คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 666
ตอนที่ 1331 หุบเขาว่างเชวียน
เขามองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง เมื่อเดินไปถึงหน้ากองหิมะแล้ว เขาก็หยิบกระบองไม้ที่แบกไว้ข้างหลังมาตีกองหิมะ เผยให้เห็นกระดาษน้ำมันแผ่นหนึ่ง
ข้างล่างกระดาษน้ำมันเป็นฟืนและหม้อ
เพราะมีกระดาษน้ำมันห่อเอาไว้ อีกทั้งหิมะที่นี่ไม่ละลายตลอดทั้งปี ฟืนจึงยังคงแห้งสนิท เพียงแต่ค่อนข้างแข็งและเย็น จุดไฟใส่พวกมันต้องเสียเวลาไม่น้อย
เสี่ยวชิงช่วยใส่ก้อนหิมะลงไปในหม้อ มองก้อนน้ำแข็งค่อยๆ ละลายอยู่ในหม้ออย่างช้าๆ มือและเท้าของพวกเขาก็เริ่มได้รับความอบอุ่นกลับมาเพราะยืนอยู่ข้างกองไฟด้วย
หูลี่จ่างเทียนหยิบห่อกระดาษน้ำมันออกมาจากในกระเป๋า และคว้าสิ่งของให้ห่อกระดาษออกมา ก่อนจะโยนลงไปต้มในหม้อ
ไป๋จื่อมองดูอย่างละเอียด พบว่าเป็นเนื้อตากแห้งที่มีกลิ่นหอมฉุยและหั่นเป็นชิ้นบางๆ
หูลี่จ่างเทียนโรยเกลือลงไปในหม้อเล็กน้อย ต้มอย่างเรียบง่ายเช่นนี้ก็ส่งกลิ่นหอมเตะจมูกแล้ว ท้องที่เดิมทีไม่หิวเท่าไรก็พลันส่งเสียงร้องโครกครากขึ้นมา
เขานำชามสองใบออกมาจากในกองหิมะอีก ใช้หิมะเช็ดถูก่อนจะส่งให้เสี่ยวชิงใบหนึ่ง “พวกเจ้าสองคนใช้ใบเดียวกันก็แล้วกัน ส่วนบุรุษสามคนอย่างพวกข้าจะใช้ใบเดียวกัน”
ทั้งห้าคนล้อมรอบกองไฟ กินน้ำแกงเนื้อตากแห้งที่เรียบง่าย คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีรสชาติของภูเขาและทะเล
“ร่างกายอุ่นขึ้นหรือไม่” หูลี่จ่างเทียนถาม
ไป๋จื่อพยักหน้า “อุ่นขึ้นมาแล้ว เรี่ยวแรงก็กลับมาแล้วเช่นกัน ลุงหูลี่ สิ่งของพวกนี้เป็นคนเชวียนซานที่ทิ้งเอาไว้หรือ”
หูลี่จ่างเทียนว่า “พวกเขาไม่รู้หรอก นี่เป็นของที่ข้าซ่อนเอาไว้ที่นี่ บางครั้งข้าต้องนอนค้างคืน หากไม่มีไฟคงไม่รอด”
“มีตลอดทางเลยหรือ” เสี่ยวชิงถามยิ้มๆ หากมีเช่นนี้ตลอดทาง พวกเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหิวตายหรือหนาวตายแล้ว
หูลี่จ่างเทียนเอ่ย “ทั้งหมดมีสามจุด นี่คือจุดแรก จุดต่อไปอยู่ไกลมาก เดินกันเถอะ หวังว่าจะถึงจุดต่อไปก่อนฟ้ามืดนะ”
ไป๋จื่อถาม “ตอนนี้พวกขึ้นเขาคุนหลุนแล้วกระมัง! หากต้องการตามหาจักจั่นน้ำแข็งต้องใช้เวลากี่วัน”
หูลี่จ่างเทียนส่ายหน้า “ตอนนั้นยังไม่นับว่าขึ้นเขาคุนหลุนแล้ว ต้องไปถึงจุดที่ข้าซ่อนหม้อจุดต่อไปก่อน ถึงจะนับว่าขึ้นเขาคุนหลุนแล้ว จักจั่นน้ำแข็งและบัวหิมะคุนหลุนล้วนอยู่ในหุบเขาว่างเชวียน มีแค่ในหุบเขาว่างเชวียนถึงจะมีจักจั่นน้ำแข็งและบัวหิมะ”
“ลุงหูลี่เคยไปที่หุบเขาว่างเชวียนมาก่อนหรือไม่” เสี่ยวชิงถาม
หูลี่จ่างเทียนพยักหน้า “เคยไปครั้งหนึ่ง ไม่เช่นนั้นข้าจะกำจัดหนอนความรักของข้าไปได้อย่างไร” เขายิ้ม ทว่าดูขมขื่นอยู่บ้าง
ไป๋จื่อถามว่า “หลังจากนั้นท่านไม่เคยไปอีกเลยหรือ”
หูลี่จ่างเทียนถอนใจเสียงหนึ่ง “ยาโถว เจ้าไม่เคยรู้จักหุบเขาว่างเชวียนมาก่อน ไม่รู้สภาพแวดล้อมของที่นั่นถึงได้ถามเช่นนี้ออกมา”
เขาหยุดไปเล็กน้อย จากนั้นค่อยเอ่ยต่ออีก “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดมันชื่อว่าหุบเขาว่างเชวียน” ทั้งสี่คนต่างก็ส่ายหน้า “ทุกคนต่างเล่ากันว่าแม่น้ำว่างเชวียนก็ถือแม่น้ำที่แบ่งระหว่างทางเดินสู่ปรโลกและโลกมนุษย์ คนที่เข้าไปในหุบเขาว่างเชวียนมีแต่คนตาย ไหนเลยจะมีคนเป็น”
เสี่ยวชิงฟังดังนั้นแล้วก็ขนลุกไปทั่วร่าง รีบถามว่า “ข้าเคยได้ยินคนเล่าเรื่องเล่าถึงแม่น้ำว่างเชวียน เขาเล่าว่าน้ำในแม่น้ำเป็นสีเหลืองแดง ภายในเต็มไปด้วยวิญญาณเร่ร่อนที่ไม่ได้ไปผุดไปเกิด มีหนอนและงูกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวล แล้วก็...แล้วก็มียายแก่นั่งอยู่ที่ข้างสะพาน ให้คนกิน...น้ำแกงอะไรนั่น”
ไป๋จื่อหลุดหัวเราะออกมา “เจ้าพูดถึงสะพานไน่เหอ[footnoteRef:1]กระมัง ยายแก่ผู้นั้นชื่อยายเมิ่ง คอยมอบน้ำแกงยายเมิ่งให้คนที่กำลังจะไปเกิดเหล่านั้น เพื่อลืมทุกสิ่งทุกอย่างในชาติก่อน เริ่มต้นใหม่ในชาติหน้า” [1: สะพานไน่เหอ (奈何桥) คือสะพานข้ามแม่น้ำว่างเชวียน บนสะพานมียายเมิ่งคอยมอบน้ำลบความทรงจำให้ดื่ม เมื่อพวกวิญญาณดื่มน้ำแกงนี้แล้วจึงจะสามารถข้ามสะพานไปยังชาติหน้าได้ไม่เหอ]
เสี่ยวชิงพยักหน้าระรัว “ใช่ๆๆ ตามนั้นแหละ คนเล่าเรื่องเล่าไว้ตามนั้น”
ไป๋จื่อยิ้มว่า “บนโลกนี้มีสะพานไน่เหอและยายเมิ่งหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ข้าเชื่อว่าในเขาคุนหลุนไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่หรอก”
……….
ตอนที่ 1332 มารผจญ
เสี่ยวชิงมองทางหูลี่จ่างเทียน ถึงอย่างไรแม่นางก็ไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน คนที่เคยไปมีแต่หูลี่จ่างเทียน
หูลี่จ่างเทียนยิ้มเช่นกัน “แม้หุบเขาว่างเชวียนจะมีอันตรายรอบด้าน แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวเช่นที่เจ้าว่าหรอก ข้างในนั้นมีหนอนและงูเต็มไปหมดเป็นเรื่องจริง แต่ไม่มีวิญญาณเร่ร่อนอะไร เพียงแต่หนอนและงูที่นั่นร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งมีพิษร้ายแรงหาใดเปรียบ ทว่าล้วนไม่ได้อันตรายถึงชีวิตที่สุด ที่อันตรายถึงชีวิตที่สุดคือต้นไม้ที่ชื่อว่าฮ่วนเซียง ต้นไม้ชนิดนี้สร้างกลิ่นหอมชวนฝันได้ หลายต่อหลายคนเข้าไปแล้วได้กลิ่นนี้เข้าก็ตกอยู่ในภาพลวงตา จนกระทั่งตายแล้วก็ออกจากภาพลวงตานั้นไม่ได้”
“แล้วตอนนั้นท่านออกมาได้อย่างไร” ไป๋จื่อถาม
หูลี่จ่างเทียนว่า “ข้าได้พบอวิ๋นเหนียงและเฟยน่าในภาพลวงตา ได้กลับไปที่บ้านเดิม ข้าในตอนนั้นเดิมคิดจะหนีจากที่นั่น ต่อต้านเป็นอย่างมาก จึงวิ่งอย่างสุดชีวิตตลอดทาง คิดไม่ถึงเลยว่าจะไปถึงในธารน้ำแข็งว่างเชวียน เกือบจะถูกงูเหลือมน้ำแข็งกลืนกิน โชคดีที่คนที่ไปข้ากับช่วยข้าไว้ได้”
“คนที่ไปกับท่านไม่ถูกต้นไม้ฮ่วนเซียงลวงหรือ” ไป๋จื่อถามอีก
หูลี่จ่างเทียนเล่าต่อ “เขาเป็นคนใบ้ หูก็ไม่ได้ยิน ไม่มีบิดามารดาหรือญาติ แถมยังไม่ได้แต่งภรรยา ทั้งชีวิตไม่มีความกลัดกลุ้มหรือกังวลใจ ข้าคิดว่าสิ่งที่ทำให้คนตกอยู่ในภาพลวงตา ความจริงแล้วเป็นจิตใจของตนเองต่างหาก หากเป็นคนที่ไม่มีห่วง ไม่มีความทุกข์ยากย่อมไม่มีมารผจญ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว เพราะเหตุนี้ถึงได้ชื่อว่าว่างเชวียน ไหนเลยบนโลกนี้จะมีใครที่ไม่มีมารผจญ คนที่เข้าไปส่วนใหญ่ล้วนตายอยู่ที่นั่น ผู้คนจึงเปรียบที่นั่นเหมือนปรโลก”
ว่างเชวียนก็คือปรโลก
หูลี่จ่างเทียนมองไป๋จื่อพลางถาม “เจ้าแน่ใจว่าจะไปสถานที่เช่นนั้นใช่หรือไม่ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังไม่สายนะ”
ไป๋จื่อยิ้ม ในสถานที่ที่มีแต่หิมะปกคลุม รอยยิ้มนี้ของนางเหมือนกับบัวหิมะที่กำลังเบ่งบาน บริสุทธิ์และงดงามต้องตา “แน่นอนว่าจะไป หากไม่ไปเห็นความร้ายกาจของว่างเชวียนนี้ ข้าไม่เท่ากับมาเสียเที่ยวหรือ”
หูลี่จ่างเทียนก็ยิ้มเช่นกัน “ดี ข้าหูลี่จ่างเทียนชอบคนสนทนากับคนที่มีนิสัยเช่นเจ้า ออกเดินทางเถอะ มีข้าอยู่ตรงนี้ด้วย ข้าจะทุ่มเททุกอย่างปกป้องพวกเจ้า ให้พวกเจ้ามีชีวิตเข้าไป และรอดชีวิตออกไปเช่นกัน”
ไป๋จื่อลุกขึ้นจากข้างกองไฟ “ดูจากความหมายของท่านแล้ว มีหนทางต้านภาพลวงตาในหุบเขาว่างเชวียนใช่หรือไม่”
หูลี่จ่างเทียนยิ้มอย่างมีเลศนัย “ถึงตอนนั้นแล้วพวกเจ้าก็จะรู้เอง”
ทั้งห้าคนออกเดินทางอีกครั้ง หลังกากเข้าไปในหุบเขาแล้ว พวกเขาก็เข้าสู่พายุหิมะอีกครั้ง เดินข้างหน้าทีละก้าวอย่างยากลำบาก
หูลี่จ่างเทียนบอกว่าแม้การเดินไปข้างหน้าท่ามกลางพายุหิมะรุนแรงเช่นนี้จะลำบาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เลย
อย่างเช่นงูน้ำแข็ง งูเหลือมน้ำแข็ง และแมงป่องน้ำแข็งที่ปกติชอบออกมากัดคนเหล่านั้น พวกมันจะซ่อนตัวอยู่ในรังของตัวเองในสภาพอากาศเช่นนี้ ไม่กล้าออกมา
พวกเขาเลี่ยงอันตรายโดยไม่รู้ตัวได้ ก็นับว่าเป็นยันต์ป้องกันตัวชนิดหนึ่ง
หูลี่จ่างเทียนเร่งตลอดทาง ก่อนที่ม่านราตรีจะโรยตัว พวกเขาก็มาถึงจุดซ่อนหม้อและฟืนจุดที่สองแล้ว
“ข้าซ่อนไว้เมื่อสามปีก่อน ปีที่แล้วมาแค่ครั้งเดียว น่าจะเหลืออยู่ไม่น้อย” หูลี่จ่างเทียนพูดพลางเปิดกระดาษน้ำมันออก เงาสีขาวสายหนึ่งโดดเด่นออกมาจากกองฟืน โชคดีที่องครักษ์ข้างหายไป๋จื่อตาไวมือไว ชักกระบี่ออกมาฟันเงาสีขาวนั้นอย่างรวดเร็ว ครั้นมือยก กระบี่ลง ทุกคนถึงจะมองเห็นชัดเจนว่าเป็นงูหิมะตัวหนึ่ง ร่างของมันดิ้นดุกดิกอยู่บนพื้น ทว่าหัวกลับขาดออกจากตัวไปแล้ว
เลือดสีแดงคล้ำหยดลงบนพื้นเหมือนกับดอกเหมยแดง ก่อนจะจับตัวเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา
..........