งนำกำลังไปตะวันตกเฉียงเหนือหรือ ตอนนี้เขาไปตะวันตกเฉียงเหนือทำอันใด”

ตอนสมัยที่ทางเหนือยังเป็นพื้นที่เทียนฉี่ การนำทัพนับหมื่นไปตะวันตกเฉียงเหนือไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องอื่นไม่ว่า แค่กองทัพมากมายเพียงนั้นนำอาวุธไปด้วย จะผ่านพื้นที่ชาวเผ่ามั่วไปได้ก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว

ฉู่หลิงเอียงคอ “ข้าเพียงแต่คิดเล่นๆ เรื่องจริงคงต้องรอถามจวินอู๋ฮวน อาจเป็นข้าเดาผิด หากโชคร้ายข้าเดาถูก ก็ได้แต่ถือว่าหม่าหงโชคร้ายแล้ว”

อวิ๋นสิงเยว่มองนางทีหนึ่ง “ข้ารู้สึกว่าเขาได้พบกับเจ้า นับว่าโชคร้ายมากแล้ว”

ตอนฉู่หลิงกับอวิ๋นสิงเยว่กลับถึงเมืองชางอวิ๋น นอกเมืองชางอวิ๋นเพิ่งเริ่มศึกฉากใหม่ พื้นที่ที่เซี่ยถิงเจ๋อเฝ้ายามมาหลายปี สุดท้ายก็ต้องเสียไปแล้ว รองแม่ทัพหลิวกับเซียวเหมิงนำคนพากองทัพและราษฎรละแวกนั้นถอยกลับเมืองชางอวิ๋น นี่คือคำสั่งฉู่หลิงก่อนไป หากรักษาไว้ไม่ได้จริงๆ ให้รีบถอย

ตอนนี้หากทั่วป๋าอิ้นนำกองทัพไปถึงชายแดนซีฉินจริง ฉู่หลิงรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์มากนักแล้ว แต่ทั่วป๋าอิ้นกลับไม่นำทหารไปชายแดนทันที แต่ยังคงมุ่งโจมตีเมืองชางอวิ๋น โชคดีที่มีกำลังไม่มาก และพื้นที่เมืองชางอวิ๋นเองก็รักษาป้องกันง่ายโจมตียาก จึงได้สกัดการโจมตีของทั่วป๋าอิ้นไว้ได้ชั่วคราว

ความจริงตอนนี้สองฝ่ายกำลังรอกองกำลังหนุน ฉู่หลิงเข้าใจทั่วป๋าอิ้นย่อมต้องร้องขอกำลังหนุนจากเมืองเหนือ ทั่วป๋าอิ้นเองก็เข้าใจ ฉู่หลิงเองก็กำลังยืนหยัดรอจวินอู๋ฮวนหรือผู้ใดนำทหารกลับมาช่วย ตอนนี้ได้แต่ดูว่ากองหนุนผู้ใดจะมาถึงก่อนกันแล้ว

“องค์หญิงกลับมาแล้ว!”

“ฮูหยิน!” คนในจวนเจ้าเมืองได้ยินว่าฉู่หลิงกลับมา ทุกคนต่างรีบออกมาต้อนรับ

ฉู่หลิงพยักหน้าให้ทุกคน ส่งสายตามองไปที่เซียวเหมิงพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “เซียวเหมิง เจ้าบาดเจ็บได้อย่างไร”

ตอนจากกันยังดีอยู่ ตอนนี้เซียวเหมิงมีสีหน้าซีดขาวอยู่บ้าง ฉู่หลิงไม่คิดว่าเขาป่วย เช่นนั้นก็คงเพราะได้รับบาดเจ็บภายใน

เซียวเหมิงส่ายหน้า “เล็กน้อย ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงห่วงใย”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “อีกครู่หนึ่ง เชิญคุณชายอวิ๋นมาตรวจอาการ”

ทุกคนต่างกลับไปในห้องโถง ฉู่หลิงมองเซียวเหมิงถามขึ้นว่า “ฝีมือทั่วป๋าอิ้นหรือ”

เซียวเหมิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า

อวิ๋นสิงเยว่นึกแปลกใจ “เซียวเหมิง เจ้าไปหาเรื่องประมือกับทั่วป๋าอิ้นหรือ”

ทุกคนต่างไร้วาจา รองแม่ทัพหลิวส่งเสียงไอเบาๆ ดังขึ้นเสียงหนึ่ง “คุณชายอวิ๋น ขุนพลเซียวปะทะกับทั่วป๋าอิ้นบนสนามรบ” แน่นอนว่าไม่อาจตัดเรื่องที่เซียวเหมิงเองก็คิดหาโอกาสสังหารทั่วป๋าอิ้น

ฉู่หลิงถามขึ้นว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”

เซียวเหมิงฝืนยิ้มอย่างจนปัญญา เอ่ยว่า “แพ้”

อวิ๋นสิงเยว่ขมวดคิ้วมองไปทางฉู่หลิง “ทั่วป๋าอิ้นร้ายกาจเพียงนี้เลยหรือ”

ฉู่หลิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “น่าจะสูสีกับขุนพลเซียว ผู้ใดชนะ ผู้ใดแพ้ล้วนไม่เหนือความคาดหมาย แต่...ก่อนหน้านี้ทั่วป๋าอิ้นได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น...ถือว่าเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง”

เซียวเหมิงนึกเสียใจอยู่ไม่น้อย “คนข้างกายทั่วป๋าอิ้นคอยก่อกวน ยอดฝีมือข้างกายเขาไม่น้อย วันหน้าองค์หญิงต้องระวังให้มาก”

ฉู่หลิงไม่รู้สึกเหนือความคาดหมาย ยิ้มเอ่ย “ตอนนี้ทั่วป๋าอิ้นนับว่าเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของทั่วป๋าหลัว ย่อมต้องรอบคอบอย่างมาก ไม่เอ่ยถึงการป้องกันพวกเรา ทั่วป๋าเหลียงเองก็เป็นคนที่เขาต้องป้องกัน ข้างกายมียอดฝีมือก็ไม่นับว่าเหนือความคาดหมาย ขุนพลเซียวไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ”

เซียวเหมิงเองก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ รับมือกับยอดฝีมือเช่นทั่วป๋าอิ้น หากโจมตีเพียงครั้งก็สังหารได้ย่อมเพราะโชคดีจริงๆ เพียงแต่รู้สึกเสียใจอยู่บ้างเท่านั้น อย่างไรโอกาสที่ทั่วป๋าอิ้นออกสนามรบทั้งที่ยังบาดเจ็บก็ไม่มากนัก รอให้อาการบาดเจ็บเขาหายดี คิดสังหารเขาอีกก็ยากแล้ว

“องค์หญิง กองกำลังทหารแดนใต้...” รองแม่ทัพหลิวนึกถึงเป้าหมายการไปครั้งนี้ของฉู่หลิงได้

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “น่าจะพอสมควรแล้ว ทั่วป๋าอิ้นน่าจะรู้ในไม่ช้านี้แล้วว่ากองหนุนที่จะส่งมานั้นไม่มีแล้ว” แต่เขาเองก็ทำอันใดไม่ได้ ทั่วป๋าอิ้นคงไม่อาจทิ้งเมืองชางอวิ๋นกับทัพใหญ่เป่ยจิ้นชายแดน หันไปไล่ล่ากองกำลังทหารแดนใต้ที่ทรยศโดยไม่สนใจอันใดกระมัง คิดว่าเมืองชางอวิ๋นน่าจะพอมีเวลาหายใจได้อีกหลายวัน ครั้งนี้ไม่ได้ไปเสียเปล่า ฉู่หลิงคิดอย่างรู้สึกพึงพอใจ

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 681