ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 673

#673ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 448-2 เมืองว่างเปล่า

เซี่ยถิงเจ๋อนิ่งอึ้ง ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า “เช่นนั้นก็รบกวนองค์หญิงแล้ว”

สองทัพปะทะกันอีกครั้ง สถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าต่อชาวเป่ยจิ้น หรือต่อทัพเมืองชางอวิ๋นล้วนไม่มีอันใดแปลกใหม่ อย่างไรหลายวันนี้พวกเขาก็แทบจะเปิดศึกเช่นนี้กันทุกวัน แม้ว่าแม่ทัพเปลี่ยนจากเซี่ยถิงเจ๋อเป็นฉู่ หลิงก็ไม่มีอันใดเปลี่ยนแปลง

บางทีมีเพียงฉู่หลิงที่เข้าใจ ไม่ใช่เซี่ยถิงเจ๋อไม่คิดโจมตี แต่เพราะไม่อาจโจมตี เบื้องหลังพวกเขาแทบไร้ทหาร เมืองชางอวิ๋นไม่มีแม่ทัพประจำการ เซี่ยถิงเจ๋อไม่เพียงต้องสกัดทั่วป๋าอิ้นไว้ ยังต้องป้องกันศัตรูที่คิดบุกเมืองชางอวิ๋น

ดังนั้นพวกเขาได้แต่ปักหลักอยู่ตรงนี้ ไม่อาจบุกตามอำเภอใจ ตอนนี้ในเวลานี้ เซี่ยถิงเจ๋อไม่เพียงถอยไม่ได้ ถึงกับบุกก็ไม่ได้ สถานที่ที่เซี่ยถิงเจ๋อเฝ้าอยู่นี้พอดีเป็นเส้นทางที่ไปเมืองชางอวิ๋นและชายแดนซีฉินต้องผ่าน ทันทีที่ออกจากตำแหน่งตอนนี้ ถ้าถูกคนถือโอกาสเข้ายึดครองได้ เมืองชางอวิ๋นย่อมตกอยู่ในอันตราย

เซียวเหมิงขี่ม้ามาข้างๆ ฉู่หลิง กวาดตามองภาพตรงหน้า ปกติเขาจะดูกระปรี้กระเปร่ามากกว่านี้ แต่เพราะเดินทางทั้งวันทั้งคืน ทำให้แลดูเหนื่อยล้า

เซียวเหมิงมองทัพใหญ่ตรงหน้าแล้วก็ถามขึ้นว่า “องค์หญิง ข้าไปลองประมือกับทั่วป๋าอิ้นได้หรือไม่”

ฉู่หลิงคิดแล้วก็เอ่ยว่า “เขาอาจไม่ยอมประมือกับเจ้า”

ในการรบอย่างไรก็เป็นการประลองฝืมือรบ ในฐานะแม่ทัพ แม้ว่าทั่วป๋าอิ้นวิทยายุทธ์ไม่ด้อยกว่าผู้ใดก็ใช่ว่าจะยินยอมลงมือ

เซียวเหมิงย่อมเข้าใจหลักการนี้ ได้แต่นึกเสียใจอยู่บ้าง เอ่ยต่อว่า “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีจริงๆ”

ฉู่หลิงเอ่ยว่า “แม้ว่าไม่อาจมีโอกาสประมือกับทั่วป๋าอิ้น แต่ประมือกับไป๋หลี่ชิงหงน่าจะมีโอกาสอยู่ไม่น้อย”

ไป๋หลี่ชิงหงต้องการสังหารเซี่ยถิงเจ๋อ ก็ย่อมต้องประมือกับพวกนาง หากเซี่ยถิงเจ๋อไม่ออกมารบด้วยตนเอง อาศัยทหารเป่ยจิ้นสังหารเซี่ยถิงเจ๋อก็แทบไร้โอกาส มีเพียงไป๋หลี่ชิงหงลงมือด้วยตนเอง

เซียวเหมิงกำลังคิดเอ่ยอันใด สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “องค์หญิง ท่านดู!”

ฉู่หลิงมองตามสายตาเซียวเหมิงไป ก็เห็นทั่วป๋าอิ้นที่เดิมนั่งอยู่บนหลังม้าเฝ้าดูการรบอยู่หลังกองทัพ พลันควบม้าบุกเข้าสังหารกลางสนามรบมุ่งมาทางพวกเขา วิทยายุทธ์เขาล้ำเลิศมาก ทหารทั่วไปทำร้ายเขาไม่ได้ ม้าที่ขี่อยู่ก็เป็นม้าชั้นเลิศหาได้ยาก ขี่ม้าฝ่าสนามรบมาไร้คนขวางทาง ครู่หนึ่งก็ห่างจากฉู่หลิงไม่ถึงสิบจั้ง

ฉู่หลิงยกมือขึ้นกุมด้ามดาบ นางกำชับเซียวเหมิง “เจ้าเฝ้าดูการรบไว้! ข้าไปเอง เขามาหาข้า” กล่าวจบก็กระชับดาบจันทราทะยานไปด้านหน้าที่กำลังรบรา

ฉู่หลิงไม่เหมือนขุนพลทหาร ไม่ค่อยได้ขี่ม้าโรมรัน หนึ่ง เพราะนางไม่ชำนาญการขี่ม้า สอง วิทยายุทธ์นางดุเดือดปรับเปลี่ยนว่องไว บนหลังม้าไม่อาจแสดงฝีมือได้เต็มที่

ทั่วป๋าอิ้นมาหาฉู่หลิงดังคาด ทั้งสองคนประมือกันสิบกว่ากระบวนท่าในทันที ฉู่หลิงอาศัยตอนทั้งสองคนปะทะกำลังภายในกันถอยหลังออก ไม่นานก็แยกออกห่างจากทั่วป๋าอิ้นสองสามจั้ง ระหว่างกลางยังมีทหารสองทัพต่อสู้กันอยู่ ฉู่หลิงฟันใส่กองกำลังทหารแดนใต้ข้างกายนางทิ้งไปสองสามคน มองทั่วป๋าอิ้นแล้วก็ลอยตัวไปริมสนามรบ ทั่วป๋าอิ้นหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนจะควบม้าตามไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนสู้ไปถอยไป ถอยออกจากสนามรบอย่างรวดเร็ว ทั่วป๋าอิ้นทะยานตัวขึ้นจากหลังม้า จากนั้นก็ตบบั้นท้ายม้า ม้าส่งเสียงร้องดังก่อนจะวิ่งไปทางด้านหน้า

ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเองก็ใช้วิธีการต่ำช้าเช่นนี้”

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย ยิ้มเอ่ย “ยิงคนต้องยิงม้าก่อน จับโจรก็ต้องจับหัวหน้า ข้าฟันม้าท่าน อย่างมากท่านก็ตำหนิว่าข้าไม่รักทะนุถนอมสัตว์ อันใดเรียกว่าต่ำช้ากัน”

ไม่ผิด การที่ทั่วป๋าอิ้นลงจากหลังม้าด้วยตนเองเพราะว่าฉู่หลิงโจมตีม้าเขามาตลอด ทั่วป๋าอิ้นทำใจให้ฉู่หลิงทำร้ายม้าศึกคู่ใจมาหลายปีของเขาไม่ลง ได้แต่ทิ้งม้าศึก กระโดดลงพื้น

ทั่วป๋าอิ้นแค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เสียงหนึ่ง กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้”

ฉู่หลิงคิ้วกระตุกเล็กน้อย ถามอย่างไม่เข้าใจ “เหตุใดข้ามาอยู่ที่นี่ไม่ได้”

ทั่วป๋าอิ้นเอ่ยว่า “กล่าวเช่นนี้ เมืองชางอวิ๋นร่วมมือกับเทียนฉี่แล้วสินะ แม้เป็นเช่นนี้ ฮ่องเต้หย่งเจียก็ไม่ควรให้องค์หญิงเช่นเจ้ามาเมืองชางอวิ๋นถึงจะถูกต้อง”

ฉู่หลิงยิ้มตาหยี “ท่านอ๋องเสิ่นฉลาดเช่นนี้ ไม่สู้ลองเดาต่ออีกหน่อย”

ทั่วป๋าอิ้นจ้องมองนาง สีหน้าเย็นเยียบ ฉู่หลิงกลับไม่หลบสายตา คล้ายว่าไม่สนใจสายตามองประเมินของเขา ครู่หนึ่งก็ได้ยินทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “เจ้านำคนมายึดเมืองหลิงเจียง เจ้าไม่เพียงแต่มีสายสัมพันธ์กับเมืองชางอวิ๋น ยังมีสายสัมพันธ์กับกองกำลังจิ้งเป่ย”

ฉู่หลิงกะพริบตาปริบๆ มองทั่วป๋าอิ้น ถอนหายใจเบาๆ เอ่ยว่า “ท่านอ๋องเสิ่น รู้มากไปแล้ว...จะตายเร็วนะ”

ทั่วป๋าอิ้นแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “เจ้าสังหารข้าได้หรือ”

ฉู่หลิงยักไหล่ “ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร”

“ดังนั้น เจ้ากับกองกำลังจิ้งเป่ยและเมืองชางอวิ๋น แท้จริงมีสายสัมพันธ์อันใด ฮ่องเต้หย่งเจียน่าจะไม่กล้าพอที่จะเป็นศัตรูกับเป่ยจิ้นเปิดเผยเช่นนี้ ดังนั้นเรื่องพวกนี้ล้วนเป็นฝีมือกระทำของเจ้าคนเดียว” ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ

ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ท่านอ๋องเสิ่นก็รู้ว่าข้าใจกล้ามาก แปลกใจอันใดกัน” ทั่วป๋าอิ้นหรี่ตาเล็กน้อย “เจ้าคงไม่ใช่แม่ทัพน้อยซิ่นโจวที่ไปมาไร้ร่องรอยผู้นั้นกระมัง”

ฉู่หลิงพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ทำให้ท่านอ๋องเสิ่นขบขันแล้ว”

ทั่วป๋าอิ้นหลับตาแน่น คล้ายพยายามอดทนอันใดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “จวินอู๋ฮวน เยี่ยนเฟิ่งเซียว ฉู่ชิงอี ฉวี่เซิง หลิงฉู่...เยี่ยม!”

คำว่าเยี่ยมกล่าวไม่ทันขาดคำ ทั่วป๋าอิ้นก็แทงอาวุธใส่ฉู่หลิงรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ฉู่หลิงเห็นเขาพูดจาไม่เข้าหูก็ลงมือก็ไม่ได้แปลกใจ นางกระโดดหลบกระบี่เขาอย่างรวดเร็วพลางแทงดาบจันทราโต้กลับไป คมดาบและกระบี่ปะทะกันอีกครั้ง ครั้งนี้ผู้ใดล้วนไม่ยอมถอย

กระบี่ยาวในมือทั่วป๋าอิ้นไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย เขาแทงกระบี่ใส่เข้าไปหลายที แต่ก็ถูกดาบจันทราของฉู่หลิงรับไว้ได้หมด ทั้งสองคนครั้งนี้ลงมือดุเดือดกว่าก่อนหน้านี้มาก แสงดาบและกระบี่พลิ้วปะทะกัน กลิ่นอายสังหารตลบอบอวลไปทั่ว

ฉู่หลิงรีบเปลี่ยนตำแหน่ง หลบคมกระบี่ที่วาดผ่านลำคอตนไปได้ นางก้มตัวลงเล็กน้อย ฟันดาบใส่ทั่วป๋าอิ้น ทั่วป๋าอิ้นทะยานหลบดาบนี้ได้ก็แค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง ก่อนจะแทงกระบี่ใส่อีกครั้ง

ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ ถูกแรงปะทะดุเดือดของดาบและกระบี่ทำลายราบ ม้าทั่วป๋าอิ้นไม่รู้ไปที่ใดแล้ว แม้แต่สนามรบที่เคยอยู่ไม่ไกลนัก ยามนี้ก็คล้ายว่าห่างไกลจากพวกเขามาก ตอนเที่ยงปลายฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดสาดส่องร่างกายก็ไม่ทำให้รู้สึกร้อน แต่หน้าผากทั้งสองคนกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อ

หลังปะทะกันอีกครั้งแล้วก็ทะยานเสียดผ่านกันไป ฉู่หลิงแค่นเสียงฮึในลำคอ ยกมือขึ้นลูบลำคอ มีรอยแดงติดมือนางมา ฉู่หลิงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ยังคงไม่ได้สินะ”

สายตามองไปทางทั่วป๋าอิ้นที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ได้สนใจรอยโลหิตที่ลำคอแม้สักนิด ทั่วป๋าอิ้นก้มหน้าลงมองรอยขาดสาบเสื้อที่หน้าอกตนเอง พลันขมวดคิ้ว แม้ว่าไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ก็เกือบไป อีกนิดเดียวเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าหญิงสาวตรงหน้าผู้นี้ หลายปีมานี้พัฒนาไปจนน่าตกใจจริงๆ ตอนนี้แม้แต่ทั่วป๋าอิ้นเองก็มิกล้ามั่นใจว่าหากสู้จริงจังเอาเป็นเอาตายกับนางแล้วตนเองจะชนะได้

“ก้าวหน้ารวดเร็ว” ครู่หนึ่ง ทั่วป๋าอิ้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 673