ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 677
ตอนที่ 450-2 จบสิ้น!
อวิ๋นสิงเยว่ชะงักงันไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “แม่ทัพเซี่ยรับปากแล้วหรือ”
อวิ๋นสิงเยว่อยากบอกว่า ทัพเมืองชางอวิ๋นไหนเลยต้องการชีวิตคนมาเสียสละเพื่อความอยู่รอดต่อไป แต่...การเลือกเช่นนี้ไม่ถูกต้องจริงหรือ สองกองกำลังรวมกันหลายพันคน ชีวิตคนหลายพันกับชีวิตเดียวของเซี่ยถิงเจ๋อ...จะเลือกอย่างไรก็ไม่ถูกต้อง แต่คนที่เลือกครั้งนี้ก็คือเซี่ยถิงเจ๋อ เซี่ยถิงเจ๋อเลือกที่จะเสียสละตนเอง ไม่มีผู้ใดว่าเขาทำไม่ถูกต้อง
เซียวเหมิงดึงจดหมายฉบับหนึ่งจากแขนเสื้อส่งให้อวิ๋นสิงเยว่ จดหมายผนึกซองไว้แน่นหนา เขียนไว้ว่า
ทูล องค์หญิงเสินโย่ว จาก เซี่ยถิงเจ๋อ
เซี่ยถิงเจ๋อย่อมไม่มีทางนำเครื่องเขียนพวกนี้ติดตัวออกศึกสังหารศัตรูเป็นแน่ ซองจดหมายลงครั่งผนึกอย่างดี เห็นชัดว่าเตรียมไว้ล่วงหน้า ก็หมายความว่าเซี่ยถิงเจ๋อคาดเดาได้แล้วว่าจะมีวันนี้ เป็นไปได้อย่างไร เซี่ยถังเจ๋อไม่เชื่อว่าองค์หญิงเสินโย่วกับพวกเขาจะปกป้องเขาได้หรือ
อวิ๋นสิงเยว่พยายามสูดลมหายใจสองที ก่อนจะหันหน้าเดินไปทางภูเขาลูกนั้น
“เจ้าทำอันใด” เซียวเหมิงกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ
อวิ๋นสิงเยว่กล่าวไม่พอใจนักว่า “ข้าไปส่งศพไม่ได้หรือไร!”
“...”
ตอนฉู่หลิงมาถึง ท้องฟ้าก็เริ่มเข้าสู่ยามสามแล้ว พระจันทร์ดวงกลมยังคงลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ค่ำคืนหนาวเหน็บ แต่ฉู่หลิงกลับมีแต่เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดเต็มหน้าผากเพราะว่าเร่งรีบมาถึง ท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด แม้ว่ามองไม่เห็นบาดแผล แต่เซียวเหมิงได้กลิ่นคาวโลหิตจางๆ เห็นชัดว่าฉู่หลิงได้รับบาดเจ็บ และยังไม่ได้พันบาดแผล
“องค์หญิง” เซียวเหมิงมีสีหน้าละอายใจ ในใจฉู่หลิงหนักอึ้ง “แม่ทัพเซี่ยอยู่ที่ใด”
เซียวเหมิงยกมือขึ้นกำลังจะชี้ไปทางข้างหน้า แต่ก็พลันนิ่งอึ้งไปทันที ฉู่หลิงมองตามทิศทางที่เขาชี้ไป ไม่ไกลนักมีคนชุดขาวกำลังค่อยๆ เดินลงมา ฉู่หลิงย่อมจำได้ นั่นก็คือไป๋หลี่ชิงหง ยามนี้ในมือหนึ่งของไป๋หลี่ชิงหงถือกระบี่ อีกมือคล้ายว่าเป็นห่อผ้า กำลังค่อยๆ เดินลงจากเนินเขามาไกลๆ
ฉู่หลิงหลับตาลงอย่างปวดร้าว ความจริงความผูกพันระหว่างนางกับเซี่ยถิงเจ๋อไม่ลึกซึ้งมากนัก ไม่ว่าหกปีก่อนหรือหลายปีมานี้ แทบพบกับเซี่ยถิงเจ๋อนับครั้งได้ แต่...พอคิดว่าชายชราผู้นี้ผมขาวโพลน แต่แผ่นหลังยังคงตั้งตรงอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับแววตาฝ้าฟางที่ยังคงมีประกายไฟลุกโชน ฉู่หลิงก็รู้สึกว่าไม่อาจระงับใจให้สงบนิ่งลงได้
นางสาบานกับตนเองว่าจะปกป้องเขา แต่เพียงแค่สองวัน เขาก็จากไปต่อหน้านาง
ชายชราที่ควรมีชีวิตบั้นปลายที่ดี เขาใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิตต่อสู้เพื่อเทียนฉี่ สุดท้ายกลับต้องมาตายด้วยคมกระบี่ศิษย์ตนเอง
ไป๋หลี่ชิงหงไม่ใช่คน เชิงเขามีชายชุดดำสองสามคนมารอรับ ฉู่หลิงย่อมจำได้ว่าเป็นคนของคุกหมิงอวี้
“องค์หญิง” เซียวเหมิงมองนางอย่างเป็นห่วง ฉู่หลิงรู้ว่าเขากลัวว่านางจะวู่วาม เชิงเขานั้นไม่เพียงมีคนของคุกหมิงอวี้ ไม่ไกลนักยังมีกองกำลังทหารแดนใต้ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นางเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย คิดจะสังหารไป๋หลี่ชิงหง ย่อมเป็นไปไม่ได้
ไป๋หลี่ชิงหงเสมือนรับรู้ได้ถึงสายตาของฉู่หลิง จึงค่อยๆ หันหน้ามามอง ทั้งสองสบตากันได้ครู่หนึ่ง ไป๋หลี่ชิงหงก็ถอนสายตากลับ ก้มหน้าลงมองห่อผ้าที่ยังคงมีโลหิตหยดในมือตนเองทีหนึ่งก่อนจะเดินไปหาชายชุดดำที่มารอรับ
ยามนี้ฉู่หลิงไปยืนอยู่บนเนินเขาที่ก่อนหน้านี้ไป๋หลี่ชิงหงอยู่ พวกไป๋หลี่ชิงหงค่อยๆ ลับไปไกลแล้ว เห็นชัดว่าเป้าหมายพวกเขาชัดเจน หลังเซี่ยถิงเจ๋อตาย พวกเขาก็ไม่คิดนำกองกำลังทหารแดนใต้มาหาเรื่องทัพเมืองชางอวิ๋นอีก ฉู่หลิงก้มหน้าลงมองโลหิตสีน้ำตาลนองพื้น ลมหนาวพัดมาทำให้รู้สึกหนาวยะเยือกถึงหัวใจ
อวิ๋นสิงเยว่เดินลงมาจากภูเขาทีละก้าว สีหน้านิ่งขรึมไม่เหมือนกับคุณชายอวิ๋นคนเดิมที่ไม่เคยยี่หระกับเรื่องใด พอเห็นฉู่หลิงยืนอยู่ตรงนั้น อวิ๋นสิงเยว่ก็อึ้งไปทันที ก่อนจะถามว่า “เจ้ามาได้อย่างไร”
ฉู่หลิงสบตาเขา “ข้าต้องมาดูด้วยตาตนเอง...แม่ทัพเซี่ย”
อวิ๋นสิงเยว่เอ่ยว่า “ไม่มีอันใดควรดู ข้าจัดการฝังศพแม่ทัพเซี่ยเรียบร้อยแล้ว”
ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้องมองอวิ๋นสิงเยว่ “ฝังแล้วหรือ”
อวิ๋นสิงเยว่พยักหน้า “ฝังด้านหลังเขาตรงนั้น นับว่า...เป็นพื้นที่ที่เขาสวยน้ำใส นี่คือสิ่งที่แม่ทัพเซี่ยต้องการ อย่างไร...ก็ไม่มีอันใดน่าดู”
ฉู่หลิงรู้ว่าสิ่งที่ไป๋หลี่ชิงหงนำไปคืออะไร ศพที่ถูกตัดศีรษะทิ้งย่อมไม่น่ามอง แต่...“เจ้าว่านี่คือสิ่งที่แม่ทัพเซี่ยต้องการเองหรือ เจ้าเคยคุยกับเขาหรือ”
อวิ๋นสิงเยว่ฝืนยิ้มเอ่ย “เจ้าคงไม่คิดว่าวิทยายุทธ์ข้าแค่นี้ จะไม่ถูกไป๋หลี่ชิงหงค้นพบกระมัง แม่ทัพเซี่ยให้ข้ามาบอกเจ้า...อย่าได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ นี่เป็นเรื่องที่เขาควรจบด้วยตนเองนานแล้ว เพียงแต่ต้องรบกวนเจ้าเขารับปากจวินอู๋ฮวนเฝ้าเมืองชางอวิ๋นหนึ่งเดือน อีกสิบกว่าวันจึงจะครบเดือน”
ฉู่หลิงกัดฟัน “อะไรเรียกว่าเป็นเรื่องที่เขาควรจบด้วยตนเองนานแล้ว”
อวิ๋นสิงเยว่ส่ายหน้า ดึงจดหมายที่เซียวเหมิงดึงออกจากแขนเสื้อส่งให้นาง “นี่คือจดหมายที่แม่ทัพเซี่ยฝากเซียวเหมิงมา”
ฉู่หลิงรับซองจดหมายมามองทีหนึ่ง เรื่องที่อวิ๋นสิงเยว่มองออก นางย่อมมองออกเช่นกัน เห็นชัดว่า เซี่ยถิงเจ๋อเตรียมตัวทำเช่นนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว เขาไม่คิดให้นางปกป้องชีวิตเขา บางทีตั้งแต่ไป๋หลี่ชิงหงมาเมืองชางอวิ๋น เขาก็นึกภาพยามฉู่หลิงได้รับจดหมายนี้ไว้แล้ว นางหันหลังเดินไป อวิ๋นสิงเยว่รีบตามมา
“เจ้าต้องการทำอันใด”
ฉู่หลิงตอบ “อย่างไรก็จะต้องไปดูสักหน่อย ศพแม่ทัพเซี่ย...เจ้าทำได้ถูกต้อง ฝังไว้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีมากจริงๆ ส่วนวันหน้า...ค่อยว่ากันก็แล้วกัน”
ทั่วป๋าอิ้นนั่งอยู่ในกระโจมตนเอง หมอทหารข้างๆ กำลังจัดการบาดแผลให้เขา ครั้งนี้ฉู่หลิงบาดเจ็บไม่น้อย แต่ทั่วป๋าอิ้นก็ไม่ได้เปรียบอันใด แม้ว่าไม่ได้บาดเจ็บสาหัส แต่บาดแผลยาวตรงแขนซ้ายของเขานี้ก็ลึกไม่น้อย หมอทหารล้างแผลแล้วจึงใส่ยา กำลังใช้ผ้าพันให้แน่นหนาอย่างระมัดระวัง
“โชคดีตอนนี้ปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว บาดแผลหายเร็วหน่อย แต่ระยะนี้ท่านอ๋องเสิ่นอย่าได้ใช้แขนข้างนี้จะดีกว่า” หมอทหารเก็บของไปกำชับไป
ทั่วป๋าอิ้นพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว ขอบคุณมาก”
หมอทหารมองทั่วป๋าอิ้น “บาดแผลอื่นบนร่างกายท่านอ๋อง...ข้าน้อยทิ้งยาเอาไว้ ท่านอ๋องจัดการเองได้”ทั่วป๋าอิ้นย่อมไม่ได้มีเพียงบาดแผลแค่ที่แขน แต่ทว่าครั้งนี้ตรงนี้สาหัสที่สุด ที่อื่นเห็นชัดว่าเขาไม่เห็นอยู่ในสายตา และไม่ได้ให้หมอทหารรักษาให้ตนเอง
ทั่วป๋าอิ้นพยักหน้า มองหมอทหารถอยออกไป ก่อนจะถามขึ้นว่า “ไป๋หลี่ชิงหงกลับมาหรือยัง”
องครักษ์ตอบว่า “เรียนท่านอ๋อง ยังขอรับ”
ทั่วป๋าอิ้นพยักหน้า “ถึงขั้นนี้แล้ว หากยังไม่สังหารเซี่ยถิงเจ๋อทิ้ง...ก็ทำตามรับสั่งฝ่าบาทได้”
องครักษ์พยักหน้า “ท่านอ๋องโปรดวางใจ ข้าน้อยเตรียมการเรียบร้อยแล้ว แต่...ถ้าเขาไม่กลับมา?”
ทั่วป๋าอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ารู้สึกว่า...ฝ่าบาททรงเป็นห่วงมากเกินไป”
องครักษ์ไม่เข้าใจ “ท่านอ๋องเชื่อใจไป๋หลี่ชิงหงหรือ”
ทั่วป๋าอิ้นแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “เชื่อเขา ไม่สู้เชื่อความคิดอยากเป็นใหญ่ของเขา ทั่วป๋าเหลียงนำหมาป่าเข้าบ้านตนเอง สักวันหนึ่ง หากถูกแว้งกัด ก็อย่าได้โทษผู้ใด หากไป๋หลี่ชิงหงคิดทรยศ ก็คงทรยศนานแล้ว หลายปีมานี้ยอมทุ่มเทกายใจลำบากตรากตรำมา เขาจะตัดใจละทิ้งไปได้หรือ”
“แต่...อย่างไรเซี่ยถิงเจ๋อก็เป็นอาจารย์เขา” แม้ชาวเผ่ามั่วไม่ได้ให้ความเคารพอาจารย์เหมือนชาวเทียนฉี่ แต่ก็ให้ความเคารพผู้เป็นอาจารย์เช่นกัน
ทั่วป๋าอิ้นเพียงตอบ “แม้แต่ตระกูลไป๋หลี่เขาก็ทอดทิ้งได้ นับประสาอันใดกับอาจารย์”
ขณะกำลังคุยกัน มีคนรีบเข้ามารายงาน “เรียนท่านอ๋อง ราชบุตรเขยกลับมาแล้ว!”
ทั่วป๋าอิ้นไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพียงแค่ถามขึ้นว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”
“ราชบุตรเขยไป๋หลี่นำห่อผ้าชุ่มโลหิตกลับมาด้วยห่อหนึ่ง เหมือนจะ...เป็นศีรษะ”
ทั่วป๋าอิ้นเหลือบตาขึ้นสบตากับองครักษ์ กล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ดูท่า ฝ่าบาทน่าจะพึงพอใจมาก เขียนจดหมายถึงพี่ใหญ่ในเมืองหลวง”
“ขอรับท่านอ๋อง” องครักษ์รับคำพลางถามขึ้นว่า “ท่านอ๋อง แล้วทางไป๋หลี่ชิงหง...”
ทั่วป๋าอิ้นตอบทันที “ไม่ต้องสนใจ อีกไม่นานเขาก็จะไปแล้ว ศัตรูตอนนี้ของพวกเราก็คือทัพเมืองชาง อวิ๋นและ...องค์หญิงเสินโย่ว!”
“ขอรับ ข้าน้อยเข้าใจแล้ว” องครักษ์ขานรับน้ำเสียงนิ่งเรียบ