ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 684
ตอนที่ 454-1 ลำบากใจ
ไป๋หลี่ชิงหงกลับถึงจวน ยังไม่ทันได้อาบน้ำพักผ่อน สิ่งที่รอต้อนรับเขาอยู่ก็คือโทสะเดือดดาลของทั่วป๋าหมิงจู ความจริงไป๋หลี่ชิงหงไปจากเมืองหลวงไม่นาน ไปกลับรวมกันก็ไม่ถึงครึ่งเดือน แต่สำหรับทั่วป๋าหมิงจูแล้ว คล้ายว่ายาวนานอย่างมาก ถึงกับทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่า ไป๋หลี่ชิงหงทอดทิ้งนางและลูกๆ ไปแล้ว ไม่กลับมาอีกแล้ว
กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่เพราะทั่วป๋าหมิงจูคิดถึงไป๋หลี่ชิงหงมากอันใด เพียงแต่ไม่เชื่อใจและโมโหเท่านั้น เมื่อก่อนนางอดทนทุ่มเทเพื่อเขา แต่ความหวานล้ำในใจดังก่อนไม่รู้ว่าจืดจางไปเมื่อใด ตอนนี้ทุกครั้งที่คิดถึงไป๋หลี่ชิงหง ในใจทั่วป๋าหมิงจูมักจะโมโหจนทำใจไม่ได้ มีแต่ความคับแค้นอัดแน่นมากกว่าอยู่สักหน่อย
“ไป๋หลี่ชิงหง!” บ่าวหญิงประคองทั่วป๋าหมิงจูเดินออกมาด้วยสีหน้าอิดโรยและเต็มไปด้วยโทสะ นางตั้งครรภ์ได้เกือบหกเดือนแล้ว เพราะว่าร่างกายผ่ายผอมมากเกินไป ครรภ์ทั่วป๋าหมิงจูจึงโตกว่าสตรีตั้งครรภ์ระยะเดือนเช่นนี้ผู้อื่นมาก แต่หมอในเมืองหลวงตรวจแล้วตรวจอีก ในครรภ์องค์หญิงมีบุตรแค่คนเดียวจริงๆ องค์หญิงผอมเกินไป จึงทำให้ครรภ์ดูใหญ่เท่านั้น แม้ว่าองค์หญิงไม่ใช่ครรภ์แรก แต่ก็ต้องดูแลระวังให้ดี แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะเรื่องราวไม่ได้ดังใจต่างๆ นานาทำให้ให้ทั่วป๋าหมิงจูอารมณ์ย่ำแย่อย่างที่สุด ไหนเลยจะมีอารมณ์ดูแลสุขภาพ
อาจกล่าวได้ว่าไป๋หลี่ชิงหงไปได้เพียงครึ่งเดือน ทั่วป๋าหมิงจูไม่เคยหยุดพักสักวัน หากฉู่หลิงกับเซียวเยียนเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็คงจำทั่วป๋าหมิงจูตอนนี้กับตอนเพิ่งตั้งครรภ์ได้สองสามเดือนว่าเป็นคนเดียวกันไม่ได้
ไป๋หลี่เยวียนกำลังคุยกับไป๋หลี่ชิงหง พอเห็นโทสะมารดาตนเองก็รีบก้าวเข้ามา สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย รีบเข้าไปรับ “ท่านแม่”
ยามนี้ในสายตาทั่วป๋าหมิงจูมีเพียงไป๋หลี่ชิงหง ไม่ได้สนใจมือไป๋หลี่เยวียนที่ขวางอยู่ตรงหน้าตนเอง นางผลักมือเขาออก “หลีกไป!”
ไป๋หลี่เยวียนเดิมกำลังยื่นมือไปประคองมารดา ไหนเลยจะคิดว่าทั่วป๋าหมิงจูถึงกับผลักมือเขาออก เดิมไป๋หลี่เยวียนแม้ว่าเพิ่งจะสิบสอง แต่ฝึกยุทธ์แต่เด็ก ไม่ถึงกับถูกทั่วป๋าหมิงจูผลักล้ม เพียงแต่หากเขาฝืนกับทั่วป๋าหมิงจู ไม่แน่ว่าคนที่ต้องผงะถอยหลังอาจเป็นทั่วป๋าหมิงจู จึงได้แต่ผงะถอยหลังไปตามแรงของทั่วป๋าหมิงจู
ทั่วป๋าหมิงจูกำลังโมโหเดือดดาลไม่ทันได้สนใจมองคนตรงหน้าอย่างละเอียด กระแทกใส่ไป๋หลี่เยวียนเต็มแรง ครั้งนี้ไป๋หลี่เยวียนยืนไม่มั่น เซไปทางเสาข้างๆ หน้าผากกระแทกโคมไฟศิลาแกะสลักจนโลหิตไหลรินจากหน้าผากทันที
“เจ้าทำอันใด!” ไป๋หลี่ชิงหงเห็นก็พลันมีสีหน้าเคร่งเครียด เดินไปดึงไป๋ดึงลี่เยวียนขึ้นมา
ทั่วป๋าหมิงจูถูกไป๋หลี่ชิงหงตวาดใส่ก็อึ้งไปทันที ก่อนจะมองกระจ่างว่าบุตรชายถูกตนเองชนล้ม ก็อดอึ้งไปไม่ได้ พลันทำอันใดไม่ถูก “ข้า..เยวียนเอ๋อร์...”
ไป๋หลี่เยวียนใช้มือหนึ่งกดบาดแผลไว้พลางเอ่ยว่า “ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร ข้าไปให้คนทำแผลสักหน่อยก็หาย ท่าน...ท่านพ่อเพิ่งกลับมา มีอันใดจะคุยกันก็รอให้ท่านพ่อพักผ่อนสักครู่หนึ่งก่อนค่อยคุยกันดีกว่า”
“ไป” ไป๋หลี่ชิงหงกวาดตามองทั่วป๋าหมิงจู ดึงไป๋หลี่เยวียนเดินออกไป
“ท่านพ่อ ท่านแม่...”
“ไป๋หลี่ชิงหง!” สุดท้ายทั่วป๋าหมิงจูด้านหลังทนไม่ไหว ส่งเสียงตวาดดังโดยไม่สนใจครรภ์ตนเอง ผลัก บ่าวหญิงที่ประคองตนเองออก ก่อนจะไล่ตามไปคว้าแขนเสื้อไป๋หลี่ชิงหง กรีดร้องดังว่า “ไป๋หลี่ชิงหง เจ้าหมายความเยี่ยงไร! ไม่บอกไม่กล่าวก็ไป กลับมาก็ไม่ยอมพูดกับข้าสักคำ อย่าลืมว่าข้าคือองค์หญิง เจ้าคือราชบุตรเขย! ไม่มีทั่วป๋าหมิงจู เจ้ามันตัวอันใด...”
ทั่วป๋าหมิงจูรู้สึกเพียงแค่สมองอื้ออึง คล้ายว่าทุกอย่างที่มีกำลังบินหนีไปจากนาง ในห้วงสายตานางตอนนี้มีแต่ใบหน้าไร้ความรู้สึกและเย็นเยียบของไป๋หลี่ชิงหง
“ท่านแม่!” ไป๋หลี่เยวียนกุมบาดแผลส่งเสียงดัง แต่ไม่ทันเสียแล้ว ไป๋หลี่เยวียนสีหน้าซีดเผือดมองบิดามารดาตนเอง ขมวดคิ้วอย่างเสียใจมาก
ความจริงวาจาทั่วป๋าหมิงจูนี้เอ่ยออกมาด้วยโทสะครอบงำ วาจาที่ออกมาทำให้นางนึกเสียใจภายหลังทันที เดิมสมองที่กำลังสับสนก็พลันตั้งสติคืนมาได้อย่างหาได้ยากยิ่ง นางมองไป๋หลี่ชิงหง แต่กลับเอ่ยวาจาขอโทษไม่ออก
ไป๋หลี่ชิงหงไม่ได้โมโห เพียงแต่กระชากแขนเสื้อกลับมา ก่อนจะหันหลังพาไป๋หลี่เยวียนจากไป ทั่วป๋าหมิงจูตวาดดัง “เจ้าจะไปไหน!”
ไป๋หลี่ชิงหงหันไปมองนางทีหนึ่ง กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“บุตรชายเจ้าได้รับบาดเจ็บ”
“...” มองไป๋หลี่เยวียนที่โลหิตอาบไปครึ่งใบหน้าแล้ว ทั่วป๋าหมิงจูก็เบื้อใบ้ไร้วาจา
พอหมอมาจัดการบาดแผลให้ไป๋หลี่เยวียนเสร็จ ไป๋หลี่ชิงหงก็เปลี่ยนชุดสะอาดสะอ้าน เพียงแต่กลิ่นอายเย็นเยียบยังคงล้างไม่ออก หมอเห็นไป๋หลี่ชิงหงออกมา ก็ประสานมือรายงานว่า “ราชบุตรเขยไม่ต้องเป็นห่วง บาดแผลคุณชายน้อยเพียงแค่หลั่งโลหิตออกมามากเท่านั้น ไม่นับว่าหนักหนา แต่วันหน้า...เกรงว่าคงทิ้งรอยแผลเป็นไว้ ทว่าตำแหน่งนี้ไม่เด่นชัดสักเท่าไร หากมียาทารักษาแผลเป็น ก็ลองใช้สักหน่อยได้”
บาดแผลไป๋หลี่เยวียนจะว่าบังเอิญก็ช่างบังเอิญชนเข้ากับขอบโคมไฟ บาดแผลไม่ลึกแต่กลับทิ้งรอยแผลเป็นไว้ แต่ก็ไม่ไม่นับว่าโชคเลวร้ายนัก อย่างไรก็ไม่ได้โดนจุดสำคัญ หากแรงกว่านี้อีกนิด ตอนนี้อาจไร้ลมหายใจไปแล้ว
ไป๋หลี่ชิงหงพยักหน้า “ขอบคุณท่านหมอมาก”
หมอไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก เขียนใบสั่งยาแล้วก็กำชับไป๋หลี่เยวียน หากรู้สึกวิงเวียนอยากอาเจียนก็ให้กินสองสามครั้ง จากนั้นก็ลุกขึ้นขอตัวกลับ
ในห้องหนังสือเหลือเพียงสองพ่อลูก บรรยากาศพลันเงียบกริบ
“ท่านพ่อ” ไป๋หลี่เยวียนมองไป๋หลี่ชิงหงอย่างเป็นห่วง เขาอายุเพียงสิบสอง แต่เทียบกับน้องชายกับน้องสาวแล้ว ไป๋หลี่เยวียนต้องทนรับสิ่งรอบตัวมามากกว่าตั้งแต่เล็ก ไม่เพียงเพราะแซ่ของเขา แต่ยังเพราะหน้าตาของเขากับเวลาที่เกิด ตามหลักแล้วเขาเป็นบุตรชายคนแรกของทั่วป๋าหมิงจูกับไป๋หลี่ชิงหง น่าจะได้รับความรักอย่างที่สุด แต่กลับตรงกันข้าม ตอนไป๋หลี่เยวียนเกิด สายสัมพันธ์ทั่วป๋าหมิงจูกับไป๋หลี่ชิงหงไม่ได้ดีเหมือนต่อมาภายหลัง
ที่เขาแซ่ไป๋หลี่ก็เพราะทั่วป๋าหมิงจู กล่าวกันตามตรงนางคิดใช้เด็กคนนี้ผูกมัดไป๋หลี่ชิงหงเอาไว้ แต่เห็นชัดว่าไป๋หลี่ชิงหงไม่ทำให้นางได้สมหวัง สตรีที่ตั้งครรภ์เพื่อเป้าหมายกลับไม่ได้สมดังปรารถนา ทั่วป๋าหมิงจูย่อมต้องผิดหวัง ต่อมาสายสัมพันธ์ทั่วป๋าหมิงจูกับไป๋หลี่ชิงหงค่อย ๆ คงที่ขึ้น บุตรสองคนหลังที่เกิดมาจึงเป็นบุตรที่ทั่วป๋าหมิงจูดำรงความเป็นมารดาแท้จริง
มิใช่ว่าทั่วป๋าหมิงจูไม่ดีต่อไป๋หลี่เยวียน แต่ก็มักเผยออกมาอย่างไม่ทันรู้ตัว คนเราอาจคิดว่ามารดามักรักบุตรคนเล็กมากกว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล หรืออาจรักบุตรแฝดมากกว่าก็เป็นเรื่องธรรมดา หรือเพียงแค่เพราะว่าพวกเขาแซ่ทั่วป๋าเหตุผลเดียวนี้เท่านั้น แต่ไป๋หลี่เยวียนแต่เล็กก็เป็นคนละเอียด หลายเรื่องเขาล้วนมองเห็นด้วยตาแต่เก็บเอาไว้ในใจ เขารู้ว่าสายสัมพันธ์บิดามารดาไม่ดี และเลวร้ายลงเรื่อยๆ แต่เขาไม่มีทางแก้ไขได้ อย่างไรเขาก็เป็นเด็กอายุเพียงแค่สิบสองเท่านั้น
ไป๋หลี่ชิงหงมองเขาด้วยสายตานิ่งสงบ ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ระยะนี้อย่าเพิ่งออกจากบ้านไปไหนมาไหน”
ไป๋หลี่เยวียนอึ้งไปครู่หนึ่ง กะพริบตาปริบๆ ถามขึ้นว่า “ท่านพ่อ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ”
ไป๋หลี่ชิงหงไม่ตอบ เพียงแต่ยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบาๆ “กลับไปพักผ่อน ระวังบาดแผลด้วย”
ไป๋หลี่เยวียนยังคิดถามต่อ แต่มีเสียงโมโหด่าทอของมารดาดังแว่วเข้ามา ไป๋หลี่เยวียนอดเงยหน้ามองไปทางบิดาไม่ได้ ในใจพลันหนักอึ้ง บิดาไม่ชอบที่มารดาทำเช่นนี้ แต่...ความจริง แต่ไรมาบิดาก็ไม่เคยชอบมารดา ไม่ว่าตอนนี้ที่แผดเสียงแหลมด่าทอทั้งวัน หรือว่าเมื่อก่อนที่วางท่าทางสูงส่งเหนือผู้ใด
เขาเองก็ไม่ชอบมารดาที่ทำเช่นนี้ แต่...นางก็คือมารดาของเขา
“ท่านพ่อ ท่านแม่นาง...”
ไป๋หลี่ชิงหง “กลับไปพักผ่อน”
ไป๋หลี่เยวียนหันหลังเดินออกไปอย่างผิดหวัง พอถึงหน้าประตูพลันหันกลับมาถามขึ้นว่า “ท่านพ่อ พวกเราไปจากเมืองเหนือได้หรือไม่”
ไป๋หลี่ชิงหงนิ่งอึ้ง คิดไม่ถึงว่าบุตรชายถึงกับกล่าววาจาเช่นนี้ออกมา คิ้วกระตุกเล็กน้อยถามขึ้นว่า “ไปจากเมืองเหนือ ไปไหน”
ไป๋หลี่เยวียนตอบทันทีว่า “ไปนอกด่าน หรือว่า...ซีอวี้ พาอาเฉิง รั่วหย่าและท่านแม่ไปด้วย”
ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยตอบว่า “อย่าได้คิดเหลวไหล กลับไปได้แล้ว”