ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 674

#674ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 449-1 เจ้าตาย ข้ารอด

“ขอบคุณท่านอ๋องเสิ่นที่ชม น่าเสียดาย...ยังคงสู้ท่านอ๋องเสิ่นไม่ได้” ฉู่หลิงถอนหายใจอย่างจนปัญญา นางมองทั่วป๋าอิ้นแล้วถามขึ้นว่า “ท่านอ๋องเสิ่นต้องการสู้เอาเป็นเอาตายกับข้าจริงหรือ ข้าจำได้ว่า...ตอนนั้นท่านอ๋องเสิ่นต่อสู้กับเยี่ยนเฟิ่งเซียวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส สุดท้ายจึงถูกบีบให้ถอยทัพกระมัง”

ดังนั้น...บางครั้งวิทยายุทธ์ก็พอมีส่วนช่วยได้บ้าง เช่นล้มแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม น่าเสียดายตอนนี้นางสู้ทั่วป๋าอิ้นไม่ได้

ทั่วป๋าอิ้นชี้กระบี่ใส่นาง “ก่อนหน้านี้ข้าประเมินเจ้าต่ำไป เจ้า...ก็คือศัตรูภัยหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเป่ยจิ้น”

ฉู่หลิงเม้มปากยิ้มเอ่ย “ท่านอ๋องเสิ่นกล่าวเช่นนี้ ข้าเสียใจนะ”

น่าเสียดายทั่วป๋าอิ้นไม่สนใจ เขากำลังคิดจริงจังว่าตอนนี้ควรสังหารหญิงสาวตรงหน้าทิ้งดีหรือไม่ หรือว่าไปสนใจเรื่องการรบก่อน วันหน้าค่อยหาหนทางใหม่ แต่จิตใต้สำนึกบอกเขาว่าหากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป วันหน้าคิดสังหารนางอีกก็คงไม่ง่ายแล้ว ไม่พูดถึงโอกาสหายาก แต่แค่เรื่องฝีมือฉู่หลิงที่พัฒนาเร็ว ก็ทำให้ทั่วป๋า อิ้นต้องคิดมากแล้ว

อย่างไรทั่วป๋าอิ้นก็เป็นอ๋องเสิ่นแห่งเป่ยจิ้น แม้เขารักฉู่ฝูอีมากจริงๆ ดังนั้นเขาจึงใจอ่อนกับน้องสาวที่ฉู่ฝูอีรักเช่นกัน ถึงกับให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ แต่...ไม่ได้หมายความว่า เขาจะปล่อยให้ฉู่หลิงทำลายเป่ยจิ้น และไม่ได้หมายความว่าเขาจะเบนความรู้สึกไปที่ฉู่หลิง

ในสายตาทั่วป๋าอิ้น หากไม่มีสายสัมพันธ์กับฉู่ฝูอี ฉู่หลิงก็เป็นเพียงแค่ศัตรูของเขาเท่านั้น อย่างมากก็เป็นศัตรูที่เขาค่อนข้างชื่นชม ศัตรูผู้นี้พอดีเป็นหญิงสาว แต่เขาย่อมไม่อ่อนข้อให้ศัตรู

ฉู่หลิงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายสังหารรุนแรงรอบกายทั่วป๋าอิ้น ผงะถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างไม่เป็นที่สังเกต “ท่านอ๋องเสิ่นคงไม่ได้คิดสังหารข้าจริงๆ กระมัง”

ทั่วป๋าอิ้นมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ ฉู่หลิงกุมดาบจันทราในมือ ยิ้มเอ่ย “ท่านอ๋องเสิ่นตอนนี้...อาจสังหารข้าทิ้งได้จริงๆ แต่ทว่าหากท่านคิดสังหารข้า ท่านอาจต้องสูญเสียของล้ำค่า ท่านไม่ต้องช่วยกองทัพใหญ่เป่ยจิ้นที่ถูกกักอยู่ในซีฉินแล้วหรือ หรือว่าท่านอ๋องเสิ่นมั่นใจว่าจะสังหารข้าได้โดยที่ท่านเองไม่บาดเจ็บอันใด”

ทั่วป๋าอิ้นเงียบงัน กลิ่นอายสังหารรอบกายค่อยๆ จางไป ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า “เจ้ามาเพื่อไป๋หลี่ชิงหง เหตุใดยังมีเวลามาพูดจาไร้สาระอยู่ตรงนี้กับข้า”

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “หรือว่าท่านอ๋องเสิ่นคิดว่าข้ามาคนเดียว ไป๋หลี่ชิงหงคิดสังหารเซี่ยถิงเจ๋อไม่ง่ายเพียงนั้นหรอก อย่างไรตอนนั้นข้าก็นับว่าได้เสี่ยงภัยช่วยแม่ทัพเซี่ยหลุดรอดจากมือท่านอ๋องเสิ่น หากสุดท้ายปล่อยให้เขาตายด้วยน้ำมือท่านทั้งสอง ใช่ว่าเสียแรงเปล่าหรือ”

ในเมื่อแน่ใจว่าครั้งนี้ไม่อาจสังหารฉู่หลิง ทั่วป๋าอิ้นก็เก็บกระบี่ในมือตนทันที

ฉู่หลิงเห็นดังนี้ก็แสดงท่าทางถอนใจโล่งอกเก็บดาบจันทราเช่นกัน

ไม่ไกลจากทั้งสองนัก สนามรบยังคงดำเนินต่อไป แต่ยามนี้การต่อสู้รุนแรงของสองคนสงบลงแล้ว

ฉู่หลิงมองประเมินทั่วป๋าอิ้นอย่างนึกสนใจ ความจริงนางไม่เข้าใจว่าทั่วป๋าอิ้นแท้จริงคิดทำอันใด แต่ทั่วป๋าอิ้นไม่ไป นางย่อมไม่อาจหันหลังจากไป ตอนนี้นางไม่กล้ารับรองว่าหากนางหันหลัง ทั่วป๋าอิ้นจะไม่แทงกระบี่ใส่หลังนาง

ผ่านไปครู่หนึ่งฉู่หลิงก็ได้ยินทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หากตอนนี้ข้าบอกว่าให้เจ้ากลับเทียนฉี่ไป อย่าได้มาเป่ยจิ้นอีก จะน่าขำอยู่สักหน่อยใช่หรือไม่”

ฉู่หลิงเอียงคอมองประเมินเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเอ่ยว่า “ท่านคิดว่าอย่างไร ข้ายังคิดว่า เรื่องนี้ตอนพวกเราอยู่เมืองเหนือได้ข้อสรุปกันแล้วเสียอีก”

ทั่วป๋าอิ้นมองนางอย่างไม่เข้าใจ คล้ายว่าไม่เข้าใจว่าตนเองได้ข้อสรุปกับนางไปเมื่อใด ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ท่านตาย ข้าพาพี่ฝูอีกลับบ้าน หากข้าตาย ไม่มีคนรู้ว่านางอยู่ที่ใด ก็ได้แต่รบกวนท่านอ๋องเสิ่นดูแลแล้ว”

ทั่วป๋าอิ้นเงียบไปครู่หนึ่ง พยักหน้า “เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง ข้าเสนอข้อเสนอน่าขันจริง”

ความแค้นแห่งแผ่นดิน ไม่มีผู้ใดจะลืมได้ลง ทั่วป๋าเหลียงถึงกับไม่คิดว่าการที่ฉู่หลิงปกปิดชื่อแซ่คารวะทั่วป๋าซิ่งเยี่ยเป็นอาจารย์จะมีปัญหาอันใด ระหว่างสองชนเผ่ามีความแค้นยิ่งใหญ่แล้วอย่างไร อย่างไรก็ล้างไม่สะอาด ดังนั้นไม่ว่าใช้วิธีการใด ความจริงล้วนเข้าใจได้ นับประสาอันใดกับฉู่หลิงเองก็ไม่นับว่าเลวร้ายกับทั่วป๋าซิ่งเยี่ยผู้เป็นอาจารย์จริงๆ

ทั่วป๋าอิ้นเหลือบตาขึ้นมองมองฉู่หลิงแล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “องค์หญิงเสินโย่ว วันหน้าพบข้าก็ระวังหน่อย ข้าจะ...พยายามสุดความสามารถที่จะมีชีวิตต่อไป”

ฉู่หลิงเข้าใจทันที ทั่วป๋าอิ้นจะมีชีวิตต่อไป ย่อมต้องให้นางตาย

“เช่นกัน เช่นกัน” ฉู่หลิงยิ้มกล่าว

ทั่วป๋าอิ้นไม่พูดอันใดอีก เขามองฉู่หลิงทีหนึ่งแล้วก็ทะยานตัวจากไป ฉู่ลิงมองตามแผ่นหลังเขาค่อยๆ ห่างออกไปแล้ว สุดท้ายจึงอดถอนใจยาวโล่งอกไม่ได้

“เจ้าใจกล้าไม่น้อยจริงๆ ไม่กลัวทั่วป๋าอิ้นสังหารเจ้าทิ้งในกระบี่เดียวหรือ”

เสียงอวิ๋นสิงเยว่ดังขึ้นจากที่ไม่ไกลนัก ไม่นานอวิ๋นสิงเยว่ในชุดขาวก็ทะยานลอยตัวมาถึง เขามองประเมินฉู่หลิงแล้วก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “เจ้าไม่รักชีวิตแล้วหรือ” มองรอยโลหิตที่ลำคอนาง หากลึกอีกนิด ไม่แน่ว่าคงเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว

ฉู่หลิงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจนัก “แผลเล็กน้อย” นางเคยได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้หลายเท่า บาดแผลแค่นี้ไม่เป็นอะไร...

“ทั่วป๋าอิ้นไม่น่าจะต่อสู้กับข้าเอาเป็นเอาตายที่นี่ เขาเพียงแค่นิสัยโผงผางเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้โง่เง่า ตอนนี้หากเขาต่อสู้บาดเจ็บไปพร้อมกับข้าจริงย่อมไม่เป็นผลดีต่อเขา”

ทัพแม่เมืองชางอวิ๋นคือเซี่ยถิงเจ๋อ หากเซี่ยถิงเจ๋อไม่ไหวก็ยังมีเซียวเหมิง ส่วนทั่วป๋าอิ้นที่ไม่รู้ว่าไป๋สิ่งไม่อยู่ในเมืองชางอวิ๋น นางเป็นองค์หญิงเทียนฉี่ แม้ตายลงจริง ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตอนนี้ได้ แต่หากทั่วป๋าอิ้นบาดเจ็บสาหัส ไม่เพียงแต่ทัพใหญ่เป่ยจิ้น ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อสถานการณ์ของคนฝ่ายทั่วป๋าหลัว

อวิ๋นสิงเยว่อดกลอกตามองบนใส่นางอีกครั้งไม่ได้ ก่อนจะควักขวดกระเบื้องใบเล็กออกมาส่งให้นาง “อย่างไรข้าก็ไม่อาจไม่สนใจเจ้า ตอนนี้เจ้ารู้ไหมว่าเหตุใดจวินอู๋ฮวนให้ข้ามาคอยตามเจ้า”

อย่างน้อยเกิดนางโชคร้ายทำเอาตนเองเหลือครึ่งชีวิตจริงๆ มีเขาอยู่ข้างกาย ก็ยังลากนางกลับมาจากประตูผีได้

ฉู่หลิงรับขวดยามาโบกไปมา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ขอบคุณคุณชายอวิ๋นแล้ว”

ทั่วป๋าอิ้นกลับถึงค่าย ไป๋หลี่ชิงหงยากจะมารอพบเขาสักครั้ง สองสามวันนี้ไป๋หลี่ชิงหงเอาแต่ไปมาไร้ร่องรอย ทั่วป๋าอิ้นเองก็ไม่คิดสนใจเขา อย่างไรไป๋หลี่ชิงหงก็ไม่ได้มาช่วยเหลือการรบ เขาต้องการเพียงแค่ชีวิตเซี่ยถิงเจ๋อ ขอเพียงไม่เกะกะขวางทางก็พอแล้ว

ไป๋หลี่ชิงหงได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้ามองไปทางหน้าประตู เอ่ยอย่างไม่เหนือความคาดหมาย “เจ้าประมือกับฉู่ชิงอีมาหรือ”

“แล้วอย่างไร” ทั่วป๋าอิ้นถามขึ้น

ไป๋หลี่ชิงหงคล้ายครุ่นคิดก่อนเอ่ยว่า “เจ้าไม่ได้สังหารนาง ดูท่าทางวิทยายุทธ์นางก้าวหน้ารวดเร็วขึ้นอีกแล้ว”

ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะต้องสังหารนาง”

สีหน้าไป๋หลี่ชิงหงเย็นชา “นางปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้ หากท่านยังไม่คิดสังหารนาง...เช่นนั้น ท่านอ๋องเสิ่นคิดทรยศแผ่นดินหรือ”

ในเมื่อฉู่หลิงปรากฏตัวกลางทัพเมืองชางอวิ๋นในตอนนี้ กอปรกับเรื่องเมืองหลิงเจียงกับกองกำลังจิ้งเป่ยก่อนหน้านี้ หลายเรื่องความจริงคิดให้ดีก็ปิดบังไม่อยู่แล้ว ตอนนี้ที่ยังมีหลายคนเดาไม่ออก ก็เพราะการข่าวไม่ครอบคลุม อีกอย่างเพราะว่าองค์หญิงเสินโย่วเป็นสตรี ผู้คนยากจะทำใจเชื่อได้ว่านางทำเรื่องเช่นนี้ ดังนั้นจิตใต้สำนึกจึงทำให้ไม่คิดมาก แต่คนเช่นทั่วป๋าอิ้น สายสืบสืบข่าวมามากมายกองอยู่ตรงหน้าเขา หากยังคิดไม่เข้าใจ เขาก็คงไม่อาจมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้แล้ว

ทั่วป๋าอิ้นจ้องมองไป๋หลี่ชิงหงพลางกล่าวเสียงเรียบว่า “เจ้ารู้อันใดมา ”

ไป๋หลี่ชิงหงหลุบตา กล่าวอย่างเฉยเมย “เช่น...แม่ทัพน้อยกองกำลังจิ้งเป่ย หรือ...ฮูหยินท่านเจ้าเมืองชางอวิ๋นอะไรพวกนี้กระมัง”

“ดูท่าการข่าวทางราชบุตรเขยฉับไวกว่าข้ามาก ไม่รู้ว่า...ฝ่าบาททรงรู้ข่าวพวกนี้หรือไม่” ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น

ไป๋หลี่ชิงหงตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่ทว่าอีกไม่นานก็คงรู้แล้ว ก่อนหน้านี้ท่านอ๋องเสิ่นไม่ได้สังหารนาง ก็คงเพราะว่าไม่มั่นใจ”

ทั่วป๋าอิ้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “มิผิด นางพัฒนาไปค่อนข้างเร็วมากจริงๆ มิน่านางจึงได้เข้าตาแม่ทัพทั่วป๋า หากข้า...สังหารนาง เกรงว่าคงยากกลับมาในสภาพร่างกายไม่บาดเจ็บ เมื่อคืนวานนี้ราชบุตรเขยก็คงรับรู้มาสินะ”

แท้จริงสุดท้าย ผู้ใดอยู่ ผู้ใดตาย ล้วนไม่อาจคาดเดาได้ ทั่วป๋าอิ้นมักมีความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่ง ฉู่ชิงอีน่ากลัวกว่าที่นางแสดงออก เขามองออกว่านางไม่ได้เก็บงำฝีมือไว้ และหากว่ากันตามฝีมือ ฉู่ชิงอีก็ด้อยกว่าเขาขั้นหนึ่งจริง แต่ไม่รู้เหตุใดความรู้สึกนี้ไม่เคยจางหายไป

ไป๋หลี่ชิงหงเงียบไป เมื่อคืนวานนี้เขาไม่ได้ประมือกับฉู่หลิงจริง แต่เพียงแค่ครู่หนึ่งนั้นก็เพียงพอจะทำให้เขารู้ถึงฝีมือของอีกฝ่าย สาวน้อยที่หนีออกจากสำนักซักล้างเมืองเหนือในตอนนั้นได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งยากรับมือแล้ว

“เรื่องที่เจ้าอยากรู้ ข้าสืบมาได้แล้ว” ไป๋หลี่ชิงหงพลันเอ่ยขึ้น

ทั่วป๋าอิ้นคิ้วกระตุกเล็กน้อย “หืม”

ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยว่า “ไป๋สิ่งไม่อยู่เมืองชางอวิ๋น ละแวกเมืองชางอวิ๋นตอนนี้มีเพียงเซี่ยถิงเจ๋อ...กับฉู่ชิงอี”

“ไป๋สิ่งไปที่ใด” ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อยกล่าว

ไป๋หลี่ชิงหงส่ายหน้า “เรื่องนี้สืบมาไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่รู้”

ทั่วป๋าอิ้นก้มหน้าลงขมวดคิ้วเล็กน้อยคล้ายกำลังครุ่นคิดอันใด “ดังนั้นเซี่ยถิงเจ๋อขวางพวกเราไว้ ไม่เพียงเพราะต้องการขวางเส้นทางไปซีฉินของพวกเรา แต่ยังเพื่อป้องกันคนฉวยโอกาสเข้าตีเมืองชางอวิ๋นที่กำลังว่างเปล่า”

ไป๋หลี่ชิงหงไม่ตอบ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา

ทั่วป๋าอิ้นไม่ได้ถามความเห็นเขา แต่มองแผนที่ตรงหน้าเหมือนครุ่นคิด “เช่นนั้น...หากมีคนอ้อมไปโจมตีเมืองชางอวิ๋น เซี่ยถิงเจ๋อจะช่วยหรือไม่”

ไป๋หลี่ชิงหงเหลือบตาขึ้นมอง กล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่งว่า “บอกข่าวเจ้าอีกข่าว”

ทั่วป๋าอิ้นมองเขา ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยว่า “แม่ทัพอวี๋ฟั่นโจวค่ายหงส์แดงแห่งเมืองชางอวิ๋น รู้จักไหม”

ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย “เขาไม่ได้หายตัวไปแล้วหรือ”

ไป๋หลี่ชิงหงเอ่ยว่า “ทัพที่ตีเมืองหลิงเจียงก่อนหน้านี้มีขุนพลทหารชื่ออวี๋ฟั่นโจว ตอนนี้เขาอยู่เมืองรุ่นโจว”

ดังนั้นเกรงว่าทางเมืองรุ่นโจวก็ไม่มีทางส่งกำลังทหารมาโจมตีเมืองชางอวิ๋น

คิ้วกระบี่ทั่วป๋าอิ้นขมวดเล็กน้อย สีหน้าเย็นเยียบ กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ในเมื่อล้วนไม่ได้ เช่นนั้นก็...ต้องสังหารเซี่ยถิงเจ๋อ!”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 674