ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 692
ตอนที่ 458-1 คิดฝันไปเองผู้เดียว
ทั่วป๋าอิ้นไม่ใช่คนชั่วที่พูดจาคืนคำ เขารับปากถอยทัพก็ถอยทัพจริง พอออกคำสั่งลงไป ทัพใหญ่เป่ยจิ้นไม่ไกลนักก็ได้เป่าเขาสัญญาณถอยทัพ ทัพใหญ่เป่ยจิ้นคำสั่งการทหารเข้มงวด ไม่นานก็เริ่มถอยทัพดังคาด ฉู่ หลิงย่อมไม่คิดหาเรื่องยั่งยุทั่วป๋าอิ้นในเวลานี้ แม้ว่าหากเซียวเหมิงถือโอกาสสังหารรองแม่ทัพได้จะเป็นเรื่องดีต่อพวกนาง แต่หากทั่วป๋าอิ้นรักษาสัญญา แล้วนางกลับพูดคืนคำ ผลที่ตามมาอาจคาดไม่ถึง
“เซียวเหมิง หยุด” กระบี่เซียวเหมิงจ่อที่ลำคอรองแม่ทัพ ก็ได้ยินเสียงฉู่หลิงสั่งให้หยุด แล้วจึงทะยานกลับมาข้างกายฉู่หลิง ส่งสายตามองทั่วป๋าอิ้นตรงหน้าด้วยแววตาระแวดระวัง รองแม่ทัพที่รอดชีวิตมาได้กำลังตกใจขวัญหนีดีฝ่อ รีบก้าวไปตรงหน้าทั่วป๋าอิ้น “ท่านอ๋อง...”
ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “คืนนี้ถอยทัพก่อน”
รองแม่ทัพแสดงท่าทางไม่ยินยอม แต่กลับไม่อาจขัดคำสั่งทั่วป๋าอิ้น เพียงแต่มองฉู่หลิงกับเซียวเหมิง อย่างไม่ยินยอม หากขวางองค์หญิงเสินโย่วไม่ให้กลับไปได้ก็จะเป็นเรื่องดียิ่ง มีองค์หญิงเสินโย่วอยู่ในมือ ยังต้องกลัวฮ่องเต้หย่งเจียไม่ยอมสยบหรือ
ฉู่หลิงกับเซียวเหมิงย่อมเห็นสายตาเขา ฉู่หลิงถึงกับหัวเราะเยาะใส่เขาอย่างไม่เกรงใจ รองแม่ทัพแอบกัดฟัน เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “ท่านอ๋อง หากขวางองค์หญิงเสินโย่วไว้ได้...”
ทั่วป๋าอิ้นไม่สนใจวาจาเขา แต่มองไปทางฉู่หลิง “เจ้าคิดไหมว่าเจ้าจะหนีกลับไปได้อย่างไร” ฉู่หลิงท่าทางไม่สนใจยิ้มเอ่ย “อย่างมากก็สู้กันสักตั้ง ท่านอ๋องเสิ่นเชิญ”
ทั่วป๋าอิ้นก้มหน้าลงมองทีหนึ่ง ก่อนหันไปมองหัวไหล่ขวาตนเองทีหนึ่ง ฉู่หลิงไม่ออมมือจริงๆ ไหล่ขวาด้านหลังที่ถูกนางแทงหนึ่งแผลเป็นรูแผลลึกเกือบจะทะลุมาด้านหน้า แม้ตอนนั้นสกัดจุดไว้ได้ทัน แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าโลหิตค่อยๆ ไหลซึมออกมา
หากสู้กันต่อไป ไม่แน่แขนนี้อาจพิการได้
เทียบกันแล้ว อาการบาดเจ็บภายในของฉู่หลิงแม้ว่าค่อนข้างยุ่งยากไม่น้อย แต่อย่างน้อยสีหน้าก็ดีกว่ามาก คนไม่รู้ความจริง ไม่แน่ว่ายังคิดว่าศึกนี้ฉู่หลิงชนะแล้ว แต่ความจริง น่าจะเรียกได้ว่านำตนเองเข้าแลกหนึ่งพันหนึ่งเพื่อทำลายศัตรูหนึ่งพันเท่านั้น แต่ทว่า...
“เจ้ายังต่อสู้ได้อีกหรือ” ทั่วป๋าอิ้นถามขึ้น
ฉู่หลิงยิ้มเอ่ย “ยามต่อสู้ด้วยชีวิตก็ต้องสู้ด้วยชีวิต ผู้ใดสนใจว่าเจ้าจะสู้ได้หรือไม่ นับประสาอันใด...ข้าไม่ไหว ยังมีเซียวเหมิงสับเปลี่ยนอีก ข้าสังหารรองแม่ทัพเจ้า เซียวเหมิงสังหารเจ้า น่าจะไม่ยากระมัง”
ทั่วป๋าอิ้นเงียบไปครู่หนึ่ง “เอาเถอะ พวกเจ้าไปได้”
ในเวลานี้หากยังไม่ไปก็คงเป็นคนโง่เง่าแล้ว
ยามนี้ฉู่หลิงจึงมิได้ลังเลอีก พยักหน้าให้เซียวเหมิง ทั้งสองคนทะยานกลับไปทางเมืองชางอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
รองแม่ทัพโมโหขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น “ท่านอ๋อง เหตุใดปล่อยพวกเขาไป”
พวกเขายอมถอยทัพก็ไม่เลวแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยสองคนนี้ไป ขอเพียงท่านอ๋องมีคำสั่ง สองคนนี้ติดปีกก็ยากหนีพ้น
ทั่วป๋าอิ้นเงียบไปเป็นนานก่อนจะกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “เจ้าอาจสังหารนางไม่ได้”
รองแม่ทัพไม่คิดเช่นนั้น เห็นชัดว่าองค์หญิงเสินโย่วได้รับบาดเจ็บภายใน นางก็มิใช่คนเหล็ก หรือว่าจะหนีพ้นทัพเผ่ามั่วนับหมื่นได้ ได้ยินว่าตอนนั้นเพราะเรื่ององค์หญิงหลิงซีเทียนฉี่ อดีตฮ่องเต้จึงทอดทิ้งท่านอ๋องเสิ่นไปหลายปี เพราะรู้สึกว่าเขาปักใจในความรักชายหญิง เป็นคนไม่ได้ความ หรือว่าตอนนี้สิ่งที่อดีตฮ่องเต้ทรงเป็นกังวลจะเป็นจริง
ทั่วป๋าอิ้นเงยหน้ามองไปทางที่ฉู่หลิงกับเซียวเหมิงจากไป
เหตุใดต้องปล่อยนางไป เขาเองก็ไม่รู้ แต่ไม่ว่าเพื่ออันใด ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว!
รองแม่ทัพเห็นทั้งสองคนหายลับไปท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด ก็ไม่กล่าวอันใดอีก เพียงแค่ถอนหายใจ อย่างนึกเสียใจอยู่บ้าง “ท่านอ๋องถอยทัพตอนนี้ ใช่ว่าทำให้แผนการที่วางไว้ก่อนหน้านี้ต้องสูญเปล่าหรือ”
ทั่วป๋าอิ้นกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ร้อนใจอันใด พักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้าตีเมืองอีกครั้ง! ทัพเมืองชางอวิ๋นต้องเตรียมป้องกันทั้งคืน คงไม่อาจพักผ่อนได้ดีกว่าพวกเรา”
“ขอรับท่านอ๋อง”
ตอนฉู่หลิงกับเซียวเหมิงกลับถึงกำแพงเมืองก็อดถอนใจโล่งอกไม่ได้ หากทั่วป๋าอิ้นตั้งใจจะขวางพวกเขาไว้ พวกเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะหนีรอดมาได้จริงๆ แต่อาจต้องทำให้พวกเขาได้เสียเลือดเนื้อเป็นการชดใช้จึงจะหนีออกมาได้
เซียวเหมิงอดเอ่ยไม่ได้ “อ๋องเสิ่นเป่ยจิ้นท่านนี้เป็นวิญญูชนแท้จริงผู้หนึ่ง”
ฉู่หลิงยิ้มเฝื่อนเอ่ยว่า “คุณธรรมท่านอ๋องเสิ่นผู้นี้นับได้ว่าไม่เลวจริง ทว่า...ข้าเดาว่าครั้งนี้เท่านั้น วันหน้าอย่าได้ตกอยู่ในกำมือเขาอีก”
ฉู่หลิงไม่แน่ใจว่าเหตุใดทั่วป๋าอิ้นจึงยั้งมือ แต่ก็พอคาดเดาได้บ้าง ทว่าเหตุผลเรื่องฉู่ฝูอีไม่อาจใช้ได้หลายครั้งนัก ทำให้ทั่วป๋าอิ้นปล่อยพวกนางครั้งนี้ ย่อมไม่มีทางมีครั้งที่สอง หากทั่วป๋าอิ้นมีใจเมตตาใจอ่อนกับคนที่คนรักตนรักจริง ศึกนี้เขาก็ไม่ต้องรบแล้ว ก่อนหน้านี้คงไปจากจงหยวน กลับนอกด่านไปหลบซ่อนตัวแล้ว
“ลำบากขุนพลเซียวแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ พวกเป่ยจิ้นคงไม่ให้เวลาเรานานนัก” ฉู่หลิงกล่าว
เซียวเหมิงพยักหน้ามองฉู่หลิง “องค์หญิงยังไม่กลับหรือ”
ฉู่หลิงส่ายหน้า เงยหน้ามองกำแพงเมืองตรงหน้าทีหนึ่ง “ข้ายังมีงานอีก” หมิงเซวียนพร้อมกับแม่นางกลุ่มนั้นถูกทิ้งอยู่บนนั้น ไม่รู้ว่าศึกเมื่อครู่ทำให้พวกนางตกใจหรือไม่
ฉู่หลิงเดินไปยังตำแหน่งที่นางทิ้งพวกนางไว้ก่อนหน้านี้ ไม่เห็นแม่นางกลุ่มนี้กอดกันร้องไห้ แต่เห็นแววตาส่องประกายของพวกนางจ้องมองมาที่นาง ทำเอานางตกใจนิ่งอึ้ง ทัพศัตรูเพิ่งถอยกลับไป ยืนอยู่บนกำแพงเมืองมองไปยังทัพใหญ่เป่ยจิ้นไม่ไกลนัก เห็นชัดว่าทัพเผ่ามั่วไม่ได้กลับเข้าค่ายทั้งหมด ดังนั้นทหารทัพเมืองชาง อวิ๋นยังไม่อาจพักผ่อน ได้แต่เฝ้าระวังภัยต่อ
ฉู่หลิงจัดกลุ่มหญิงสาวเฝ้าไว้ที่นี่ ก็เพราะแน่ใจว่าที่นี่จะไม่เป็นอันตราย แค่ความจริงเหนือความคาดหมายของนางมาก หญิงสาวผู้นำในกลุ่มสองสามคนท่าทางอนาถมาก ไม่ไกลจากพวกนางมีศพชาวเผ่ามั่วเรียงกันอยู่สี่ศพ
เพียงแต่สี่คนนี้ หากเป็นฝีมือฉู่หลิง เกรงว่าคงไม่มีโลหิตไหลออกจากศพ แต่ยามนี้ทั่วพื้นนองไปด้วยคราบโลหิตและร่องรอยการต่อสู้ สภาพเละเทะและรอยโลหิตทั่วพื้นทำให้คนอดสงสัยไม่ได้ว่าที่แห่งนี้เพิ่งเกิดศึกใหญ่มา เพียงแต่ศพที่เหลือถูกคนแอบจัดการไปจนเหลือเพียงสี่ศพ
เรื่องนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าศพบนพื้นก็มีสภาพบาดแผลอนาถไม่แพ้กัน และส่วนใหญ่ก็ตรงจุดสำคัญทั้งสิ้น ถึงกับมีรอยถูกก้อนหินทุ่ม ในจำนวนนั้นมีคนท้ายทอยเป็นรูโบ๋ ฉู่หลิงสงสัยว่าที่พวกเขาตายคงไม่ใช่อาการบาดเจ็บอื่น แต่คงเพราะโดนก้อนหินทุ่ม
หันมามองแม่นางเหล่านี้อีกครั้ง หมิงเซวียนที่วิทยายุทธ์สูงที่สุดก็แลดูสภาพไม่ค่อยน่ามอง แต่ไม่เห็นบาดแผลเด่นชัด ในจำนวนแม่นางเหล่านี้มีสองสามคนมีบาดแผลอยู่ ที่หนักหนาที่สุดก็แม่นางที่นั่งพิงอยู่ริมกำแพง บาดแผลที่ไหล่ขวาพันแผลไว้แล้ว เพียงแต่ผ้าขาวพันแผลยังคงมีโลหิตซึมเป็นวงกว้าง
ฉู่หลิงเดินเข้าไปสกัดจุดบริเวณบาดแผลนางรวดเร็ว แม่นางผู้นั้นดูแล้วน่าจะสิบหกสิบเจ็ด แม้ว่าสีหน้าซีดเผือด ขมับยังคงหลั่งเหงื่อเย็น แต่แววตาที่มองฉู่หลิงกลับมีรอยยิ้มดีใจ
“ฮูหยิน ข้าสังหารชาวเผ่ามั่วได้คนหนึ่ง”
ฉู่หลิงยื่นมือไปลูบหน้าผากที่ปูดโนเขียวของนางทีหนึ่ง กล่าวเบาๆ ว่า “ทำได้ดีมาก เจ้าชื่ออะไร”
สาวน้อยแววตาเปล่งประกาย “ข้าชื่อชิวหรง แซ่ชิว ชื่อว่าชิวหรง”
ฉู่หลิงเอ่ยว่า “ทำได้ดีมาก ทุกคนล้วนทำได้ดีมาก” ได้ยินฉู่หลิงเอ่ยชม ทุกคนต่างพากันดีใจมาก ลืมความหวาดกลัวที่ออกศึกเป็นครั้งแรกไปหมดสิ้น
ใช่แล้ว ในใจแม่นางเหล่านี้ พวกนางก็คือคนที่ได้ออกศึกแล้ว หลายเรื่องไม่ทำก็ไม่มีวันรู้ว่าตนเองก็ทำได้ ยามที่พวกนางเพิ่งได้เห็นชาวเผ่ามั่วหลบทหารรักษาเมืองของทัพเมืองชางอวิ๋นบุกเข้ามาก็กลัวมากจริงๆ
ก่อนหน้านี้พวกนางฝึกมือกับกองกำลังทหารแดนใต้ ชาวเผ่ามั่วในใจพวกนางยังคงน่ากลัว หมิงเซวียนเคยติดตามหมิงนั่วไปนอกเมืองมา อายุไม่น้อยแต่เห็นมามาก รับมือชาวเผ่ามั่วคนสองคนย่อมไม่ยาก แต่แม่นางคนอื่นกลับมือไม้พัลวันตื่นตกใจ
โชคดีพวกนางคนมาก สุดท้ายร่วมใจกันจัดการคนพวกนี้ได้สำเร็จ แม้พวกนางอย่างน้อยครึ่งหนึ่งหรือมากกว่านั้นได้รับบาดเจ็บกันก็ตาม
หากสู้ด้วยชีวิตจริงๆ ความกลัวอันใดก็ลืมไปหมดสิ้น แต่หลังจากความรู้สึกหวาดกลัวผสมกับความฮึกเหิม ทำให้พวกนางมือไม้พัลวันไปหมด พอรู้เรื่องนี้ก็ได้ยินฉู่หลิงเอ่ยชมว่า “ทำได้ดีมาก” ทุกคนอดถอนใจโล่งอกไม่ได้ อารมณ์ที่กำลังตึงเครียดก็พลันผ่อนคลายลงทันที
ฉู่หลิงลุกขึ้นยืนตบไหล่หมิงเซวียน “ดึกมากแล้ว ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้ คนที่ได้รับบาดเจ็บก็รีบไปใส่ยา รักษาตัวให้ดี”
แม่นางกุมดาบในมือคนหนึ่ง อดถามไม่ได้ว่า “ฮูหยิน พรุ่งนี้พวกเรายังมาได้อีกหรือไม่”
ฉู่หลิงมองพวกนางพลางหัวเราะเบาๆ ขึ้นเสียงหนึ่ง “คิดว่ามาได้ คนที่ได้รับบาดเจ็บก็ให้พักอยู่บ้านไป อย่าใจร้อน”
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน!”
ให้แม่นางเหล่านี้กลับไปพักผ่อนแล้ว ฉู่หลิงก็ลาดตระเวนบนกำแพงเมืองอีกรอบหนึ่ง หมิงนั่วทำงานมีประสิทธิภาพดีมาก มีชายหนุ่มไม่น้อยขึ้นมาช่วยบนกำแพงเมือง พวกเขาบางทีไม่อาจออกสนามรบสังหารข้าศึกได้ แต่ช่วยเหลือจัดการหลังเสร็จศึกได้ ซ่อมแซมเครื่องป้องกันได้ และยังว่องไวอย่างมาก มีพวกเขาอยู่ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าชาวเป่ยจิ้นจะถือโอกาสมาโจมตียามดึก ทหารรักษาเมืองก็พอมีเวลาได้พักผ่อนเล็กน้อย
มองออกไปไกลๆ ก็เห็นอวิ๋นสิงเยว่กำลังยองตัวลงนั่งพันแผลให้ทหารคนหนึ่ง วิชาการแพทย์เขาเหนือสามัญ จัดการอาการบาดเจ็บภายนอกพวกนี้ได้คล่องแคล่วอย่างมาก เมืองชางอวิ๋นไม่ขาดแคลนหมอ ทัพเมืองชางอวิ๋นไม่ขาดแคลนหมอทหาร บนกำแพงเมืองมีคนทำงานกันวุ่นวาย อวิ๋นสิงเยว่พันแผลให้ทหารคนนั้นเสร็จ ก็ลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆ ว่ามีที่ใดต้องการความช่วยเหลือจากเขาอีก ก่อนจะถอนหายใจตบแขนเสื้อเตรียมตัวจะกลับ