คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 667

#667คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1333 งูหิมะ

หูลี่จ่างเทียนลูบหน้าอก กล่าวว่าอันตรายมากอยู่หลายคำ

งูหิมะมีพิษร้ายแรง หากถูกกัดเพียงครั้งเดียวก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว

สัตว์พิษที่มีชีวิตในสถานที่เช่นนี้ได้ ย่อมไม่ใช่สัตว์พิษธรรมดา

หูลี่จ่างเทียนยื่นมือไปหยิบฟืน ไป๋จื่อรีบห้ามเขาไว้ ก่อนจะรั้งร่างเขาให้ถอยหลังมาสองก้าว แล้วกล่าวกับองครักษ์ข้างกายว่า “พวกเจ้าไป ระวังตัวด้วย อาจจะมีงูอีก”

องครักษ์สองคนชักกระบี่ยาวออกมา เดินเข้าไปใกล้กองฟืนอย่างเชื่องช้า จากนั้นค่อยใช้กระบี่ยาวเขี่ยฟืนดู และเป็นเช่นที่ไป๋จื่อคาดการณ์ไว้ มีงูสีขาวที่ลำตัวหนากว่าเดิมพุ่งออกมา

ประกายกระบี่สว่างวาบ งูสีขาวถูกฟันเป็นสองท่อนร่วงลงบนพื้นแล้ว

หูลี่จ่างเทียนเข้าไปมองดู “ที่แท้ก็เป็นงูตัวเมียมาหาที่วางไข่ ถึงได้ลอดเข้าไปอยู่ในนั้น”

ไป๋จื่อมองงูตัวอ้วนสองตัว ยิ้มว่า “ดูท่าทางเย็นนี้พวกเรามีอาหารเพิ่มแล้ว”

เปลวไฟลุกโชน เหนือกองไฟต้มน้ำแกงเนื้อตากแห้งหอมๆ ส่วนข้างๆ ย่างเนื้องู เมื่อย่างจนน้ำมันออกมาแล้วค่อยสาดเกลือใส่เล็กน้อย ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงอะไรมากมายก็ส่งกลิ่นหอมทำให้อยากใช้มือจับกินแล้ว

มีกองไฟอบอุ่น มีอาหารหอมฉุย อีกทั้งมีเพื่อนร่วมทางที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้าย แต่ก็รู้สึกว่าหนทางข้างหน้าไม่ได้ลำบากเท่าไร

องครักษ์สองคนและหูลี่จ่างเทียนผลัดกันเฝ้ายาม ส่วนไป๋จื่อและเสี่ยวชิงผิงไฟพักผ่อน

พวกนางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีสักวันที่ได้นอนท่ามกลางหิมะและน้ำแข็งเช่นนี้ ทว่าก็นอนหลับสนิทเช่นกัน

เมื่อฟ้าสาง พายุหิมะที่เดิมทีรุนแรงคล้ายกับสงบลงแล้ว แสงตะวันทางตะวันออกทะลุผ่านชั้นเมฆ ตกกระทบบนโลกสีขาวโพลนแห่งนี้ สะท้อนสีสันงดงามออกมา

ไป๋จื่อหลับตาพลางถอนใจเสียงหนึ่ง “ไม่ได้ดีไปกว่าพายุหิมะเลย แสงแดดแยงตามาก”

เสี่ยวชิงขยี้ตา “แดดออกไม่ดีหรือ จะได้มองเห็นทางชัดขึ้นหน่อย”

หูลี่จ่างเทียนคว้าผ้าโปร่งสีดำออกมาจากกระเป๋าพก ก่อนจะฉีกผ้าโปร่งออกเป็นผืนยาวๆ แล้วแบ่งให้ทุกคนถือไว้ในมือ

“ใช้ปิดตาเอาไว้ แม้จะน่ารำคาญฮยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าต้องกลายเป็นคนตาบอดละนะ”

เสี่ยวชิงไม่เข้าใจ “เหตุใดต้องทำเช่นนี้”

ไป๋จื่อใช้ผ้าโปร่งสีดำปิดตาแล้ว แม้จะใช้งานได้ไม่ดีเท่าแว่นตากันแดดในยุคปัจจุบัน แต่ก็ดีว่ามองหิมะใต้แสงอาทิตย์ตรงๆ หากมีอาการตาบอดหิมะขึ้นมา ยังจะหาจักจั่นน้ำแข็งและบัวหิมะอะไรได้อีก มีแต่ทางตายเท่านั้น

“ปิดไว้เถอะ หากมองหิมะใต้แสงแดดนานๆ เข้า ตาเจ้าจะได้รับความเสียหาย พวกเรายังต้องอยู่ที่นี่อีกนาน หากไม่ปิดไว้ ทุกคนต้องกลายเป็นคนตาบอดแน่นอน”

เสี่ยวชิงขยี้ตา “มิน่าเล่าข้าถึงรู้สึกไม่สบายตาอยู่ตลอด” นางใช้ผ้าโปร่งสีดำปิดตา ภาพหิมะตรงหน้ามืดลงในทันที ท้องฟ้าก็มือลงเช่นกัน ทัศนวิสัยย่อมไม่ได้ดีเท่าก่อนหน้านี้ แต่ก็สบายตาขึ้นมากทีเดียว

ออกเดินทางอีกครั้ง ที่หมายของพวกเขาในครั้งนี้คือว่างเชวียน

และจุดซ่อนหม้อของหูลี่จ่างเทียนจุดสุดท้าย ก็อยู่ห่างจากว่างเชวียนไม่ถึงสิบลี้แล้ว

เขาซ่อนหม้อหนึ่งใบ ฟืนหนึ่งกองไว้ที่นั่นหลายปีมากแล้ว แต่กลับไม่เคยได้เข้าไปในว่างเชวียนอีกสักครั้ง แม้กระทั่งไม่เคยไปถึงจุดซ่อนหม้อ เขาคิดว่าทั้งชีวิตจะไม่ได้ไปที่นั่นอีก

“ที่นี่ห่างจากว่างเชวียนไม่เท่าไร อย่างเร็วใช้เวลาหนึ่งวันครึ่ง หนึ่งวันครึ่งนี้พวกเราจะหยุดพักไม่ได้ ไม่มีการกินดื่ม ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นอาหารมื้อสุดท้ายสำหรับหนึ่งวันครึ่ง แม้กระทั่งสองวันข้างหน้า”

เขาก่อไฟอีกครั้ง ต้มน้ำแกงเนื้ออีกหม้อ มีเพียงเท่านี้ ไม่มีอย่างอื่นอีก

เมื่อกินน้ำแกงและน้ำร้อนๆ อีกหม้อหนึ่งแล้ว ทุกคนก็เติมน้ำใส่ถุงน้ำเก็บความร้อน และห่อถุงน้ำไว้ในเสื้อผ้า ขณะที่ร่างกายอยอุ่น ถุงน้ำก็รักษาความร้อนได้นานขึ้น มันจะได้ไม่ต้องกลายเป็นน้ำแข็งจนดื่มไม่ได้

……….

ตอนที่ 1334 ทะเลสาบน้ำแข็ง

นี่เป็นสิ่งเดียวที่จะได้ลงท้องของพวกเขาในสองวันหลังจากนี้

มีเพียงลองประสบดู ถึงจะรู้ว่าขีดจำกัดของตนเองอยู่ที่ไหน

ไป๋จื่อไม่เคยรู้เลยว่านางสามารถเดินท่ามกลางหิมะได้นานถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน ทั้งๆ ที่ไม่กินอะไร ไม่ได้นอนหลับ

ทีแรกนางรู้สึกว่ามือเท้าชา ทว่าเดินไปนานๆ เข้า เลือดทั่วร่างกายกลับร้อนขึ้นมา มือเท้าไม่ได้เย็นเหมือนก่อนหน้านี้เช่นกัน

ขณะที่พักเท้าในที่ราบลุ่มระหว่างภูเขาซึ่งหลบลมหิมะได้ ไป๋จื่อถามหูลี่จ่างเทียนว่า “ที่นี่เลวร้ายขนาดนี้ ตลอดทางมาไม่มีอะไรสักอย่างนอกจากหิมะ เช่นนั้นงูหิมะ งูเหลือมหิมะ รวมถึงหมาป่าและเสือดาวที่อยู่ในภูเขาพวกนั้นรอดชีวิตได้อย่างไร”

หูลี่จ่างเทียนยิ้มว่า “ในภูเขาหิมะแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงด้านเดียว สิ่งที่เจ้ามองเห็นตรงหน้าเป็นแค่หนึ่งในด้านที่มากมายของมัน สัตว์พวกนั้นย่อมมีความสามารถของพวกมันเอง และในภูเขาหิมะก็มีอาหารมากมาย อาหารที่มีแค่พวกมันที่หาได้”

ที่แท้ในโลกหิมะและน้ำแข็งแห่งนี้ยังมีอีกด้านที่มนุษย์อย่างพวกเขามองไม่เห็นด้วย สวนสวรรค์ที่เหล่าสัตว์ที่อยู่ที่นี่จริงๆ ถึงจะได้ดื่มด่ำ

เมื่อเดินไปได้หนึ่งวันหนึ่งคืน เรี่ยวแรงของไป๋จื่อและเสี่ยวชิงก็แทบจะหมดเกลี้ยง ฝีเท้าอืดอาดขึ้นเรื่อยๆ บุรุษสามคนก็ไม่ได้เดินเร็วเหมือนก่อนหน้านี้ ฝีเท้าช้าลงเช่นกัน

หูลี่จ่างเทียนเดินนำหน้า องครักษ์สองคนต่างคนต่างประคองสตรีเดินหน้าไปอย่างยากลำบาก

นำในอกเสื้อหมดไปตั้งนานแล้ว ในท้องว่างเปล่า สองเท้าไม่เหลือแรง เมื่อมองหิมะสีขาวโพลนตรงหน้าก็เหมือนมองเมล็ดข้าวสารเต็มพื้นอย่างไรอย่างนั้น

“ฝืนอีกหน่อยเถอะ หากข้าจำไม่ผิด ข้างหน้าจะมีทะเลสาบน้ำแข็ง แม้ผิวทะเลสาบจะแข็งเป็นน้ำแข็งไปแล้ว แต่ขอเพียงเจาะผิวน้ำแข็ง ข้างใต้ก็มีน้ำให้ดื่ม หากโชคดีก็ยังมีปลาให้จับด้วย”

เมื่อได้ยินว่าข้างหน้ามีอาหาร สี่คนที่หมดแรงก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมา เร่งฝีเท้าอย่างรวดเร็ว

แม้จะบอกว่าข้างหน้า ฟังคล้ายกับห่างออกไปไม่กี่ก้าว แต่พวกเขากลับเดินนานถึงหนึ่งชั่วยามเต็มๆ ถึงจะถึงตรงหน้าทะเลสาบน้ำแข็ง

น้ำแข็งบนผิวทะเลสาบหนามาก ประเภทที่จอดเครื่องบินลำหนึ่งก็ไม่น่าเป็นปัญหา

พวกเขาต้องทำอย่างไรถึงจะเจาะชั้นน้ำแข็ง และจับปลาในน้ำได้เล่า

หูลี่จ่างเทียนมองไปทางองครักษ์สองคน “พวกเจ้ามีวรยุทธ์ เรื่องนี้มอบให้พวกเจ้าจัดการก็แล้วกัน”

องครักษ์ทั้งสองคนพลันหน้ามืด วรยุทธ์ของพวกเขาอยู่ในระดับดีก็จริง แต่ตอนนี้ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว เหลือเรี่ยวแรงไม่เท่าไรแล้ว อีกทั้งไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ได้ แล้วจะเจาะน้ำแข็งได้อย่างไร

ไป๋จื่อมองเสี่ยวชิง อีกฝ่ายสวมหมวกหนังกันลมไว้บนศีรษะ หางจิ้งจองสีเทาบดบังใบหน้าไปมากกว่าครึ่ง

“ข้าจำได้ว่าบนศีรษะของเจ้ามีปิ่นอยู่สองชิ้นกระมัง” ไป๋จื่อกล่าว เสี่ยวชิงผมหน้ามาก ต้องใช้ปิ่นสองชิ้นถึงจะกลัดผมไว้อยู่หมัด

ส่วนนางใช้ปิ่นชิ้นเดียว รูปแบบของปิ่นถือว่าใช้ได้ เป็นปิ่นทองธรรมดา

เสี่ยวชิงพยักหน้า “ใช่แล้ว ทำไมหรือ”

ไป๋จื่อพูดอีก “เจาะน้ำแข็งต้องใช้อุปกรณ์ที่มีปลายแหลม ปิ่นปักผมจึงเหมาะสมพอดี นำมาเร็ว”

เสี่ยวชิงปลดปิ่นสองชิ้นออก ก่อนจะมัดผมที่ร่วงลงมาซ่อนไว้ในหมวก

ไป๋จื่อก็ปลดปิ่นของตัวเองเช่นกัน แล้วส่งปิ่นทั้งสามชิ้นให้บุรุษสามคน “ใช้มันเจาะเถอะ เมื่อเจาะเป็นรู้เล็กๆ แล้วก็ค่อยใช้กระบี่และพลั่วไม้เจาะให้รู้ใหญ่ขึ้น”

หูลี่จ่างเทียนมองปิ่นทองแหลมๆ ยิ้มว่า “ความคิดนี้ไม่เลวเลย”

บุรุษสามคนลงมือทำงาน ทางด้านไป๋จื่อและเสี่ยวชิงนั่งยองมองอยู่ข้างๆ

ถึงอย่างไรองครักษ์สองคนก็เป็นชายหนุ่มมีแรงมาก ไม่นานนักก็เจาะรู้เล็กๆ ได้รูหนึ่ง พวกเขาตื่นเต้นมาก จากนั้นค่อยเปลี่ยนอุปกรณ์ ใช้กระบี่และพลั่วไม้ ไม่นานนักก็เจาะรูขนาดใหญ่ได้

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 667