ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 685
ตอนที่ 454-2 ลำบากใจ
“...” ไป๋หลี่เยวียนได้แต่หันหลังออกไป ยังเดินไปไม่ทันถึงลานด้านนอกก็ได้ยินเสียงมารดาแผดเสียงด่าทออย่างโมโหดังมาจากในห้องหนังสืออีกครั้ง เขาอดยกมือขึ้นลูบหน้าผากไม่ได้ เจ็บจริง!
ข่าวไป๋หลี่ชิงหงกลับถึงเมืองหลวงไปถึงเจดีย์ขาว หนานกงอวี้เยว่กำลังเอนหลังดื่มสุราอยู่บนเก้าอี้นอนด้วยท่าทางสูงสง่าคล้ายเกียจคร้าน ได้ยินรายงานก็เลิกคิ้ว แต่กลับไม่เอ่ยอันใด โบกมือให้คนออกไป
เยียนถัวอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วมองเขา อดเอ่ยไม่ได้ “แท้จริงฝ่าบาททรงคิดเยี่ยงไร คิดจะใช้งานไป๋หลี่ชิงหงจริงหรือ เขาเป็นชาวเทียนฉี่!”
ในสายตาเยียนถัวอี้ มิใช่คนเผ่าพันธุ์เดียวกันย่อมไม่อาจร่วมใจกัน แม้อีกร้อยปี เขาก็ยังไม่มีทางเชื่อใจไป๋หลี่ชิงหง
หนานกงอวี้เยว่ยิ้มเอ่ย “พี่ใหญ่ ท่านเอาแต่เข้าใจเรื่องหนึ่งผิดพลาดอยู่เสมอ อันตรายไม่ใช่ว่าไป๋หลี่ชิงหงคือผู้ใด แต่...เป็นตัวไป๋หลี่ชิงหงเอง”
เยียนถัวอี้นิ่งอึ้ง “ทำไม”
หนานกงอวี้เยว่เอียงคอยิ้มมองเยียนถัวอี้ ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “หาก...เจ้าสงสัยว่าคนข้างกายที่ไว้ใจที่สุดจะทรยศเจ้า จากนั้นเพื่อพิสูจน์ความซื่อสัตย์ภักดีของเขาต่อเจ้า ด้วยการให้สังหารบิดามารดาตนเอง คนเช่นนี้ พี่ใหญ่คิดว่าเป็นอย่างไร”
เยียนถัวอี้กระตุกมุมปาก “พูดจาเหลวไหลอันใด สังหารบิดามารดากับความซื่อสัตย์ภักดีเกี่ยวอันใดกัน เหตุใดข้าต้องมายุ่งกับ...เดี๋ยวนะ เจ้าหมายความว่า...”
หนานกงอวี้เยว่กลอกตามองบน “นี่ไม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจนหรือว่า ทั่วป๋าเหลียงให้ไป๋หลี่ชิงหงไปสังหารเซี่ยถิงเจ๋อเพื่ออันใด ชาวเทียนฉี่ให้ความเคารพฟ้าดิน ผู้ปกครอง บิดามารดาและอาจารย์สูงสุด บิดามารดาไป๋หลี่ชิงหงตายไปนานแล้ว กับพี่น้องก็ไม่ได้สามัคคี และไม่แน่ว่าจะหาพบ เซี่ยถิงเจ๋อไม่ใช่เป้าหมายที่ดีที่สุดหรือ ไป๋หลี่ชิงหงสังหารเซี่ยถิงเจ๋อ เขาเป็นชาวเทียนฉี่อีกหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะว่าชาวเทียนฉี่ไม่มีทางยอมรับผู้ที่สังหารอาจารย์ตนเองอีกแล้ว”
น้องชายไม่ค่อยได้อดทนอธิบายเช่นนี้ เยียนถัวอี้รู้สึกถึงการให้ความสำคัญของน้องชายเช่นนี้ก็รู้สึกตกใจไม่น้อย “หากเป็นเช่นนี้ เชื่อใจไป๋หลี่ชิงหงได้แล้วกระมัง”
หนานกงอวี้เยว่เอ่ยว่า “ไป๋หลี่ชิงหงไม่เป็นพวกเทียนฉี่ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นพวกเผ่ามั่วนี่”
เยียนถัวอี้ลูบคางครุ่นคิดวาจาหนานกงอวี้เยว่ “หาก...ไป๋หลี่ชิงหงรู้อยู่ว่าฝ่าบาทต้องการให้เขาสังหารเซี่ยถิงเจ๋อเพื่อการใด คนเช่นนี้...น่ากลัวจริงๆ ฝ่าบาททรงเชื่อใจใช้งานเขาจริงหรือ”
หนานกงอวี้เยว่เอ่ยว่า “ฝ่าบาทน่าจะคิดว่า...ไป๋หลี่ชิงหงมีบุตรกับองค์หญิงเจากั๋วถึงสามคน ตอนนี้ในเมื่อตัดขาดสายสัมพันธ์เครือญาติทั้งหมดของไป๋หลี่ชิงหงแล้ว เช่นนั้น...แม้ไป๋หลี่ชิงหงไม่ได้ให้ความสำคัญกับองค์หญิงเจากั๋ว เด็กสามคนนั้นก็เป็นเครือญาติสามคนที่เหลือของไป๋หลี่ชิงหงแล้ว”
“กล่าวเช่นนี้ฝ่าบาทเองก็ไม่นับว่าเลอะเลือน” เยียนถัวอี้กล่าว
หนานกงอวี้เยว่หรี่ตามองเขา “พี่คิดอยากฟังความเห็นข้าหรือไม่”
เยียนถัวอี้นั่งตัวตรง แม้รู้สึกว่าหนานกงอวี้เยว่คงไม่มีทางเอ่ยเรื่องดีอันใด แต่บรรยากาศดีอย่างหาได้ยากเช่นนี้ ทำให้เขาอดคิดอยากฟังคำพูดน้องชายตนเองไม่ได้ว่าจะกล่าววาจาใดออกมา “ลองว่ามา”
หนานกงอวี้เยว่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “แม้ว่าชาวจงหยวนกล่าวว่าพยัคฆ์ร้ายไม่กินบุตรตนเอง แต่...ที่เทียนฉี่ ความผิดสังหารบุตรชายไม่ได้หนักหนาเท่ากับความผิดสังหารอาจารย์”
ไป๋หลี่ชิงหงสังหารแม้แต่อาจารย์ตนเอง ยังจะสนใจบุตรชายว่าเป็นสายเลือดอีกหรือ
ในความคิดหนานกงอวี้เยว่ ทั่วป๋าเหลียงสองพ่อลูกช่างรนหาที่ตายจริง บีบให้คุณชายตระกูลเก่าแก่กลายเป็นปีศาจร้ายได้ น่าสนใจมาก
เยียนถัวอี้ถอนหายใจ “เอาเถอะ ไป๋หลี่ชิงหงจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวอันใดกับพวกเรา ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือซู่เหอหมิงกวง ทัพเผ่าฮูหลันถึงชายแดนแล้ว เข้าด่านมาได้ตลอดเวลา หากฝ่าบาทตั้งพระทัยจัดการความสงบภายในก่อน เกรงว่าพวกเราก็คงรับมือยากแล้ว”
หนานกงอวี้เยว่แค่นเสียงฮึถามขึ้นว่า “ทั่วป๋าหลัวเป็นอย่างไรบ้าง”
เยียนถัวอี้เอ่ยตอบ “ตอนนี้ทั่วป๋าหลัวสุขภาพไม่ดีนัก ยังต้องคอยเป็นห่วงทางอ๋องเสิ่นอีก พวกในราชสำนักพวกนั้น เจ้าก็รู้ว่าความสามารถในการก่อความวุ่นวายไม่แพ้พวกขุนนางในราชสำนักเทียนฉี่ แต่...ทั่วป๋าจ้านเองก็ไม่อาจวางใจได้...ตอนแรกสุดที่ทั่วป๋าจ้านเอาใจออกหาก สั่นสะเทือนพวกทั่วป๋าหลัวไม่น้อย”
หนานกงอวี้เยว่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ทั่วป๋าจ้านหรือ ตอนนี้ทั่วป๋าซิ่งเยี่ยไม่อยู่แล้ว เขาไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมใดได้แล้ว คิดจริงหรือว่าในมือมีคนของอดีตฮ่องเต้ก็จะทำอันใดตามใจต้องการได้ คิดเล่นเล่ห์เหลี่ยมกับทั่วป๋าเหลียง ไม่ตายก็ถือว่าเขาดวงแข็ง”
“วาจาแม้กล่าวเช่นนี้...” เยียนถัวอี้ถอนหายใจ หนานกงอวี้เยว่เหลือบมองเขาทีหนึ่ง “พี่ใหญ่ ข้าขอเตือนท่านอย่าได้คิดสนใจคนในมือทั่วป๋าจ้าน”
เยียนถัวอี้จนใจไร้วาจาจะกล่าว “ข้าจะสนใจคนของเขาทำไมกัน ข้าหวังเพียงให้...ตระกูลเยียนถัวอยู่อย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว”
เพียงแต่บนโลกใบนี้หลายเรื่องก็เป็นเช่นนี้ เรือไหลทวนน้ำไม่ขึ้นหน้าไม่ถอยหลัง เขาไม่อยากให้ฝ่าบาทระแวงตระกูลเยียนถัวอีก แต่หากถอยให้ฝ่าบาทจริงๆ ตระกูลเยียนถัวก็คงจบสิ้นเช่นกัน
หนานกงอวี้เยว่มองท่าทางขมวดคิ้วแน่นของเขาก็แค่นเสียงฮึเบาๆ ในลำคอ “ไม่ต้องเป็นห่วงมาก เรื่องไม่ได้เลวร้ายเพียงนั้น”
เยียนถัวอี้มองน้องชาย “หมี่เยว่มีความคิดเช่นไร”
“ไม่มี” หนานกงอวี้เยว่ปฏิเสธรวดเร็วอย่างไม่รอช้า “ดูต่อไป ไม่เพียงแต่ข้างนอกครึกครื้น เมืองเหนือก็จะยิ่งครึกครื้นยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าถึงตอนนั้น ปัญหาที่ท่านเป็นห่วงอาจแก้ไขได้ไม่ยาก”
“พูดให้ฟังได้หรือไม่”
“ความลับฟ้าไม่อาจเปิดเผย”
“...”
เจ้าเป็นเพียงแค่ราชครูในนามเท่านั้น คิดว่าตนเองเป็นเทพเจ้าจริงหรือ
เยียนถัวอี้ไม่ได้ข่าวที่เป็นประโยชน์อันใด ก็จากไปอย่างฮึดฮัด พอเขาไปแล้ว หนานกงอวี้เยว่ก็โยนกาสุราก่อนหน้านี้ทิ้ง “พวกเจ้าเข้ามานี่!”
“คุณชาย”
หว่านหรูเดินเข้ามา เอ่ยขานนอบน้อม
หนานกงอวี้เยว่ลุกขึ้น เดินออกไปพลางถามขึ้นว่า “ไป๋หลี่ชิงหง...เมืองชางอวิ๋น มีข่าวมาไหม”
หว่านหรูน้ำเสียงแผ่วเบา “เรียนคุณชาย เพิ่งได้ข่าวมา เซี่ยถิงเจ๋อถูกสังหารแล้ว องค์หญิงเสินโย่วพระราชทานรางวัลสองหมื่นตำลึงทองแลกกับศีรษะไป๋หลี่ชิงหง”
หนานกงอวี้เยว่กะพริบตาปริบๆ เลิกคิ้วถามว่า “หืม สองหมื่นตำลึงทอง เซิงเซิงงกไปหน่อยแล้ว นางกุมอำนาจร้านค้าหลิงเซียวนะ ตำแหน่งองค์หญิงเสินโย่ว...เงินทองไหลรอดหว่างนิ้วออกมา ก็แค่หมื่นตำลึงหรือ”
หว่านหรูจนใจไร้วาจาจะกล่าว ในใจแอบกล่าวว่าสองหมื่นตำลึงทองซื้อชีวิตคนผู้หนึ่งก็ไม่นับว่าต่ำแล้ว ปล่อยข่าวออกไป ย่อมมีแต่คนอยากจะลงมือ
“อีกอย่างร้านค้าหลิงเซียว เมืองชางอวิ๋น กองกำลังจิ้งเป่ย ยังมีราชวงศ์เทียนฉี่ แต่ละฝ่ายเพิ่มอีกหนึ่งหมื่น ดังนั้นตอนนี้ก็ห้าหมื่นตำลึงทองแล้ว” หว่านหรูสำทับเพิ่มเติม
หนานกงอวี้เยว่ลูบคางอย่างนึกสนใจ “ก็ไม่เลว เจ้าว่าข้าร่วมวงนี้ด้วยดีไหม ตอนนี้ในเมืองเหนือ คนที่มีโอกาสได้ห้าหมื่นตำลึงทองที่สุดก็น่าจะเป็นข้ากับซู่เหอหมิงกวงกระมัง ข้าควรต้องลงมือก่อนไหม ป้องกันถูกซู่เหอหมิงกวงแย่งชิงไป”
“...”
หัวหน้าเผ่าซู่เหอก็มิได้คิดแย่งชิงเรื่องนี้เสียหน่อย
หว่านหรูสีหน้านิ่งสงบ ไม่ตอบคำถามหนานกงอวี้เยว่ เพราะว่านางรู้ว่าหนานกงอวี้เยว่ไม่ได้คิดถามนาง เขาเพียงแค่พูดจากับตนเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
พอหนานกงอวี้เยว่รู้สึกคำพูดพวกนี้น่าเบื่อก็เลิกสนใจไปเอง หว่านหรูจึงได้เอ่ยต่อว่า “คุณชาย ก่อนหน้านี้ซู่เหอหมิงกวงส่งศีรษะเซี่ยถิงเจ๋อให้คนนำออกจากวังไป”
“หืม” หนานกงอวี้เยว่คิ้วกระตุกเล็กน้อยคล้ายไม่เข้าใจ “เขาส่งไปที่ใด”
“ข้าน้อยไม่ทราบ” หว่านหรูไม่ใช่คนทรงอิทธิพล ไม่ว่าคิดจัดการอย่างไรก็คงไม่อาจปิดบังหูตาของผู้อื่นได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ด้วยสถานะซู่เหอหมิงกวงในเมืองเหนือตอนนี้ คนที่กล้าสืบเรื่องเขาไม่มากนักจริงๆ
หนานกงอวี้เยว่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง สายตาเข้มขึ้นเล็กน้อยแค่นเสียงฮึเบาๆ ในลำคอ “เขาก็จะฉวยโอกาสหรือ”
หนานกงอวี้เยว่คว้าเสื้อตัวนอกที่แขวนอยู่ข้างๆ แล้วก็เดินออกไป หว่านหรูคิดจะถาม แต่กลับได้ยินหนานกงอวี้เยว่เอ่ยว่า “ไม่ต้องตามมา”
หว่านหรูชะงัก เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าค่ะ คุณชาย”
หนานกงอวี้เยว่ในชุดขาวหายตัวไปจากหน้าประตูรวดเร็ว