คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 663
ตอนที่ 1325 คนเดินเขา
ไป๋จื่อว่า “ก่อนจะทำอะไรพวกเราต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อน ไม่อาจทำอะไรโดยไม่วางแผนได้ ไม่เช่นนั้นก็มีแต่ต้องเสี่ยงแล้ว” นางเบือนหน้ามองไปยังผืนดินสีเขียวไกลๆ ตรงนั้นเป็นบริเวณที่กำลังมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า
“เรียกองครักษ์ลับออกมาทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้พวกเขาตามติดข้างกายพวกเรา ไม่ต้องซ่อนตัวอีกแล้ว” สถานที่อ้างว้างอย่างเขาคุนหลุน พวกนางเป็นสตรีสองคน ทำให้คนเกิดความคิดสกปรกได้ง่าย มีผู้คุ้มกันฝีมือดีอยู่ใกล้ๆ สถานการณ์ย่อมต่างออกไป
องครักษ์ลับสวมชุดสีดำสองคนปรากฏตัวตามเสียงผิวปากของเสี่ยวชิง “คุณหนูมีอะไรจะสั่งหรือ” องครักษ์ถามอย่างนอบน้อม
เสี่ยวชิงว่า “แม่นางบอกว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าสองคนไม่ต้องซ่อนตัวแล้ว ให้ตามพวกข้าก็พอ”
องครักษ์ลับรับคำทันที สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ว่าจะในที่ลับหรือที่แจ้ง การคุ้มครองก็คือการคุ้มครอง ไม่มีความแตกต่างอะไรกัน
ทั้งสี่คนเปลี่ยนทิศทางไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะออกเดินทางจากเมืองหลวง นางสอบถามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในพื้นที่ราบก่อนเข้าสู่แดนน้ำแข็งมีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชื่อว่าหมู่บ้านเชวียนซาน
คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านล้วนเป็นคนเดินเขาที่อาศัยเขาเขาคุนหลุนในการเลี้ยงชีพ
พวกเขาเป็นคนที่เข้าใจเขาเขาคุนหลุนมากที่สุดบนโลกใบนี้ ได้ยินว่าพวกเขามีวิธีการพิเศษ สามารถหาทางกลับบ้านอย่างแม่นยำแม้จะอยู่ท่ามกลางหิมะตกหนัก
เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน พวกนางกลายเป็นของแปลกที่มีชาวบ้านมามุงดูทันที
“เจ้าดูเสื้อหนังสัตว์ตัวใหญ่ที่แม่นางสองคนนั้นสวมอยู่สิ สวยจริงๆ ในบ้านข้ามีหนังจิ้งจอกอยู่ไม่น้อย พรุ่งนี้ข้าทำตามแบบนี้สักตัวดีกว่า”
“ผิวพรรณของแม่นางทั้งสองก็น่ามองมากจริงๆ ทั้งขาวและเป็นสีชมพูระเรื่อ เนียนนุ่ม ไหนเลยจะเหมือนพวกเรา ผิวหน้าแห้งแตกไปหมด”
“พวกนางต้องไม่ใช่คนท้องถิ่นอย่างแน่นอน พวกนางสองคนมาทำอะไรที่นี่กัน”
ไป๋จื่อเดินไปถึงข้างหน้าพวกเขา ยิ้มว่า “พวกข้ามาจากเมืองหลวง ต้องการขึ้นเขาไปหาบัวหิมะ ไม่รู้ว่ามีคนเดินเขายินดีนำทางหรือไม่”
ชายหนุ่มคนหนึ่งมองหน้าไป๋จื่อไม่ยอมละสายตา ยิ้มกริ่มว่า “แม่นางมาช้าไปแล้ว หิมะตกหนักบดบังทางขึ้นเขา คนเดินเขาขึ้นเขาไม่ได้แล้ว อย่างเร็วที่สุดต้องรอถึงเดือนสามปีหน้า ถึงจะขึ้นเขาไปได้”
ไป๋จื่อถามว่า “แล้วเดือนสามปีหน้าจะยังมีบัวหิมะอยู่หรือ” ตามที่นางรู้ บัวหิมะเบ่งบานในสองเดินที่หนาวที่สุดของปีเท่านั้น หากถึงฤดูใบไม้ผลิก็จะไม่มีแล้ว นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นางดึงดันจะมาที่นี่ให้ได้
ชายหนุ่มว่า “ถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วย่อมไม่มีบัวหิมะ แต่ไปหาบัวหิมะตอนนี้ ต่อให้หาเจอก็เกรงว่าจะกลับลงมาไม่ได้ มีแต่ต้องตายเท่านั้น”
“โอ้? มีแต่ต้องตายเท่านั้น? หมายความว่าบนโลกนี้ไม่เคยมีใครได้บัวหิมะเขาคุนหลุนมาครอบครองเลยหรือ”
สีหน้าของชายหนุ่มพลันกระอักกระอ่วน แน่นอนว่าบนโลกนี้เคยมีคนได้ครอบครองบัวหิมะเขาคุนหลุน ไม่เช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าบัวหิมะหน้าตาเป็นอย่างไร
บอกว่ามีแต่ต้องตาย นั่นเขาพูดกับตนเองเพียงลำพัง เพราะเขามีความสามารถจำกัด
ไป๋จื่อยิ้มจางๆ แล้วหันไปมองคนอื่นๆ “ไม่ทราบว่ามีคนเดินเขาที่มีความสามารถยินดีนำทางข้าหรือไม่”
เสื้อหนังจิ้งจอกหิมะตัวใหญ่ที่นางสวมอยู่ นางเพิ่งเปลี่ยนสวมก่อนจะเข้ามาในหมู่บ้าน หากไม่ใช่เพราะท่าทางร่ำรวยเช่นนี้ คนที่มีความสามารถและอยากหาเงินเหล่านี้จะใจอ่อนได้อย่างไร
นางยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทั่วทั้งร่างกายกำจายกลิ่นอายของผู้สูงศักดิ์อย่างเข้มข้น บวกกับมีบุรุษน่าเกรงขามไม่ธรรมดาคุ้มครองอยู่ข้างกายสองคน ยิ่งทำให้คนไม่อาจดูถูกนางได้ง่ายๆ
ทุกคนต่างรู้ดีว่าหากรับงานนี้ ก็จะต้องได้ค่าจ้างสูงกว่าปกติอย่างน้อยสิบเท่า
ใครๆ ต่างก็ใจอ่อน แต่ไม่ใช่ว่าใครก็มีความสามารถพอจะได้เงินค่าจ้างนี้
นั่นเป็นเขาเขาคุนหลุนมีหิมะถล่มปิดทางขึ้นเขาเชียวนะ
……….
ตอนที่ 1326 ค่าจ้าง
จะหาเงินที่ต้องแลกด้วยชีวิต เช่นนั้นก็ต้องมีชีวิตให้แลกก่อนถึงจะถูกต้อง
ไม่เช่นนั้นเสียชีวิตไปเพราะเงิน อย่างนั้นก็ไม่คุ้มค่าจริงๆ
สตรีนางหนึ่งกล่าวกับไป๋จื่อว่า “แม่นาง หากเจ้ารีบร้อนขึ้นเขา ข้าว่าไปถามคนคนหนึ่งดูได้ เขาน่าจะกล้าพาพวกเจ้าไป”
สตรีอีกนางหนึ่งก็พูดเช่นกัน “เจ้าพูดเรื่องพวกนี้กับนางทำไม คนผู้นั้นไม่พูดจากับพวกเราด้วยซ้ำ ทำไมต้องหางานให้เขาทำด้วย”
สตรีคนแรกยิ้มว่า “แม้จะไม่ค่อยคุยกับพวกเราเท่าไร แต่อย่างไรก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ช่วยได้ก็ต้องช่วย เขาอยู่ตัวคนเดียว น่าสงสารออก”
สตรีนางนั้นที่อยู่ข้างๆ เบ้ปากแค่นหัวเราะเสียงเย็น จากนั้นก็พึมพำกับตัวเอง สีหน้ามีแต่ความไม่พอใจ บ่นที่สตรีนางนั้นปากมาก
ไป๋จื่อเดินไปถึงตรงหน้าสตรีใจดี ยิ้มว่า “พี่สะใภ้ คนผู้นั้นที่เจ้าพูดถึง เขาอยู่ที่ใดหรือ”
ทันใดนั้นนางก็ชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “ตรงนั้น บ้านที่อยู่ด้านบนสุดตรงนั้นคือที่อยู่ของเขา ปกติแล้วเขาไม่ค่อยออกจากบ้านเท่าไร ประตูหน้าต่างล้วนปิดสนิท เจ้าอดทนเอาหน่อยนะ เรียกเขาหลายครั้ง เดี๋ยวเขาก็ออกมาเอง”
สตรีคนแรกได้ยินดังนั้นก็ร้องเสียงแหลม “ไอ้หยา พูดราวกับคุ้นเคยกับเขามากอย่างไรอย่างนั้น คนที่ไม่รู้จะคิดว่าเจ้าไปเคาะประตูบ้านนั้นนับครั้งไม่ถ้วนแล้วเอานา”
ผู้คนได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะครืน บนใบหน้านางปรากฏสีแดงก่ำ เม้มปากไม่ยอมพูดจา โมโหจนตัวสั่น
ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรมาก ส่งสายตาให้เสี่ยวชิงครั้งหนึ่ง
เสี่ยวชิงหยิบก้อนเงินสิบตำลึงก้อนหนึ่งออกจากกระเป๋าเงินทันที แล้วส่งให้สตรีนางนั้น “พี่สะใภ้ รบกวนท่านนำทางด้วย นี่เป็นเงินค่าจ้าง”
เมื่อเงินก้อนนี้ปรากฏออกมา สายตาของทุกคนก็มองตรงไป ค่าจ้างขึ้นเขาแค่ห้าตำลึงเงินเท่านั้น นางพูดเพียงสองคำ นำทางเล็กน้อยก็ได้เงินสิบตำลึงแล้ว บนโลกนี้ยังมีเรื่องดีเช่นนี้อยู่หรือนี่
สตรีนางนี้เป็นคนสัตย์ซื่อ ไหนเลยจะเคยเจอเรื่องพรรค์นี้ นางดันมือเสี่ยวชิงออกไปโดยไม่คิด “ไม่ต้องๆ แค่นำทางเท่านั้น ไหนเลยต้องมอบเงินให้ข้าด้วย”
เมื่อนางปฏิเสธเช่นนี้ สตรีอีกคนข้างๆ ก็เบียดมายืนข้างหน้าทันที “ให้ข้าเถอะ ข้าจะนำทางพวกเจ้าไปเอง รับรองว่าจะเรียกคนออกมาให้พวกเจ้าด้วย” พูดแล้วก็ยื่นมือไปรับเงินจากมือของเสี่ยวชิง
เสี่ยวชิงหดมือ ยิ้มว่า “ไม่รบกวนท่านดีกว่า แม่นางของข้ามีวาสนากับพี่สะใภ้ท่านนี้ อยากเชิญพี่สะใภ้ท่านนี้ให้ช่วยนำทาง” นางพูดพร้อมกับจับมือของสตรีนางนั้น แล้วยัดเงินใส่มืออีกฝ่าย กล่าวอีกว่า “พี่สะใภ้อย่าปฏิเสธเลย นี่เป็นเงินที่ท่านควรได้รับแล้ว”
สตรีนางนั้นไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นดังนั้นก็พอจะเดาเหตุผลได้แล้ว ในใจรู้สึกซาบซึ้งมาก และรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ใส่ใจเงินทองเล็กน้อยแค่นี้ ทว่าก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก รับเงินไว้แล้วก็นำทางพวกเขาไปยังบ้านไม้ของหูจื่อทันที
สายตาริษยาหลายคู่จ้องมองเงาหลังของนางจากไป มีคนหัวเราะขึ้นว่า “นี่เรียกว่าทำดี จะทำอะไรควรมีเมตตา ต้องมีศีลธรรมให้มากถึงจะถูกต้อง ทำความดีมากๆ ถึงจะได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทน”
ดวงตาคมปลาบและโหดร้ายของสตรีนางนั้นถลึงใส่ผู้พูดครั้งหนึ่ง จากนั้นก็หมุนกายจากไปเพราะความโมโห
ไป๋จื่อตามพี่สะใภ้เหมียวไปถึงหน้าบ้านไม้ตรงสุดขอบหมู่บ้าน บ้านไม้หลังนี้เป็นบ้านหลังที่เล็กและเรียบง่ายที่สุดตลอดทางมา นอกจากจะเล็กมากเป็นพิเศษแล้ว ก็มีแต่ฟืนกองไม้จนไม่มีที่ว่างเหลือ
ภูเขาหิมะอยู่ไม่ไกล ไป๋จื่อคิดว่าหากมีพายุหิมะพัดมา บ้านหลังนี้จะต้องปลิวไปบนฟ้าแน่นอน!
พี่สะใภ้เหมียวไม่ได้เข้าไปข้างใน ยืนเรียกจากด้านนอกลานบ้าน “พี่ใหญ่หู มีแขกมา ท่านอยู่ข้างในหรือไม่”
ไม่มีใครตอบรับ ไป๋จื่อมองไปทางพี่สะใภ้เหมียว ถามว่า “เขาออกไปข้างนอกหรือ”
พี่สะใภ้เหมียวส่ายหน้า “ไม่นะ บ้านข้าอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน หากเขาออกไปข้างนอก ข้าต้องเห็นเขาแน่นอน เขาไม่ได้ออกไปไหนมาหลายวันแล้ว อากาศก็หนาวมาก หากอยากจะประหยัดฟืน เขาควรนอนอยู่ในบ้านสิ”