ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 682

#682ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 453-1 วีรบุรุษ

ไม่ว่าด้านนอกเป็นอย่างไร ในเมืองชางอวิ๋นยังคงครึกครื้นและสงบดังปกติ ครึกครื้นเพราะตามท้องถนนเมืองชางอวิ๋นมีชาวบ้านเดินไปมาขวักไขว่ สงบก็เพราะจิตใจพวกเขาและสีหน้าพวกเขาคล้ายว่าไม่ว่าด้านนอกต่อสู้กันรุนแรงเพียงใด พวกเขาก็เชื่อว่าเมืองชางอวิ๋นตนเองจะต้องชนะ เพราะว่าสิบกว่าปีมานี้เมืองชาง อวิ๋นเป็นเช่นนี้มาตลอด ทัพเมืองชางอวิ๋นไม่เคยทำให้พวกเขาผิดหวัง

ผู้ที่เป็นห่วงแท้จริงก็คงมีเพียงแค่พี่น้องลูกหลานในครอบครัวที่มีคนเป็นทหารเท่านั้นกระมัง อย่างไรสองสามวันนี้ บนสนามรบมีคนตายไปไม่น้อยจริงๆ ทว่าหลายปีมานี้ บางทีผู้คนอาจชินชากับเรื่องพวกนี้แล้ว ดังนั้นจึงมองไม่เห็นความหวาดกลัวร้อนใจหรือเป็นกังวลของคนในเมืองสักเท่าไร

ตอนเช้าพระอาทิตย์เพิ่งขึ้น ฉู่หลิงก็ออกจากจวนเจ้าเมือง ทะลุผ่านเส้นทางสายยาวไปทางประตูเมือง ราษฎรทั่วไปในเมืองไม่รู้ว่าแม่นางงดงามผู้นี้คือผู้ใด เห็นนางเดินผ่านไปก็อดชะเง้อมองตามไม่ได้

พอขึ้นไปบนกำแพงเมือง ปกติประตูเมืองมักเปิด แต่ตอนนี้กลับปิดแน่น มองจากที่ไกลๆ ยังเห็นค่ายทหารเป่ยจิ้น พอขุนพลทหารรับหน้าที่ลาดตระเวนกำแพงเมืองเห็นนางขึ้นมา ก็รีบเดินเข้ามาเอ่ยคำนับ “ฮูหยิน”

ฉู่หลิงพยักหน้าเล็กน้อยถามขึ้นว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”

ขุนพลทหารรายงานนอบน้อม “สายชาวเผ่ามั่วมาลอบสังเกตการณ์หลายครั้ง แต่ดูเหมือนไม่คิดเข้าโจมตี เพียงแต่...สายรายงานว่า เห็นค่ายทหารเป่ยจิ้นละแวกนี้เริ่มมีกองกำลังทหารแดนใต้มารวมตัวกันอย่างกระจัดกระจาย ทั่วป๋าอิ้นเหมือนกำลังรวบรวมกองกำลังทหารแดนใต้ที่หนีกระเจิดกระเจิงไปเมื่อหลายวันก่อน”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “รวบรวมกองกำลังทหารหรือ ดูท่าทั่วป๋าอิ้นคิดได้ว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้น่าจะรอพึ่งทหารกองหนุนไม่ได้”

ขุนพลทหารเอ่ยอย่างเป็นห่วง “ฮูหยิน พวกเราต้องเตรียมการล่วงหน้าหรือไม่ หากรอให้ทั่วป๋าอิ้นรวบรวมกองกำลังทหารเรียบร้อยมาตีเมือง พวกเรา...”

ฉู่หลิงพยักหน้า “ไม่เป็นไร กองกำลังทหารแดนใต้ไม่มีกะจิตกะใจรบ แม้ทั่วป๋าอิ้นรวบรวมกองกำลังทหารกลับมาได้ก็ไม่มีประโยชน์สักเท่าไร แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ ต้องป้องกันให้ดี อย่าให้มีโอกาสลงมือได้ ลำบากทุกคนแล้ว”

“ฮูหยินกล่าวหนักไปแล้ว นี่คืองานในภาระของพวกข้าน้อย” ขุนพลทหารประสานมือกล่าว

ฉู่หลิงพยักหน้าบอกให้เขาไปทำงานของตนเอง ขุนพลทหารจึงได้ประสานมือขอตัว

ฉู่หลิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง สายตาทอดยาวไปไกล นึกถึงครั้งแรกที่ได้มาเมืองชางอวิ๋น พริบตาก็ผ่านมาสี่ปีกว่าแล้ว ระยะเวลาห่างจากตอนที่นางตื่นขึ้นมาในสำนักซักล้างเมืองเหนือได้เจ็ดปีแล้ว เวลาผ่านไปไม่รู้ตัว คล้ายว่าค่อยๆ หลงลืมไป เจ็ดปีก่อนนางย่อมไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะมายืนบนกำแพงเมืองชางอวิ๋นมองออกไปไกลเช่นนี้ ยิ่งไม่คิดว่าตนเองจะนำทัพต่อสู้กับชาวเผ่ามั่ว

ฉู่หลิงยกมือขึ้นดึงเชือกสีแดงเก่าคร่ำคร่าเส้นหนึ่งออกจากลำคอ เชือกแดงมีหยกชิ้นเล็กห้อยอยู่สองชิ้น ฉู่หลิงอดยื่นมือขึ้นกุมหยกสองชิ้นนี้ไม่ได้ ไออุ่นของหยกค่อยๆ แผ่ออกมา ทำให้เช้าตรู่ปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย หลายปีมานี้ยุ่งขึ้นเรื่อยๆ ความจริงนางไม่ค่อยคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมามากนัก หลายปีมานี้ นางค่อยๆ รับรู้แล้ว นอกเสียจากว่าจิ้งจอกเขียวอยู่ไกลออกไปถึงนอกแผ่นดินข้ามผืนทะเล ตัดขาดข่าวสาร ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายไม่มีทางหานางไม่พบ แม้นางหาไม่พบ แต่ด้วยนิสัยของจิ้งจอกเขียวก็ไม่มีทางอดทนอยู่เงียบๆ กินดื่มไปวันๆ รอความตายได้ น่าจะรีบแล่นออกมาก่อเรื่องถึงจะถูกต้อง

บางที...เดิมจิ้งจอกขาวก็หลอกนาง เพียงแค่ต้องการให้นางมีความหวัง ให้นางไปจากพื้นที่อันตรายเท่านั้น จะว่าไปตอนนั้นนางถูกจิ้งจอกขาวโน้มน้าวได้อย่างไร เชื่อว่าพวกนางข้ามมิติเวลาได้อย่างไร คงไม่ใช่ว่าถูกคนทำลายสมองเสื่อมกระมัง แม้ว่าตอนนี้นางได้พิสูจน์แล้ว คล้ายว่าทฤษฎีจิ้งจอกขาวเป็นจริง แต่...ส่ายหน้าอย่างปวดหัว ฉู่หลิงเล่นหยกในมือไปมาเป็นนาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เอาเถอะ ข้าจะพยายามเชื่อเจ้าก็แล้วกัน”

มาก็มาแล้ว ไม่เชื่อยังจะกลับไปได้หรือ จะว่าไปหากวันใดนางตื่นขึ้นมาพบว่าหลายปีมานี้ที่ผ่านมาความจริงเป็นเพียงแค่ความฝัน นางต้องทุบจิ้งจอกขาวแรงๆ สักทีหนึ่ง ทุบที่อีกฝ่ายทำให้นางไม่อาจจัดระเบียบชีวิตตนเองได้ อย่าได้สร้างเรื่องหลอกลวงผู้อื่นอีก!

ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเศร้าสลดใจอันใด

ก็ไม่รู้ว่าจวินอู๋ฮวนอยู่ชายแดนซีฉินราบรื่นหรือไม่ หากกลับมาไม่ทัน ค่ายใหญ่ของเขาอาจถูกคนยึดครองไปแล้ว

เมืองหลวง ณ เมืองเหนือ

ทั่วป๋าเหลียงนั่งอยู่ในห้องทรงอักษร ได้ยินทหารองครักษ์รายงานว่าไป๋หลี่ชิงหงกลับมาแล้ว พลันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “กลับมาเร็วเพียงนี้หรือ”

ไป๋หลี่ชิงหงกลับมาเร็วเหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ เดิมคิดว่าไป๋หลี่ชิงหงไปครั้งนี้ไปกลับน่าจะสิบวัน ทำงานอย่างน้อยต้องสิบวันถึงครึ่งเดือน หนึ่งเดือนจึงจะกลับมา แม้พึงพอใจกับผลลัพธ์มาก ตอนนี้นับดูแล้ว ไม่ถึงครึ่งเดือนก็กลับมาแล้ว

“เหมอนราชบุตรเขยไม่ได้กลับจวน แต่ตรงเข้าวังมา เพียงแต่ดูท่าทาง...ไม่ค่อยดี” ทหารองครักษ์รายงาน

ซู่เหอหมิงกวงที่นั่งอยู่ข้างๆ คิ้วกระตุกเล็กน้อย “ได้ยินว่าฝ่าบาทส่งราชบุตรเขยองค์หญิงเจากั๋วไปทำงานใหญ่งานหนึ่ง”

ทั่วป๋าเหลียงตอบว่า “หัวหน้าเผ่าไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วหรือ ไยรู้แล้วยังเอ่ยถามอีก”

ซู่เหอหมิงกวงยิ้มเอ่ย “ไม่ ข้าน้อยเพียงแต่อยากรู้ แท้จริงราชบุตรเขยจะทำเช่นไรเท่านั้น ตอนนี้ดูท่าราชบุตรเขยไม่ได้ทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง งานสำเร็จแล้ว ยินดีกับฝ่าบาทด้วย”

ทั่วป๋าเหลียงตอบว่า “ยินดีหรือไม่ เกรงว่ายังต้องให้เขากลับมาจึงจะพูดได้”

ซู่เหอหมิงกวงยิ้มเอ่ย “ราชบุตรเขยเป็นคนฉลาด หากไม่อาจทำให้ฝ่าบาทพอพระทัย จะกลับมาได้อย่างไร”

ทั่วป๋าเหลียงไม่อยากจะเชื่อ ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็สั่งการ “ให้ราชบุตรเขยเข้ามา”

ไม่นาน ไป๋หลี่ชิงหงก็ตามหลังทหารองครักษ์เข้ามา หากว่าตอนไปจากเมืองหลวง ไป๋หลี่ชิงหงยังเป็นชายหนุ่มเงียบขรึมแต่งกายเรียบร้อย ตอนนี้สภาพภายนอกไป๋หลี่ชิงหงดูแล้วอนาถมาก เขาสวมชุดเปื้อนโลหิตไปทั้งตัว ดูแล้วชวนอนาถใจอย่างมาก เขาเข้าวังมาเช่นนี้ หากเป็นเทียนฉี่ก็เพียงพอจะต้องโทษผิดธรรมเนียมจารีตต่อหน้าพระพักตร์แล้ว

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 682