ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 680

#680ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 452-1 หลอก!

ภักดีหรือ อย่าได้เอ่ยให้เป็นที่ขำขันเสียดีกว่า หากถามว่ากองกำลังทหารแดนใต้นับแสนบนพื้นที่กว้างใหญ่เช่นนี้ แท้จริงมีคนภักดีต่อเป่ยจิ้นหรือไม่ ย่อมต้องมี อย่างไรป่าใหญ่โตแล้ว นกกาอันใดก็ล้วนมีครบ โลกนี้มีเรื่องแปลกอันใดที่ไม่มีกัน

แต่หม่าหงย่อมไม่ใช่คนคิดต่างจากผู้อื่น เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ไขว่คว้าหาโอกาสให้ตนดำรงชีวิตอยู่ในโลกวุ่นวายนี้ได้เท่านั้น ในใจหม่าหงย่อมรังเกียจชาวเผ่ามั่วมากเช่นกัน แต่เขาไม่คิดจะต่อต้านชาวเผ่ามั่ว ชาวเผ่ามั่วก็มิได้ทำอันใดกองกำลังทหารแดนใต้มากนัก สำหรับขุนพลทหารระดับเขา นอกจากต้องทนรองรับอารมณ์แม่ทัพเผ่ามั่วตำแหน่งสูงบางคน ชีวิตที่เหลือก็ราวกับราชา ถึงกับอิสรเสรียิ่งกว่าตอนที่เขาเป็นโจรบนม้าเสียอีก

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดเขาจะต้องต่อต้านเผ่ามั่ว เสียแรงและไม่ได้อันใด

แต่ทว่า...เห็นหญิงสาวชุดดำกำลังส่งเสียงหัวเราะมองตน หม่าหงก็รู้สึกได้ทันทีว่าท่าทีเช่นนี้ไม่อาจทำให้อีกฝ่ายพอใจได้ หม่าหงมองมีดสั้นในมืออีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง ยิ้มเอ่ยว่า “แม่นางท่านนี้...มีอันใดก็พูดจากันดีๆ มีเรื่องอันใด พวกเราหารือกันได้ หารือกันดีๆ”

ยามนี้ฉู่หลิงกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะตรงหน้าของหม่าหง มีดสั้นในมือกดอยู่ที่ลำคอของหม่าหง ออกแรงกดเบาๆ หม่าหงก็มิกล้าขัดขืน ฉู่หลิงหันไปนั่งลงบนเก้าอี้ ถอนหายใจเอ่ยว่า “ก็มิใช่ว่าข้าไม่อยากพูดจากับท่านดีๆ เพียงแต่...กองทัพของแม่ทัพหม่าด้านนอก ทำให้ข้ารู้สึกเครียดอยู่บ้าง”

หม่าหงมีสีหน้าแทบอยากจะร้องไห้ “เช่นนั้นทำอย่างไรดี ข้าเองก็ไม่อาจออกคำสั่งให้พวกเขาถอยทัพในตอนนี้ได้ คนตั้งหลายหมื่นคน ให้อยู่ดีๆ ถอยทัพ...แม่นาง ท่านว่าใช่หรือไม่”

ฉู่หลิงพยักหน้า “ท่านกล่าวได้ถูกต้อง”

หม่าหงยิ้มประจบ เอ่ยว่า “แต่แม่นางวางใจได้ ข้าเป็นคนรักชีวิต ท่านต้องการทำอันใด พวกเราค่อยๆ คุยกัน ข้าจะไม่ส่งเสียงร้องอย่างเด็ดขาด พวกเราเอามีดลงก่อนได้หรือไม่”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ข้าเองก็ไม่ได้คิดทำอันใด ก็แค่มาถามว่า...กองทัพห้าหมื่นของท่านเปลี่ยนทิศทางได้หรือไม่”

หม่าหงสะดุ้งในใจ แต่เขารู้เจตนาในการมาของฉู่หลิง เดิมในใจคาดเดาได้พอสมควรแล้ว จึงไม่ได้ตกใจมากนัก เพียงแค่มองนางด้วยสีหน้าลำบากใจ “แม่นาง ท่านกำลังทำให้ข้าลำบากใจ นำทัพผิดคำสั่ง ต้องโทษประหารทั้งตระกูลเชียวนะ”

“เจ้าก็ไม่ได้มีตระกูลเสียหน่อย เป็นห่วงอันใด” ฉู่หลิงเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “ตัวคนเดียว หนีเข้าป่าเป็นโจรตั้งแต่หนุ่ม ไร้ญาติขาดมิตร ไร้ภรรยาขาดบุตร”

ชาติกำเนิดเช่นนี้ก้าวขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ หม่าหงผู้นี้นับว่ามีความสามารถอยู่บ้าง

หม่าหงเอ่ยอย่างไม่แสดงสีหน้าอันใด “ข้าไม่มี แต่พี่น้องในกองทัพข้ามี แม่นาง ในเมื่อท่านมาจากเมืองชางอวิ๋น ข้าพอเข้าใจความคิดท่าน แต่...ข้าเองก็ทำงานรับใช้ผู้อื่น อย่าว่าแต่เดินผิดเส้นทาง แม้แค่ไปสายครึ่งวัน ทุกคนในกองกำลังทหารแดนใต้ก็ต้องโดนลงโทษไปตามๆ กัน”

ฉู่หลิงไม่ได้สนใจความลำบากใจของเขาแม้แต่น้อย เอ่ยอย่างไม่ได้สนใจอันใดว่า “ง่ายมาก ไม่สู้เจ้านำพวกเขาก่อการก็จบ ต้องคิดไตร่ตรองสักหน่อยไหม จากที่ข้ารู้มา...ละแวกนี้ไม่มีกองกำลังอันใด หากพวกเจ้าลุกขึ้นก่อการตอนนี้ คิดครอบครองพื้นที่หนึ่งก็เป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง ขอเพียงพวกเจ้าไม่ทำร้ายราษฎร รออีกสักระยะ ไม่ตั้งตนเป็นใหญ่ ก็ไปสวามิภักดิ์กับกลุ่มอำนาจสักกลุ่ม กลัวชาวเผ่ามั่วไปทำไมกัน”

หม่าหงหัวเราะแหะๆ “แม่นาง ท่านอย่าล้อข้าเล่น หลายปีมานี้ทางเหนือมีคนลุกขึ้นก่อการไม่น้อยจริงๆ น่าเสียดายอยู่ได้ไม่นาน อย่าว่าแต่ชาวเผ่ามั่ว แม้แต่กองกำลังทหารแดนใต้ พวกเขาก็สู้ไม่ได้ ที่พอจะมีความสามารถอยู่บ้างก็มีเพียงแค่เมืองชางอวิ๋นกับกองกำลังจิ้งเป่ย แต่...ข้ารู้สึกว่าเทียบกับพวกเป่ยจิ้น พวกเขามีโอกาสชนะไม่มาก ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเป็นโจรภูเขา กับคนเมืองชางอวิ๋น...มิใช่เส้นทางเดียวกัน”

ฉู่หลิงถอนหายใจ “ท่านกล่าวเช่นนี้ทำให้ข้าลำบากใจมาก”

หม่าหงเลิกคิ้ว คล้ายแน่ใจว่าฉู่หลิงจะไม่สังหารเขา

ฉู่หลิงยิ้มให้เขา “เช่นนั้นก็ขออภัยแล้ว”

หม่าหงนิ่งอึ้ง ไม่ค่อยเข้าใจว่าฉู่หลิงหมายความเช่นไร กำลังจะอ้าปากถาม อีกมือหนึ่งของฉู่หลิงก็ฟันหลังคอเขา หม่าหงหน้ามืดสลบไปทันที

อวิ๋นสิงเยว่ก้าวเข้ามารวดเร็ว กล่าวไม่พอใจนักว่า “เจ้าพูดจามากความกับเขาทำไมกัน”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “หากเขายอมให้ความร่วมมือโดยดี จะสะดวกกว่าไม่ใช่หรือ ผู้ใดจะรู้ว่าเป็นพวกดื้อรั้น”

อวิ๋นสิงเยว่หัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “หากข้าเป็นเขา ข้าก็ไม่เลือกพวกเจ้า”

ฉู่หลิงกลอกตามองบน “น่าเสียดาย เจ้าต้องยืนอยู่ข้างพวกเรา ไม่มีทางเลือก”

อวิ๋นสิงเยว่โบกมือ “อย่าพูดมาก ตอนนี้ทำอย่างไรดี หน้าตาของเขานี้...คิดจะแปลงโฉมคงยากอยู่สักหน่อย”

ฉู่หลิงพลันไร้วาจา มองประเมินอวิ๋นสิงเยว่เป็นนาน ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าโง่เง่าหรือ” จะแปลงโฉมเป็นหม่าหงหรือ เขาสูงกว่านางแค่หนึ่งนิ้ว รูปร่างน่าจะสามเท่าของนางได้ เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ร่างทั้งเตี้ยและกำยำ นางและอวิ๋นสิงเยว่ล้วนไม่เหมาะจะแปลงโฉมเป็นเขา

อวิ๋นสิงเยว่กล่าวไม่พอใจนักว่า “เช่นนั้นเจ้าว่าทำอย่างไรดี” ฉู่หลิงลูบคางครุ่นคิดครู่หนึ่ง “จัดการรองแม่ทัพสองสามคนก่อนค่อยว่ากัน มังกรไร้หัว ทัพห้าหมื่นก็ไปไหนไม่ได้ หากสามารถให้ย้ายทิศทางไปทางอื่นได้ด้วยก็ยิ่งดี”

ขุนพลทหารหลายคนในค่ายได้รับการแจ้งจากคนที่แม่ทัพส่งมา ให้พวกเขาไปหารือที่กระโจมกลาง แม้ว่าในเวลานี้มาตามคนไปหารือจะเป็นเรื่องแปลก แต่แม่ทัพเรียกตัว ผู้ใดจะกล้ากล่าวอันใด ได้แต่รีบไปกันอย่างรวดเร็ว

“ท่านแม่ทัพ พวกข้าน้อยมาขอพบ” รองแม่ทัพยืนอยู่นอกกระโจมมองทหารองครักษ์หน้าประตูสองคนที่หน้าตาไม่คุ้นพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เข้ามาได้” เสียงชายแหบพร่าทุ้มต่ำดังขึ้น รองแม่ทัพก็มิได้คิดมาก ยกเท้าก้าวเข้าไป

ในกระโจมเงียบมาก รองแม่ทัพรู้สึกแปลก หรือว่าท่านแม่ทัพเรียกเขามาเพียงคนเดียว...ยังไม่ทันคิดจบ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนสองสามคนนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก มองดูอีกที คนที่นั่งอยู่บนตำแหน่งหลักของกระโจมก็คือแม่ทัพหม่าหงของพวกเขา เพียงแต่แม้หม่าหงนั่งอยู่ แต่กลับถูกคนจับมัดไว้ และปากก็มีของอุดไว้ด้วย มองไปเห็นสายตาเขาเต็มไปด้วยความตกใจหวาดกลัว

ไม่ได้การแล้ว!

“ทะ...” คำว่าทหารยังไม่ทันเอ่ย ก็ได้ยินเสียงลมดังมาจากด้านหลัง ความเย็นเยียบปาดลำคอเขาทันที ในเวลาถัดมารองแม่ทัพก็ล้มลงกับพื้น ฉู่หลิงสะบัดโลหิตที่เปื้อนมีดสั้นในมือทิ้ง มองคนที่นอนอยู่บนพื้นทีหนึ่ง ก่อนจะมองไปทางหม่าหง แล้วยิ้มเอ่ย “แม่ทัพหม่า...ตอนนี้คุยได้แล้วหรือยัง”

หม่าหงรู้สึกเพียงว่าสีหน้าซีดราวกับกระดาษ ในใจพลันสิ้นหวัง ขุนพลทหารที่ใช้งานได้ของตนล้วนถูกสองคนนี้ลอบสังหารสิ้น! เขาจะทำอย่างไรได้

ได้แต่ฝืนพยักหน้าแข็งทื่อ อวิ๋นสิงเยว่จึงได้ยื่นมือไปดึงของยัดปากเขาไว้ออก เอ่ยอย่างไม่พอใจ “จี้สกัดจุดเสียหน่อยจะสะดวกกว่ามาก เจ้าไม่รู้สึกว่าทำเช่นนี้ลดค่าตัวเองไปสักหน่อยหรือ”

ฉู่หลิงไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ นางกล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่งว่า “บางครั้งข้าก็รู้สึกว่า วิธีการที่ดั้งเดิมที่สุดปลอดภัยที่สุด เกิดเขาแอบซ่อนกำลังภายในอันใดไว้เล่า”

“...”

ท่านให้ค่าเขาสูงไปแล้ว หากเขาเป็นยอดฝีมือที่แอบซ่อนตัวตนไว้จริง เชือกเส้นนี้ของเจ้าก็มัดเขาไว้ไม่อยู่แล้ว

ฉู่หลิงลากเก้าอี้มาตัวหนึ่ง นั่งลงตรงหน้าหม่าหง “แม่ทัพหม่า ข้าเรียกร้องไม่มาก พาทัพห้าหมื่นคนของท่านเดินทางอ้อมลงใต้รอบหนึ่งค่อยกลับมา ไม่มีปัญหากระมัง แน่นอนว่า ไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร ท่านอยากทำเช่นไรก็ย่อมได้”

หม่าหงไม่กล่าวอันใด ฉู่หลิงหรี่ตาเล็กน้อย “แต่บอกไว้ก่อน...อย่าให้ข้าได้ยินว่าคนของท่านทำร้ายชาวบ้าน หลายวันก่อน...มีกองกำลังทหารแดนใต้หนีจากเมืองหลิงเจียงไปทำเรื่องที่ไม่ควรทำ แม่ทัพหม่าหากผ่านเรื่องครั้งนี้ไปได้ อย่าลืมไปสืบดูว่าพวกเขามีจุดจบเช่นไร”

เรื่องราวของกองกำลังทหารแดนใต้เมืองหลิงเจียงยังไม่แพร่ออกมา แต่คิดแล้วก็คงอีกไม่นานนี้ ฉู่หลิงไม่ได้คิดปิดเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่ไม่คิดปิด แต่หากพบเจอเรื่องเช่นนี้อีก นางย่อมลงมืออย่างไม่ออมมือ เรื่องหนึ่งที่เซี่ยถิงเจ๋อกล่าวนั้นถูกต้อง กองกำลังทหารแดนใต้เหล่านี้ยอมเชื่อฟังชาวเผ่ามั่วก็เพราะว่ากลัวพวกเขา ดังนั้นคิดจะให้คนเหล่านี้ไม่ทำร้ายราษฎรตามอำเภอใจ ก็มีแต่ทำให้พวกเขากลัว ให้พวกเขารู้ว่าทำเรื่องที่ไม่ควรทำแล้วจะได้รับผลเช่นไร

หม่าหงกลืนน้ำลาย เอ่ยอย่างยากลำบาก “แม่นาง ข้าไม่อยากทำให้ท่านลำบากใจ แต่ท่านต้องเหลือทางรอดให้พวกเราบ้าง ข้าบอกกับท่านตามตรง ข้าไม่นับว่าเป็นคนดี ตอนหนุ่มก็ปล้นบ้านชาวบ้านมาไม่น้อย แต่...จะว่าไปพวกเราเหล่านี้ก็มีไม่กี่คนที่เคยทำเรื่องชั่วร้ายเลวทรามมา เรื่องอื่นไม่ว่า...แค่พื้นที่ที่พวกเราประจำอยู่...ราษฎรไม่มาก ส่วนใหญ่ถูกชาวเผ่ามั่วพาไปที่อื่นแล้ว พวกเราก็แค่หาทางดำรงชีพ และ...ทหารไม่น้อยเดิมก็เป็นคนในพื้นที่ ผู้ใดก็ไม่อยากทำเรื่องที่ทำร้ายกับญาติพี่น้องตนเอง เรื่องครั้งนี้หากแพร่ออกไป คงมีคนหลายหมื่นคนที่ต้องตาย ชาวเผ่ามั่วไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่”

ฉู่หลิงมองประเมินหม่าหง หม่าหงคิดว่านางไม่เชื่อ รีบเอ่ยว่า “ข้าพูดจริง!”

ฉู่หลิงยิ้มให้เขา รอยยิ้มนี้ทำเอาหม่าหงรู้สึกมึนงง ได้ยินเสียงฉู่หลิงเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านก่อกบฏก็แล้วกัน ติดตามพวกเราไปสังหารอ๋องเสิ่น จากนี้ไปพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือก็เป็นของพวกเราแล้ว พวกท่านก็ไม่ต้องกลัวแล้ว เป็นอย่างไร”

“แม่นาง...แม่นางล้อเล่นแล้ว” หม่าหงยิ้มเฝื่อนเอ่ย “ข้าน้อย ข้าน้อยไม่ได้มีวาสนาติดตามแม่นาง แม่นางเป็นผู้ทำการใหญ่...”

ฉู่หลิงตบมือทีหนึ่ง “เอาละ แตงที่ฝืนบังคับย่อมไม่หวาน สองทางให้เลือก หนึ่ง นำคนของท่านลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ไปเขตแดนซีฉิน สอง ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ กลัวตายก็กลับมาก่อน ชาวเผ่ามั่วคงไม่อาจจัดการเรื่องจงหยวนได้เรียบร้อยในเร็ววันนี้ น่าจะไม่มีเวลาไปสนใจพวกท่าน ท่านก็ไปตะวันตกเฉียงเหนือไกลหน่อย คอยอธิษฐานเอาก็แล้วกัน ให้ชาวเผ่ามั่วไม่มีวันจัดการเมืองชางอวิ๋นได้ เช่นนี้อย่างน้อยท่านก็ยังมีชีวิตยืนยาวไปได้อีกนาน”

“ไป...ไปซีฉิน?”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 680