ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 676

#676ยุทธการหงส์สยบปฐพี

ตอนที่ 450-1 จบสิ้น!

สุดท้ายฉู่หลิงก็พูดสู้เซี่ยถิงเจ๋อไม่ได้ เพราะว่าที่เซี่ยถิงเจ๋อเอ่ยมานั้นล้วนเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คนที่ไม่ชำนาญในพื้นที่นำกำลังเข้าไปช่วยกองกำลังที่อาจถูกศัตรูซุ่มวางกับดัก แท้จริงไปช่วยคนหรือว่าส่งคนไปตาย ยากจะเอ่ยได้จริงๆ

และเหตุผลที่ฉู่หลิงคิดก็ไม่เพียงพอจะโน้มน้าวเซี่ยถิงเจ๋อและรองแม่ทัพ ไป๋หลี่ชิงหงต้องการสังหารเซี่ยถิงเจ๋อ เซี่ยถิงเจ๋อไปอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้ แต่บนสนามรบมีที่ใดไม่อันตรายบ้าง เพียงแค่รู้ว่ามีอันตรายกลับทนดูทหารกล้าต้องตายไปโดยไม่ช่วยเหลือ หรือทนมองฉู่หลิงที่ไม่ชำนาญพื้นที่นำกลุ่มทหารกล้าเข้าไปเสี่ยงภัย เซี่ยถิงเจ๋อไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้อย่างเด็ดขาด

ฉู่หลิงมองสีหน้าเด็ดเดี่ยวของเซี่ยถิงเจ๋อกับท่าทางไม่เข้าใจของรองแม่ทัพแล้ว ในใจก็อดเกิดความรู้สึกหมดแรงไม่ได้

เซี่ยถิงเจ๋อมองฉู่หลิง “องค์หญิง กระหม่อมรู้ว่าองค์หญิงเป็นห่วงความปลอดภัยของกระหม่อม แต่...กระหม่อมอายุปูนนี้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็นับว่าเพียงพอแล้ว คงไม่อาจละทิ้งเรื่องที่ตนควรกระทำเพื่อมีชีวิตยืนยาวต่อไปเพียงแค่สองสามวันกระมัง หากเป็นเช่นนี้ กระหม่อมคงไม่มีหน้ามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปได้”

ฉู่หลิงสูดลมหายใจลึก กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เซียวเหมิง เจ้าไปเป็นเพื่อนแม่ทัพเซี่ย ท่านแม่ทัพ โปรดระวังให้มาก”

เซี่ยถิงเจ๋อทูลตอบ “องค์หญิงวางใจได้ ที่นี่รบกวนองค์หญิงแล้ว”

เซียวเหมิงพยักหน้าหนักแน่น ขอให้ฉู่หลิงวางใจ หากตนเองยังอยู่ เซี่ยถิงเจ๋อจะไม่มีทางเกิดเรื่อง แต่ตอนมองตามแผ่นหลังเซี่ยถิงเจ๋อนำคนจากไป ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดฉู่หลิงยังคงรู้สึกไม่สบายใจ

รองแม่ทัพหลิวเองก็รู้สึกว่าฉู่หลิงอารมณ์ไม่ดีนัก จึงปลอบอย่างไม่เข้าใจว่า “องค์หญิงเป็นห่วงไป๋หลี่ชิงหงจะลงมือกับท่านแม่ทัพอีกหรือ มีขุนพลเซียวอยู่ น่าจะไม่ต้องเป็นห่วง”

รองแม่ทัพหลิวเคยเห็นฝีมือเซียวเหมิง ยิ่งไปกว่านั้นท่านเจ้าเมืองก็ส่งคนอารักขาแม่ทัพเซี่ยตลอด รองแม่ทัพหลิวรู้สึกว่าฮูหยินเป็นห่วงมากเกินเหตุ

ฉู่หลิงส่ายหน้ากล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “จัดการสงครามตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน!”

สองทัพเผชิญหน้ากันมาในหลายวันนี้ ศึกในวันนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นศึกนองโลหิตที่รุนแรงที่สุด สองฝ่ายต่างไม่เก็บแรงกำลังเอาไว้เหมือนดังก่อนหน้านี้ การรบครั้งนี้แทบจะรบกันตั้งแต่กลางวันไปจนถึงกลางคืน จึงค่อยๆ เงียบลง คล้ายว่าทั้งสองฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บกันไปหมด พอถอยทัพแล้ว ทั้งสองกองทัพต่างก็บาดเจ็บเสียหายกันไปเกือบครึ่ง แม้คิดจะสู้กันอีก ระยะสองสามวันนี้ก็คงสู้กันไม่ไหวแล้ว

เพียงแต่ฉู่หลิงกลับไม่รู้ว่าศึกนี้ผู้ใดชนะกันแน่ หากจะกล่าวว่าเมืองชางอวิ๋นชนะ พวกนางก็เผยความจริงที่ว่าเมืองชางอวิ๋นหรือแม้กระทั่งการป้องกันละแวกนี้ว่างเปล่า ตอนนี้รวมทหารเฝ้าประตูเมืองชางอวิ๋นยังไม่ถึงสามหมื่นนาย ยังมีทหารบาดเจ็บไม่น้อย หากว่าทั่วป๋าอิ้นชนะ ทั่วป๋าอิ้นก็เสียสละกองกำลังทหารแดนใต้ไปหนึ่งแสนนาย สูญเสียทหารม้าของตนเองไปเกินครึ่ง แต่ยังคงฝ่าด่านตรงหน้าตรงไปชายแดนซีฉินได้ เทียบความเสียหายกันแล้ว เกรงว่าทั่วป๋าอิ้นคงไม่มีหน้าคิดว่าตนเองชนะ

ถึงกับแม้แต่ฉู่หลิงเปิดทางตรงหน้าให้เขา เขาก็ไม่อาจนำกองทัพที่เหลือไปช่วยทหารที่ซีฉินได้ เกรงว่าก็คงยากลำบากไม่น้อยเช่นกัน หากทหารเป่ยจิ้นที่ถูกกักในซีฉินรอให้กองกำลังเป่ยจิ้นมาช่วย ไม่แน่ว่าอาจจะสิ้นหวังไปนานแล้ว

สองฝ่ายต่างเสียหายหนักหนาแท้จริง

ยามนี้ฉู่หลิงกลับไม่ได้มีเวลามาสนใจเรื่องเหล่านี้ สั่งการรองแม่ทัพให้ระวังชาวเผ่ามั่วหันกลับมาโจมตีอีกครั้งอย่างละเอียดแล้ว ก็รีบพาอวิ๋นสิงเยว่ตรงไปยังสถานที่ที่ก่อนหน้านี้เซี่ยถิงเจ๋อกับเซียวเหมิงมุ่งไป

เส้นทางเทือกเขาค่ำคืนดึกดื่น เงาร่างหนึ่งยืนอยู่ปลายเส้นทาง คล้ายว่ากำลังรอผู้ใด ฉู่หลิงกระชากบังเหียน ยกมือขึ้นบอกให้คนด้านหลังหยุด เหลือบตาขึ้นมองก็เห็นคนผู้นั้นชัดเจน

“ทั่วป๋าอิ้น” ฉู่หลิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ

ทั่วป๋าอิ้นยืนอยู่ปลายเส้นทางเพียงคนเดียว “องค์หญิงเสินโย่ว พบกันอีกแล้ว”

ฉู่หลิงยิ้มเยียบเย็น “ใช่ ห่างจากการได้พบกันครั้งก่อนไม่ถึงครึ่งชั่วยาม” ทั้งสองคนต่างเพิ่งผละจากสนามรบ ถึงกับแม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่ทันได้เปลี่ยน ทั่วป๋าอิ้นปรากฏตัวในตอนนี้ ความไม่สบายใจในใจฉู่หลิงก็ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ไม่มีกะจิตกะใจพูดจาไร้สาระกับทั่วป๋าอิ้น กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบขึ้นว่า “ท่านอ๋องเสิ่น หลีกทาง!”

ทั่วป๋าอิ้นไม่ตอบ เพียงแต่ยื่นมือขึ้นชักกระบี่ที่เอวออกมาชี้ใส่ฉู่หลิง

อวิ๋นสิงเยว่ข้างกายฉู่หลิง เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “เจ้าไปก่อน พวกเราจะขวางเขาไว้เอง”

ฉู่หลิงพยักหน้าเล็กน้อย “ระวังด้วย” นางทะยานขึ้นจากหลังม้ามุ่งไปอีกทาง พร้อมกันนั้นเอง อวิ๋นสิงเยว่กับอีกสองสามคนก็พุ่งเข้าใส่ทั่วป๋าอิ้นพร้อมกัน ทั่วป๋าอิ้นกลับไม่สนใจพวกเขา ไล่ตามฉู่หลิงไปทันที ครู่หนึ่งถัดมา ทั่วป๋าอิ้นก็ขวางอยู่หน้าฉู่หลิง เดิมคนที่ตามฉู่หลิงมา นอกจากอวิ๋นสิงเยว่ ที่เหลือล้วนตามมาไม่ทัน

หากทั่วป๋าอิ้นสู้กับพวกเขา ไม่แน่ว่าอาจพอยื้อเวลาได้อีกสักพัก แต่ทั่วป๋าอิ้นไม่สนใจคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องมองฉู่หลิงไม่วางตา ด้วยฝีมือเขาย่อมตามวิชาตัวเบาฉู่หลิงทัน แต่องครักษ์เหล่านั้นกลับตามไม่ทัน

ฉู่หลิงเอ่ยขึ้น “ดูท่าไม่สู้กันสักตั้งคงไม่ได้แล้ว”

ทั่วป๋าอิ้นตอบว่า “เจ้าไปถึงตอนนี้ก็สายไปแล้ว รู้อยู่แล้วไยต้องดิ้นรน”

แสงหนึ่งแวบขึ้นมา ฉู่หลิงถือดาบจันทราพุ่งเข้าใส่ ทั่วป๋าอิ้นเองก็ไม่หลบ ยกกระบี่ยาวในมือแทงใส่ฉู่ หลิงอย่างไม่ออมมือ อวิ๋นสิงเยว่มองทั้งสองคนต่อสู้กันแล้วก็คิดเข้าแทรก แต่กลับพบว่าตนเองเข้าแทรกไม่ได้ วิทยายุทธ์เขาไม่อาจเทียบกับยอดฝีมือแท้จริงได้

ได้แต่ได้ยินเสียงฉู่หลิงตะโกนมาว่า “อวิ๋นสิงเยว่ พาคนไปก่อน!” อวิ๋นสิงเยว่ลังเลครู่หนึ่ง ฉู่หลิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “รีบไป!”

“เจ้าระวังด้วย!” อวิ๋นสิงเยว่รู้ว่าตนเองตอนนี้ช่วยอันใดไม่ได้ และยิ่งรู้ว่าฉู่หลิงเป็นห่วงอะไร ได้แต่หันหลังจากไปอย่างจนปัญญา

การ่อตสู้กันครั้งนี้รุนแรกว่าครั้งก่อนมาก ไม่มีการพูดจาแลกเปลี่ยนอันใดทั้งสิ้น ฉู่หลิงไม่พูดไม่จาโจมตีทุกช่องโหว่ของทั่วป๋าอิ้น ทั่วป๋าอิ้นเองก็ลงมืออย่างไม่ออมแรงเช่นกัน ไม่นานทั้งสองคนก็มีแต่บาดแผลเล็กใหญ่ไม่น้อย แต่ผู้ใดก็ไม่คิดหยุดมือ คล้ายว่าพวกเขามีความแค้นไม่อาจอยู่ร่วมใต้ฟ้า ความจริงพวกเขาเองก็นับว่ามีความแค้นยิ่งใหญ่ต่อกันจริงๆ

บนโลกใบนี้ ยังมีความแค้นใจใดยิ่งใหญ่ไปกว่าแค้นแห่งแผ่นดิน

ตอนอวิ๋นสิงเยว่นำคนขี่ม้าพุ่งทะยานหาพวกเซียวเหมิงเจอก็ดึกมากแล้ว สองกองกำลังไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่อันใด ทำให้อวิ๋นสิงเยว่ถอนใจโล่งอก เพียงแต่ตอนได้เห็นเซียวเหมิง แต่กลับไม่เห็นเซี่ยถิงเจ๋อ อวิ๋นสิงเยว่ก็ยิ้มไม่ออก เงียบไปครู่หนึ่ง อวิ๋นสิงเยว่จึงถามขึ้นว่า “แม่ทัพเซี่ยล่ะ”

เซียวเหมิงจ้องมองอวิ๋นสิงเยว่นิ่ง ยกมือขึ้นชี้ไปทางภูเขาลูกเล็กตรงหน้า “ทางนั้น”

“หมายความเช่นไร” อวิ๋นสิงเยว่ไม่เข้าใจ

เซียวเหมิงตอบว่า “แม่ทัพเซี่ยนัดกับไป๋หลี่ชิงหงที่นั่น...ตัดสายสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์”

“อันใดนะ!” อวิ๋นสิงเยว่ตกใจอย่างมาก กระชากตัวเซียวเหมิงขึ้นมา “นี่ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลหรือ รีบไปเร็ว!” เดิมไป๋หลี่ชิงหงก็คิดสังหารเซี่ยถิงเจ๋อ ด้วยสภาพเซี่ยถิงเจ๋อตอนนี้เกรงว่าสิบคนก็สู้ไป๋หลี่ชิงหงคนเดียวไม่ได้ ยังตัดสายสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ ย่อมต้องจบสิ้นชีวิตมอบให้ไป๋หลี่ชิงหงแล้วกระมัง เซียวเหมิงกลับไม่ตาม อวิ๋นสิงเยว่ไป ทว่าคว้าตัวอวิ๋นสิงเยว่ที่คิดจะรีบตามไป กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “คุณชายอวิ๋น ไม่ต้องไปแล้ว”

“เจ้าพูดอันใด แม่ทัพเซี่ยเลอะเลือน หรือว่าเจ้าเองก็เลอะเลือน” อวิ๋นสิงเยว่กล่าวไม่พอใจนัก พวกเขาเพิ่งมาจากสนามรบ ยังไม่ทันได้พักหายใจ องค์หญิงเสินโย่วสู้กับทั่วป๋าอิ้น ตอนนี้ยังไม่รู้ผลลัพธ์ หรือว่าเพียงแค่เพื่อมองดูเซี่ยถิงเจ๋อไปตายอย่างนั้นหรือ

เซียวเหมิงถอนหายใจ “นี่คือความต้องการของแม่ทัพเซี่ย”

“ว่าอันใดนะ” อวิ๋นสิงเยว่รู้สึกว่า คืนนี้เขาพูดคำนี้มากที่สุด แต่นอกจากคำนี้แล้ว เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรกล่าวอันใด

เซียวเหมิงมองไปทางภูเขา เอ่ยเสียงดังว่า “ไป๋หลี่ชิงหงนำคนวางกับดักซุ่มโจมตีทัพเมืองชางอวิ๋นจริง ข้ากับแม่ทัพเซี่ยนำคนมา แม้ว่าบุกเข้าไป แต่กลับไม่อาจพาทุกคนบุกออกมาอย่างปลอดภัยได้ ทว่าไป๋หลี่ชิงหงไม่ได้คิดต้องการชีวิตทหารเหล่านี้ เขาต้องการเพียงแค่...ชีวิตแม่ทัพเซี่ย ไป๋หลี่ชิงหงนัดกับแม่ทัพเซี่ยแล้ว ยามสองกองกำลังถอยออกมา เขาก็จะจบสิ้นกับไป๋หลี่ชิงหงตามลำพัง”

ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 676