คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 661
ตอนที่ 1321 แผนการวุ่นวายไปหมดแล้ว
“อย่าคิดว่าข้าจะไปตาย ข้าเพียงไปทำสิ่งที่ข้าควรทำ ฉู่เยี่ยน ข้าเป็นหมอ ก่อนที่ข้าจะกลายเป็นภรรยาเจ้า ข้าเป็นหมอมาก่อนนะ” ตอนที่ก้าวเข้ามาทำอาชีพนี้ นางกล่าวคำสาบานเอาไว้แล้ว
แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่คำสาบานพวกนั้นยังคงดังก้องที่ข้างหูนางอย่างชัดเจน
“รออีกหน่อยเถอะ รอข้าอีกสักหนึ่งเดือน เพียงเดือนเดียวก็พอแล้ว”
ไป๋จื่อไม่เข้าใจ “เหตุใดต้องรอเจ้าหนึ่งเดือนด้วย”
ฉู่เยี่ยนไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร แผนการก่อนหน้านี้ของเขาวุ่นวายไปหมดแล้ว เสด็จพ่อจากโลกนี้ไปแล้วเช่นกัน ส่วนราชโองการถูกเผาไหม้ไปจนหมด หากจะสละบัลลังก์ในตอนนี้ ก็ไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสมโดยสิ้นเชิง
คนที่จะสืบทอดบัลลังก์ต่อไปต้องมีความสามารถในการปกครองแคว้น ใจกว้างมากพอ สามารถทำให้ฮ่องเต้ที่สละบัลลังก์ผู้นี้ได้ผจญภัยในโลกกว้างต่อไป
ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจสละบัลลังก์ มีแต่ต้องครองบัลลังก์ไปตลอดชีวิต ซึ่งเขาทำไม่ได้
“เหตุใดไม่พูดเล่า” ไป๋จื่อมุ่นคิ้ว ฉู่เยี่ยนมีเรื่องปิดยังนางอยู่ชัดๆ เหมือนจะไม่ใช่เรื่องเล็กเสียด้วย
“ข้าไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร ก่อนหน้านี้ข้ามีแผนการหนึ่งจริงๆ พาเจ้าออกจากที่นี่ ไปจากที่นี่ตลอดกาล ทว่าตอนนี้แผนการวุ่นวายไปหมดแล้ว ขอพูดตามตรงว่าต่อให้เจ้าให้เวลาข้าหนึ่งเดือน ข้าก็อาจจะทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จก็ได้” ความจนใจของฮ่องเต้อย่างเขาหนักหนาเกินไป หนักหนาจนเขานอนไม่หลับ
“เพราะการตายของฮ่องเต้องค์ก่อน แผนการของเจ้าจึงวุ่นวายใช่หรือไม่” ไป๋จื่อถาม
ฉู่เยี่ยนพยักหน้า “ใช่ แผนการทุกอย่างวุ่นวายไปหมดแล้ว”
ไม่ต้องถามให้ละเอียด นางก็เดาแผนการของเขาได้แล้ว
นางรู้สึกดีใจมาก อย่างน้อยเขาก็พยายามแล้ว พยายามให้นางได้มีชีวิตที่นางต้องการ
เขาพยายามขนาดนี้ แล้วนางจะให้เขาต่อสู้เพียงลำพังได้อย่างไร
นางหยุดฝีเท้า คว้าแขนเขาไว้ เมื่อยืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์แล้ว นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอย่างสดใส “ฉู่เยี่ยน ข้าคิดดูแล้ว ความจริงแล้วการเป็นฮองเฮาก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีขนาดนั้น”
ฉู่เยี่ยนมองนางอย่างงุนงง มองใบหน้าที่งดงามราวกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิใต้แสงอาทิตย์เรืองรอง “เจ้าว่าอะไรนะ”
“ข้าบอกว่าข้าอยากเป็นฮองเฮาของเจ้า ฮองเฮาของฉู่เยี่ยน” นางพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ลังเลเลยแม้สักนิด
“เจ้าพูดจริงๆ หรือ พูดจากใจจริงใช่หรือไม่” เขาไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง เขารักและเข้าใจนางมาก รู้ใจนาง รู้ว่าสิ่งที่นางชอบคืออะไร
ชีวิตของฮองเฮาไม่มีทางเป็นสิ่งที่นางต้องการอย่างแน่นอน
“ข้าพูดจริงๆ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบการเป็นฮองเฮา แต่ฉู่เยี่ยน ข้าเป็นเพียงภรรยาของเจ้า หากเจ้าปล่อยวางใต้หล้านี้ไม่ลง เช่นนั้นก็ไม่ต้องปล่อยวาง เจ้าละทิ้งใต้หล้าเพื่อข้าได้ ข้าเองก็ละทิ้งอิสระเพื่อเจ้าได้เช่นกัน”
เขากอดนางด้วยความตื่นเต้น อุ้มนางหมุนตัวรอบแล้วรอบเล่า ดีใจเหมือนกับเด็กๆ
เสียงหัวเราะราวกับระฆังเงินของไป๋จื่อดังอยู่กลางอากาศ แม้แต่หูของเขาก็เมามายไปหมดแล้ว
หลังจากหยุดแล้ว นางหอบหายใจ พร้อมกันนั้นก็ยิ้มตาหยีมองเขา “ขอเวลาข้าอีกสามเดือนนะ แค่สามเดือนเท่านั้น”
รอยยิ้มบนใบหน้าฉู่เยี่ยนค่อยๆ จืดจางลง นางเอ่ยอีกว่า “สามเดือนหลังจากนี้หากข้ากลับมาแล้ว ข้าจะแต่งให้เจ้า ต่อจากนี้พวกเราจะไม่แยกจากกันอีก”
“เจ้าจะไปหรือ” เขาทำหน้าง้ำ
นางพยักหน้า ท่าทางแน่วแน่เป็นอย่างยิ่ง “ใช่ ข้าต้องไป นี่เป็นเรื่องที่ข้าอยากทำเป็นอย่างสุดท้าย”
“ซ่งหลางสำคัญสำหรับเจ้าขนาดนั้นเลยหรือ”
จากคำพูดของเขา นางรู้สึกได้ถึงความหึงหวงอย่างเข้มข้น
“ซ่งหลางเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งสำหรับข้า ที่ข้าต้องไปเขาคุนหลุนให้ได้ไม่ใช่เพราะเขา ข้าอยากไปเขาคุนหลุนเพราะอยากเห็นจักจั่นน้ำแข็ง หากมีโชค ข้าจะได้เห็นบัวหิมะคุนหลุนที่ยากจะพบเห็นได้สักครั้งก็เป็นได้”
……….
ตอนที่ 1322 แปลก
บัวหิมะคุนหลุน ตามตำนานเล่าว่าเป็นยาวิเศษใช้ชุบชีวิต นางเคยเห็นแค่ในตำรา เคยอ่านสรรพคุณทางยา ถึงแม้จะเคยเห็นรูปภาพของบัวหิมะคุนหลุนแล้ว แต่นางกลับไม่เคยเห็นบัวหิมะคุนหลุนของจริง
ยาวิเศษพรรค์นี้หายจากยุคปัจจุบันไปนานแล้ว ต่อให้พลิกหาทั้งเขาคุนหลุนก็ไม่มีทางหาเจอ
แล้วนางจะทิ้งโอกาสดีขนาดนี้ไปได้อย่างไร
จักจั่นน้ำแข็ง บัวหิมะ นางต้องการทั้งหมด
“ฉู่เยี่ยน บัวหิมะหนึ่งดอกสามารถหลอมยาชุบชีวิตตามตำนานได้อย่างน้อยสามเม็ด การต่อสู้ในราชนิกูลดุเดือดปานนั้น มียาวิเศษเช่นนี้เตรียมไว้ก็ไม่เห็นเสียหาย”
ฉู่เยี่ยนยังคงส่ายหน้า “ไม่ได้ ข้าไม่วางใจ เจ้ารอข้าอีกเดือนเดียวนะ ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง ถึงตอนนั้นแล้วข้าจะไปกับเจ้าด้วย”
“เจ้าเป็นถึงฮ่องเต้ เจ้าไปแล้วแคว้นฉู่จะเป็นอย่างไร” ไป๋จื่อส่ายหน้าไม่ยอมหยุด หากฉู่เยี่ยนไปคุนหลุนเพราะนาง อำนาจการปกครองแคว้นฉู่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างแน่นอน เช่นนั้นนางไม่เท่ากับกลายเป็นคนผิดหรือ นางไม่อยากเป็นนางปีศาจล่มแคว้นให้ผู้คนนินทา
“รอข้าหนึ่งเดือนได้หรือไม่” เขาเกือบจะอ้อนวอนนางอยู่แล้ว
ในที่สุดนางก็พยักหน้า “ตกลง!”
เมื่อทำอาหารเช้าให้เขาและส่งเขาไปแล้ว นางยืนอยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์ตงฟาง มองรถม้าที่ฉู่เยี่ยนนั่งค่อยๆ หายไปจากสายตา รอยยิ้มบนใบหน้านางเริ่มหายไปเช่นกัน
หนึ่งเดือน สองเดือน นางล้วนรอได้ แต่ซ่งหลางกลับรอนานขนาดนั้นไม่ได้
ระยะทางไปเขาคุนหลุนยาวไกลมาก ทว่าเวลาของซ่งหลางเหลือเพียงสองเดือนครึ่งแล้ว หากเสียเวลาไปอีกหนึ่งเดือน เกรงว่าต่อให้พวกเขาเจอจักจั่นน้ำแข็งที่เขาคุนหลุน ก็นำกลับมาถอนพิษให้เขาไม่ทันกาล
เพื่อให้ออกจากเมืองหลวงได้สักพักหนึ่งในหนึ่งเดือนหลังจากนี้ เขาต้องเริ่มจัดหาคนที่เขาไว้วางใจได้
จัดการราชกิจเสร็จแล้วก็ยังต้องจัดการอย่างอื่นต่อ ย่อมเจียดเวลาไปพบนางที่คฤหาสน์ตงฟางไม่ได้
ตอนที่คิดถึงนาง เขาให้ฝูเซิ่งไปส่งสาส์น บอกว่าอยากกินเกี๊ยวที่นางทำ
ทีแรกฝูเซิ่งกลับมามือเปล่า บอกอีกว่าไม่พบไป๋จื่อ ท่านตงฟางบอกเขาว่านางกำลังตัดไหมเย็บแผลให้โจวอาอู่ ไม่มีเวลาว่างทำเกี๊ยวให้เขา
ตอนที่ไปอีกเป็นครั้งที่สอง ฝูเซิ่งกลับมามือเปล่าดังเดิม บอกอีกว่าไม่พบไป๋จื่อ และบอกอีกว่าท่านตงฟางฝากเขามาบอกว่าไป๋จื่อกำลังตรวจอาการให้โจวอาอู่ ไม่มีเวลาว่างไปทำอาหาร
ไปหานางติดต่อกันถึงสองครั้ง ทว่านางไม่ว่างทุกครั้ง ความจริงแล้วเข้าใจได้ แต่ฝูเซิ่งไม่ได้พบนางทั้งสองครั้ง นี่ผิดปกติเกินไปแล้ว
ฝูเซิ่งเป็นหัวหน้ากรมกิจการภายใน รวมถึงเป็นคนสนิทของเขา จึงนับเป็นตัวแทนของเขาฉู่เยี่ยนด้วย
ตงฟางมู่ไม่มีทางไม่ให้เขาพบไป๋จื่อ ตัดไหมแล้วอย่างไร ตรวจอาการแล้วอย่างไร ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุผลปฏิเสธไม่ให้พบเจอ
เขายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลก
เมื่อคำนวณวันดู เขาไม่ได้พบไป๋จื่อมาเจ็ดวันแล้ว
“เอาละ ข้ารู้แล้ว เจ้ารีบไปเตรียมม้า ข้าจัดการงานในมือเสร็จแล้วจะไปด้วยตัวเองสักครั้ง”
คนที่อยู่ข้างกายฝูเซิ่งเป็นขันทีหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่ เขายังไม่รู้อะไรหลายอย่าง ทว่าก็ใจกล้าดีทีเดียว เห็นฮ่องเต้มีท่าทีเช่นนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรก “ฝ่าบาท พระองค์อยากกินอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ สั่งให้ห้องเครื่องทำให้ไม่ดีหรือ เหตุใดต้องออกไปหากินข้างนอกด้วยพระองค์เองด้วย”
ฉู่เยี่ยนเงยหน้ามองขันทีหนุ่ม ริมฝีปากยกเป็นรอยยิ้ม “อาหารที่ห้องเครื่องทำจะเทียบกับที่นางทำได้อย่างไร”
ฝูเซิ่งกล่าวสนับสนุนฮ่องเต้ ก่อนจะมองตาขวางใส่ขันทีหนุ่ม “ยังปากมากอยู่อีก? ไม่รีบไปเตรียมม้าหรือ”
ขันทีหนุ่มแลบลิ้น ก่อนจะรีบถอยออกไป
“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วเลยนะพ่ะย่ะค่ะ เป็นกระหม่อมเองที่สั่งสอนเขาไม่เข้มงวด”
ฉู่เยี่ยนโบกมือ “ไม่เป็นไร ข้างกายข้าต้องมีคนกล้าพูดเช่นเขาบ้างจริงๆ”
หลังจากจัดการงานในมือเรียบร้อยแล้ว ฉู่เยี่ยนก็รีบออกจากวังไป รีบร้อนเสียจนไม่สนใจเปลี่ยนชุดคลุมสีม่วงเข้ม สวมชุดฮ่องเต้ปกติไปที่คฤหาสน์ตงฟางอย่างเร็วรี่