ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 690
ตอนที่ 457-1 ถอยทัพ!
ตอนฉู่หลิงรับรู้การเคลื่อนไหวนอกเมือง ทัพใหญ่เป่ยจิ้นก็เริ่มโจมตีเมืองแล้ว มองลงไปด้านล่าง แม้ว่าเป็นค่ำคืนมืดมิด ก็ยังมองเห็นทั่วป๋าอิ้นบนหลังม้าได้อย่างกระจ่างชัด การเข้าตีเมืองครั้งนี้ เห็นชัดว่าทั่วป๋าอิ้นเตรียมตัวมาพร้อม ถึงกับโจมตีดุเดือดยิ่งกว่าตอนกลางวัน แม้ทหารป้องกันกำแพงเมืองรีบส่งกำลังซ้ายขวาเข้ามาช่วย ก็ยังคงป้องกันอย่างยากลำบากมาก
อวิ๋นสิงเยว่ยืนอยู่ข้างฉู่หลิง ถลึงตาจ้องทั่วป๋าอิ้นด้านล่างของกำแพงเมือง กัดฟันเอ่ยว่า “อยากกรอกยาพิษเจ้าหมดนี่จริง!”
ฉู่หลิงยักไหล่ถอนหายใจ “ข้าเองก็คิด หรือว่าเจ้าไปลองดู”
อวิ๋นสิงเยว่หันหน้ามองนางแสร้งทำท่าตกใจหวาดกลัว “เจ้ากำลังล้อเล่นใช่หรือไม่ ข้าเป็นเพียงแค่หมอคนหนึ่งเท่านั้น!”
ฉู่หลิงหรี่ตามองเขา กล่าวไม่พอใจนักว่า “เช่นนั้นก็อย่าเอ่ยวาจาเหลวไหล”
อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “หากพาเยียนเอ๋อร์มาด้วย ก็ไม่มีเรื่องเช่นนี้ไหม”
ฉู่หลิงกลอกตามองบน “เหตุใดเยียนเอ๋อร์ไม่มา เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ”
เซียวเยียนเอ๋อร์ติดคนมาก นอกจากนางก็คือเซียวเหมิง ตอนนี้นางกับเซียวเหมิงอยู่ที่นี่ เซียวเยียน เอ๋อร์กลับไม่มา ไม่ใช่เพราะใครบางคนหรือ ไม่ได้รู้สึกตัวสักนิดเลยหรือ
“ยิ่งไปกว่านั้น...อาศัยยาพิษกำจัดศัตรูบนสนามรบก็ต้องดูว่าลงมือกับผู้ใด เจ้าคิดว่าเยียนเอ๋อร์มั่นใจจะวางยาพิษทั่วป๋าอิ้นและหนีกลับมาอย่างปลอดภัยได้หรือ” ฉู่หลิงถามขึ้น
อวิ๋นสิงเยว่พลันนิ่งอึ้ง หากง่ายดายเพียงนี้ ใต้หล้าก็คงมีแต่คนฝึกวางยาพิษก่อเหตุเหิมเกริมกันแล้ว คนเช่นทั่วป๋าอิ้น หากเขาไม่ยินยอม เกรงว่าเซียวเยียนเอ๋อร์ยากจะเข้าใกล้เขาได้
ฉู่หลิงถอนหายใจ “ข้าไปพบทั่วป๋าอิ้นสักหน่อย”
อวิ๋นสิงเยว่ตกใจ กล่าวไม่พอใจนักว่า “เจ้าเสียสติไปแล้ว! เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทั่วป๋าอิ้น ยิ่งไปกว่านั้น...หากเจ้าเกิดเรื่องอันใดขึ้นตอนนี้...”
ฉู่หลิงตอบทันที “อวิ๋นสิงเยว่ เจ้าเห็นความปลอดภัยข้าสำคัญเกินไปแล้ว”
อวิ๋นสิงเยว่ขมวดคิ้ว “หรือว่าไม่สำคัญ เจ้าเป็นฮูหยินเจ้าเมืองชางอวิ๋น หากเจ้าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ขวัญกำลังใจทหารย่อมสิ้นสลาย”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “แต่ข้าไม่ใช่ขุนพลทหารบัญชาการทัพเมืองชางอวิ๋น ข้าเองก็มิใช่เจ้าเมืองชางอวิ๋น แม้ข้าเกิดเรื่องอันใดขึ้น คนที่ควรบัญชาการป้องกันเมืองก็คงบัญชาการต่อไปได้ แต่หากขุนพลทหารบัญชาการเกิดเรื่องอันใดขึ้น ข้ากลับไม่อาจบัญชาการต่อได้”
ก็มิใช่ว่าความสามารถการนำทัพของฉู่หลิงไม่ได้ความ แต่ฉู่หลิงไม่ชำนาญเรื่องเมืองชางอวิ๋นจริงๆ เปลี่ยนตัวแม่ทัพกลางสนามรบเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ควรเปลี่ยนแม่ทัพตอนนี้ ตอนนี้สำหรับเมืองชางอวิ๋นแล้ว ฉู่หลิงเป็นดังสัญลักษณ์มากกว่า แม้นางไม่อยู่ตรงนี้ คนที่ควรป้องกันเมืองก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป
“ข้าไปกับองค์หญิง” เซียวเหมิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ไปลองดู แม้ไม่อาจสังหารทั่วป๋าอิ้นได้ ขอเพียงทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส ทัพใหญ่เป่ยจิ้นคืนนี้น่าจะไม่บุกเข้ามาอีก”
“อันตรายเกินไป” อวิ๋นสิงเยว่ขมวดคิ้วกล่าว
ฉู่หลิงยิ้มเฝื่อนอย่างจนปัญญา “ไม่เช่นนั้นจะทำอย่างไรได้ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ยืนหยัดผ่านครั้งนี้ไปได้ ครั้งหน้าพวกเราอาจรับมือต่อไปไม่ไหว”
อวิ๋นสิงเยว่กัดฟัน “ข้าไปกับเจ้า!”
ฉู่หลิงกลอกตามองบน “ไม่ดีกว่า เจ้าอย่าไปเพิ่มความวุ่นวายดีกว่า เกิดเรื่องอันใดขึ้นจริง ข้ายังหวังว่าเจ้าจะช่วยชีวิตข้าได้”
อวิ๋นสิงเยว่เบื้อใบ้ไร้วาจา วิทยายุทธ์เขาไม่ค่อยเอาไหนจริงๆ แต่วิชาตัวเบาหนีเอาตัวรอดกลับไม่เลว
อวิ๋นสิงเยว่ถอนหายใจ “เจ้ายังบาดเจ็บภายในอยู่ เจ้าแน่ใจหรือว่า...จวินอู๋ฮวนจะกลับมาตามเวลาได้”
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “แน่นอน ข้าเชื่อเขา”
ฉู่หลิงกับเซียวเหมิงเองก็ไม่สนใจสีหน้าอวิ๋นสิงเยว่อีก ยืนหารือแผนการกันเบาๆ ก่อนจะหันหลังไปจากกำแพงเมือง
ด้านหลังทัพใหญ่เป่ยจิ้น ทั่วป๋าอิ้นนั่งอยู่บนหลังม้ามองดูการรบตรงหน้า รองแม่ทัพข้างกายเขามีสีหน้ายิ้มพึงพอใจ “ท่านอ๋อง ตีอีกอย่างมากสองรอบ เกรงว่าคนในเมืองคงทนรับไม่ไหวแล้ว”
ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “อย่าได้ประมาท สิบกว่าปีมานี้ไม่มีผู้ใดสั่นคลอนเมืองชางอวิ๋นได้ ย่อมมีเหตุผลบางอย่าง ครั้งนี้หากไม่ใช่ว่าเมืองว่างเปล่าพอดี เกรงว่าก็คงไม่ใช่โอกาสของพวกเรา”
รองแม่ทัพหรี่ตาเอ่ยว่า “เกรงว่าการรบหลายปีมานี้ทำให้เยี่ยนเฟิ่งเซียวหลงตนเองจนประมาท ถึงกับทิ้งกำลังเล็กน้อยไว้ในเมืองชางอวิ๋น คงคาดว่าพวกเราสู้เซี่ยถิงเจ๋อไม่ได้ ยังคิดว่าพวกเราจะไม่ตีเมืองชางอวิ๋น”
ทัพเมืองชางอวิ๋นแม้ร้ายกาจ แต่จำนวนคนเป็นรองย่อมไร้หนทาง
“เยี่ยนเฟิ่งเซียวไปช่วยฉินซู กลับทำร้ายตนเอง ไม่รู้ว่าเขาจะนึกเสียใจภายหลังหรือไม่”
ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย “ต้องยึดเมืองชางอวิ๋นให้ได้ก่อน จึงจะประกาศสถานะฉู่ชิงอีให้ใต้หล้าได้รู้กัน ถึงตอนนั้น...ก็ต้องดูจุดยืนของชาวเทียนฉี่”
ตอนนี้เกรงว่าเมืองเหนือน่าจะรู้สถานะฉู่ชิงอีกันแล้ว ดังนั้นที่ยังไม่เคลื่อนไหว เกรงว่าฝ่าบาทเองก็คงยังตกใจเช่นกัน อีกอย่างยังคงคิดไม่ออกว่าแท้จริงจะต้องจัดการอย่างไร แต่สถานการณ์เช่นนี้ไม่อาจปล่อยให้ยืดเยื้อนานนัก ไม่ว่าเทียนฉี่หรือเป่ยจิ้นย่อมต้องแสดงท่าทีในไม่ช้านี้
หากชาวเทียนฉี่คิดสนับสนุนฉู่ชิงอี เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องเผชิญกับการกดดันจากเทียนฉี่ และหากชาวเทียนฉี่ทอดทิ้งองค์หญิง...
สองทางนี้ล้วนมีความเป็นไปได้มาก ต้องดูว่าแท้จริงฮ่องเต้หย่งเจียรักบุตรีมากกว่าหวั่นเกรงอิทธิพลเป่ยจิ้นหรือไม่ ด้านไหนจะมากกว่ากันเท่านั้น
รองแม่ทัพได้ยินดังนี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “ผู้ใดจะคาดคิดว่าองค์หญิงท่านนี้ถึงกับร้ายกาจเพียงนี้ แม่ทัพทั่วป๋าตอนนั้น...ก็ช่างสายตาแหลมคมจริง”
เดิมคิดว่าแม่ทัพทั่วป๋าเพียงแค่เก็บหญิงสาวเทียนฉี่ที่มีพรสวรรค์ดีมาเป็นศิษย์ ผู้ใดจะคิดว่าหญิงสาวผู้นี้ถึงกับเป็นองค์หญิงเทียนฉี่ ยิ่งไม่มีคนคิดว่าแค่เพียงไม่กี่ปี หญิงสาวผู้นี้ถึงกับนำทัพเปิดศึกกับเป่ยจิ้นได้
“แท้จริงฉู่ชิงอีมีความสัมพันธ์กับเยี่ยนเฟิ่งเซียวเช่นไร” รองแม่ทัพถามขึ้นอย่างรู้สึกสงสัย “เหตุใดนางเสี่ยงอันตรายรักษาเมืองเพื่อเยี่ยนเฟิ่งเซียว ถึงกับไม่สนใจสถานะตนเองว่าจะถูกท่านอ๋องค้นพบเข้า”
ไม่ได้กล่าวกันว่า องค์หญิงเสินโย่วรักมั่นปักใจต่อราชบุตรเขยหรือ
ทั่วป๋าอิ้นเงียบงันเป็นนาน ก่อนจะเอ่ยว่า “นางไม่ได้คิดปิดบัง เรื่องเมืองรุ่นโจวกับกองกำลังจิ้งเป่ยปิดบังไม่ได้แล้ว ช้าเร็วย่อมต้องถูกเปิดเผย สุดท้ายนางกับเยี่ยนเฟิ่งเซียว...”
ผู้ใดจะคิดว่า คุณชายฉางหลีกับเจ้าเมืองชางอวิ๋นจะเป็นคนเดียวกัน
เยี่ยนเฟิ่งเซียว จวินอู๋ฮวน...แสดงละครได้ไม่เลวจริงๆ
“ระวัง!” แววตาทั่วป๋าอิ้นดุดันพร้อมกับตวาดเสียงเข้ม คว้าตัวรองแม่ทัพข้างกายกระโจนออกไป ขณะที่รองแม่ทัพถูกคว้าตัวกระโจนออกมา พื้นที่ที่เขายืนอยู่เดิมก็มีแสงเงินวาบ เฉียดร่างทั่วป๋าอิ้นไป ทั่วป๋าอิ้นหันไปมองท่ามกลางกลุ่มคน เห็นเงาร่างบางอรชรในชุดดำ ฉู่หลิงโจมตีต่อไม่หยุด พริบตาถัดมาก็พุ่งใส่ทั่วป๋าอิ้น พร้อมกับแสงสีเงินอีกสายหนึ่งพุ่งมาจากอีกทางเข้าใส่ทั่วป๋าอิ้นเช่นกัน
“มีมือสังหาร!”