ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 675
ตอนที่ 449-2 เจ้าตาย ข้ารอด
สีหน้าไป๋หลี่ชิงหงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เขาหลุบตาเอ่ยว่า “ดังนั้น ครั้งนี้ท่านอ๋องเสิ่นคิดช่วยข้าหรือ”
ทั่วป๋าอิ้นแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “เมื่อคืนวานนี้ตกลงกันแล้วไม่ได้หรือ ฉู่ชิงอีมาแล้ว แผนคงเดิม ข้าจะไปจากทางนี้ ราชบุตรเขยต้องการชีวิตเซี่ยถิงเจ๋อ! แต่ละคนครองสิ่งที่ตนต้องการ”
“...ท่านกล่าวได้ถูกต้อง”
สนามรบแท้จริงเป็นเช่นไร ฉู่หลิงย่อมเคยเห็นมาก่อน กลิ่นคาวโลหิตดังสายฝนโปรยปราย โลหิตหลั่งรินราวกับสายน้ำ
แต่ฉู่หลิงไม่เคยเห็นการรบเช่นตรงหน้านี้
กองกำลังทหารแดนใต้ดำทะมึนเต็มพื้นที่ กองทัพด้านหลังไล่ให้พวกเขามุ่งเข้าหาทัพเมืองชางอวิ๋น ฉู่หลิงมองอยู่ด้านหลังเห็นได้กระจ่างชัดว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เก่งกาจ ทัพเมืองชางอวิ๋นหนึ่งคนจัดการได้สอง หรือถึงกับสามคนสู้สี่คน กองทัพเช่นนี้เผชิญหน้าทัพเมืองชางอวิ๋นไม่มีทางชนะ แต่หากทหารอีกฝ่ายมีกำลังมากกว่าทัพเมืองชางอวิ๋นสามสี่เท่าหรือถึงกับห้าเท่า
มดมากย่อมกัดช้างตายได้
ยิ่งไปกว่านั้น ด้านหลังกองกำลังทหารแดนใต้พวกนั้น ยังมีสัตว์ป่าพร้อมกระโจนใส่
“บัดซบ!” รองแม่ทัพเห็นดังนี้ก็อดโมโหไม่ได้ แม้ทัพเมืองชางอวิ๋นเอาชนะกองกำลังทหารแดนใต้พวกนี้แล้วจะมีประโยชน์อันใด หรือว่าจะรอให้ทหารเหนื่อยล้าแล้วเข้ารับมือทหารกล้าเผ่ามั่วที่รอจ้องอยู่
“ทั่วป๋าอิ้นหน้าไม่อาย! เสียทีที่เป็นแม่ทัพแห่งยุค!” อวิ๋นสิงเยว่ที่มองดูอยู่ก็อดด่าทอไม่ได้
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ชาวเผ่ามั่วหลายปีก่อนก็รบเช่นนี้ พวกเขาก็มิได้รู้สึกว่ามีอันใดไม่ถูกต้อง แต่ทว่าข้าเองก็อยากรู้ พวกเขาไล่ต้อนกองกำลังทหารแดนใต้พวกนั้นอย่างไร”
ทุกคนต่างมองไปทางฉู่หลิงอย่างไม่เข้าใจ ฉู่หลิงกล่าวต่อว่า “จำนวนกองกำลังทหารแดนใต้มากกว่าชาวเผ่ามั่วหลายเท่า เห็นชัดว่าให้พวกเขามาตายบนสนามรบ เหตุใดพวกเขาจึงยอมเชื่อฟัง”
อวิ๋นสิงเยว่อึ้งไปทันที “เอ๋ จริงด้วย รู้อยู่ว่าเป็นโล่มนุษย์ เหตุใดยังมุ่งหน้ามา อย่างไรก็ตาย หากข้าเป็นกองกำลังทหารแดนใต้พวกนี้ ก็จะหันหลังกลับไปสังหารชาวเผ่ามั่ว”
“เพราะว่าในสายตาพวกเขา ชาวเผ่ามั่วน่ากลัวกว่าทัพเมืองชางอวิ๋น”
เซี่ยถิงเจ๋อกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “หลายปีก่อนข้าเคยเห็นกองกำลังทหารแดนใต้พวกนี้ เริ่มแรกก็ไม่เข้าใจอย่างมาก เห็นอยู่ว่าตาย แต่ยังคงดาหน้าเข้ามา หากแม้แต่ตายก็ไม่กลัว เหตุใดยังไม่กล้าต่อต้านชาวเผ่ามั่วพวกนั้น
ต่อมาข้าจึงรู้ว่าคนเหล่านี้มีความหวาดกลัวบางอย่างที่ชาวเผ่ามั่วคอยข่มขู่ ตอนหนุ่มๆ ก็ถูกชาวเผ่ามั่วจับตัวไป พวกเขาไม่รู้ว่าอันใดคือเทียนฉี่หรือจงหยวน ในใจพวกเขา ชีวิตเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล นี่ก็คือชีวิตของพวกเขา หากชาวเผ่ามั่วโมโห พวกเขาก็จะลนลาน ให้บุญคุณพวกเขาเพียงเล็กน้อย พวกเขาก็จะซาบซึ้งใจน้ำตาไหล
หากผ่านไปอีกสิบกว่าปี ไม่แน่ว่า...แม้มีชีวิตเป็นดังทาสโล่มนุษย์ให้ชาวเผ่ามั่ว พวกเขาก็คงไม่ลังเล เห็นชาวเทียนฉี่เป็นศัตรูตนเอง แม้ต้องเป็นดังทาสของศัตรู พวกเขาก็จะคิดว่าตนเองคือทาสชาวเผ่ามั่ว ไม่ใช่ชาวเทียนฉี่แล้ว”
ทุกคนต่างเงียบงัน ชีวิตคนเช่นนี้ฟังแล้วน่าเศร้าใจมาก แต่ที่เซี่ยถิงเจ๋อพูดมาก็คือเรื่องจริง
กองกำลังทหารแดนใต้ชุดเก่าถูกชาวเผ่ามั่วกำราบจนขวัญหนีดีฝ่อ ได้แต่เป็นวัวเป็นม้าให้ชาวเผ่ามั่ว กองกำลังทหารแดนใต้รุ่นหนุ่มหน่อยก็ถูกล้างสมองมาแต่เล็กว่าชาวเผ่ามั่วสูงส่งกว่าพวกเขา พวกเขาเกิดมาก็ควรจะพยายามดิ้นรน หากผ่านไปอีกยี่สิบสามสิบปี...บางทีอาจยังคงมีคนจดจำได้ว่าตนเองคือชาวเทียนฉี่ แต่ก็ย่อมมีคนจำนวนหนึ่งลืมชาติกำเนิดและความเป็นมาของตนเอง แต่เรื่องเหล่านี้ก็ไม่อาจโทษพวกเขา
“ดังนั้นพวกเราต้องพยายามยึดพื้นที่ตอนเหนือคืนมา” ฉู่หลิงกล่าวเบาๆ
เซี่ยถิงเจ๋อนิ่งอึ้งมองฉู่หลิงครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ากล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “องค์หญิงกล่าวได้ถูกต้อง”
ฉู่หลิงหันหน้าถามขึ้นว่า “แม่ทัพเซี่ย เมืองชางอวิ๋นยังมีทหารอีกเท่าไร”
เซี่ยถิงเจ๋อครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบเสียงแผ่วเบา “ไม่ถึงสามหมื่น”
ฉู่หลิงคิดแล้วก็ดึงป้ายคำสั่งออกมาส่งให้อวิ๋นสิงเยว่ “ไปเคลื่อนกำลังสามหมื่นออกมา”
อวิ๋นสิงเยว่รับป้ายคำสั่งอย่างแตกตื่นตกใจ “เจ้า...เจ้าแน่ใจหรือ ข้า...”
ฉู่หลิงตอบว่า “หากเจ้าไม่รู้ทาง ก็ให้รองแม่ทัพหลิวไปกับเจ้าได้”
รองแม่ทัพได้ยินดังนี้ก็เอ่ยว่า “ฮูหยิน ไม่สู้เราขอให้แม่ทัพไป๋สิ่งนำกำลังออกมาช่วย ขอเพียงส่งคนกลับไปแจ้งก็ได้แล้ว”
ฉู่หลิงหลุบตา “ไม่ ไป๋สิ่ง...มีเรื่องต้องจัดการที่เมืองชางอวิ๋น พวกเจ้านำป้ายคำสั่งข้าไปนำกำลังมาก็พอ ป้ายคำสั่งข้าเคลื่อนกำลังได้ ไปหา...รองแม่ทัพค่ายมังกรเขียวก็ได้”
แม้ว่ารองแม่ทัพหลิวรู้สึกว่าคำสั่งนี้น่าประหลาด แต่ทว่าตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วน ไม่อาจคิดมากอันใดอีก รีบรับคำสั่งลากอวิ๋นสิงเยว่ที่ยังละล้าละลังออกไป
เซี่ยถิงเจ๋อเอ่ยว่า “องค์หญิง นำกำลังทั้งหมดออกมา...”
“ตอนนี้ทั่วป๋าอิ้นไม่มีเวลาตีเมืองชางอวิ๋น นอกเสียจากว่าเขาไม่ต้องการกองทัพหลายหมื่นที่ซีฉินแล้ว เขาเพียงแค่ต้องการผ่านทาง พวกเราต้องการขวางเขาไว้ แท้จริงผู้ใดแพ้ผู้ใดชนะ ขอแค่พยายามสุดความสามารถก็พอ ท่านแม่ทัพไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ”
เซี่ยถิงเจ๋อเงียบไป สถานการณ์ตรงหน้านี้เด่นชัดมาก ทั่วป๋าอิ้นเล่นอุบายนี้ แม้ว่าสังหารศัตรูได้น้อยกว่าที่ตนสูญเสีย แต่อย่างไรคนพวกนี้ก็ไม่ใช่เผ่ามั่ว อย่าว่าแต่หนึ่งหมื่น แม้แต่หนึ่งแสน ทั่วป๋าอิ้นก็ไม่เสียดาย แต่พวกเขากลับรู้สึกว่าทนรับไม่ได้
ทัพเมืองชางอวิ๋นไม่ว่ารับมือกองกำลังทหารแดนใต้แสนกว่านายหรือเผชิญหน้ากับกองทัพเผ่ามั่วล้วนไม่ด้อยกว่า แต่คงไม่มีทางจัดการกวาดล้างกองกำลังทหารแดนใต้แสนกว่าแล้วหันกลับมารบกับทหารม้าเก่งกล้าเผ่ามั่วต่อได้
ดังนั้นนอกจากเคลื่อนกำลังจากเมืองชางอวิ๋นมา พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น
ฉู่หลิงปลอบใจ “ท่านแม่ทัพไม่ต้องเป็นห่วง ระยะนี้ทางเมืองรุ่นโจวจะไม่มีกองทัพใดไปจัดการ”
เซี่ยถิงเจ๋อพยักหน้ายิ้มอย่างจนปัญญาเอ่ยว่า “ข้าแก่แล้ว เกรงว่าเมืองชางอวิ๋นก็คงต้องรบกวนองค์หญิงแล้ว”
ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพล้อเล่นแล้ว หากไม่ใช่ว่าหลายวันนี้ท่านแม่ทัพสกัดทั่วป๋าอิ้นไว้ ไหนเลยยังมีพื้นที่ให้ข้าแสดงฝีมือ”
เป็นดังคาดของทุกคน ในที่สุดกองทัพเซี่ยถิงเจ๋อตีกองกำลังทหารแดนใต้แสนกว่าพ่ายกระจัดกระจายไป พวกทหารม้าเผ่ามั่วที่รออยู่ด้านหลังก็พุ่งทะยานออกมา ทหารม้าหลายหมื่นนายวิ่งทะยานตะบึงเข้ามาด้วยเสียงดังกึกก้อง
เซี่ยถิงเจ๋อแค่นหัวเราะเยียบเย็น ส่งสัญญาณให้ทหารข้างกายที่ทำหน้าที่ยกธงคำสั่งพร้อมกับเสียงสัญญาณให้ถอยทัพออกจากสนามรบ แม่ทัพกองทัพเมืองชางอวิ๋นรีบนำทัพกำลังเข้าซ้ายขวาสองทิศทางไหลออกดังคลื่นน้ำทะลัก อีกด้านหนึ่งมีทหารม้าชุดดำที่พุ่งขึ้นสนามรบรวดเร็ว ไม่นานก็เข้าปะทะกับทหารม้าเผ่ามั่วที่ทะยานออกมาจากฝั่งตรงข้ามพร้อมกับเสียงกลองรบบนสนามรบดังขึ้นอีกครั้ง เสียงกลองดังสนั่นก้องฟ้า
ด้านหลังกองทัพใหญ่เผ่ามั่ว ทั่วป๋าอิ้นย่อมมองเห็นภาพนี้ แต่กลับไม่ได้แปลกใจ คิ้วเขากระตุกเล็กน้อย “ดูท่าเมืองชางอวิ๋นมีกำลังเพียงแค่นี้ดังคาด”
รองแม่ทัพอดเอ่ยไม่ได้ “ท่านอ๋อง ความหมายของท่านก็คือ...เมืองชางอวิ๋นตอนนี้...”
ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยว่า “เมืองชางอวิ๋นตอนนี้ว่างเปล่า หากตอนนี้มีคนนำทัพไปตีเมืองชางอวิ๋น...” น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มี หลายปีมานี้ต้องยอมรับว่าครั้งนี้เมืองชางอวิ๋นเปิดช่องโหว่กว้างที่สุด เพียงแต่น่าเสียดาย ยามเมืองชางอวิ๋นเปิดช่องโหว่อ่อนแอที่สุด พวกเขากลับไม่มีกำลังเข้าโจมตีได้
รองแม่ทัพเอ่ยอย่างตกใจว่า “ท่านอ๋องไยไม่ออกคำสั่งให้กองทัพละแวกนี้...”
ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยว่า “ผู้ใดจะฟังคำสั่งข้า ยิ่งไปกว่านั้น แม้ยอมฟัง...ตอนนี้ผู้ใดยังมีกำลังทหารอยู่”
พวกเขาโยกกองกำลังทหารแดนใต้แสนนายมาก็คล้ายว่าเป็นกำลังส่วนใหญ่ของละแวกนี้แล้ว และกองกำลังทหารแดนใต้พวกนี้ก่อนหน้านี้ก็ถูกทัพเมืองชางอวิ๋นตีพ่ายกระเจิงไปหมดแล้ว หากคิดโยกกำลังทหารมาอีก...ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว แม้ชีวิตกองกำลังทหารแดนใต้ไร้ราคา แต่กองกำลังทหารแดนใต้แสนนายก็ไม่ใช่ว่าจะหามาให้คนนำมาทิ้งตามอำเภอใจได้
รองแม่ทัพได้ยินดังนี้ก็เสียใจมาก “หรือว่าปล่อยโอกาสดีๆ ทิ้งไปเช่นนี้...”
เมืองชางอวิ๋นกลายเป็นแผลในใจขุนพลเผ่ามั่วแล้ว หลายปีมานี้ ขุนพลทหารมากมายเท่าไร กองทัพมากมายเท่าไรที่เข้าตีเมืองชางอวิ๋น แต่กลับไม่มีผู้ใดยึดเมืองชางอวิ๋นได้ ตอนนี้มีโอกาสหาได้ยากยิ่ง แต่กลับต้องนั่งมองดูโอกาสหลุดลอยไปหรือ
ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยว่า “จะทำอันใดได้ แต่ทว่า...เมืองชางอวิ๋นอย่างไรก็ต้องได้รับบทเรียนสูญเสียบ้าง”
รองแม่ทัพนิ่งอึ้ง “ท่านอ๋องกล่าวได้ถูกต้อง เซี่ยถิงเจ๋อ...”
ทั่วป๋าอิ้นหรี่ตาเล็กน้อย “ฉู่ชิงอีด้วย!”
หากฉู่ชิงอีตาย เยี่ยนหลิงจะเป็นอย่างไร ฮ่องเต้หย่งเจียจะเป็นอย่างไร
บนสนามรบ สองทัพยังคงโรมรันชุลมุน ฉู่หลิงที่ดูการรบอยู่พลันสะดุ้งในใจ พลันเกิดความรู้สึกไม่ดีบางอย่างขึ้นมาไม่ได้
เซียวเหมิงคิดว่านางไม่สบาย จึงถามขึ้นเบาๆ ว่า “องค์หญิง เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่หลิงส่ายหน้าถามขึ้นว่า “เจ้าเห็นไป๋หลี่ชิงหงหรือไม่”
เซียวเหมิงมองไปทางตรงข้าม ส่ายหน้าเอ่ยว่า “ไม่เห็น วันนี้ไป๋หลี่ชิงหงน่าจะไม่ได้ปรากฏตัวบนสนามรบ”
แม่ทัพใหญ่เผ่ามั่วก็คือทั่วป๋าอิ้น ความสนใจในตัวไป๋หลี่ชิงหงก็น้อยลงไม่น้อย
“ไม่ได้การแล้ว!” เซี่ยถิงเจ๋อพลันส่งเสียงดุดันขึ้น
ทุกคนต่างหันขวับไปมองเซี่ยถิงเจ๋อ เซี่ยถิงเจ๋อยกมือขึ้นชี้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนจะลากไปทางทัพเมืองชางอวิ๋นกองหนึ่งที่ถอยไป “ทางนั้น...หากชาวเผ่ามั่วดักซุ่มอยู่ทางนั้น...”
อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยว่า “ทั่วป๋าอิ้นไม่ได้มีกำลังทหารมากเพียงนั้นกระมัง”
รองแม่ทัพหลิวสีหน้าย่ำแย่ “คุณชายอวิ๋น ข้างหน้าเป็นช่วงที่พื้นที่ซับซ้อนมาก หากมีกับดักซุ่มรอ...แม้กองกำลังทหารแดนใต้เอง...”
อวิ๋นสิงเยว่พลันนึกตอนอยู่ซิ่นโจวขึ้นมาได้ ได้ยินว่าฉู่หลิงนำกองกำลังจิ้งเป่ยดังนกกาเข้าตีทัพเผ่ามั่ว ถึงกับทำให้บุตรชายทั่วป๋าเหลียงตายไปหนึ่งคน
เซี่ยถิงเจ๋อกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ที่นี่ก็รบกวนองค์หญิงแล้ว ข้าจะนำคนไปช่วยทางนั้น”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ไม่ได้ ข้าไปเอง” หากมีการซุ่มโจมตีจริง คนทางนั้นย่อมเป็นไป๋หลี่ชิงหง ไป๋หลี่ชิงหงคิดทำอันใด
ย่อมเป็นชีวิตเซี่ยถิงเจ๋อ
เซี่ยถิงเจ๋อส่ายหน้า “องค์หญิง พื้นที่ละแวกนี้ซับซ้อน ท่านไปก็ไร้ประโยชน์”
“...”