ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 707

#707ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 467-1 เสนออภิเษกเชื่อมไมตรีอีกครั้ง

จวนเซี่ยงกั๋วกง เซี่ยงกั๋วกงรู้สึกเป็นห่วง แต่ในสถานีพักม้าเป่ยจิ้น ราชทูตเป่ยจิ้นเองก็มิได้ผ่อนคลาย เรื่องบนสนามรบไม่อาจรอช้า ฮ่องเต้หย่งเจียไม่ยอมให้พวกเขาเข้าเฝ้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ในใจพวกเขาย่อมเข้าใจ แต่เข้าใจก็ส่วนเข้าใจ ทว่าไม่ว่าอย่างไร ยิ่งยื้อเวลายาวนานย่อมส่งผลเสียหายต่อเป่ยจิ้นยิ่งมาก แม้ว่าพวกเขาไม่คิดว่าองค์หญิงเสินโย่วหรือกองกำลังจิ้งเป่ยที่ว่าจะทำอันใดเป่ยจิ้นได้มากมายนัก แต่สำหรับศัตรู กำจัดได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี

อาฮูหลู่มองเถียนอี้เซวียนที่นั่งอยู่ข้างลูกน้องตนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ใต้เท้าเถียน นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ท่านคิดว่าพวกเราควรทำอย่างไรต่อดี”

เถียนอี้เซวียนประสานมืออย่างถ่อมตน ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ใต้เท้าโปรดระงับโทสะ ทางเรากล่อมให้บรรดาขุนนางในราชสำนักที่มีอิทธิพลอยู่บ้างสองสามท่านไปทูลกล่อมฮ่องเต้หย่งเจียแล้ว ตอนนี้ข่าวองค์หญิงเสินโย่วนำทัพรบเป่ยจิ้นแพร่ไปทั่วเมืองผิงจิง ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันหลากหลาย สองวันนี้ฮ่องเต้หย่งเจียก็ได้รับความกดดันไม่น้อย คิดว่าไม่นานก็คงให้พวกเราเข้าเฝ้า”

อาฮูหลูเอ่ยต่อว่า “เพียงแค่ให้พวกเราเข้าเฝ้าไม่ได้ประโยชน์อันใด ใต้เท้าเถียนคงเข้าใจ ฝ่าบาททรงหวัง...”

เถียนอี้เซวียนยิ้มเอ่ย “เรื่องนี้ข้าน้อยย่อมเข้าใจ คิดจะกล่อมขุนนางเทียนฉี่พวกนั้นไม่ใช่เรื่องยากอันใด ได้ยินว่าหุ้ยโจวและพื้นที่ติดทะเลทางนั้นมีกองทัพเริ่มเคลื่อนไหวประชิดแม่น้ำหลิงชางแล้ว เชื่อว่าพอได้ยินข่าวนี้ ขุนนางเทียนฉี่พวกนั้นก็คงต้องไตร่ตรองเรื่ององค์หญิงเสินโย่วให้มาก”

อาฮูหลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย กองทัพที่หุ้ยโจวต้องรับมือกองกำลังจิ้งเป่ย แต่ทว่าเขาเองก็เข้าใจความหมายของเถียนอี้เซวียน จึงพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “หวังว่าพวกตาเฒ่าเทียนฉี่พวกนั้นจะเข้าใจความหวังดีของใต้เท้าเถียน”

เถียนอี้เซวียนไม่ใส่ใจคำพูดของเขา เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “หากพวกเขายังไม่รู้จักดีชั่ว ก็อย่าได้โทษพวกเรา ก้าวต่อไป ฝ่าบาทก็คงได้เริ่มดำเนินแผนการก้าวต่อไปแล้ว”

อาฮูหลู่มองเถียนอี้เซวียนลุ่มลึกก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเอ่ยเหมือนกำลังครุ่นคิด “หากจะว่าไป ใต้เท้าเถียนเองก็เป็นสายเลือดเทียนฉี่ จริงหรือที่ท่าน...”

เถียนอี้เซวียนกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “รับผลประโยชน์ผู้ใด ภักดีผู้นั้น หลักการนี้ข้าน้อยพอเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลเถียนเราก็สวามิภักดิ์ต่อเผ่ามั่วนานแล้ว ตอนนี้ผู้ใดในเทียนฉี่ยังจะเห็นว่าพวกเราเป็นชาวเทียนฉี่”

อาฮูหลู่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “คนตระกูลเถียนแต่ไรมาก็เป็นคนฉลาดมาก เชื่อว่าใต้เท้าเถียนเองก็คงไม่ทำให้ข้าและฝ่าบาทผิดหวัง”

“แน่นอน” เถียนอี้เซวียนรับด้วยรอยยิ้ม

กล่าวไม่ทันขาดคำ นอกประตูมีเสียงรายงานบ่าวรับใช้ดังขึ้น “เรียนใต้เท้า ฮ่องเต้หย่งเจียให้เข้าเฝ้า”

ทั้งสองคนสบตากัน ต่างเห็นแววตาดีใจและยินดียิ่งจากในดวงตาอีกฝ่าย

ในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้หย่งเจียทอดพระเนตรสองคนที่ยืนอยู่หน้าเบื้องพระพักตร์ด้วยสีพระพักตร์ไม่พึงพอพระทัยสักเท่าใด อาฮูหลู่เองก็แล้วไป เพราะอย่างไรก็เป็นชาวเผ่ามั่วแท้ๆ ทว่าเถียนอี้เซวียน หากว่ากันตามสายเลือด ถือเป็นชาวเทียนฉี่แท้ๆ แต่ตอนนี้เขากลับเป็นทูตเผ่ามั่วมาเทียนฉี่ ไม่อาจไม่คิดว่านี่คือการหยามเหยียด แม้ว่าตระกูลเถียนสวามิภักดิ์เผ่ามั่วนานแล้ว แต่ตอนนี้ได้เห็นเถียนอี้เซวียนตรงหน้า บรรดาขุนนางในห้องทรงอักษรต่างก็มีสีหน้าอึดอัดใจ

ฮ่องเต้หย่งเจียทอดพระเนตรลงมายังหน้าโต๊ะทรงอักษร มองทั้งสองคนด้วยสีพระพักตร์นิ่งเฉย “หลายวันนี้เราไม่สบาย ทำให้ทั้งสองท่านรอนานแล้ว”

อาฮูหลู่ยิ้มทูลว่า “ฮ่องเต้เทียนฉี่เกรงพระทัยไปแล้ว ผู้ใดไม่ป่วยบ้าง ฝ่าบาททรงอนุญาตให้พวกกระหม่อมเข้าเฝ้า พวกกระหม่อมก็ซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้แล้ว”

ฮ่องเต้หย่งเจียเลิกพระขนงเล็กน้อย หลายปีมานี้ทรงพบเห็นชาวเผ่ามั่วมาไม่น้อย ส่วนใหญ่ท่าทางหยิ่งยโสโอหัง อาฮูหลู่ผู้นี้ว่ากันว่าเป็นเสนาบดีซ้ายของเป่ยจิ้น แต่กลับมีมารยาทอ่อนน้อมอย่างหาได้ยากยิ่ง ฮ่องเต้หย่งเจียแย้มสรวลตรัสขึ้น “ไม่รู้ว่าฮ่องเต้เป่ยจิ้นส่งทั้งสองท่านมาเป็นทูตที่เมืองผิงจิงด้วยเรื่องอันใด”

อาฮูหลู่เผยรอยยิ้มเล็กน้อย กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หลายวันก่อน กองกำลังจิ้งเป่ยโจมตีเมืองหลิงเจียงและเมืองรุ่นโจวของเป่ยจิ้น ไม่ทราบว่าฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้หรือไม่พะยะค่ะ”

ฮ่องเต้หย่งเจียสีพระพักตร์แปลกพระทัย “หืม มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”

อาฮูหลู่ไม่คิดใส่ใจ เขาย่อมรู้ว่าฮ่องเต้หย่งเจียเสแสร้ง จึงทูลต่อว่า “ด้วยกองกำลังจิ้งเป่ยที่ซิ่นโจวราวกับนกกาพวกนั้น ไม่มีทางโจมตียึดครองเมืองหลิงเจียงและทัพเรือเมืองรุ่นโจวได้รวดเร็วเพียงนั้นเป็นแน่ ตามที่กระหม่อมรู้มา ครั้งนี้กองกำลังรักษาพระองค์เทียนฉี่เข้าช่วยกองกำลังจิ้งเป่ยโจมตีเมืองหลิงเจียง ไม่ทราบว่าฝ่าบาททรงหมายความอย่างไรพะยะค่ะ”

พอเขากล่าววาจานี้ออกมา ในห้องหนังสือก็ส่งเสียงดังฮือฮา ขุนนางในห้องหนังสือบางคนไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ บางคนจงใจทำไขสือไม่รู้เรื่อง แต่ไม่ว่ารู้หรือไม่รู้ ยามนี้สีหน้าของทุกคนต่างก็เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างมาก

ใต้เท้าจูกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ใต้เท้าอาฮูหลู่หมายความว่าอย่างไร ต้องการกล่าวว่าเทียนฉี่ส่งทหารไปโจมตีเมืองหลิงเจียงหรือ”

อาฮูหลู่ไม่ยอมลดรา เอ่ยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หรือว่าไม่จริง กล่าวให้ถูกต้องก็คือ...กองกำลังเสินโย่วของ องค์หญิงเสินโย่วแห่งเทียนฉี่”

ความจริงอาฮูหลู่รู้กระจ่างดี วันนั้นที่โจมตีทัพเรือเมืองรุ่นโจวย่อมมิได้มีเพียงแค่กองกำลังเสินโย่ว แต่ตอนนี้เป่ยจิ้นไม่คิดจะตัดสัมพันธ์กับเทียนฉี่ เรื่องเหล่านี้ย่อมไม่เอ่ยถึง

“ทัพเราส่งข่าวไปเมืองเหนือ ตอนนี้องค์หญิงเสินโย่วอยู่เมืองรุ่นโจว องค์หญิงเสินโย่วก็คือแม่ทัพหลิงฉู่แห่งกองกำลังจิ้งเป่ย ไม่ทราบว่าฝ่าบาทและใต้เท้าทุกท่านมีอันใดจะกล่าว”

“พูดจาเหลวไหล!” ซั่งกวนเฉิงอี้เอ่ยด้วยท่าทางเคร่งเครียด น้ำเสียงทรงคุณธรรมยิ่ง

อาฮูหลู่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “ในเมื่อใต้เท้าซั่งกวนว่าพวกเราใส่ความองค์หญิง เช่นนั้นก็ขอเชิญองค์หญิงเสินโย่วออกมาคุยกันต่อหน้า หากยามนี้องค์หญิงเสินโย่วยังอยู่เมืองผิงจิง ข้าก็จะคุกเข่าขอขมาต่อองค์หญิงด้วยตนเอง”

ตอนนี้องค์หญิงเสินโย่วย่อมไม่อยู่ผิงจิง ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวพวกนี้ย่อมปิดไม่มิด พวกซั่งกวนเฉิงอี้เองก็ไม่คิดให้ทุกคนยอมรับ เพียงแค่ปากไม่ยอมรับเท่านั้น มีความสามารถก็ให้ชาวเป่ยจิ้นจับองค์หญิงเสินโย่วมาห้องทรงอักษรคุยกันต่อหน้าเองก็แล้วกัน

ซั่งกวนเฉิงอี้กล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “องค์หญิงสถานะสูงศักดิ์ระดับใด ไหนเลยจะออกมาปรากฏตัวได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ราชบุตรเขยจากไป องค์หญิงก็เสียพระทัยยิ่ง ไม่ค่อยได้ออกพบปะผู้คนภายนอก ใต้เท้าเสนอเช่นนี้เกินไปสักหน่อยหรือไม่ เป่ยจิ้นของท่านสงสัยองค์หญิงของเรา เราก็ต้องให้องค์หญิงปรากฏตัวแสดงความบริสุทธิ์หรือ หากวันใดวันหนึ่งพวกท่านสงสัยพระสนมนางในในวังหลวง พวกเราก็ต้องให้พระสนมออกจากตำหนักมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยหรือ”

“เจ้าเล่ห์เพทุบาย!” อาฮูหลู่ไม่พอใจ “ฮ่องเต้เทียนฉี่ต้องการเปิดศึกกับเป่ยจิ้นเราจริงหรือ”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 707