คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 662

#662คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1323 ตามหาจักจั่นน้ำแข็ง

ตงฟางมู่ฝึกมวยอยู่ในลานบ้าน เห็นฉู่เยี่ยนก้าวเท้าอาดๆ อย่างรีบร้อนมาทางเขาตั้งแต่ไกล

เขารีบเก็บกระบวนท่า รับผ้าเช็ดเหงื่อที่ข้ารับใช้ส่งมาแล้วก็หัวเราะเสียงกังวานใส “ลมอะไรหอบฝ่าบาทมาถึงที่นี่ได้”

ฉู่เยี่ยนก้าวไปข้างหน้า รีบถามว่า “อาจารย์ ไป๋จื่อเล่า”

ตงฟางมู่มองไปยังฝูเซิ่งที่อยู่ข้างหลังเขา “ไม่ใช่ว่าฝูกงกงบอกแล้วหรือ จื่อเอ๋อร์ไปตรวจอาการที่บ้านของอาอู่ ยังไม่กลับมาเลย”

ฉู่เยี่ยนมองตาตงฟางมู่ มันราบเรียบเหมือนปกติ มองไม่เห็นความผิดปกติเลยสักนิด

เขารู้จักอาจารย์ของตนเองเป็นอย่างดี อีกฝ่ายตรงไปตรงมาเป็นอย่างยิ่ง พูดโกหกทีไรสีหน้าย่อมไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะดวงตา ตอนที่พูดโกหกจึงแยกแยะได้ง่ายมาก

ทว่าตงฟางมู่ในตอนนี้ไม่ได้กำลังพูดโกหกอย่างเห็นได้ชัด

เขาพลันโล่งใจ ยิ้มว่า “นางออกไปตั้งแต่เมื่อใดหรือ ใยเย็นป่านนี้แล้วถึงยังไม่กลับมา”

ตงฟางมู่ว่า “ไหนเลยกระหม่อมจะรู้ ช่วงนี้นางทำตัวลับๆ ล่อๆ ออกไปข้างนอกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางทุกวัน ตอนเย็นย่ำถึงจะกลับมา กระหม่อมไม่ได้เห็นหน้านางมาหลายวันแล้ว ตัวไป๋จื่อเองไม่อยากพบใคร ตอนเย็นไม่อยากให้มีใครรบกวนนาง แม้แต่มารดาของนางก็ยังมาบ่นกับกระหม่อมเลย”

ฉู่เยี่ยนเพิ่งวางใจลงได้ไม่ทันไรก็หนักใจอีกหน “ท่านว่าอย่างไรนะ ท่านไม่ได้พบหน้านางมาหลายวันแล้วหรือ แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่านางออกไปข้างนอกทุกวัน”

ตงฟางมู่ว่า “เป็นสาวใช้ในเรือนของนางที่บอกกระหม่อม บอกว่าวันนี้จะไปตรวจอาการให้อาอู่ ออกไปตั้งแต่เช้า กระหม่อมเองก็กลุ้มใจนัก เหตุใดต้องไปตั้งแต่เช้าปานนั้น”

ฉู่เยี่ยนกล่าวกับฝูเซิ่ง “เร็ว รีบไปเรียกคนเฝ้าประตูมา แล้วก็เรียกสาวใช้ที่เรือนของนางมาด้วย”

ฝูเซิ่งรีบไปจัดการตามคำสั่ง ตงฟางมู่เห็นดังนั้นก็ถามอย่างไม่เข้าใจ “ฝ่าบาทเป็นอะไรไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”

ฉู่เยี่ยนเอ่ยว่า “ตอนนี้ข้ายังไม่แน่ใจ รอถามคนเฝ้าประตูกับสาวใช้ก่อนก็จะรู้เอง”

ไม่นานนัก คนเฝ้าประตูหน้า ประตูข้าง และประตูหลังหลายคนล้วนถูกเรียกมาที่นี่ แม้แต่สาวใช้หลายคนของเรือนไป๋จื่อก็รวมตัวอยู่ที่นี่ด้วย

ฉู่เยี่ยนมองข้ารับใช้ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ถามเสียงเข้มว่า “หลายวันมานี้พวกเจ้าพบคุณหนูไป๋บ้างหรือไม่”

สาวใช้หลายคนส่ายหน้าก่อน จากนั้นก็เป็นคนเฝ้าประตูส่ายหน้าบ้าง

ตงฟางมู่เห็นแล้วก็งุนงง “ไม่พบ? ไม่มีใครพบนางเลยหรือ แล้วทุกวันนี้คุณหนูออกไปได้อย่างไร บินไปหรือ”

ชายชราผู้เฝ้าประตูข้างกล่าวว่า “นายใหญ่ ตั้งแต่คุณหนูออกจากประตูข้างไปพร้อมกับแม่นางเสี่ยวชิงเมื่อเจ็ดวันก่อน ข้าน้อยก็ไม่ได้เห็นคุณหนูกับแม่นางเสี่ยวชิงอีกเลยขอรับ”

คนเฝ้าประตูหน้าและประตูหลังก็บอกว่าไม่ได้เห็นคุณหนูมานานมากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเข้าออกประตูที่พวกเขาเฝ้าอยู่

ตงฟางมู่ร้อนใจขึ้นมาบ้างแล้ว รีบถามสาวใช้หลายคนในเรือนของไป๋จื่อบ้าง “พวกเจ้ามารายงานข้าทุกวัน ว่าคุณหนูออกไปแล้วก็กลับมาไม่ใช่หรือ เหตุใดยังบอกว่าไม่ได้พบคุณหนูอีก”

สาวใช้อาวุโสสองคนโขกศีรษะ ตัวสั่นงันงกไม่ยอมพูดจา

ฉู่เยี่ยนพลันถามอย่างมีน้ำโห “พวกเจ้าพูดออกมาเดี๋ยวนี้ ไป๋จื่อของพวกข้าไปที่เขาคุนหลุนใช่หรือไม่”

ตงฟางมู่ชะงัก เขาคุนหลุน? จื่อเอ๋อร์ไปเขาคุนหลุนหรือ

“ฝ่าบาทว่าอะไรนะ? จื่อเอ๋อร์ไปเขาคุนหลุน? นางไปทำอะไรที่คุนหลุนกัน” คุนหลุนเป็นสถานที่เช่นไร นั่นเป็นสถานที่แห่งความตายที่กินคนไม่คายกระดูก นางไปรนหาที่ตายหรือ

ฉู่เยี่ยนหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้าดำคล้ำและเย็นยะเยือก ประกายในแววตาสั่นไหว “เพื่อช่วยซ่งหลางถอนพิษ นางต้องไปตามหาจักจั่นน้ำแข็งที่เขาคุนหลุน ข้าบอกให้นางรอข้าอีกสักเดือน รอข้าจัดการทุกอย่างที่นี่ให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปกับนาง เหตุใดนางถึง...”

ทรวงอกของฉู่เยี่ยนเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบๆ เขากำเสื้อตรงหน้าอกของตนเอง หอบหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ

……….

ตอนที่ 1324 โรคหัวใจกำเริบ

“เยี่ยนเอ๋อร์ เป็นอะไรไป” ตงฟางมู่ประคองแขนฉู่เยี่ยน ถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า เหงื่อเย็นๆ ไหลจากหน้าผากอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกที่หายไปเนิ่นนานแล้วเหมือนจะกลับมาอีกครั้ง เจ็บหัวใจยิ่งนัก “ข้าไม่เป็นไร อาจารย์ ตอนนี้ไป๋จื่อไปเขาคุนหลุนแล้ว นางรนหาที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัย พวกข้าจะต้องตามหานาง ต้องพบนางโดยเร็วที่สุด”

ตงฟางมู่ส่ายหน้า “ข้ารู้ๆ เจ้าอย่าได้ร้อนใจไป พวกข้าก็จะช่วยตามหาด้วย ต้องพบนางอย่างแน่นอน”

ฉู่เยี่ยนอ้าปาก ต้องการพูดอะไรบางอย่างอีก ทว่าไม่มีคำใดออกจากปากเขาสักคำ กลับตาเหลือกหมดสติไปเสียก่อน

ตงฟางมู่วิ่งวุ่นอยู่ในคฤหาสน์ตงฟาง ฝ่ายหมอหลวงสวี่ถูกเชิญมาที่นี่อย่างเร่งด่วน

ตนกระทั่งถึงตอนพลบค่ำ ฉู่เยี่ยนถึงจะฟื้นขึ้นมา

หมอหลวงสวี่เฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ตงฟางมู่เดินวนเวียนอยู่ในห้อง สีหน้าร้อนรนมาก

“ข้าเป็นอะไรไป” ฉู่เยี่ยนลุกขึ้นนั่ง นวดขมับที่ยังปวดอยู่บ้าง

หมอหลวงสวี่ว่า “ฝ่าบาท เหมือนว่าโรคหัวใจของพระองค์จะกำเริบ กระหม่อมเขียนใบสั่งยาแล้ว สูตรยาเป็นสูตรที่แม่นางไป๋มอบให้ในตอนนั้น ดื่มสักหลายระยะน่าจะอาการดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนถาม “หลายระยะนี่นานเท่าไร”

หมอหลวงสวี่ตอบทันที “ระยะหนึ่งเจ็ดวัน อย่างน้อยต้องใช้ยาสามระยะ ก็เป็นเวลายี่สิบเอ็ดวันพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนเลิกผ้าห่มจะลงจากเตียง “ข้าเกรงว่าจะรอถึงยี่สิบเอ็ดวันไม่ไหว ข้าจะไปตามหานางเดี๋ยวนี้” เขาลงจากเตียง ยกเท้าจะเดินออกไปข้างนอก ทว่าเท้าเหมือนเหยียบใส่ปุยฝ้าย ศีรษะหนักอึ้ง เท้าเบาหวิว ร่างกายแทบจะเอียงล้มลงบนพื้น

หมอหลวงสวี่ประคองเขาไว้ “ฝ่าบาท ตอนนี้ร่างกายของพระองค์อ่อนแอมาก ไม่เหมาะจะเดินทางไกล ฝ่าบาทจะบุ่มบ่ามไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ หากฝืนร่างกายแล้ว นั่นหมายความว่าไม่อาจหวนกลับ”

ตงฟางมู่รีบกล่าว “เยี่ยนเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องร้อนใจ ข้าส่งคนไปตามนางแล้ว สตรีสองนางฝีเท้าไม่เร็วอยู่แล้ว น่าจะตามทัน”

เขาเองก็ร้อนใจมากเช่นกัน เหมือนมีไฟแผดเผาหัวใจ จนเขาไม่กล้าบอกหว่านเอ๋อร์แล้ว

หากหว่านเอ๋อร์รู้เขา นางจะร้อนใจจนมีสภาพเช่นใดกัน

เด็กคนนี้ชอบทำตามใจชอบขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

ตงฟางมู่กล่อมฉู่เยี่ยนให้กลับวัง พร้อมทั้งกำชับอย่างเข้มงวดว่าไม่ให้เขาออกจากวังในเวลานี้ ด้วยสภาพร่างกายของเขานั้น ไม่เหมาะจะเดินทางไกลโดยสิ้นเชิง

เขาเป็นถึงฮ่องเต้ของแคว้นฉู่แห่งนี้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาระหว่างทาง แล้วแคว้นฉู่จะทำอย่างไร

สามวันให้หลัง อาการเจ็บหัวใจของฉู่เยี่ยนดีขึ้นมาก เขาไม่อาจรอได้อีกต่อไป จึงเรียกหมอหลวงสวี่มา พร้อมทั้งให้อีกฝ่ายนำยามาด้วย และให้ไปที่เขาคุนหลุนด้วยกันกับเขา

เขารู้ว่าหากบอกแผนการนี้กับอาจารย์ อาจารย์ไม่มีทางเห็นด้วยอย่างแน่นอน เขาจึงเลียนแบบไป๋จื่อเสียเลย ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง และแคว้นทั้งแคว้นเอาไว้ ออกเดินทางโดยไม่ลางานเช่นนี้

น่าสงสารก็แต่ตงฟางมู่ เขาอายุปูนนี้แล้วยังต้องกลับไปที่ท้องพระโรงอีกครั้ง เพื่อจัดการงานราชกิจ

แต่ละวันเขายุ่งจนหัวหมุน ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน เขาอยากจะปรี่ไปที่เขาคุนหลุนเสียเดี๋ยวนี้ จับทั้งสองคนกลับมาพร้อมกัน

ทว่าเขาไปไม่ได้ ฉู่เยี่ยนไปแล้ว แคว้นฉู่ในตอนนี้นอกจากเขาตงฟางมู่ จะยังมีใครจัดการได้อยู่หมัดอีก เขาต้องดูแลตำแหน่งฮ่องเต้แทนเยี่ยนเอ๋อร์ให้ดี รอเยี่ยนเอ๋อร์กลับมา

...

เห็นทิวทัศน์งดงามตรงหน้าแล้ว ไป๋จื่ออดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “สมกับเป็นเขาคุนหลุน บรรพบุรุษแห่งหมื่นภูผาจริงๆ!”

เทือกเขาเชื่อมต่อกันเหมือนกับมังกรสีเงินตัวยักษ์ใหญ่ หลังมังกรสูงหมื่นเริ่น[footnoteRef:1]เสียดแทงท้องนภา [1: เริ่น (仞) หน่วยวัดจีนโบราณอยู่ระหว่าง 1-3 เมตร]

ยิ่งใหญ่ดูมีพลัง กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา นางยืนอยู่ตรงนี้จึงเล็กจ้อยเหมือนกับฝุ่นละออง

เสี่ยวชิงดึงเสื้อนาง ถามเสียงเบาว่า “แม่นาง เขาคุนหลุนกว้างใหญ่ปานนี้ ผืนดินเชื่อมต่อกันเป็นพันลี้ พวกเราสองคนจะตามหาจักจั่นน้ำแข็งอย่างไร”

..........

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 662