คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 655

#655คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1309 มือสังหาร

ฉู่เยี่ยนเรียกฟู่เจิงไปอีกด้านหนึ่ง ถามว่า “เมื่อคืนอาอู่ไปที่ใดกันแน่ เขาไปพบใคร แล้วได้รายชื่อที่ว่านั้นมาหรือไม่”

ฟู่เจิงตอบทันที “ฝ่าบาท กระหม่อมสอบถามองครักษ์มังกรที่มารายงานเมื่อคืนแล้ว เขาบอกว่าอาอู่ไปที่ห้างร้านขายสมุนไพรทางตะวันออกของเมืองหลวง อาอู่พบเถ้าแก่ของที่นั่นแล้ว เถ้าแก่ผู้นั้นมอบจดหมายลับให้อาอู่ฉบับหนึ่ง ในจดหมายมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับจื่อเสวี่ยเถิง มีเพียงอาอู่ที่อ่านจดหมายลับฉบับนั้นแล้ว และมีเพียงอาอู่ที่รู้เนื้อหาข้างใน”

ฟู่เจิงใช้คำว่า ‘เพียง’ สองครั้ง ทำให้ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว “เถ้าแก่ที่ห้างร้านสมุนไพรก็ถูกทำร้ายเหมือนกันหรือ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟู่เจิงก็พยักหน้า “ไม่เพียงแค่เถ้าแก่ หลังจากอาอู่ไปแล้ว หกสิบคนในห้างร้านขายสมุนไพร รวมถึงเด็กอายุเจ็ดปีก็ไม่รอด ตายตกทั้งหมด” ฟู่เจิงมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว ขณะที่พูด เขากำหมัดแน่น พยายามกดกลั้นไฟโทสะในใจเอาไว้อย่างเต็มที่

“ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสหรือ” ฉู่เยี่ยนก็กลั้นโทสะไว้เช่นกัน เขากลั้นโทสะนี้มาตลอดตั้งแต่เสด็จพ่อถูกวางยาพิษ ถึงวันนี้เขาแทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่แล้ว

เป็นใครกันแน่

ฟู่เจิงสีหน้าดำคล้ำ กัดฟันเอ่ยว่า “คนพวกนั้นน่าจะเป็นมือสังหารที่มีประสบการณ์มาก ถึงไม่ทิ้งเบาะแสอะไรไว้เลยสักนิด”

ไป๋จื่อเก็บกล่องยาเรียบร้อยแล้ว นางเดินไปถึงข้างๆ พวกเขา เอ่ยว่า “หมายความว่าตอนนี้อาอู่เป็นคนที่รู้เส้นสนกลในเพียงคนเดียว และเป็นคนรู้เส้นสนกลในที่เสี่ยงที่สุดแล้ว”

เมื่อนึกถึงหมอหลวงสวี่ นางก็หันไปมองอาอู่และจ้าวซู่เอ๋อแม่ลูกที่ยังคงปวดใจอยู่อย่างอดไม่ได้ จากนั้นกล่าวว่า “ครั้งนี้จะเกิดความผิดพลาดไม่ได้อีก จะต้องจับคนร้ายให้ได้ อย่าทำให้อาอู่ต้องบาดเจ็บเปล่าๆ”

ฉู่เยี่ยนตาเป็นประกาย ยิ้มเล็กน้อย “ข้ามีวิธีหนึ่ง”

ก่อนฟ้าสาง ฉู่เยี่ยนกลับถึงวังแล้ว

เพิ่งนั่งลงในห้องทรงอักษรไม่ทันไร ขันทีก็เข้ามารายงานในทันที บอกว่าเมิ่งไท่เฟยมาที่นี่

นางมาทำอะไรกัน ทว่าฉู่เยี่ยนก็พยักหน้า “ให้นางเข้ามา”

เมิ่งเสวียนหลิงนำนางกำนัลคนหนึ่งเข้ามาในห้องทรงอักษร หลังจากทำความเคารพฉู่เยี่ยนแล้ว นางก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับที่หางตา “ฝ่าบาท หม่อมฉันได้ข่าวว่ามีคนร้าย ฝ่าบาทได้โปรดบอกหม่อมฉันที คนที่วางยาพิษไท่ซ่างหวงเป็นใครกันแน่”

ฉู่เยี่ยนเกิดความกังขา สายข่าวของนางว่องไวทีเดียว แม้แต่ฮ่องเต้อย่างเขาออกจากวังไปทำอะไร แม้แต่องครักษ์มังกรทำอะไรอยู่ นางล้วนรู้ชัดแจ้งหมดเลยหรือ

เขามองไปทางฝูเซิ่ง ฝ่ายฝูเซิ่งส่ายหน้าทันที บ่งบอกว่าเขาไม่เกี่ยว

นอกจากฝูเซิ่งแล้ว คนที่รู้เรื่องพวกนี้จะเป็นขันทีหนุ่มสองคนที่คอยรับใช้อยู่ใกล้ๆ ฉู่เยี่ยน หนึ่งคนในนั้นเป็นบุตรบุญธรรมของฝูเซิ่ง หรือจะเป็นพวกเขาที่หลุดปาก

“เมิ่งไท่เฟยรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” ฉู่เยี่ยนถาม

เมิ่งเสวียนหลิงว่า “ทูลฝ่าบาท ก่อนหน้าที่หม่อมฉันจะมาที่นี่ ฝ่าบาทไม่อยู่ หม่อมฉันจึงไปสอบถามกับไห่กงกง เป็นไห่กงกงที่บอกหม่อมฉันเพคะ”

เมื่อเห็นฉู่เยี่ยนสีหน้าไม่ค่อยดี นางก็รีบเอ่ยอีกว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับไห่กงกงนะเพคะ เป็นหม่อมฉันที่บีบให้เขาพูดเอง เขาก็แค่...”

ไห่กงกงก็คือบุตรบุญธรรมของฝูเซิ่ง ฉู่เยี่ยนพลันกวาดสายตามองฝูเซิ่งอย่างเย็นชา ทำเอาฝูเซิ่งต้องรีบก้มหน้าลง ไม่กล้าส่งเสียงอะไร

ฉู่เยี่ยนเอ่ยกับเมิ่งไท่เฟยว่า “ไท่เฟยกลับไปก่อนเถอะ เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจนอะไร หากมีผลลัพธ์แล้ว ข้าย่อมบอกให้ท่านรู้เอง”

เขายังคงนับถือเมิ่งเสวียนหลิง ถึงอย่างไรเสียนางก็เป็นไท่เฟยเพียงคนเดียวที่เขาผูกไมตรีด้วย

เมิ่งเสวียนหลิงเห็นเขามีท่าทีเช่นนั้นก็เบาใจ ตอบรับและจากไปทันที

เมื่อเมิ่งเสวียนหลิงไปแล้ว ฉู่เยี่ยนก็เหล่มองฝูเซิ่ง

ฝูเซิ่งรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะ “ฝ่าบาทระงับโทสะด้วย เป็นกระหม่อมเองที่ไม่เข้มงวด ฝ่าบาทลงโทษกระหม่อมเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนแค่นเสียง “ทำหน้าที่ในห้องทรงอักษร ไม่รู้บ้างเลยหรือไรว่าเรื่องใดควรพูด เรื่องใดไม่ควรพูด”

……….

ตอนที่ 1310 ไห่จื่อ

ฝูเซิ่งรีบเอ่ยว่า “กระหม่อมบกพร่องเองพ่ะย่ะค่ะ!”

“เจ้าไปจัดการเองเถอะ หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำสอง เจ้าคงไม่ได้เป็นหัวหน้าขันทีอีกต่อไป”

ฝูเซิ่งขอบคุณที่ฉู่เยี่ยนมีเมตตาแล้วก็ออกไป เขาออกจากห้องทรงอักษรพร้อมขาสั่นพั่บๆ ฮ่องเต้มีเมตตาไม่ลงโทษเขา ทว่าเขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าฮ่องเต้ไม่พอใจเขาเป็นอย่างยิ่ง

เขากวักมือเรียกขันทีหนุ่มคนหนึ่งเข้ามา “ไห่จื่อเล่า”

ขันทีหนุ่มว่า “เรียนหัวหน้าขันที ไห่กงกงเข้าเวรเมื่อคืน เมื่อเปลี่ยนเวรแล้วจึงพักผ่อนอยู่ในห้องขอรับ”

ฝูเซิ่งพยักหน้า จากนั้นก็กล่าวกับอีกฝ่าย “รับใช้ฝ่าบาทให้ดี ข้าไปไม่นานจะกลับมา”

เขาเปลี่ยนทิศทางไปยังที่พักของไห่จื่อ เวลานี้ไห่จื่อกำลังนอนหลับอุตุอยู่ใต้ผ้าห่ม ครั้นฝูเซิ่งเข้าไปใกล้แล้วก็ดึงผ้าห่มออก ใช้เท้าหนึ่งเตะที่ต้นขาของไห่จื่อ ทำให้เขาดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที

“คะ ใครกัน” เขาร้อนรนเอ่ยขึ้นมา เมื่อเห็นคนที่มาเยือนชัดเจนแล้ว เขาก็พลันมีสีหน้าแปลกใจ “พ่อบุญธรรม ท่านมาได้อย่างไร” พ่อบุญธรรมไม่เคยมายังที่พักของเขา แล้วเหตุใดวันนี้ถึงมาได้

ฝูเซิ่งดึงหูของไห่จื่อ ลากเขาจากเตียงลงมาที่พื้น “คุกเข่าพูดกับข้าเสียดีๆ”

ครั้นเห็นฝูเซิ่งเหมือนจะโกรธจริงๆ ไห่จื่อก็ไม่กล้าอิดออด ในใจเอ่ยว่าซวยแล้ว แม้กระทั่งรู้สาเหตุอยู่ลึกๆ

“พ่อบุญธรรม ท่านเป็นอะไรไป ใครทำให้ท่านโมโหเช่นนี้ ท่านบอกไห่จื่อเถอะ ไห่จื่อจะไประบายโทสะให้ท่าน ท่านอย่าโมโหอีกเลยนะขอรับ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเอา”

ฝูเซิ่งเตะเขาอีกครั้งหนึ่ง เอ่ยด้วยโทสะว่า “อย่ามาเล่นลูกไม้กับข้า คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าทำอะไรลงไป พูดมา เจ้าได้ประโยชน์อะไรจากเมิ่งไท่เฟยบ้าง”

เป็นเรื่องนี้จริงๆ ด้วย ไห่จื่อนึกโมโหขึ้นมา วาจาของสตรีไม่อาจเชื่อได้ตามคาด เขากำชับนางกำนัลข้างกายของเมิ่งไท่เฟยไว้แล้วแท้ๆ ว่าอย่าให้นางพูดจาเรื่อยเปื่อยที่ไหน แค่ไท่เฟยรู้คนเดียวก็เพียงพอแล้ว

ประเสริฐนัก เขายังไม่ทันได้ใช้เงินยี่สิบตำลึงเลย เรื่องนี้ก็แดงขึ้นมาเสียแล้ว

“พ่อบุญธรรม ท่านฟังข้าอธิบายก่อน เรื่องราวไม่ได้เป็นเช่นที่ท่านคิด”

“ถุย ใครเป็นพ่อบุญธรรมเจ้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าฝูเซิ่งไม่มีบุตรบุญธรรมเช่นเจ้า วันหน้าเจ้าไม่ต้องไปทำหน้าที่ที่ห้องทรงอักษรอีกแล้ว ในเมื่อเจ้ามีวาสนากับไท่เฟยของเจ้า เช่นนั้นก็ไปทำหน้าที่ที่ตำหนักไป่หยวนของเมิ่งไท่เฟยเถอะ”

ไห่จื่อหวาดกลัวไม่น้อย เขาคิดว่าต่อให้เรื่องแดงขึ้นมา อย่างมากเขาก็ถูกตำหนิไม่กี่คำ ไม่มีทางเสียหน้าที่การงานเพราะเรื่องนี้ ทว่าตอนนี้กลับตาลปัตร จากห้องทรงอักษรไปที่ตำหนักไป่หยวน นี่เป็นการเนรเทศที่จริงยิ่งกว่าจริงเสียอีก

เขาโขกศีรษะให้ฝูเซิ่งไม่ยอมหยุด “พ่อบุญธรรม ไห่จื่อสำนักผิดแล้ว ท่านให้อภัยไท่จื่อสักครั้งเถอะ จากนี้ไห่จื่อไม่กล้าอีกแล้ว”

ฝูเซิ่งแค่นเสียง “เจ้าไม่ได้ทำเรื่องนี้แค่ครั้งสองครั้ง แล้วมีครั้งไหนบ้างที่ข้าไม่ได้ขอความเมตตาแทนเจ้า เรื่องพวกนั้นในอดีตน่ะช่างเถอะ แต่ตอนนี้เจ้ากลับเหิมเกริมขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เที่ยวป่าวประกาศ ฝ่าบาทไม่ได้ตัดหัวเจ้าก็ถือเป็นพระกรุณาอันล้นพ้นแล้ว เจ้ายังคิดจะกลับไปทำหน้าที่ที่ห้องทรงอักษรอีกหรือ เจ้าคิดว่าจะเป็นไปได้หรือไร”

ไห่จื่อนั่งนิ่งเป็นอัมพาตอยู่บนพื้น เหม่อมองพูดอะไรไม่ออก

ฝูเซิ่งสะบัดแขนเสื้อ ราวกับต้องการทำให้ตรงที่ไห่จื่อแตะต้องสะอาดขึ้น

“วันนี้ก็ไปที่ตำหนักไป่หยวนเสีย ไม่ต้องกลับไปที่ห้องทรงอักษรแล้ว และไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก ไม่เช่นนั้นข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่”

เขานับว่ากระจ่างแจ้งแก่ใจแล้ว หากให้คนผู้นี้อยู่ต่อ ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างเรื่องใหญ่อะไรออกมาอีก

ไห่จื่อถูกย้ายไปที่ตำหนักไป่หยวน ทางห้องทรงอักษรมีตำแหน่งว่างตำแหน่งหนึ่ง ฝูเซิ่งจึงให้รองหัวหน้าขันทีรับผิดชอบจัดหาคนมา ไม่นานนักก็มีขันทีหนุ่มท่าทางคล่องแคล่วทีเดียวคนหนึ่งถูกส่งมา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 655